Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 973 ยั่วยุและเมินเฉย
โต๊ะอาหารของโถงฟีนิกซ์นั้นแกะสลักจากหยกเพลิงขนาดใหญ่มาก
เมื่อชายหนุ่มทั้ง 5 คนนั่งลง มันก็ไม่ได้ดูเหมือนแออัดเลย
มีสองคนที่ผมสีแดง ผมสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลฮั่ว เฉพาะรุ่น
เยาว์ของตระกูลฮั่วที่มีสายเลือดเข้มข้นจึงจะผมสีแดง เมื่อหลินหมิงได้พบ
กับรุ่นเยาว์ของตระกูลฮั่วในเมืองฟีนิกซ์โบราณ พวกเขาไม่ได้มีผมสีแดง
สดใสเช่นนี้เลย
ในขณะที่คนอื่นๆ หลินหมิงเคยเห็นมาก่อน พวกเขาติดตามฮั่วหยา
งกวงมาก่อนและเป็นศิษย์ที่ยึดติดกับตระกูลฮั่ว
ชายหนุ่มผมแดงที่นำพวกเขามา มองไปที่หลินหมิง ขณะที่เขาเห็น
หลินหมิงกินก๋วยเตี๋ยวและซุปกระดูกวิหคจิตวิญญาณอย่างเอร็ดอร่อยเขา
ก็ยิ้มและเย้ยหยัน “เจ้าเป็นนักสู้จากแดนเบื้องล่างอย่างแท้จริง เจ้ากินได้
เหมือนขอทานยิ่งนัก”
“ฮ่าๆ เจ้าไม่ได้กินอะไรมา 3 วันแล้วหรือไม่? เจ้ากินซุปจนหมดและ
แม้กระทั่งเลียชามจนสะอาดยิ่งกว่าสุนัขของตระกูลข้าเสียอีก” ศิษย์
ผู้ติดตามอีกรายหนึ่งกล่าวเสริม
พวกเขาทั้งหมดมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาโดยแท้ ทัศนคติ ท่าทางและ
คำพูดของพวกเขาทั้งหมดคือ “เชิญทุบตีข้าได้เลย”
ตามกฎของโถงฟีนิกซ์ การต่อสู้ส่วนตัวระหว่างเหล่าศิษย์เป็นสิ่ง
ต้องห้าม ถ้าใครอยากต่อสู้ พวกเขาต้องทำอย่างเป็นธรรมในแท่นนิพพาน
ภายใต้การดูแลของผู้คุ้มกันโถง กฎข้อนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกัน
ไม่ให้ศิษย์เสียชีวิตในระหว่างการต่อสู้ สภาพแวดล้อมในโถงฟีนิกซ์
ซับซ้อนเกินไป หากการต่อสู้ส่วนตัวระหว่างเหล่าศิษย์ได้รับอนุญาต ศิษย์
ที่ไร้พื้นหลังก็จะถูกฆ่าโดยคนที่พื้นหลังเหนือกว่า
ถ้าหลินหมิงลงมือก่อนแล้ว เขาจะละเมิดกฎของนิกายและจะถูกคุม
ขังเป็นเวลาพันปี นี่เป็นสิ่งที่คนเหล่านี้ปรารถนา
หลินหมิงแน่นอนจะไม่ทำผิดอย่างโง่เขลาถึงเพียงนั้น เขาคว้าชาม
ข้าวที่ดูราวกับว่ามันทำมาจากไข่มุกและเพชร ยังคงกินต่อไป ไม่แม้แต่จะ
มองไปยังคนเหล่านี้ “แม้ว่าข้าจะรู้ว่ามีคนพยายามกำราบข้าในโถงฟีนิกซ์
แต่ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีแมลงวันมากวนกระทั่งตอนข้ากินข้าว
“เจ้ากล้าที่จะเรียกเราว่าแมลงวัน? เจ้าคงยังมิรู้จักว่าสิ่งใดคือความ
ตาย! หลินหมิง ถ้าเจ้ามีความกล้าพอก็ตามข้าไปยังแท่นนิพพาน! ข้ารู้ว่า
เจ้ากลัวที่จะเดิมพันด้วยหอกโลหิตฟีนิกซ์ แต่มันไม่สำคัญกับข้า สิ่งที่ข้า
ต้องการคือทำให้เจ้าพ่ายแพ้และตบหน้าตนเองก็พอ!”
