Miracle Throne บัลลังก์แห่งปาฏิหาริย์ - บทที่ 430 การต่อสู้ที่หนักหน่วง
หัวหน้าออ-นวอเตอได้ระเบิดพลังวิญญาณออกมาในทันที,
ก่อนที่จะปรากฏพลังที่รุนแรงรวมตัวกลายเป็นรูปร่างของ
กระทิงขนาดใหญ่ยักษ์,นี่คือภูติวิญญาณของเผ่ามิโนทอร์ซึ่งดู
จะแตกต่างจากเหล่ามิโนทอร์ทั่วไป,ภูติวิญญาณของออ-นวอ
เตอนั้นมีสีทองอร่ามเหมือนกับราชากระทิงก็ไม่ปาน.
ราชากระทิงตัวสีทองอร่ามนั้นนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้ายเป็น
อย่างมาก,ภูติวิญญาณตนนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มพลังขึ้นมามากมาย
มหาศาล,พลังป้องกันเองก็เพิ่มขึ้นอย่างยิ่งยวดอีกด้วย,สิ่ง
สำคัญที่สุดราชากระทิงสีแดงนั้นเป็นสัตว์อสูรที่มีคุณสมบัติ
ธาตุคู่,ไม่เพียงแต่มีพลังป้องกันธาตุดินที่มีพลังป้องกันและ
โจมตีมหาศาล,ยังมีคุณสมบัติธาตุวิญญาณที่หายากมากๆด้วย.
นี่คือคุณสมบัติในตำนาน,ราชากระทิงทองอร่ามที่สามารถ
สังหารเหล่าปิศาจร้ายได้!
เป็นคุณสมบัติที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญแห่งความมืดต้องระวัง!
แน่นอนด้วยการมีคุณสมบัติทางวิญญาณ,จึงมีพลังโจมตีทาง
จิตวิญญาณที่รุนแรงเป็นอย่างมาก,ราชากระทิงสีทองอร่าม
ของออ-นวอเตอนั้น,จึงบอกได้เลยว่าเป็นตัวตนที่ร้ายกาจใน
การโจมตีเหล่าอสูรแห่งความมืดเป็นอย่างมาก.
อสูรผีดิบในเวลานี้กำลังถูกบดขยี้,ถูกไล่ล่าสังหารทำลายล้างไป
อย่างสิ้นเชิง.
เมื่อออ-นวอเตอที่ออกคำสั่ง,เหล่านักรบมิโนทอร์หลายร้อยคน
เองก็ปลดปล่อยภูติวิญญาณออกมา,กลายเป็นรูปร่างกระทิง
ตัวใหญ่โต,ทำให้พื้นที่รอบๆนั้นเต็มไปด้วยกระทิงจิตวิญญาณ
มากมายเต็มไปทั่วบริเวณ.
เสียงคำรามดังลั่นไปทั่วทั้งปา,ดังสนั่นปกคลุมกระจายไปรอบๆ
ในเวลาเดียวกัน.
นักรบหลายร้อยคนที่พุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่งพร้อมๆกัน.
ผืนปฐพีที่สั่นสะเทือน,ผืนป่าที่สั่นเป็นระรอกๆ.
เผ่ามิโนทอร์ที่มีร่างกายแข็งแกร่งที่สุดได้บุกทะลวงเป็นแนว
หน้า,ทุกหนทุกแห่งที่เขาพุ่งผ่าน,ถูกบดขยี้ได้อย่างง่ายๆ,ไม่ว่า
จะเป็นท่อนไม้,ศิลา,แตกออกเป็นเสี่ยงๆ,ซ้ าพวกเขายังมี
ความเร็ว,สามารถที่จะบดขยี้ศพทมิฬ,ผีดิบกินศพ,ไม่มีแม้แต่
เวลาที่จะตอบสนอง,พวกมันที่ถูกกระทิงลากไถ,พุ่งออกไปเป็น
คลื่นพลังกระแทกร่างกายลอยละลิ่ว,ถูกเสยไถลลอยออกไป.
กระดูกที่แตกหักสะบั้น,ร่างกายที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ.
เหล่าศพและผีดิบกินศพเมื่ออยู่ต่อหน้ามิโนทอร์,เปราะบาง
แทบจะไม่ต่างจากระดาษลอยละล่องแตกกระจายถูกฉีกขาด
เป็นเสี่ยงๆ,ความแข็งแกร่งของมิโนทอร์นั้นมีพลังในการพุ่งเขา
ชนที่น่าหวาดกลัวมาก,เห็นได้อย่างชัดเจนพวกเขาแข็งแกร่ง
อย่างไม่ต้องสงสัย.
