Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 100 สำเร็จขั้นอวัยวะภายในช่วงปลาย
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 100 สำเร็จขั้นอวัยวะภายในช่วงปลาย
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองเป็นยาที่มีให้คุณประโยชน์มากมาย และ
มันก็เป็นยาที่อันตรายมากเช่นกัน ยิ่งถูกเสริมประสิทธิภาพด้วยอาคา
รักษาวิญญาณ หากร่างกายและจิตใจไม่แข็งแกร่งและมีความพร้อมที่มาก
พอแล้วละก็ จะให้ผลร้ายต่อร่างกายเสียมากกว่า ดันนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะ
ใช้มันทันทีที่ได้รับมันมา
แต่ตอนนี้เขาได้สำเร็จ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ขั้นที่สองแล้ว พลังที่
เขาจะได้รับจากยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง จะถูกกลั่นและดูดซับได้
สมบูรณ์มากขึ้นและมีอันตรายที่ลดลง หลินหมิงรู้สึกร่างกายและจิต
วิญญาณของเขาพร้อมต่อการที่จะใช้ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองแล้ว
เขาหายใจลึกๆ ก่อนจะวางยาลงบนปากและกลืนลงไป
ยาไหลลงไปในท้องของเขาอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรเลย
หลินหมิงรู้ว่านี่เป็นเพียงความสงบก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
เมื่อใดก็ตามที่ยาเริ่มละลาย ความเจ็บปวดอย่างสุดแสนจะทรมานก็จะ
ตามมา
หลินหมิงได้เตรียมถังน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ เขากระโดดลงไปข้างในถัง
ที่เต็มไปด้วยน้ำและเริ่มโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ น้ำที่อยู่รอบ
กายของเขาจะช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไป หลินหมิงรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจะ
กระเพราะอาหารของเขา ความร้อนแผ่ออกไปทั่วร่างกาย อย่างกับว่าเขา
กำลังอยู่ทร่ามกลางเตาเผา ผิวกายของเขาเดือดพล่าน เสมือนว่าทั่วร่าง
ของเขากำลังจะลุกเป็นไฟ!
นอกจากอาคมรักษาวิญญาที่หลินหมิงจารึกลงบนยาเม็ดไขกระดูก
มังกรทอง จะช่วยให้สามารถดูดซับพลังของมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แล้ว มันยังส่งผลให้ความเจ็บปวดทรมานระหว่างดูดซับพลังของยาเพิ่ม
สูงขึ้นด้วย!
ยาโอสถพญางูทองคำให้ความรู้สึกหยาวเย็นอย่างสุดขั่ว แต่สำหรับ
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองมันกลับให้ความรู้สึกร้อนระอุเหมือนเปลวไฟ
จากนรกโลกันต์ ความร้อนระอุที่เกิดขึ้นจากภายในเป็นสิ่งที่ยากจะทนได้!
หลิงหมิงรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาถูกไอร้อนทิ่มแทงไปทั่วทุกบริเวณ
เป็นความเจ็บปวดทรมานอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
ในตอนแรกเขาก็พอจะสามารถโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เพื่อ
บรรเทาความเจ็บปวดได้ในระดับหนึ่ง แต่ในตอนนี้ความเจ็บปวดที่ทิ่ม
แทงเข้ามามันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอลงและไม่
สามารถที่จะโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ได้อีก นี่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะ
ทนรับและดูดซับมันเอาไว้ได้ แม้ว่าหลินหมิงจะมีจิตใจที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่
เขากำลังเผชิญอยู่นี้มันโหดร้ายเกินไป
น้ำในอ่างร้อนขึ้นๆ มันค่อยๆระเหยกลายเป็นไอสีขาว บริเวณ
โดยรอบที่เขาอยู่เต็มไปด้วยไอน้ำ
เกิดอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อขึ้นกับร่างกายของหลินหิงอย่างไม่
ทราบสาเหตุ และดูเหมือนว่าทุกอณูในร่างกายของเขาจะเริ่มหายใจผสาน
กันเป็นหนึ่งเดียว และแต่ละอณูก็จะช่วยดูดซับพลังความร้อนที่เกิดขึ้น
ภายในร่างกายของหลินหมิง
อณูเล็กๆนับล้านในร่างกายค่อยๆสร้างพลังปราณขึ้นมาต้านทาน
ความร้อนที่เกิดขึ้นในร่างกายของหลินหมิง และช่วยดูดซับความร้อนที่
