Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 99 หอกที่รวดเร็ว
เมื่อฮ่องซีคิดได้เช่นนั้นก็ต้องตกตะลึงไปครู่ใหญ่ เขาจำได้ว่าเนื้อหาที่ ตำรา ‘หมัดสลายกระดูก’ได้กล่าวถึงก็คือเรื่อง… การสั่นสะเทือน!
การสั่นสะเทือน!
ให้ตายเถอะ! เจ้าเด็กคนนี้…!
เขาไม่ควรที่จะศึกษาวิชาที่มีเนื้อหาหลงเหลืออยู่เพียง30%ได้สำเร็จ!
มัน… มันเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าการสั่นสะเทือนของพลังปราณจะถูกพูด ถึงในตำรา ‘หมัดสลายกระดูก’ แต่ในตำรานั้นก็ไม่ได้บอกถึงวีธีที่จะฝึกฝน มัน มันขาดส่วนที่สำคัญที่สุดไป! สำหรับตำราที่เสียหายไปกว่า70% แม้ จะมีชีวิตอมตะกี่หมื่นกี่พันปีก็ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจและฝึกฝนมัน ได้!
หากหลินหมิงสามารถทำเช่นนั้นได้จริง เขาก็ไม่ต่างอะไรกับอัจฉริยะ ผู้สร้างปาฏิหาริย์!
“ทักษะการสั่นสะเทือนพลังปราณที่เจ้าใช้เมื่อครู่ เจ้าไปฝึกฝนมันมา จากที่ไหน?” เห็นได้ชัดเจนว่าน้ำเสียงของฮ่องซีดูกระวนกระวายและ กระสับกระส่าย เขาไม่สามารถทำใจให้สงบลงได้เลย นอกจากเขาจะมีจิต วิญญาณที่แข็งกล้าแล้ว เขายังสามารถเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้ ไม่เพียงแค่ นั้นเขายังสามารถทำลายกฏของสวรรค์จนสามารถฝึกฝนตำราที่มีเนื้อหา หลงเหลืออยู่เพียง30%ได้สำเร็จอีกอย่างนั้นหรือ?!
มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว… เขาเป็นอัจฉริยะขนาดไหนกันแน่?! ฮ่องซีไม่กล้าแม้แต่จะคาดการณ์ถึงความแข็งแกร่งในอนาคตของเขา!
หลินหมิงตอบกลับไปตามความเป็นจริงว่า “มีการกล่าวถึงพลังการ สั่นสะเทือนในตำรา ‘หมัดสลายกระดูก’ ” เขาไม่ได้คิดที่จะปกปิดมัน หากฮ่องซีคิดที่จะสอนเขา ซักวันฮ่องซีก็ต้องสังเกตเห็นอยู่ดี เว้นแต่ว่าเขา จะไม่ใช้มันอีกเลย
แต่ในความเป็นจริง แม้จะมีใครยืมตำรา‘หมัดสลายกระดูก’ไปฝึกฝน ก็แทบจะไม่มีทางฝึกฝนได้สำเร็จ และหากเขาเป็นคนเดียวที่ฝึกฝนมันได้ สำเร็จ สำนักเจ็ดแก่นแท้และองค์รัชทายาทจะต้องอยากปกป้องเขามาก ขึ้นอีกก็เป็นได้ มันจะทำให้เขาปลอดภัยมากขึ้น
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากหลินหมิง ฮ่องซีถึงกับต้องอึ้งอยู่นาน เขามอง ไปที่หลินหมิงอย่างกับมองปีศาจ!
หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป คงจะไม่มีใครกล้าคิดที่จะถูกดูเขาได้ อีก!
หลินหมิงเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในสำนักเจ็ดแก่นแท้ในช่วงหนึ่ง ร้อยปีมานี้!
มีเพียงแต่ฉินซิงเซวียนเท่านั้นที่พอจะเทียบเขาได้!