ผู้ที่กล่าวออกมามิใช่ศิษย์ของตระกูลฮั่ว การระดับการบ่มเพาะของ
เขาอยู่ที่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ศิษย์คนอื่นๆอยู่ในขั้นเทพสมุทรด้วย
ทะลวงจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 8
คนเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าอาศัยความสัมพันธ์ของพวกเขากับตระกูลฮั่ว
ในการเข้าสู่โถงฟีนิกซ์ทั้งที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต แม้หลังจากพวกเขา
ล้มเหลวในการทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 พวกเขาก็ยังไม่ถูกไล่ออก
จากโถงฟีนิกซ์เพราะอาศัยเส้นสาย พรสวรรค์ของคนเหล่านี้แย่กว่าหวง
เยว่หงหรือฮั่วหยางกวง
“ดังนั้นพวกเจ้ามาเพื่อทดสอบข้า?” หลินหมิงเข้าใจทันทีว่ากำลังเกิด
อะไรขึ้น คนเหล่านี้รับใช้ตระกูลฮั่ว “ดูเหมือนฮั่วหยางกวงได้เตรียมสิ่งนี้ไว้
สำหรับข้า อย่างไรก็ตาม ในการต่อสู้ที่เกี่ยวข้องกับสองสิ่งสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญแล้วนั้น เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องระมัดระวังไว้ก่อน หลังจากที่
ข้าเข้าสู่แดนเทวะ ข้าได้ต่อสู้เพียงครั้งเดียวกับเหล่าคนรับใช้ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 6 ของหวงเยว่หง และเพราะข้ายังไม่ได้แสดงทักษะออกมา ฮั่ว
หยางกวงจึงขาดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้ ดังนั้นเขาจึงส่ง
คนกลุ่มนี้มาที่นี่เพื่อทดสอบข้า”
ในความเห็นของฮั่วหยางกวง คนเหล่านี้มากพอที่จะทดสอบไพ่ที่
ซ่อนอยู่ในมือของหลินหมิงแล้ว ถ้าความแข็งแกร่งของหลินหมิงผิดปกติ
เกินไป เขาก็จะล้มเลิกความคิดที่จะท้าทาย ในทางตรงกันข้าม ถ้าพลัง
ของเขาและคนเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกันเขาก็จะจัดการกับหลินหมิงได้
อย่างคำกล่าวที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
“ฮั่วหยางกวง แผนของเจ้าค่อนข้างดี แต่เจ้าคิดว่าทุกคนในโลกนี้เป็น
คนโง่เขลาและเจ้าจะเป็นผู้ฉลาดเพียงคนเดียว? ถ้าเจ้าส่งมา 2-3 เพื่อ
ทดสอบข้า แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะตกหลุมพราง?”
หลินหมิงลุกขึ้นยืน เขาก็ไม่ได้รำคาญกับการยั่วยุของแมลงวันเหล่านี้
เขาไม่ได้ต้องการที่จะท้าทายและจงใจแสดงให้เห็นด้านที่อ่อนแอ เพราะ
นั่นจะดึงดูดความสนใจของคนอื่นเท่านั้น
“ถ้าเจ้าต้องการที่จะต่อสู้กับข้า ก็ไปเตรียมสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ชั้นยอดมา เหตุใดพวกเจ้าจึงเรียกตัวเองว่ารุ่นเยาว์ของตระกูลชั้นสูงที่
ยิ่งใหญ่ แต่กับไม่มีสิ่งประดิษฐ์นักบุญชั้นยอดในมือแม้แต่ชิ้นเดียวเช่นนี้?
พวกเจ้าอาจไปทำงานเป็นขอทานแทนได้”
หลินหมิงทิ้งคำพูดสุดท้ายเหล่านี้ไว้เบื้องหลัง และจากนั้นก็เดินจาก
ไป ทิ้งกลุ่มศิษย์เหล่านี้ให้ตกอยู่ในความโกรธ
“หลินหมิงเจ้ามักใช้ข้อแก้ตัวเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
เสมอ! แต่ความจริงก็คือ เจ้าก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้กับเราต่างหาก!”
