Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 3 : ทะลุมิติเกิดใหม่ในร่างเดิมที่โลกคู่ขนาน
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 3 : ทะลุมิติเกิดใหม่ในร่างเดิมที่โลกคู่ขนาน
“ไคไคจิน(กิน)เร็วๆซี่~ เดี๋ยวแม่ก็ตื่นมาเห็นหร๊อกก”
เสียงเล็กๆ ที่พยายามกระซิบกระซาบแฝดน้องเบา ๆ อย่างสุด
ชีวิต แต่เพราะกลัวว่าเสียงกระซิบของตนจะดังเกินไปจึงยื่น
ปากน้อย ๆ มาพูดชิดติดริมหูของน้องชายจนน้ำลายเลอะหู
ของคนน้องไปหมด
“อื้มม” น้องชายก็ส่งเสียงรับคำพยักหน้ารัว ๆ พร้อม
ยกมือน้อย ๆ เช็ดน้ำลายพี่ชายจากใบหูของตนเองปอย ๆ
ก่อนเช็ดมือของตนเองที่เปื้อนน้ำลายกับเสื้อของคนพี่อีกที
“อร่อยไหม” เสียงพี่ชายเอ่ยถาม ตามองดูไข่ไก่ฟองเล็ก
ๆ ในมือน้องชายพร้อมกลืนน้ำลายไปด้วย
“อื้มม อร่อยนะตูตูกินสิ” มือน้อยทั้งเปื้อนทั้งดำค่อย ๆ
บิไข่ไก่ฟองเล็ก ๆ ออกมาครึ่งหนึ่งแบ่งให้พี่ชายของตนเองได้
กินด้วยกัน
“ขอบใจนะ” เมื่อรับมาก็จับไข่ไก่ครึ่งฟองนั้นยัดเข้าปาก
แล้วรีบเคี้ยวหนุบหนับพร้อมหันมายิ้มให้กัน เพียงไข่ไก่ที่แบ่ง
กันกินคนละครึ่งเพียงเท่านี้ก็มีความสุขมากแล้ว
สองร่างเล็กเหมือนก้อนกลม ๆ กำลังนั่งจุ๊มปุ๊กแอบคุย
กันอยู่มุมห้องครัว ทั้งสองคนกำลังแอบกินไข่ต้มกันคนละครึ่ง
ฟองที่ย่าให้มา แม้อยากจะค่อย ๆ ละเลียดกินทีละน้อยมาก
แค่ไหน แต่ก็ทำไม่ได้ต้องรีบยัดเข้าปากน้อย ๆ ของตนเองแล้ว
รีบเคี้ยวรีบกลืนให้หมดโดยเร็ว ก่อนที่แม่ของพวกเขาจะตื่นมา
เห็นแล้วจะไม่ได้กิน เพราะแม่จะเอาไปกินเองเสียหมด….
บนเตียงเตาขนาดใหญ่ภายในห้องนอนซึ่งอยู่ติดกันกับ
ห้องครัว…
“อืมม” ร่างอวบอ้วนพุงกลมกระเพื่อมขึ้นลงตามแรง
หายใจกำลังนอนอยู่ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ เปิดขึ้นมาช้า ๆ
ซีอินมองเห็นเพดานห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่มากมาย
ทั้งยังมีแมงมุมตัวเล็กตัวใหญ่เกาะอยู่เต็มหยางไย่ไปหมด ดู
แล้วน่าขนลุกยิ่งนัก กลิ่นเหม็นอับชื้นผสมทั้งกลิ่นผ้าห่มเน่า
และกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเธอเอง ที่ไม่รู้ว่าหมักหมมตัวเอง
มากี่วันกี่เดือนแล้วที่ไม่ยอมอาบน้ำ จนเธอที่พึ่งจะเข้าร่างรวม
จิตแทบจะอ้วกพุ่ง
ร่างอวบอ้วนค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงพนักเตียงอย่าง
ทุลักทุเลรู้สึกว่านมกับพุงมันค้ำเกยกันไปหมดช่างอึดอัดนัก
เตียงที่เธอนอนอยู่เป็นเตียงเตาขนาดใหญ่ที่เธอครอบครอง
