Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 4 : ทำความสะอาดกับกินโจ๊กหมูสับกัน
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 4 : ทำความสะอาดกับกินโจ๊กหมูสับกัน
ร่างอวบเดินเข้าครัวสายตาก็ไปปะทะเข้ากับปฏิทินที่
แขวนเด่นหราอยู่ข้างผนังบ้าน รวมกับความทรงจำในหัวทำให้
รู้ว่าปีนี้คือปี1976 แล้วและปีหน้าสินะที่จะเป็นปีแห่งการ
เปลี่ยนแปลง เป็นปีที่มาตรการเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียด
และเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและเจริญมากยิ่งขึ้น
แต่ท่านตาเทพก็บอกแล้วว่านี่คือโลกคู่ขนานสิ่งที่เกิดที่
โลกโน้นไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นที่โลกนี้ด้วย เธอก็ได้
แต่หวังว่าสิ่งที่จะเกิดเหมือนกันกับโลกโน้น คือเรื่องการ
เปลี่ยนแปลงประเทศที่พัฒนาดีขึ้นนะ
เอาล่ะตอนนี้กระเพาะของลูก ๆ เธอย่อมสำคัญที่สุด
เรื่องอื่นไว้ค่อยคิดวิเคราะห์อีกทีแล้วกัน ซีอินเดินเข้าครัวที่มี
สภาพที่แบบ เอ่อ! ที่เรียกได้ว่ารกสุด ๆ ของวางระเกะระกะไม่
มีระเบียบเอาเสียเลย ทั้งยังสกปรกมากอีกด้วย เธอคงต้องทำ
ความสะอาดครัวและห้องนอนห้องน้ำก่อน เรียกว่าทำความ
สะอาดบ้านทั้งหลังเลยดีกว่า อีกสามชั่วโมงจะเป็นเวลาสี่โมง
เย็น ก่อนหน้านี้เด็ก ๆ ได้กินซาลาเปากับนมน่าจะอยู่ท้อง
จนถึงตอนนั้นได้ คิดดังนั้นซีอินจึงลงมือทำความสะอาด
ห้องครัวก่อนแล้วกัน
ซีอินหยิบเอาผ้ากันเปื้อนตัวยาวในมิติออกมาสวมกันชุด
เลอะ แต่แบบเธออ้วนไงแล้วมันก็ผูกเชือกลำบ๊ากลำบากมาก
กว่าจะผูกได้ก็หอบแล้ว โอ๊ยยเธอต้องรีบลดน้ำหนักอย่าง
เร่งด่วนที่สุดแล้ว เฮ้อออ…
เมื่อเริ่มลงมือสิ่งไหนที่สกปรกจนไม่อาจเก็บไว้ใช้ต่อได้
อีกก็เก็บทิ้งให้หมด เอาน้ำยาทำความสะอาดที่มีกลิ่นหอมสด
ชื่นต่างๆออกมาจากมิติเช็ดถูกคราบและฝุ่นเขรอะที่เกาะอยู่
ทั้งหมดจนสะอาดเกลี้ยงเอี่ยมอ่องเป็นยองใย ก่อนจะไล่เติม
ข้าวสารอาหารแห้ง แป้ง เครื่องปรุงรสให้เต็มไว้อย่างดี
ผ่านไปเป็นชั่วโมงเสียงตึงตัง โครมคราม โป๊กเปก ดังลั่น
ครัวจนสองแฝดตัวจิ๊วที่นั่งในห้องนอนถึงกับมองหน้ากันไปมา
“หื้มม แม่ทำไรน่ะ” ไคไคแฝดน้องถามขึ้นตามองไป
ทางห้องครัว
“ไม่ยู้ บ้านจะพังมั้ยไคไค” ตูตูแฝดพี่ก็ตกใจกับเสียงที่ได้
ยินจากครัวเหมือนกัน จึงพูดตอบน้องชายไปชัดบ้างไม่ชัดบ้าง
“ไปแอบดูแม่กัน” คนน้องชวน
“อื้ม” คนพี่ก็ตอบรับทันที
จากนั้นก็พากันไถลก้นเล็กลงจากเก้าอี้ก่อนทำท่าย่อง ๆ
ไปแอบมองแม่ที่ครัว มือเล็กเกาะที่ขอบประตูโผล่ออกไปแค่
ส่วนหัวกลม ๆ เรียงกันสองหัว
“อู้หู!” ตูตูร้องอุทานเบาๆ ตาเบิกโตอย่างตื่นเต้นมองไป
ในครัวเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน
“สะอาดมากกก” ไคไคเองก็ตาโตด้วยเหมือนกันถึงกับ
ลากหางเสียงยาวเลยทีเดียว ตอนนี้ห้องครัวสะอาดกว่า
ห้องนอนเสียอีก
“ฟืดดด หอมโด้ยนะ” ตูตูทำท่าสูดจมูกก่อนพูดขึ้นตา
เป็นประกายอย่างชอบใจ
“ฟืดดด หอมจริงด้วย” ไคไคก็สูดจมูกตามพร้อมพยัก
หน้ากลมๆอย่างเห็นด้วย
เพราะซีอินเอาน้ำยาทำความสะอาดพื้นและห้องครัว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาเช็ดถูกเด็กๆ จึงได้กินหอมเช่นนี้
ซีอินได้ยินเสียงคุยกันงึมงำ ๆ แถวหน้าประตูจึงหันไป
มอง เห็นเจ้าหัวผักกาดวางคางแปะเข้ากับขอบประตูโผล่มาแต่
หัวกลม ๆ ที่ปกคลุมไปด้วยผมเผ้าที่ยาวรุงรังสองหัว อืมม คง
ต้องหาเวลาตัดผมให้เจ้าลูกชายทั้งสองเสียหน่อยแล้วจากหัว
ผักกาดจะกลายเป็นลูกลิงน้อยกันไปหมดแล้ว…รุงรังเหลือเกิน
“ตูตู ไคไค หิวแล้วหรอจ๊ะ”
“ยะ ยังคับ” ตูตูรีบตอบ
“อิ่มอยู่คับ” ไคไคก็ตอบตามพี่ชาย
“งั้นรออีกสักเดี๋ยวนะแม่ทำความสะอาดครัวเสร็จแล้ว
จะรีบทำโจ๊กให้”
“คับตูตูรอได้”
“ไคไคก็รอได้คับ”
เมื่อรับคำแม่เรียบร้อยแล้วก็ผลุบหัวกลม ๆ นั้นกลับไป
ทันที จนซีอินยกยิ้มแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ตอนนี้ทำความ
สะอาดครัวเรียบร้อยแล้ว เหงื่อเริ่มซึมออกมาจนแผ่นหลังเริ่ม
เปียกชื้น ดีที่ว่าเมืองนี้อากาศเย็นเธอจึงไม่ค่อยมีกลิ่นตัว
เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีเลยจะดียิ่งกว่า
ซีอินล้างหน้าล้างมือล้างแขน แล้วเช็ดด้วยผ้าสะอาดที่
นำออกจากช่องมิติ ก่อนจะหวีผมแล้วใช้ยางมัดผมรวบตึงและ
มวยเก็บเส้นผมให้เรียบร้อย ก่อนจะเอาโจ๊กที่ซื้อไว้ออกมาสาม
ถุงเทใส่หม้อ โจ๊กในถุงยังคงอุ่นร้อนอยู่เช่นเดิมเพราะมิติ
สามารถคงสภาพสิ่งของต่าง ๆ ได้นั้นเอง
แต่เธออยากได้ไข่ต้มมาใส่โจ๊กให้ตูตูกับไคไคได้กินดี ๆ มี
สารอาหารครบด้วยนี่นา ในมิติเธอมีไข่ไก่สด ๆ ฟองใหญ่ ๆ
อยู่มากมายด้วย คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจก่อเตาไฟเพื่อต้มไข่
ทันที ตอนนี้ที่บ้านยังใช้การก่อเตาไฟทำอาหารอยู่ เพราะเตา
แก๊สมีราคาแพงมากและหายากมาก มีแต่บ้านคนมีเงินในเมือง
เท่านั้นที่จะมีใช้กัน ส่วนไฟฟ้าก็เริ่มมีแล้วแต่ยังเข้ามาไม่ถึง
หมู่บ้านที่เธออยู่
ซีอินใช้เวลาก่อเตาไฟไม่นานไฟก็ลุกพรึ่บพรั่บขึ้นมา ก็
ไม่ได้ยากนักเพราะเธอก็มีความทรงจำเดิม ๆ อยู่แล้วด้วย เธอ
ต้มไข่ไก่สามฟองพร้อมเตรียมเครื่องเคียงมีขิงซอยกับผักชีหอม
ๆ และเครื่องปรุงรส ก็นับเป็นโชคดีที่ได้ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต
มาเพราะมีของที่เธอต้องการทุกอย่างโดยเฉพาะของสด ผักสด
ๆ ที่หลากหลายไว้ทำอาหารแบบนี้ก็สะดวกดีมากเลย
“เอาขนมจีบด้วยดีกว่า” ซีอินนำขนมจีบหมูลูกใหญ่