“เหลือเชื่อ… ” ฮ่องซีอุทานออกมาหลังจากเงียบอยู่เป็นเวลานาน
“หลินหมิง ในชีวิตของข้า เจ้าคือคนที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุด เท่าที่ข้าเคยพบเห็นมา! แม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์เพียงระดับสาม แต่ด้วย เจตจำนงนักสู้ จิตบริสุทธ์ เจ้าอาจเทียบได้กับผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับห้า แต่ เพียงเท่านี้ก็ยังคงไม่พอที่จะดึงดูดความสนใจจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ แต่ ในสายตาของข้ามีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าจะสามารถเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ ได้มากกว่าหนึ่งรูปแบบ และในวันนั้นแม้แต่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ไม่อาจจะ มองข้ามเจ้าไปได้ และเจ้าจะได้ไปยังทวีปนภาลินไหล! “
เจ้ามีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด ในฐานะอาจารย์ของเจ้า สิ่งใดที่ข้า สามารถจะสอนเจ้าได้ข้าก็จะถ่ายทอดให้เจ้าอย่างเต็มความสามารถ ใน ตอนแรกข้าจะถ่ายทอดความรู้ที่ข้าได้ศึกษาเพิ่มมาด้วยตนเองให้แก่เจ้า แต่ดูเหมือนกว่าความรู้อันไร้ข้อเท็จจริงนั้นอาจจะส่งผลร้ายต่อทักษะหอก ในแบบของเจ้าเองเสียมากกว่า ดังนั้นข้าจะถ่ายทอดเพียงแก่นแท้ของ ทักษะหอกให้เจ้านำไปเป็นรากฐานและต่อยอดเองในแบบที่เป็นของเจ้า “
“ช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ข้าได้ต่อสู้กับเจ้า ข้ารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่ สูงล้ำของเจ้า แต่สิ่งที่เจ้ายังขาดอยู่ก็คือความเร็ว ด้วยความเร็วของเจ้า ในตอนนี้ไม่สามารถที่จะไล่ตามการกระบวนท่าของจู่ยันได้ทัน! “
“หอกที่มีแต่เพียงความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว มันใช้เอาชนะศัตรู ที่เร็วกว่าไม่ได้! หลินหมิงเจ้าจงดูเอาไว้! ฮ่องซีหันหน้าไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง เขาใช้ปล่อยหมัดกระแทกเบาๆให้ใบไม้แก่ๆล่วงโรยลงมา
แววตาของฮ่องซีดูราวกับแววตาของขุนพลผู้กล้า หอกในมือของเขา แทงเข้าไปยังต้นไม้ที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรง!
ฉึก ฉึก ฉึก!
เงาหอกมืดฟ้า!
แม้จะเป็นสายตาที่ยอดเยี่ยมของหลินหมิง ก็ไม่สามารถมองหอกของ ฮ่งซีได้ทัน!
เขาใช้พลังจิตวิญญาณเพื่อช่วยในการมองหอกที่กวัดแกว่งไปอย่าง รวดเร็ว ทันทีที่หอกเสียบทะลุใบไม้แล้ว มันก็จะถูกตวัดไปยังใบไม้ใบอื่น อย่างรวดเร็ว!
เงาของใบไม้มากมายที่ล่วงลงมาค่อยๆหายไปอย่างรวดเร็ว ในไม่กี่ อึดใจก็ปรากฏใบไม้กองหนาอยู่บนปลายหอกของเขา!
ไม่มีใบไม้แม้แต่ใบเดียวที่ตกลงไปบนพื้นดิน
หลินหมิงทำได้แต่อึ้งและตะลึงอยู่กับความเร็วของหอกตรงหน้า!
เห็นได้ชัดว่าปลายหอกของฮ่องซีกว้างมาก ดังนั้นเขาจึงต้องแทง ใบไม้ทุกใบโดยให้แนวยาวของใบไม้ตรงกับด้านยาวของปลายหอก ไม่เช่นนั้นแทนที่ใบไม้จะถูกเสียบอยู่บนหอก ใบไม้เหล่านั้นจะถูกผ่า กลายเป็นสองท่อนแทน!
หลินหมิงมองไปยังหอกของฮ่องซี ใบไม้หลายสิบใบเรียงตัวกันอย่าง หนาแน่นและเป็นระเบียบ นี่เป็นการแสดงฝีมือที่น่าเหลือเชื่อ!
ใบไม้แต่ละใบมีขนาดเล็ก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำเช่นนั้นได้อย่าง สมบูรณ์แบบ นอกจากความเร็วที่สูงมากแล้ว ฮ่องซียังสามารถความคุม พลังกำลังที่เหมาะสมและความแม่นยำได้อย่างไร้ที่ติ!