นอนอยู่คนเดียวไม่แบ่งใคร ส่วนเด็กๆนอนอีกห้องที่มีเตียงเตา
ขนาดเล็กต่างหาก
ก่อนที่ความทรงจำในร่างนี้ตั้งแต่เล็กที่เริ่มจำความได้
จนถึงปัจจุบันจะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองเธอเรื่อย ๆ
อย่าง ช้า ๆ ใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าเธอจะสามารถย่อย
ข้อมูลในหัวทั้งหมดได้
‘เฮ้อ ทะลุมิติกลับมาได้แล้วสินะเนี่ย’
จากความทรงจำเซียวฉิงเฟิ่งแยกบ้านกับบ้านใหญ่เซียว
แล้วตั้งแต่เธอท้อง เธออ้างสารพัดว่าอยู่บ้านพ่อแม่สามีคน
เยอะเกินไป เธอจะเครียดและเป็นกังวลจนส่งผลเสียกับลูกใน
ท้องได้ทั้งอาหารก็กินบำรุงได้ไม่เต็มที่ สารพัดจะอ้างจนแม่
สามีรำคาญ พ่อสามีจึงยอมให้แยกบ้านออกมาเพื่อจบปัญหา
กวนใจ แต่แม่สามีก็ยังคงห่วงหลานในท้องมากจึงยังคงส่งของ
กินและแวะเวียนมาดูเธอกับลูกอยู่บ่อยครั้ง
บ้านหลังนี้ก็เป็นเงินของเซียวฉิงเฟิ่งที่สร้างไว้ให้เธอกับ
ลูก ๆ อยู่แม้ไม่ใหญ่โต แต่แข็งแรงมากเพราะเป็นบ้านอิฐ
หลังคามุงกระเบื้อง เพราะเซียวฉิงเฟิ่งต้องการให้ภรรยาและ
ลูกน้อยอยู่อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวหนาวกลัวฝน ทั้งยังทำ
เตียงเตาไว้ให้สองเตียงอีกด้วย เธอคนเดิมจึงนอนครองเตียง
เตาที่เป็นเตียงใหญ่อยู่คนเดียวสบายใจ ปล่อยลูก ๆ นอน
กันเองที่เตียงเตาหลังเล็กตั้งแต่พวกเขาเริ่มรู้ความโดยไม่ได้ใส่
ใจมากนัก
เมื่อทบทวนความทรงจำแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ ตัวเธอ
ในชาตินี้น่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าในความฝันที่เคยฝันเห็นเสียอีก
นะเนี่ย ไม่สนใจหยิบจับทำอะไร แม้แต่กับลูก ๆ ก็ยังขี้งกของ
กิน จะตะกละอะไรขนาดนั้น เฮ้ออ
ซีอินลุกขึ้นจากที่นอนเน่าแล้วเดินออกมานอกห้องนอน
เพื่อมองหาลูก ๆ ของเธอ แต่ก่อนจะส่งเสียงเรียกหากลับมา
เห็นเจ้าหัวผักกาดน้อยสองหัวตัวจิ๋วที่ทั้งผอม ทั้งมอมแมม
กำลังนั่งคู้กายจุ้มปุ๊กเป็นก้อน ๆ สองก้อนเรียงกันอยู่มุมหนึ่ง
ของห้องครัว เพื่อแบ่งไข่ไก่ต้มกินกันคนละครึ่งฟอง
แม้ไข่เพียงครึ่งฟองก็มีค่ามากมายแล้วสำหรับคนในยุค
นี้ ยิ่งเมื่อได้ยินการพูดคุยกันของเด็ก ๆ ที่แอบกระซิบแต่ไม่
เหมือนกระซิบนั้นว่า ต้องรีบกินเพราะเดี๋ยวแม่อย่างเธอมาเห็น
แล้วจะมาแย่งเอาของกินไปก็ยิ่งสลดหดหู่ใจยิ่งนัก
“ตูตู ไคไค” เมื่อสงบอารมณ์เศร้าและความรู้สึกผิดของ
ตนเองได้แล้วซีอินก็เอ่ยเรียกชื่อเด็ก ๆ ออกไปด้วยน้ำเสียง