ทิ่มแทงเข้ามาด้วยการสั่นสะเทือนของมัน “หรือว่า… นี่คือ…”
เมื่อหลินหมิงกินยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง ทุกอณูในร่างกายของเขา
ก็สั่นสะเทือนตามวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ที่เขาได้ฝึกฝนมา การ
สั่นสะเทือนของอญูเล็กๆทั่วร่างกายทำให้การดูดซึมพลังจากยาเป็นไปได้
อย่างเรียบง่ายมากขึ้น ทุกอณูในร่างกายเกิดการสั่นสะเทือนไปตาม
สัญชาตญาณเหมือนกับการหายใจ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องมีสติเพื่อที่จะ
บังคับมัน
นี่คือผลของการฝึกวิชา ลื่นไหลดุจแพรไหม…
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เป็นเคล็ดบ่มเพาะล้ำเลิศจากแดนเทวะ ไม่รู้
ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหรแล้วที่มันช่วยหลินหมิงเอาไว้ เขาอยากจะขอบใจ
โชคชะตาที่ทำให้เขาได้พบมัน
หากไร้ซึ่งวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ เขาคงจะต้องเจ็บปวดทรมาน
อย่างแสนสาหัส และจะทำให้อวัยวะภายในขอเขาเสียหายอย่างรุนแรง
มันจะส่งผลร้ายต่อการต่อสู้ของเขา หากเป็นเช่นนั้นจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ
เพื่อเยี่ยวยารักษา
แต่ด้วยผลของวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ทำให้ร่างกายของเขากลั่น
และดูดซับพลังจากยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองได้อย่างสมบูรณ์
เวลาผ่านไปกว่า2ชั่วโมงแล้ว หลินหมิงก็ยังแช่ตัวอยู่ในถึงน้ำใบเดิมที่
เต็มไปด้วยน้ำที่ร้อนจัด
ด้วยผลจากการดูดซับพลังของยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง ทำให้การ
ฝึกฝนของเขาที่จากเดิมอยู่ในช่วงต้นของขั้นที่สาม สามารถก้าวไปยังช่วง
ปลายของขั้นที่สามได้!
หลินหมิงเปิดตาทั้งสองและสูดหายใจเข้าลึกๆ อากาศโดยรอบเต็มไป
ด้วยไอน้ำ
ลมหายใจเขาเหมือนน้ำวน ในความทรงจำจากแดนเทวะ ผู้คนที่
ฝึกฝนไปถึงขั้นที่สูงขึ้นจะมีการพัฒนาลมหายใจของเขาขึ้นเรื่อยๆ และ
เมื่อการหายใจเป็นดั่งฟ้าคำราม ก็เท่ากับว่าพวกเขามีอำนาจที่จะทลาย
ผืนฟ้าแยกพสุธาได้
หลังจากที่ก้าวไปถึงการฝึกฝนขั้นที่สามช่วงปลาย หลินหมิงก็ไม่ลืมที่
จะทดสอบพละกำลังของเขา เขาต้องการจะรู้ว่าในขณะนี้เขายังเป็นรองห
ลิงเซ็นอีกเท่าไร
ในเวลากลางดึก เขามุ่งหน้าไปยังห้องวัดความแข็งแกร่ง และสุ่ม
เลือกแท่นทดสอบแท่นหนึ่ง เขาอธิษฐานให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นมา
ในระดับที่น่าพอใจ เขารวมรวมพลังและปล่อยหมัดออกไป!
ปึงง!
เป็นเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ค่าพละกำลังเองก็กำลังพุ่งขึ้นสูงอย่างไม่
มีทีท่าว่าจะหยุดลงที่ค่าใดค่าหนึ่ง!
5000 จิน!
5100 จิน!
5200 จิน!
และในที่สุดมันก็ค่อยๆหยุดลงที่ 5300 จิน!
เมื่อเห็นผลของการวัดพละกำลัง หลินหมิงก็ถอนหายใจออกมาอย่าง
โล่งอก ในที่สุดเขาก็ตามหลิงเซ็นได้ทัน!
ด้วย ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ขั้นที่สองและการฝึกฝนช่วงปลายของ
ขั้นที่สาม ทำให้เขามีพละกำลังถึง 5000 จิน!
“ในวันแรกที่เขาทดสอบ หลินเซ็นได้แสดงพละกำลัง 4900 จินออก
มา แน่นอนว่าพลังที่แท้จริงของเขาจะต้องมากกว่านั้น ”
” แต่สิ่งที่น่ากลัวไม่ได้อยู่ที่พละกำลังของเขา ประสบการณ์และ
ทักษะการต่อสู้ที่ได้จากการเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ และก้าวข้าม
ความตายมานับครั้งไม่ถ้วนต่างหากที่น่ากลัว สัญชาตญาณในการต่อสู้
ของเขาจะถูกขัดเกลาอย่างเฉียบคม ไม่ใช่แค่พละกำลังของข้าที่ยังอ่อน
ด้อยกว่าเขา ประสบการณ์และทักษะการต่อสู้ของข้าก็ยังเป็นรองหลิงเซ็น
อยู่อีกหลายขั้น! ”
…
สิบวันผ่านไป
ปึง!
หมัดของหลินหมิงกระแทงต้นไม้อย่างรุนแรง ใบไม้นับไม่ถ้วนร่วงโรย
ลงมา หลินหมิงกวัดแกว่งหอกทะลวงสายรุ้งอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่า!
ฉึก ฉึก ฉึก!