สำหรับอาวุธประเภทหอก การจะใช้มันให้ได้อย่างคล่องแคล่วเสมือน เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ด้วยเพลาที่ยาว ของอาวุธประเภทนี้ทำให้ยากที่จะควมคุมมัน หากเป็นดาบฮ่องซีก็คงจะ สามารถเสียบทะลุใบไม้ที่ตกลงมาได้ง่ายดายกว่านี้!
ดาบนั้นรวดเร็วกว่าหอกและยังมีความแม่นยำที่สูงกว่า
แต่ดาบก็ไม่สามารถจะเทียบเรื่องความรุนแรงกับหอกได้
การแสดงของฮ่องซีเมื่อครู่นี้ เป็นการเปิดหูเปิดตารับความรู้ที่มีค่า ของหลินหมิง
ฮ่องซีกล่าว “การฝึกหอกเช่นนี้ จะช่วยในเรื่องของจังหวังการจู่โจมที่ สอดคล้องกับลมหายใจ แม้จะไม่ต้องมองเห็นแต่ก็สามารถจู่โจมไปยัง เป้าหมายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ด้วยการฝึกควบคุมพละกำลัง เจ้าจะ
สามารถพลิกแพลงจังหวะรุกรับของหอกได้อย่างอิสระ การฝึกฝนเช่นนี้ เป็นวีธีที่ได้ผลดี! “
“ใบไม้เหล่านี้เปราะบางและถูกตัดขาดได้โดยง่าย หากเจ้าใส่ พละกำลังมากจนเกินไปมันก็จะขาด หากเจ้าสามารถที่จะให้หอกเสียบ ใบไม้ได้ซักหนึ่งโหล เจ้าก็จะประสบความสำเร็จในขั้นตอนแรก เจ้ามีเวลา อีกหนึ่งเดือนที่จะต้องฝึกฝนมันอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ อย่าได้สนใจเรื่องไร้สาระ ต่างๆ เมื่อได้ที่เจ้าสามารถความคุมแรงในแต่ละหอกได้ดั่งใจ ความเร็วใน การใช้หอกของเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นจนสามารถไล่ตามดาบของจูเอี๋ยนได้ทัน!
“ข้าเข้าใจแล้ว”
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่หลินหมิงก็ได้รับประโยชน์อย่างมาก
“เจ้าจงใช้เวลาต่อจากนี้เพื่อฝึกฝนมัน ข้าจะกลับมาสอนขั้นตอน ต่อไปในภายหลัง “
“ขอบใจอาจารย์ฮ่อง”
ปัง! หลินหมิงกระแทกต้นไม้ให้ใบไม้ตกลงมา เขามองและเพ่งสมาธิ ไปยังใบไม้เหล่านั้น และใช้หอกทิ่มแทงเข้าไปอย่างรวดเร็ว
” … “
ใบถูกตัดเป็นสองซีกด้วยหอกของหลินหมิง!
แม้ว่าเขาจะต้องการให้ใบไม้เหล่านั้นถูกเสียบอยู่บนหอก แต่มันก็ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ในชั่วเวลาสั้นๆที่เขาจะตั้งเล็กไปที่ใบไม้ที่กำลัง เคลื่อนไหวใบนั้นอย่างแม่นยำ สังเกตรูปแบบการเคลื่อนไหวของมัน และ แทงหอกเข้าไปเสียบใบไม้ไว้ให้ได้ เขายังห่างไกลกับคำว่าสำเร็จอยู่อีก หลายก้าว
“บางทีข้าควรจะเริ่มต้นฝึกฝนกับใบไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่านี้สัก เล็กน้อย… ” หลินหมิงคิดว่าใบไม้รูปไข่เล็กๆนี้มันยากเกินไปสำหรับเขา ในตอนนี้
เขาหันไปยังต้นไม้อีกชนิดหนึ่ง ใบของมันดูคล้ายๆกับรูปหัวใจและมี ขนาดใหญ่กว่าใบไม้รูปวงรีต้นก่อน หากฝึกกับใบไม้เช่นนี้เขาก็ไม่จำเป็นที่ จะต้องคำนึงถึงมุมที่จะหมุนหอกให้ตรงกับใบไม้ เพราะใบไม้รูปหัวใจนี้ ค่อนข้างจะกลม จะแทงในมุมไหนก็ให้ผลไม่ต่างกัน
“เป็นใบไม้ชนิดที่เหมาะแก่การเริ่มต้นถึงฝน…”
…
หลายต่อหลายวันมานี้ หลินหมิงจะใช้เวลาในช่วงเช้าของวันในการ ฝึกฝนในน้ำตกเยือกแข็งที่ความยากระดับเก้า เพื่อฝึกฝนความแข็งแกร่ง และเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้มากขึ้น ส่วนในช่วงบ่าย เขาจะใช้เวลาในการ ฝึกฝนทักษะหอกตามที่ฮ่องซีได้สั่งสอน และในช่วงเย็นเขาจะฝึกฝนเคล็ด บ่มเพาะของเขา ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ และ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม
เวลากว่าสิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเจตจำจงแห่งนัก สู้ ‘จิตบริสุทธิ์’ ก็มีเสถียรภาพมากขึ้น และด้วยยาเม็ดผสานวิญญาณ ระดับสูงกับหินลมปราณขั้นสอง ทำให้การพัฒนาการของเขาเป็นไปอย่าง รวดเร็ว และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ที่ละเล็กที่ละน้อย
ในตอนนี้ หากหลินหมิงได้ฝึกฝนในน้ำตกเยือกแข็งเขาสามารถที่จะ เข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้ดั่งใจปรารถนา
หลังจากที่ได้ฝึกฝนในสภาวะของเจตจำนงนักสู้ในน้ำตกเยือกแข็ง อย่างต่อเนื่อง ในที่สุดหลินหมิงก็สำเร็จ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ในระดับที่
สองทั้งความหนาแน่นของพลังปราณ ความแข็งแกร่งและความเร็วของ เขาพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในช่วงเย็นวันนั้น หลินหมิงนั่งอยู่คนเดียวในห้องของเขา เขา พยายามปรับสภาพของร่างกายและจิตใจให้มีความพร้อมและสงบนิ่งมาก ที่สุด และค่อยๆนำของรางวัลที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขาออกมา
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง!
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองมีไขกระดูกของมักกรทองเป็นวัตถุดิบหลัก ผสานเข้ากับโอสถสมุนไพรล้ำค่ามากมายนับไม่ถ้วน
ไขกระดูกมังกรทองคือวัตถุดิบที่หายากอย่างยิ่งและไม่อาจจะ ประเมินมูลค่าได้ และขั้นตอนที่จะปรุงมันเข้ากับสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพื่อที่จะดึงประสิทธิภาพของมันออกมาให้มากที่สุดยังมีน้อยคนนักที่จะ ทำได้ ต้องเป็นนักปรุงยาระดับสูงจากนิกายโบราณเท่านั้นถึงจะทำได้ สำเร็จ
ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกปรุงขึ้นในอาณาจักรลิขิตฟ้า แม่แต่ เหล่าองค์ชายก็ยังไม่อาจหามันมาได้ ไม่ว่าจะใช้เงินทองมากมายเพียงใดก็ ตาม
จากนั้นหลินหมิงนำแผ่นจารึก ‘อาคมรักษาวิญญาณ’ ระดับต่ำ ออกมา เขาได้ฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลากว่าครึ่งเดือน เขามีคุณสมบัติ พอที่จะดูดซับยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยทั่วไป เมื่อนักสู้ได้ดูดซับพลังของยาโอสถ พวกเขาจะสามารถดูด ซับพลังของมันได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะแตกกระจายและ สูญสลายไป แต่ด้วยอาคารักษาวิญญาณในจารึกของหลินหมิง มันจะช่วย เพิ่มคุณประโยชน์ของยาและทำให้พลังของยาไม่สูญสลายไปพลังของยา
จะถูกดูดซึมมาแทบทั้งหมด ด้วยผลของมันทำให้ประสิทธิภาพของยา เพิ่มขึ้นหลายเท่า!
หลินหมิงบดขยี้แผ่นจารึก ‘อาคมรักษาวิญญาณ’ ในมือ ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงเจิดจร้าก็ปะทุออกมาจากแผ่นจารึก เปลวไฟลอยออกมา จากแผ่นจารึกทุกทิศทุกทาง มันลอยไปผสานเข้ากับยาเม็ดไขกระดูก มังกรทองอย่างช้าๆ ไม่กี่อึดใจก็มีสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิง ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของจารึกที่ถูกวาดขึ้นโดยหลินหมิงสลักอยู่บนเม็ดยา!