อ่อนโยน
สองเด็กน้อยที่นั่งยอง ๆ จุ้มปุ๊กอยู่ที่พื้นครัวถึงกับสะดุ้ง
โหยงเลยทีเดียว ก่อนจะรีบเหลียวหลังกลับมามองแม่ของ
ตนเอง
“มะ แม่ / แม่” เสียงเล็ก ๆ สั่น ๆ นั้นเอ่ยเรียกแม่เบา
ๆ เพราะคิดว่าถูกจับได้ว่าแอบกินไข่ไก่กันแล้วจะโดนดุแบบที่
เคยโดนประจำ
“ไปอาบน้ำกัน เดี๋ยวแม่อาบให้” ซีอินเอ่ยขึ้นทำเป็นไม่รู้
ว่าเด็ก ๆ กำลังแอบเธอกินไข่ไก่ป่ากันอยู่ แต่เมื่อเห็นท่าทางว่า
พวกเขา เหมือนไม่อยากอาบน้ำ เธอจึงต้องเอ่ยหลอกล่อด้วย
ของกิน
“ถ้าใครอาบน้ำจนตัวหอมจะได้ของกินจากแม่นะ”
ตูตูแฝดคนพี่ตาโตเมื่อได้ยินว่าจะได้ของกินจากแม่ซึ่ง
เป็นเรื่องยากมาก ปกติแม่ไม่ค่อยให้ของอร่อยพวกเขากินสัก
เท่าไหร่ นอกจากเวลาอารมณ์ดี ๆ อย่างเช่นเวลาได้เงินที่พ่อ
ของพวกเขาส่งมาให้ พวกเขาพี่น้องฝาแฝดถึงจะได้กินของ
อร่อยสักครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้ขอแค่ได้กินอิ่มท้องเด็กทั้งสองก็ดี
ใจมากแล้วจึงไม่คิดหาเหตุผลที่จู่ ๆ แม่ของพวกเขาก็ใจดีบอก
จะให้ของกินตูตูผู้เป็นพี่ชายจะเอ่ยปากชวนน้องชายไปอาบน้ำ
ทันที
“อาบน้ำแล้วจะได้ของจินจากแม่ ไคไคไปอาบน้ำกัน
เตอะ” เสียงพูดชัดบางไม่ชัดบ้างที่ได้ยินนั้น สำหรับซีอินแล้ว
น่ารักมาก
“อื้มม” คนน้องก็พยักหน้าไปมาแรง ๆ อย่างเชื่อฟัง
พี่ชาย
ก่อนสองพี่น้องจะรีบจูงมือกันวิ่งจู๊ดไปที่ห้องน้ำทันที
จนซีอินต้องยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดูและมันเขี้ยว
“เดี๋ยวก่อนตูตู ไคไค อย่าพึ่งอาบรอแม่ต้มน้ำให้ก่อน
นะ” แม้ยังไม่เข้าหน้าหนาวเต็มตัวแต่อากาศก็เริ่มเย็นแล้วเธอ
จึงคิดว่าต้องต้มน้ำให้เด็ก ๆ อาบก่อนดีกว่า หากให้อาบน้ำเย็น
กลัวจะเป็นหวัดกันเอาได้
“คับ/คับ” สองเสียงประสานตอบออกมาก่อนเดิน
ออกมานั่งรอแม่ต้นน้ำให้เงียบ ๆ ที่เก้าอี้ในครัว ขอเพียงแม่ไม่
อารมณ์เสียจนตวาดเสียงดังดุใส่พวกเขา แม่จะให้ทำอะไรพวก
เขาก็เชื่อฟังหมดนั้นล่ะ
ซีอินมองท่าทางลูก ๆ ของเธอที่ตอนนี้ยังมีความสดใส
อยู่มาก จำได้จากในความฝันว่าตัวหลินซีอินนั้นชอบเสียงดัง
ตวาดดุลูก ๆ อยู่เป็นประจำแต่ยังไม่เคยลงมือทุบตี
ส่วนเรื่องที่เคยพูดว่าจะทุบตีและทรมานลูก ๆ นั้น เธอ
จะเริ่มพูดขู่ไปแบบนั้นก็ตอนที่สามีบาดเจ็บกลับมาบ้านและ
ลาออกจากกองทัพ ทำให้ไม่สามารถหาเงินให้เธอใช้ได้เหมือน
เมื่อก่อนอีก จึงทำให้เธอโมโหมากเลยเลือกใช้วิธีข่มขู่แบบนั้น