ฉู่เทียนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก”พวกเขามีความ
แข็งแกร่งขนาดนี้เลยรึ?”
“มิโนทอร์ออ-นวอเตอ,แม้ว่าจะไม่ได้มีมันสมองที่ยอดเยี่ยมนัก
,ทว่าทักษะการต่อสู้กับนับว่ายอดเยี่ยม.”เตอลวอลีซือนั้นรับรู้
เรื่องนี้ดี.
พลังพุ่งเข้าชนของมิโนทอร์นั้นทั้งคลื่นพลังและคลื่นเสียงมีพลัง
รุนแรงมาก,กองกำลังผีดิบที่กองรวมกันนั้นอย่างน้อยที่สุดก็มีซื
อหลิงซูซืออย่างน้อย 20-30 คนที่ขี่ผีดิบศิลา,พวกมันที่นำผีดิบ
ศิลานับสิบตัน,สร้างม่านพลังป้องกันเผ่ามิโนทอร์.
พลังของมิโนทอร์นั้นน่าเกรงขามมาก,ในเวลานี้ร่างของพวก
เขาที่โชกไปด้วยเศษเนื้อ.
ร่างกายของซือหลิงซูซือนั้นแข็งแกร่งกว่าร่างของมนุษย์มาก,
หากแต่เวลานี้กลายเป็นเศษเนื้อไปไม่น้อย,อย่างไรก็ตาม
เหล่าซือหลิงเองก็ใช้อาคมตอบโต้ด้วยอาคมคำสาบพวกเขา
ด้วยช่วยกัน,เคอลาเคอและเหล่าจีซือลวีตีหลายคนที่ขี่เหยียว
เขาเดียวที่บินเหินอยู่บนอากาศ.
เหล่าซือหลิงซูซือที่เตรียมโจมตีมิโนทอร์,เหล่าจี่ซือลวีตีก็ลงมือ
โจมตีในทันที,เหล่าโนมนั้นมีพลังจากเทพแห่งพงไพร,ซึ่งจะมี
พลังแห่งชีวิตที่แข็งแกร่งมาก,ซึ่งแน่นอนว่าเป็นพลังที่ตรงข้าม
กับลัทธิ์ซือหลิงโดยสิ้นเชิง.
เคอลาเคอและคนอื่นๆที่เป็นกองสนับสนุนป้องกันที่แข็งแกร่ง
,ทำให้การโจมตีเหล่าซือหลิงซูซือเป็นไปด้วยพลังงาน
ประสิทธิภาพ.
“เจ้าพวกโนมมันจะได้ใจเกินไปแล้ว!”
“สังหารพวกมันเร็วเข้า!”
เหล่าโนมและซือหลิงซูซือที่เข้าต่อสู้กันกลางอากาศ,เหล่าโนม
ที่มีสัตว์ขี่เป็นเหยี่ยวเขาเดี่ยว,แน่นอนว่ายากที่จะต้านทานผี
ดิบศิลาได้,ซ้ าเหล่าผีดิบศิลาก็มีจำนวนมากมายมหาศาล
เพียงใด? เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันตรงๆ,ทำให้เหล่าโนม
จำเป็นต้องถอยหลีกหนีออกมา.
จี่ซือซือหลิงตนหนึ่งปล่อยลำแสงคำสาปเป็นหินใส่โนมที่อยู่บน
เหยี่ยวเขาเดียวทันที,เป็นพลังคำสาปที่รุนแรงมากสามารถทำ
ให้สิ่งมีชีวิตกลายเป็นศิลาในทันที,โนมตนหนึ่งที่กระโดดออก
จากสัตว์ขี่ของเขา,พร้อมกับปล่อยลูกศรสีเขียวพุ่งออกมา.
ผีดิบศิลานั้นถูกยิงด้วยศรแห่งชีวิตเข้าไปที่ปีกของมัน.
“ตาย!”
เหล่าจี่ซือ ซือหลิงที่นั่งอยู่บนผีดิบศิลาที่เสียหลักปรากฏเป็น
เงาสีม่วงดำพุ่งเข้ามา, เมื่อโนมถูกสลัดให้ตกลงจากสัตว์ขี่,แทบ
จะในทันทีเขาไม่สามารถตอบสนองได้ทันก็ปรากฏเป็นอีกาสี
ดำลอบโจมตีทะลวงมายังหน้าอกของจี่ซือซือหลิงทันที.
จี่ซือ ซือหลิงที่ตะโกนออกมาด้วยท่าทางตื่นตะหนก,”ซาแมนอู๋
ซือ!”