“เจ้ามันเต่าหดหัว!”
กลุ่มศิษย์ตะโกนดังขึ้น หลินหมิงเดินจากไปเช่นเดิม ราวกับว่าเขา
ไม่ได้ยินเสียงพวกเขาเลย
ระดับการบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเพียงเรื่องของ
เวลาที่เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ได้
ต่อมาในอีกหลายวัน หลินหมิงก็ยังถูกยั่วยุเช่นเดิมอย่างต่อเนื่อง มี
แม้กระทั่งผู้ที่มายังลานที่พักของเขาเพื่อตะโกนการท้าทาย หลินหมิงไม่
สนใจพวกเขาทั้งหมด เขาเพียงแต่วางเงื่อนไขเดียว ทุกคนที่ต้องการจะท้า
ทายเขาจะต้องเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดมาเดิมพัน
ผู้ที่สามารถมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดส่วนใหญ่คือผู้ทรงพลัง
ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่ทะลวงมาจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 หรืออย่าง
น้อยก็ควรเป็นขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่ทะลวงมาจากขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 9 แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่คนเหล่านั้นจะท้าทายหลินหมิง หลินหมิงอยู่
ที่โถงฟีนิกซ์มาระยะหนึ่งแล้ว และแม้ว่าเขาจะถูกท้าทายอย่างสม่ำเสมอ
จากผู้คน แต่เขาก็ยังไม่ได้รับคำท้าผู้ใด
เหล่าศิษย์ของตระกูลฮั่ว เริ่มแพร่กระจายข่าวว่าหลินหมิงเป็นคน
หลอกลวงและความแข็งแกร่งของเขาก็เป็นเพียงเรื่องกล่าวอ้าง
ข่าวนี้ทำให้บางคนสงสัยถึงความจริงของหลินหมิง เขาเป็นคนที่จิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ให้การยอมรับ
หรือแท้จริงแล้วหลินหมิงได้ใช้วิธีการบางอย่างเพื่อหลอกลวงทุกคนกันแน่
หลินหมิงทำหูทวนลมจากข้อสงสัยเหล่านี้ ข่าวลือผิดๆเหล่านี้ไม่มี
ความหมายอะไรกับเขา ถ้าเขาต่อสู้กับคนใดคนหนึ่งเพื่อโต้แย้งข่าวลือ
เหล่านี้และเอาชนะได้ มันก็จะยังมีคนอื่นกระโดดขึ้นมาแทนที่เรื่อยๆ และ
จะไม่มีเวลาในการบ่มเพาะเลย นอกจากนี้ถ้าเขาแสดงพลังออกมามาก
เกินไป ฮั่วหยางกวงก็จะไม่กล้ามาท้ายทายเขา
เฉพาะคนโง่ที่จะทำเช่นนั้น
“หลินหมิงผู้นี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้เลย!” ในที่พักของเขา
ฮั่วหยางกวงคิ้วขมวด “ข้าเริ่มสงสัยว่าเขาเป็นคนอ่อนแอจริงๆแล้ว”
ด้านหน้าฮั่วหยางกวง มันมีชายหนุ่มตัวสูงผมสีแดงยาวถึงเอวนั่งอยู่
ชายหนุ่มผู้นี้มีท่าทางสงบและคิ้วของเขาชันขึ้นดั่งกระบี่ ระดับการบ่ม
เพาะของเขาอยู่ที่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย และโลกภายในของเขา
เริ่มเปลี่ยนไปสู่มิติที่แท้จริง เขาห่างเพียงก้าวเดียวในการกลายเป็น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
“ข้าแนะนำให้เจ้าอย่าได้ประมาทฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าหลินหมิงเป็น
เพียงมด เจ้าเองก็ยังไม่เติบโต เมื่อเปรียบเทียบกับทั่วทั้งแดนเทวะแล้ว
เราก็มิต่างไปจากมดด้วยเช่นกัน”
ชายหนุ่มตัวสูงกล่าวออกมาช้าๆ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่
หยิ่งยโสเลย เขามีร่องรอยแห่งความกลัว และเป็นความกลัวต่อแดนเทวะ
อันกว้างใหญ่เท่านั้น
“ท่านถ่อมตัวเกินไป! เร็วๆนี้ท่านจะกลายเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และ
สร้างโลกของท่านเองได้แล้ว ร่างกายของท่านจะบรรจุสิ่งมีชีวิตไว้ได้ และ
ท่านจะเป็นเทพของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกของท่าน ดังนั้นท่านจะถือว่า
ตนเองเป็นมดได้อย่างไร? ข้าขอให้ท่านลุงมาในคราวนี้ก็เพราะข้าต้องการ
ยืมสิ่งของเพื่อรับประกันชัยชนะของข้าในการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น”
“โอ้? เจ้ากำลังบอกว่าต้องการยืมสิ่งประดิษฐ์นักบุญชั้นยอดจากข้า?