ออกไป เพื่อให้เขาออกไปทำงานและหาเงินมาให้เธอใช้นั้นเอง
เธอคนเดิมเพียงต้องการใช้ลูก ๆ มาข่มขู่เขาเท่านั้นแต่ไม่เคย
คิดลงมือทุบตีจริง ๆ สักที
แค่คิดว่าเคยพูดจาไม่ดีทั้งดุด่า ตวาดตะคอกเสียงดังใส่
ลูก ๆ ตัวน้อยจนพวกเขาทั้งสั่นทั้งกลัวแม่อย่างเธอมาก ทั้งทำ
ไม่ดีมากมายกับสามี ใช้งานเขาสารพัดตอนที่เขาบาดเจ็บสาหัส
กลับมา ทั้งที่ความจริงต้องพักผ่อนรักษาตัวต่อเป็นเดือน ๆ
ด้วยซ้ำ
แค่คิดน้ำตาก็คลอหน่วยจวนเจียนจะหยดแล้วก่อนจะ
รีบเช็ดออก เมื่อได้โอกาสกลับมาแก้ไขอดีตแล้วเธอจะต้อง
รักษาสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตนี้ไว้ให้ได้ทั้งลูก ๆ และสามีเลย เธอจะ
ไม่ยอมทำผิดอีกเป็นอันขาด…
ขณะเหม่อคิดเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ก็ได้ยินเสียงน้ำที่เดือด
ปุด ๆ ขึ้นมา ซีอินก็นำผ้าผืนหนามาห่อตรงที่จับหม้อต้มน้ำ
ร้อน ก่อนจะยกหม้อน้ำร้อนเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อผสมน้ำ
อาบให้ลูก ๆ
ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่
ค่อยได้ใช้เพราะเธอคนเดิมขี้เกียจอาบน้ำมาก รวมถึงไม่ได้ใส่
ใจจะดูแลให้ลูก ๆ ทั้งสองอาบน้ำด้วย แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเธอ
ต้องการดูแลร่างกายเนื้อตัวของลูก ๆ และตัวเธอให้สะอาด
สะอ้านมากที่สุด ซีอินหยิบเอาอุปกรณ์อาบน้ำพวกถังน้ำใบเล็ก
ใยถูตัว สบู่และยาสระผมเด็กที่มีกลิ่นหอมออกมา
เมื่อเตรียมของเรียบร้อยก็ส่งเสียงเรียกเด็ก ๆ ให้เข้ามา
อาบน้ำได้ ตูตูกับไคไคก็รู้หน้าที่ดี เมื่อเดินเข้ามายืนอยู่หน้า
ห้องน้ำแล้ว มือน้อยจึงเริ่มลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจน
หมด และเมื่อเด็ก ๆ เห็นอุปกรณ์อาบน้ำที่แม่เตรียมไว้ให้ก็
ไม่ได้ถามอะไร เพราะปกติแล้วแม่ชอบทิ้งพวกเขาไว้แล้วเข้า
เมืองเพื่อซื้อของดี ๆ มาใช้เป็นประจำอยู่แล้ว
ตูตูกับไคไคไม่กล้าเล่นซนขณะอาบน้ำเพราะกลัวแม่จะ
ดุ ปกติแม่เป็นคนขี้หงุดหงิดมากพวกเขาถูกดุเสมอเวลาเผลอ
เล่นกันเสียงดังในบ้าน ทุกครั้งจึงต้องแอบเล่นกันเพียงเบา ๆ
เท่านั้น
“เอาละ เสร็จแล้วเจ้าหัวผักกาดของแม่ ไหนดมสิหอมรึ
ยัง” เมื่อเธอจับลูก ๆ อาบน้ำสระผมจนหอมฟุ้งแล้ว ซีอินก็ก้ม
ลงไปทั้งจูบทั้งหอมที่หน้าผากเหม่งน้อยของลูกทั้งสอง จนเด็ก
ๆ ตัวเกร็งและตกใจกันไปหมด ตั้งแต่จำความได้แม่ไม่เคยกอด
หรือหอมพวกเขามาก่อนเลย พอได้รับสิ่งที่ไม่เคยได้รับและ