ร่างกายของเขาได้ยินเสียงดังก้องถูกทะลวงเข้ามา.
เหล่าอีกานับไม่ถ้วนที่ทะลวงไปยังร่างของจี่ซือ ซือหลิง, สัตว์ขี่
ของเขาก็เช่นกัน,ถูกเข้าปะทะอย่างรุนแรง,เหล่าซาแมนอู๋ซือ
นั้นได้ใช้ค้างคาวยักษ์เป็นสัตว์ขี่เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้,อาคม
ของซาแมนโดยทั่วไปแล้วจะไม่มีผลต่อผีดิบ,ทว่าการเข้า
โจมตีซือหลิงซูซือตรงๆ,ก็ยังเป็นความสามารถที่อันตรายไม่
น้อย.
จี่ซือซือหลิง คนหนึ่งที่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ”หม่าเออ
ซือ เจ้าขยะ,ให้ทำงานเพียงแค่นี้ก็ไม่สำเร็จ,คาดไม่ถึงเลยว่าจะ
มีพวกทรยศมากมายขนาดนี้!”
หลู่ซือที่นั่งอยู่บนค้างคาวอาคมขนาดมหึมา.
ยังกล่าวไม่ถึงครึ่งคำด้วยซ้ า,ฝูงแมลงพิษมากมายมืดฟ้ามัวดิน
ที่โผล่พุ่งออกมาแต่ไกล,วิชาควบคุมแมลงอาคมของซาแมนอู๋
ซือนั้น,แม้ว่าเหล่าผีดิบศิลาจะไม่หวาดกลัว,ทว่าเหล่าซือหลิง
ซูซือนั้นยังเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่,ซาแมนเข้าใจเรื่องนี้ดี,พวกเขาไม่มี
ทางที่จะปัดป้องแมลงอาคมพิษพวกเขาแน่,ดังนั้นแน่นอนว่า
พวกเขาย่อมไม่กล้าเข้าใกล้ง่ายๆ.
เหล่าโนมที่รับหน้าที่ยิงผีดิบศิลาด้วยคันศร.
ในเวลาเดียวกันนั้น,การต่อสู้ในป่านั้นเข้าสู่ขั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
,กองกำลังผีดิบนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเพิ่งถูกหลอมขึ้นมา
เมื่อไม่นาน.
ผีดิบเหล่านี้ก่อนหน้านั้นเป็นชาวเผ่าพื้นเมืองในดินแดนแห่งนี้,
เพราะว่าได้รับพลังแห่งความตายที่หนาแน่น,ดังนั้นจึงได้
กลายเป็นผีดิบ,เหล่าผีดิบนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อตอนมี
ชีวิตซะอีก,หากแต่พวกมันไม่มีสติปัญญา,ทำให้ไม่สามารถใช้
วิชาที่เคยมีก่อนตายได้,ไม่ว่าจะเป็นศพทมิฬ,หรือผีดิบกินศพ,
เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะต้านกองกำลังของเมืองลวีตีได้.
อย่างไรก็ตามในเวลานั้น.
ที่ด้านหน้าของพวกเขานั้นมีเซิ้งหวู่ห้าตนที่กำลังวิ่งเข้ามา.
เหล่าเซิ้งหวู่ทั้งห้าตนนี้แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับตัวเมื่อวานนี้ที่ถูก
สังหารในเมืองลวีตี.
แต่ถึงกระนั้นก็มีพลังเขตแดนภูติแท้ระดับ 4 ทีเดียว,ตอนนี้ยัง
มีด้วยกันถึงห้าตน,นับว่าเป็นพลังที่น่าพรั่นพรึงไม่น้อย.
ซือหลิงซูซือนั้นจะควบคุมผีดิบศิลาและผีดิบกินศพ,ตลอดจน
ศพทั่วไป,ที่ตรงกลางมีเซิ้งหวู่ห้าตน,นับว่าเป็นการจัดขบวน
ต่อสู้อย่างหนึ่ง,เพราะว่าเซิ้งหวู่นั้นสามารถปล่อยหมอกพิษ
แห่งความตายออกมาได้,ซึ่งเป็นหมอกพิษที่คุกคามสิ่งมีชีวิต
อย่างร้ายแรง,และยังเป็นหมอกที่ปกป้องเหล่าผีดิบไม่ให้ได้รับ
บาดเจ็บ,ซึ่งนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เหล่าผีดิบนั้นยากที่จะถูก
จัดการให้สิ้นซากไปได้.
ใบหน้าของเตอลวอลีซือที่ขมวดไปมา”สาวกของเทพสรรพ
สัตว์เตรียมลงมือ!”