ข้าคิดว่าข้าสามารถให้ได้ แต่… ก่อนอื่นเจ้าต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 9 ให้ได้เสียก่อน”
“ตกลง ข้าได้สะสมความแข็งแกร่งของข้าเอาไว้ 3 ปีแล้ว ข้ามีความ
มั่นใจว่าข้าสามารถสร้างความก้าวหน้าได้ ความจริงข้าเพียงต้องการที่จะ
สะสมความแข็งแกร่งอีกเล็กน้อย แต่ตอนนี้ก็ได้เช่นกัน ข้ายืมแรงกดดัน
จากการต่อสู้ครั้งนี้และทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เพื่อให้แน่ใจว่าข้า
จะประสบความสำเร็จในขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 นั้นข้าต้องการขอโลหิต
ขนฟีนิกซ์จากท่านลุง!”
“โลหิตขนฟีนิกซ์?” เปลือกตาของชายหนุ่มตัวสูงเปิดขึ้น โลหิตขน
ฟีนิกซ์เป็นโลหิตฟีนิกซ์โบราณ แต่คุณภาพสูงกว่าโลหิตฟีนิกซ์ธรรมดา
โลหิตขนฟีนิกซ์เป็นสายเลือดที่พบได้ในขนปีกของฟีนิกซ์โบราณ มันมีพลัง
เพลิงที่อุดมอย่างที่สุด และเป็นชนิดที่มีคุณภาพสูงมากของโลหิตฟีนิกซ์
โบราณ
“ได้ แต่เจ้าต้องรับประกันว่าเจ้าสามารถสร้างความก้าวหน้าได้ มิ
เช่นนั้น สิ่งนี้จะเป็นเรื่องยากสำหรับข้า”
“แน่นอน เมื่อข้าทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 แล้ว ความ
แข็งแกร่งของข้าจะก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วและข้าจะไปท้าทายหลินห
มิง เขามีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด แต่ข้าก็จะมีหนึ่งสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดจากท่าน แม้ว่าจะด้อยกว่า แต่ความแตกต่างก็คงไม่
มากเกินไปนัก! เมื่อข้าอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 และข้ามีสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดแล้ว เช่นนั้นแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์และศักยภาพ
แต่ข้าก็จะได้รับชัยชนะอยู่ดี แต่ก่อนหน้านั้น ข้าต้องซ่อนเรื่องที่ว่าข้ามี
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดไว้ก่อน มิเช่นนั้นเขาอาจจะกลัวเกินไป
แล้วหาข้อแก้ตัวอื่นอีก เมื่อต่อสู้ข้าจึงจะเอามันออกมา แล้วจากนั้น…
ฮ่าๆ ข้าอยากที่จะเห็นสีหน้าของเขายิ่งนัก”
ชายหนุ่มตัวสูงพยักหน้ากับคำพูดของฮั่วหยางกวง “แผนของเจ้า
ค่อนข้างดี แต่ถ้าเจ้าซ่อนสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดไว้แล้ว เช่นนั้น
เจ้าจะใช้สิ่งใดในการเดิมพันเล่า? สัดส่วนการเดิมพันแน่นอนว่าจะต้องมี
มูลค่าเท่ากับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด นอกจากนี้ มันก็ต้องเพียง
พอที่จะล่อลวงหลินหมิงด้วย!”