แอบโหยหามาตลอด ความรู้สึกจึงทั้งตกใจและตื่นเต้นดีใจจน
แอบน้ำตาคลอหน่วยเลยทีเดียว แต่ก็ต้องฮึบกลั้นเอาไว้เพราะ
กลัวว่าถ้าร้องไห้ออกมาแล้วแม่อาจรำคาญและไม่ใจดีกับพวก
เขาแบบนี้อีกพวกเขายังอยากให้แม่ใจดีกอดหอมพวกเขาแบบ
นี้อีกนานๆ
“ฟอดด ฟอดด เอาล่ะหอมแล้วไปแต่งตัวกันก่อนเถอะ
เดี๋ยวแม่จะได้มาอาบน้ำบ้าง” มือขาวอวบพันผ้าขนหนูผืนหนา
นุ่มให้ คนหนึ่งสีน้ำตาล อีกคนสีเขียวขี้ม้ารอบกายเด็กทั้งสอง
ห่อคลุมตั้งแต่หัวลงมาแล้วพันตัวทบกันไปมาจนเหลือแต่หน้า
กลมเล็กโผล่ออกมาจนเหมือนบ๊ะจ่างเดินได้ดูน่ารักน่าชังมาก
จริงๆ ในสายตาของเธอ
คำพูดที่ว่า ‘แม่จะมาอาบน้ำบ้าง’ ทำให้เด็กทั้งสอง
ตกใจมากจนตาเบิกกว้าง เพราะแม่ของพวกเขาไม่ชอบอาบน้ำ
เดือน ๆ หนึ่งอาบน้ำไม่กี่ครั้งยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวแบบนี้ไม่ต้อง
พูดถึงเรียกว่าเดือนหนึ่งร่างกายไม่เคยได้แตะถูกน้ำเลยด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่กล้าพูดท้วงอะไรออกมา แม่อาบน้ำก็ดีเหมือนกันถึง
พวกเขาจะรักแม่มากแต่กลิ่นตัวแม่ก็ทำพวกเขาแสบจมูกมาก
อยู่เหมือนกัน…
หลังจากทาแป้งทาครีมโลชั่นหอม ๆ สำหรับเด็กให้ลูก
ๆ และแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้ว ซีอินก็ทำท่าเดินเข้าไปที่ตู้เก็บ
อาหารของตนเองในห้องนอน แล้วหยิบเอาซาลาเปาไส้หมูสอง
ลูกพร้อมเหยือกนมอุ่นที่มีกลิ่นหอม ๆ ที่มีเก็บอยู่ในช่องมิติ
ออกมาเทใส่แก้ว อีกเดี๋ยวจะถึงมื้อเย็นแล้วเธอจึงไม่อยากให้ตู
ตูกับไคไคกินเยอะเกินไป
“แบ่งกันกินรองท้องไปก่อนนะ รอแม่อาบน้ำเสร็จแล้ว
จะมาทำโจ๊กหมูให้ลูกๆกินกันเป็นอาหารเย็น”
“คับ/คับ” ทั้งสองนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเก้าอี้ไม่กล้า
กระดุกกระดิกทั้งที่กำลังดีใจแทบตายแล้วที่ได้ยินแม่บอกว่าจะ
ทำโจ๊กหมูให้กินเป็นอาหารเย็น
เมื่อเด็ก ๆ ได้อาบน้ำทาครีมทาแป้งจนตัวหอมก็ทำให้
สองแฝดน่ากอดน่าฟัด แม้จะตัวผอมกะหร่องไปหน่อยแต่ก็ดู
น่ารักมากอยู่ดี อาจจะเพราะได้หน้าตาดีมาจากทั้งพ่อและแม่
ก็เป็นได้
ความจริงแล้วหลินซีอินหน้าตาดีมากเรียกว่าหน้าตาเธอ
สวยหวานเลยก็ว่าได้ แต่ติดที่เธออวบอ้วนไปมากสักหน่อย
เพราะตอนอยู่บ้านเดิมเธอชอบกินมากและตะกละกินเร็วจน
คนในบ้านกินไม่เคยทันเธอ ทั้งแม่ของเธอก็ตามใจคอยหาของ
กินมาให้เธอเสียมากมายนานวันเข้ากระเพาะที่ถูกขยายมา
นานเมื่อเติมอาหารลงไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็มสักทีจึงกินเยอะ
ขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวอวบอ้วนกว่าใครในบ้าน จึงทำให้ไม่มีใครเคย
มองเห็นความงามที่หลบซ่อนนั้นอยู่เลย และเพราะอย่างนี้จึง
ไม่มีใครคิดสู่ขอเธอไปเป็นภรรยาเลย จนเธอได้มาเห็นและเกิด
ถูกใจเซียวฉิงเฟิ่งที่เดินทางกลับจากกองทัพเพื่อเยี่ยมบ้านใน
ครั้งนั้น จึงคิดอุบายโดดล้มทับเพื่อจับเขามาจนได้
ส่วนเซียวฉิงเฟิ่งพ่อของลูกนั้นไม่ต้องพูดถึงเขาเป็นผู้ชาย
ที่หล่อเหลาที่สุดในหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อก่อนเขาตัวผอม
แห้งไร้กล้ามเนื้อ แต่เมื่อสมัครไปเป็นทหารได้ฝึกร่างกายอย่าง
หนัก ยิ่งในกองทัพมีอาหารให้กินได้อย่างเพียงพอ ก็ทำให้
ร่างกายเติบโตเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง แขนขายาวตัว
สูงโปร่งหน้าตาหล่อคมเข้มขึ้น แม้จะผิวคล้ำเป็นสีแทนไปบ้าง
แต่ก็นับว่าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ติดที่เป็นคนนิ่ง
ขรึมไปสักหน่อยจึงไม่ค่อยมีผู้หญิงกล้าคุยด้วยนัก จึงอยู่เป็น
โสดมาจนกระทั่งถูกหลินซีอินล้มทับใส่เพื่อตั้งใจจะจับเขาเป็น
สามีนั้นแหละ
ส่วนคืนเข้าหอครั้งแรกนั้นซีอินจำได้ว่าตัวเธอคนเดิมใช้
กำลังจับสามีกดลงเตียงเพื่อทำกิจกรรมสามีภรรยาให้ได้ ตัว
เซียวฉิงเฟิ่งนั้นแรกเริ่มก็ขัดขืนอยู่ แต่เพราะดื่มเหล้ามงคลตาม
ธรรมเนียมเข้าไปมากจึงไม่มีแรงมากพอที่จะขัดขืนเธอได้ และ
หลังจากคืนวันเข้าหอคืนนั้นเขาก็เดินทางกลับค่ายทหารทันที
จากนั้นไม่นานเธอก็ตั้งท้องขึ้นมา และเหตุการณ์คืนเข้าหอคืน
นั้นแค่คืนเดียวและครั้งเดียวด้วยกลับได้ลูกชายฝาแฝดมา…อืม
ของเขาแรงจริง ๆ เล้ยยย…
จากนั้นเซียวฉิงเฟิ่งจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงปีใหม่ก็คือ
ปีละครั้ง จึงได้ร่วมกิจกรรมสามีภรรยากันปีละครั้งเท่านั้น โดย
ทุกครั้งเป็นหลินซีอินที่เรียกร้องก่อนเสมอแต่เธอก็ไม่มีวี่แววว่า
จะท้องอีก
ที่เขายอมใช้ชีวิตสามีภรรยากับเธอด้วยดีอาจเพราะมีลูก
ด้วยกันแล้วและเขาก็รักลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนมากด้วย ทั้ง
คงคิดว่ายังไงก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว จึงไม่อาจเลี่ยงเรื่องการ
เข้าหอได้สินะ…คงจะเป็นอย่างงั้นล่ะมั้ง…เธอวิเคราะห์อย่าง
พยายามทำความเข้าใจความคิดของสามี
ซีอินคิดเรื่องของตัวเองกับสามีขณะเดินเข้าห้องน้ำไป
จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้ากลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่สวมใส่อยู่ออกแล้ว
เริ่มอาบน้ำพร้อมสระผมด้วยเธอทั้งถูทั้งขัดขี้ไคลออกทุกซอก
ทุกมุมของร่างกาย ทั้งยังเอาสครับขัดผิวในช่องมิติออกมาขัด
ด้วย น้ำที่ล้างออกมาจากที่ใสสะอาดก็ขุ่นมัวเป็นสีน้ำตาล
สกปรกจนเธอตกตะลึงพรึงเพริด ขนาดว่านี้คือร่างของตัวเธอ
เองในชาตินี้นะ เธอยังนึกรังเกียจกับความสกปรกซกมกจนรับ
แทบไม่ได้ คิดแล้วก็น่าอายนัก นิสัยสกปรกแบบนี้ไม่รู้สามีเธอ
ทนอยู่ด้วยไปได้ยังไงกัน
เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้วก็ออกมาเปลี่ยน
เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เธอมีอยู่หลายชุด ได้แต่ถอนหายใจกับรูปร่าง
อวบอ้วนระยะสุดท้ายนี้ยิ่งนัก ต้องออกกำลังกายลดน้ำหนัก
แล้วละอยู่แบบนี้อึดอัดพุงจะทำอะไรก็ไม่สะดวกไม่คล่องตัว
เอาเสียเลย
เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินมาดูลูก ๆ ทั้งสอง ที่ตอนนี้กิน
ซาลาเปากันตุ้ย ๆ พร้อมดื่มนมอุ่น ๆไปด้วย ทั้งยังคุยกันด้วย
ท่าทางกระซิบกระซาบจนหัวชนกัน แต่เสียงสิบแปดหลอด
ของหัวผักกาดทั้งสองนั้นดังไปสามบ้านแปดบ้านเสียจนไม่ต้อง
กระซิบก็ยังได้
“แม่แปลก ๆ” ตูตูแฝดคนพี่เอ่ยขึ้นเสียงอู้อี้สองข้างแก้ม
ยังป่องพองออกเพราะมีอาหารกักตุนอยู่เต็มแก้ม
“แต่ก็ดีมากนะ” ไคไคแฝดคนน้องก็ออกความเห็นบ้าง
“ใช่ดีมาก…นี่อร่อยเนาะ” แก้มของตูตูพองออกสองข้าง
เหมือนกระรอกน้อยเพราะมีการกักตุนอาหารอยู่ข้างแก้ม
เคี้ยวไปก็โยกหัวไปมาอย่างอารมณ์ดีที่ได้กินอิ่มท้อง ก่อนจะ
ยกมือขึ้นมากุมแก้มน้อย ๆ ของตนเองไว้ยามเคี้ยวซาลาเปาใน
ปากอย่างมีความสุขที่สุด
“อื้ม อร่อย” ไคไคไม่ได้ยัดซาลาเปาไว้เต็มสองข้างแก้ม
เหมือนพี่ชาย แม้จะหิวแต่เขาก็ทำเพียงแค่ค่อย ๆ กัดกินทีละ
นิด ๆ กินทีละน้อย ๆ เท่านั้นตามนิสัยใจเย็นของตัวเอง
ซีอินที่ยืนแอบดูลูก ๆ อยู่เห็นท่าทางเจ้าหัวผักกาดน้อย
ทั้งสองแล้วก็ได้แต่คิดว่าทำไมพวกเขาถึงน่ารักน่าฟัดได้ขนาดนี้
นะ คิดไปก็นึกอยากจับลูก ๆ มาฟัดให้หายมันเขี้ยวนัก
“ตูตู ไคไค กินเสร็จแล้วก็ไปนั่งรอแม่ในห้องนอนก่อน
นะ เดี๋ยวแม่จะเตรียมของต้มโจ๊กหมูอร่อยๆให้ก่อน” ซีอินเอ่ย
บอกเมื่อเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่นั่งกันอยู่บนเก้าอี้โต๊ะกินข้าว
ในครัว
“คับ/คับ” ทั้งสองรับคำพร้อมกัน และพยักหน้าหงึก ๆ
กันคนละทีสองทีเหมือนไก่ไม่มีผิด…