เหล่าผู้เชี่ยวชาญหลายร้อยคนของลัทธิเทพสรรพสัตว์ได้ทำ
การใช้วิชาอัญเชิญ,สัตว์อสูรวิญญาณหลายร้อยตนได้ปรากฏ
ขึ้นมาด้านหน้าแล้ว,แม้ว่าทักษะของมันนั้นจะไม่แข็งแกร่ง
มากมายนัก,ทว่าพวกมันนั้นเป็นร่างจิตวิญญาณ,ดังนั้นการพุ่ง
เข้าไปนั้น,จึงไม่ได้หวาดกลัวก๊าซพิษของพวกซือหลิงแน่นอน.
แต่ถึงอย่างนั้นปริมาณของอสูรที่พวกเขาอัญเชิญมานั้นก็ไม่มี
จำนวนมากพอ.
พวกเขาจะสามารถป้องกันศัตรูด้านหน้าได้นานเท่าไหร่กัน.
ขณะที่การต่อสู้กำลังหนักหน่วงอยู่นั้น,ก็มีบางสิ่งบางอย่าง
เกิดขึ้น,เสียงสายฟ้าที่ดังลั่นมาแต่ไกล,เมฆาสีชาติทมิฬที่ค่อยๆ
รวมตัวกันอย่างรวดเร็วก่อนที่จะขยายออกมาในพริบตาเดียว
,พร้อมกับปรากฏค่ายกลขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดใช้งานขึ้นที่บน
ท้องฟ้า.
ค่ายกลอักขระนี้มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก.
แทบจะปกคลุมผืนนภาแห่งนี้เอาไว้เลย.
แย่แล้ว.
อู๋เหยาเริ่มแผนการเร็วกว่าเดิม,คิดว่าพิธีกรรมของมันคงจะทำ
ให้เสร็จสิ้นก่อนเวลาแน่,ค่ายกลดังกล่าวนี้มีพลังความมืดที่
เข้มข้นมาก,ด้วยความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เพียงพอที่จะทำลาย
เมืองลวีตีได้เลย,พวกเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว.
“แย่แน่ๆ.”
“ที่ด้านหน้านั้นมีฝูงผีดิบมากจนเกินไป.”
“ซ้ ายังมีพวกเซิ้งหวู่ที่ยังไม่ออกมาโจมตีเลย,ทำให้กองกำลัง
ของพวกมันสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ไม่ถูกสังหารไปง่าย!”
เมฆสีชาดทมิฬที่กำลังแผ่ออกไปเรื่อยๆ,บางส่วนที่แผ่ออกมา
ปกคลุมพวกเขาแล้ว,ทุกคนสัมผัสได้ถึงพลังความมืดที่อัดแน่น
อยู่ด้านใน,ทำให้ทุกคนถึงกับจ้องมองอย่างหมดหนทางเมื่อ
พวกมันใกล้เข้ามา.
คลื่นนนน!
เสียงดังสนั่นเลื่อนลั่นปฐพี!
สายฟ้าสีทมิฬที่ฟาดลงมาจากเหล่าหมู่มวลเมฆาอันดำมืด.
สายฟ้าหลายสายที่ฟาดลงมายังร่างของอสูรจิตวิญญาณของ
พวกเขาอย่างแม่นยำ,อสูรจิตวิญญาณหลายตนหายเป็นกลุ่ม
ควันในทันที,นี่แค่เพียงเริ่มต้นเท่านั้น,สายฟ้าสีทมิฬยังโจมตี
ออกมามากขึ้นและมากขึ้น,พลังของมันนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่ง
ความมืด,หากว่ามันฟาดลงมายังเหล่าซือหลิงซูซือ,หรือเหล่าผี
ดิบ,ก็จะทำให้พวกมันมีพลังเพิ่มมากขึ้นในทันที.
ใบหน้าของเตอลวอลีซือที่ดูกังวลมากขึ้นและก็มากขึ้น,”ไม่ได้
การแล้ว,พวกเราจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”
ฉู่เทียนส่ายหน้าไปมา”ไม่ได้เรื่องเลย,ถึงตาขาออกโรงแล้ว.”
“หูหลี,เจ้าออกโรงได้แล้ว!”
จิ้งจอกน้อยที่กระโดดออกไป,เปลี่ยนเป็นกลุ่มควัน,ก่อนที่จะ
ไปปรากฏห่างออกไปหลายร้อยเมตรบนอากาศ,เป็นการ
เคลื่อนไหวในชั่วพริบตา,เพียงพริบตาเดียวเหล่าหมู่มวลเมฆาก็
มาปรากฏบนหัวของมันแล้ว.