“สิ่งเดิมพันจะเป็นโลหิตขนฟีนิกซ์ โลหิตขนฟีนิกซ์มีประโยชน์อย่าง
มากต่อนักสู้ หากสามารถดูดซับเข้าไปในร่างกายได้โดยตรง มันก็จะเพิ่ม
ความสามารถและความเข้ากันได้กับกฎแห่งเพลิงอีกด้วย ข้าไม่เชื่อว่า
หลินหมิงจะสามารถปฏิเสธข้อเสนอของข้าได้!”
ชายหนุ่มตัวสูงคิ้วขมวด “เจ้าจะบอกว่าต้องการส่วนที่ใช้เดิมพันและ
ส่วนที่ตนเองจะดูดซับด้วย? มันคงจะต้องใช้โลหิตขนฟีนิกซ์มากทีเดียว
แต่ก็ย่อมได้ ข้าจะช่วยให้เจ้าได้มามากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ทั้งหมดจะ
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้อาวุโสในตระกูล”
“เช่นนั้นข้าต้องขอบใจท่านลุงอย่างยิ่ง”
ฮั่วหยางกวงมีความสุขมาก แม้ว่าเขาจะเรียกชายหนุ่มผู้นี้ว่าท่านลุง
แต่ความจริงชายหนุ่มผู้นี้อายุไม่มากไปกว่าเขาเลย ท่านลุงของเขาได้รับ
ความสนใจอย่างมากจากตระกูล ถ้าเขายินดีที่จะช่วย ความหวังว่า
แผนการจะประสบความสำเร็จมีจะสูงมากขึ้น
…….
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน โดยไม่รู้ว่า เวลาผ่าน
ไปหนึ่งเดือนแล้ว ในหนึ่งเดือนนี้ ข่าวลือเกี่ยวกับหลินหมิงหลอกลวง
เหล่านี้แพร่กระจายออกไปอย่างไร้ความปราณี ขณะที่พวกมันยังคง
แพร่กระจายอยู่นี้ หลินหมิงก็ยังคงปฏิเสธที่จะต่อสู้เสมอ หลายคนจึงเริ่ม
สงสัยว่าหลินหมิงเป็นคนขี้ขลาดมากเกินไปที่จะต่อสู้
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้สนใจและได้บ่มเพาะอย่างสงบ
ในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน กับด้วยการหล่อเลี้ยงจากวัสดุสวรรค์ต่างๆ
เช่นเดียวกับการดูดซับพลังงานเพลิงต้นกำเนิดจากแดนเทวะแล้ว ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 5 ของเขาถึงจุดสูงสุด ตันเถียนของเขาเต็มไปด้วย
พลังงานต้นกำเนิดซึ่งพร้อมที่จะเอ่อล้นออกมาในเวลาใดก็ได้
ในวันนี้ หลินหมิงได้เปิดตาของเขาและพูดกับตัวเองว่า “ถึงเวลาแล้ว
ที่จะขอให้เทพธิดาเฟิงช่วยข้าเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 แล้ว ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 6 เป็นความสำเร็จที่รับประกันได้”
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าพลังต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพีกำลังปั่นปวน ราวกับว่ามีสมบัติบางอย่างเกิดขึ้น เขาได้ปลดปล่อย
สัมผัสรับรู้ออกไป และค้นพบว่าพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีในระยะ
หลายร้อยไมล์ได้รวบรวมมายังจุดเดียว ในท้องฟ้า เมฆของพลังงานต้น
กำเนิดก่อตัวขึ้น เมฆเหล่านี้ค่อยๆหมุนเป็นเกลียวลงไปยังที่พำนักในโถง
ฟีนิกซ์
“หืม? นี่มัน… “สายตาของหลินหมิงสาดประกายขณะที่เขาบิน
ออกไปดู ในเวลาเดียวกัน ศิษย์ขั้นทำลายชีวิต ขั้นเทพสมุทร และแม้แต่
ศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ก็ได้บินออกไปดู ทุกคนก็มองไปยังตำแหน่ง
เดียวกัน ซึ่งเป็นจุดที่วังวนพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีหมุนลงไป
“มีใครบางคนกำลังทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9!”
“และนั่นคือที่พำนักของฮั่วหยางกวง ฮั่วหยางกวงกำลังจะทะลวง
ผ่าน เขาทำมันได้ในที่สุด!”