ในช่วงหนึ่งลมหายใจเขาสามารถที่จะใช้หอกแทงทะลุให้ใบไม้เสียอยู่
บนหอกได้กว่าสิบใบ นี่เป็นผลของการฝึกฝนที่สมบูรณ์แบบ!
แต่ใบไม้ที่ถูกเสียบอยู่บนหอกก็ยังไม่เรียงตัวกันเป็นระเบียบ
เรียบร้อยเหมือนในครั้งที่ฮ่องซีได้แสดงให้ดู แต่เขาก็เข้าใจถึงการความคุม
พลังในแต่ละหอกแล้ว ความเร็วในการใช้หอกของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“ยอดเยี่ยม!” ฮ่องซีกล่าว มีศิษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้ยินคำเอ่ย
ชมจากปากของฮ่องซีเช่นนี้
“ด้วยระยะเวลาเพียง20วัน เจ้าก็สามารถก้าวไปถึงการฝึกฝนขั้นที่
สามช่วงปลายได้ เจตจำนงนักสู้ของเจ้าเป็นสิ่งที่น่าอิจฉา ”
ครั้งก่อน ฮ่องซีได้สอนทักษะหอกให้หลินหมิง และหลังจากนั้นเพียง
10วัน หลินหมิงก็มีการฝึกฝนที่สูงขึ้นอีกก้าว และมีความเร็วในการใช้หอก
ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮ่องซีตะลึงอย่างมาก
หลินหมิงกล่าว “ที่จริงข้าพึ่งจะใช้ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองไป
หลังจากที่ท่านได้สอนทักษะการใช้หอกให้แก่ข้า นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ข้า
มีพัฒนาการที่รวดเร็วในช่วงสั้นๆที่ผ่านมาเช่นนี้ ”
เมื่อฮ่องซีได้ฟังก็ยิ่งตกใจ หมายความว่าก่อนหน้านี้เขาก้าวมาถึงขั้นที่
สามช่วงต้นได้โดยอาศัยเพียงแค่ยาโอสถพญางูทองคำอย่างนั้นหรือ?!
ฮ่องซีกล่าว “ข้าคิดว่าการที่การฝึกฝนของเจ้าบรรลุมาถึงขั้นที่สาม
ช่วงต้นได้เป็นเพราะยาโอสถล้ำค่าทั้งสอนนั้นเสียอีก หากในวันนั้นที่เจ้า
ก้าวจะขั้นที่สองตอนปลายมาเป็นขั้นที่สามช่วงต้น เจ้าใช้เพียงแค่ ยา
โอสถพญางูทองคำ แสดงว่าร่างกายของเจ้านั้นสามารถดูดซับพลังของ
อย่างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจนน่าเหลือเชื่อ!
“เพียงแค่สิบวัน ทักษะหอกของเจ้าก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมี
เสถียรภาพ เดิมที่หอกนั้นมีกระบวนท่ามากกว่านี้ ต่างกับดาบที่ทำได้
เพียงแทงและฟาดฟัน หอกสามารถร่ายรำ กวาด แทงตวัด และอะไรอื่นๆ
อีกมากมาย ข้าคงช่วยสอนให้เจ้าได้เพียงเรื่องเหล่านี้ เตรียมตัวให้ดี…”
“เริ่ม! ข้าจะปรับพลังปราณของข้าให้อยู่ในระดับเดียวกับเจ้า แต่ข้า
จะไม่แสดงความเมตตาระหว่างที่ต่อสู้กับเจ้า” เมื่อกล่าวจบหอกที่ถูกจับ
อย่างมั่นคงในมือของฮ่องซีก็มุ่งหน้ามายังหลินหมิง
ฮ่องซีระงับพลังปราณให้อยู่ในระดับเดียวกับหลินหมิง สิ่งที่เขา
เหนือกว่าหลินหมิงในขณะนี้มีเพียงทักษะในการใช้หอกและความเร็วใน
การใช้หอกเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ฮ่องซีต้องการถ่ายทอดให้หลินหมิง
ผ่านการต่อสู้ของพวกเขา!
“เร็วเหลือเกิน! หลินหมิงรู้สึกได้ว่าหอกของฮ่องซีนั้นเร็วมาก
เป้ง!
หลินหมิงคว้าหอกทะลวงสายรุ้งออกมาใช้ตั้งรับ แม้ว่าพละกำลังของ
เขาจะเกิน5000จินไปแล้ว แต่การปะทะก็ยังทำให้ฝ่ามือของเขาเกิด
อาการชาขึ้นมา
ถึงแม้ฮ่องซีจะใช้พลังปราณเพียงในระดับที่เท่ากับหลินหมิงในการ
ต่อสู้ครั้งนี้ แต่เขาก็เป็นถึงนักสู้ขั้นผสานชีพจร พละกำลังของเขาสูงกว่า
หลินหมิงเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะพลังการสั่นสะเทือนจาก ‘ลื่นไหล
ดุจแพรไหม’ ที่ช่วยตั้งรับการจู่โจมจากฮ่องซี เขาคงจะกระเด็นลอยไป
ไกลจากการปะทะเมื่อครู่