ร่างของจิ้งจอกน้อยที่สีขาวบริสุทธิไม่สนใจเหล่ามวลเมฆขนาด
ใหญ่ที่มีพลังงานมหาศาลด้านหน้าเลยแม้แต่น้อย.
และแล้ว,เพียงแค่มันสูดหายใจเข้ามาเบาๆ,แทบจะในทันทีราว
กับสายน้ าขนาดใหญ่ที่ไหลลงสู่ทะเล,พลังงานที่มากมาย
มหาศาลที่อัดแน่นจนการเป็นเหล่ามวลเมฆานั้นก็เปลี่ยนไป,
พลังงานจากทุกทิศทุกทางพรั่งพูวิ่งเข้ามาในร่างของจิ้งจอก
น้อย,สายฟ้าแห่งความตายที่ฟาดมาเป็นจังหวะหายไป
ในทันที.
ฉู่เทียนที่ใช้วิชามิติหลบหนีก่อนที่จะพุ่งออกไปเข้าหาเหล่าผี
ดิบ,ผีดิบศิลาและผีดิบกินศบที่ร้ายล้อม,ไม่มีทางที่จะมีใคร
สามารถต้านทานฉู่เทียนได้,ร่างทั้ง 18 ที่เคลื่อนไหวตามฉู่
เทียนมา,ความเร็วของพวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่าฉู่เทียนเลย, ศพ
ทมิฬโลหิตเทวะทั้ง 18 ตนนั้นมีประกายแสงระยิบระยับโชติ
ช่วงทั่วร่าง,ราวกับได้กลายเป็นรูปปั้นทองคำ.
เพียงแค่ฝ่ามือเดียว.
เหล่าผีดิบศิลาก็ถูกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ.
เหล่าผีดิบที่มีสถานะต่ าสุดนั้นเปราะบางมากๆ,เพียงแค่หมัด
เดียวก็แตกกระจายไปเกือบหมด,เมื่ออยู่ต่อหน้าของศพทมิฬ
โลหิตเทวะเหล่าผีดิบระดับต่ าก็ไม่ต่างจากมดปลวก,เพียงแต่
ถูกประกายแสงของศพทมิฬโลหิตเทวะเท่านั้น,เหล่าผีดิบก็
พลังทลายแล้ว,ร่างกายของพวกมันตัวแล้วตัวเล่าที่กลายเป็น
ผงแป้งไป,เพียงแค่ฝ่ามือเดียวของศพทมิฬโลหิตเทวะเท่านั้น,
ทุกๆก้าวที่พวกมันก้าวผ่าน,ไม่จำเป็นต้องลงมือโจมตีด้วยซ้ า.
ฉู่เทียนพึงพอใจกับความแข็งแกร่งของศพทมิฬโลหิตเทวะเป็น
อย่างมาก.
นี่เป็นโอกาสที่ดีแล้วที่จะใช้ทดสอบความแข็งแกร่งของพวก
มัน.
ฉู่เทียนที่ออกคำสั่งต่อศพทมิฬโลหิตเทวะตั้งแต่ตอนแรกแล้ว,
สามตนคอยคุมกันเขา,ส่วนอีก 15 ตนแบ่งออกไปกลุ่มละสาม
ห้ากลุ่ม,จุดมุ่งหมายก็คือซิ้งหวู่แต่ละตนนั่นเอง!
ฉู่เทียนจำเป็นต้องควบคุมเหล่าศพทมิฬโลหิตเทวะออกไป,
เพื่อที่จะทำกลายเซิ้งหวู่เพื่อให้เหล่าผีดิบที่อยู่รอบๆไม่สามารถ
คืนชีพได้นั่นเอง.
เขาเพียงคนเดียวเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จ,และรอบๆร่างของ
เซิ้งหวู่เองก็มีผีดิบกินศพและผีดิบศิลาปกป้องอยู่ด้วย,ด้วยศพ
ทมิฬโลหิตเทวะทีมล่ะสามตนยังบอกไม่ได้ว่าจะเข้าใกล้ร่าง
ของมันได้หรือไม่?
ทว่าฉู่เทียนเองก็มั่นใจในศพทมิฬโลหิตเทวะของเขาเป็นอย่าง
มาก.
หุ่นเชิดต่อสู้ที่สร้างขึ้นมาโดยการดูดซับความแข็งแกร่งของ
เทพวิญญาณ,พลังของพวกมันไม่สามารถที่จะดูถูกได้อย่าง
แน่นอน.
ที่มาจากhttps://lnmtl.com/novel/miracle-throne