ออกมาอีกนิดหน่อย ผ่านไปสักพักเมื่อเตรียมของกินเรียบร้อย
แล้วเธอก็ตักโจ๊กหมูใส่ถ้วยแล้วตอกไข่ที่ต้มให้ได้ประมาณไข่
ลวกหรือไข่ออนเซ็นใส่ลงไป ก่อนนำมาตั้งที่โต๊ะกินข้าวพร้อม
เครื่องเคียงเครื่องปรุงรสและขนมจีบ แล้วจึงเอ่ยเรียกเด็ก ๆ
มากินข้าวกัน
“ตูตู ไคไคมากินข้าวกันเร๊ววว” เสียงหวานลากยาว
เรียกหาลูก ๆให้มากินข้าว เด็กๆที่นั่งคุยเล่นกันอยู่ก็รีบวิ่งมา
หาแม่ในครัวกันอย่างกระตือรือร้น
“ฟืดด ฟืดด ห๊อมหอม” จมูกโด่งน้อย ๆ สูดดมกลิ่น
หอมของโจ๊กที่อบอวลลอยในห้องครัว หอมแบบที่ไม่เคยได้
กลิ่นมาก่อนจนเต็มปอด พุงเหี่ยว ๆ แฟบ ๆ ทั้งสองพุงก็เริ่มส่ง
เสียงร้องโครกครากแข่งกันเพราะเริ่มหิวแล้วนั้นเอง
“จ้า หอมใช่ไหมล่ะ…งั้นพวกลูกก็กินกันเยอะ ๆ มีหมู
สับเป็นก้อนนุ่มๆ เด้งๆ แล้วแม่ก็ใส่ไข่ลงไปให้ลูก ๆ คนละฟอง
ด้วยน๊าา ส่วนนี้เป็นขิงซอยเป็นสมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อนนิด
หน่อย จะลองชิมน้อยๆ ดูก่อนก็ได้หากไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่”
“แล้วอันเขียวๆ นี้ละคับ” ไคไคที่เป็นเด็กช่างสังเกตเอ่ย
ถามขึ้นอย่างไม่ค่อยรู้สึกกลัวแม่แล้ว
“นี่คือผักชีเป็นผักที่มีกลิ่นหอมจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้จ้ะ
แล้วแต่ความชอบ ส่วนก้อนๆ นี้เป็นขนมจีบหมูพวกลูกลองกิน
ดูสิจ๊ะ”
“คับแม่/คับแม่” ตูตูกับไคไคดีใจมากที่แม่ใจดีกับพวก
เขาขนาดนี้ทั้งที่ยังไม่ถึงวันรับเงินเดือนของพ่อเลยด้วยซ้ำ แม่ก็
ให้พวกเขากินของอร่อยแล้ว แต่แบบนี้ดีมากเลยเพราะพวก
เขารู้สึกมีความสุขมาก
การแสดงออกทางร่างกายและอารมณ์ที่ออกมามันบ่ง
บอกว่าเด็กๆ มีความสุขมาก จนคนเป็นแม่อย่างซีอินยังรับรู้
อารมณ์ของลูก ๆ ได้อย่างชัดเจน ดวงตาทอดมองเจ้าหัว
ผักกาดน้อยทั้งสองตักโจ๊กกินด้วยสายตาอ่อนโยน ทั้งมี
ความสุขทั้งรู้สึกผิดกับพวกเขาที่ก่อนนี้ไม่เคยดูแลพวกเขาให้ดี
ๆ
ส่วนสามีนั้นถ้าจำไม่ผิดตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณ
สามเดือนที่สามีจะกลับมาพร้อมข่าวการบาดเจ็บจนต้อง
ลาออกจากกองทัพเพื่อกลับมาอยู่บ้าน ถึงเวลานั้นเธอจะดูแล
เขาดี ๆ แต่ในระหว่างนี้ก็คิดว่าจะส่งของไปให้สามีได้กินบำรุง
ร่างกายบ้างเสียหน่อย คืนนี้ค่อยสำรวจมิติดูว่าข้างในมีอะไรที่
ส่งไปให้เขาได้บ้างแล้วกัน
ซีอินคิดวางแผนสิ่งที่จะทำคร่าว ๆ ในใจ จนเมื่อได้ยิน
เสียงอื้อหือ!! อู้หูย!! ที่ได้กินของอร่อยถูกใจของเจ้าหัวผักกาด
น้อยนั้นแหละจึงดึงสติของเธอให้กลับมาได้
“อร่อยรึเปล่าจ๊ะตูตู ไคไค”
“อร่อยมากคับ/อร่อยคับ”
“ชอบก็ดีแล้ว เอาล่ะเดี๋ยวแม่จะไปทำความสะอาด
ห้องนอนแล้วเก็บผ้าสกปรกแยกไว้ซักพรุ่งนี้ ถ้ากินเสร็จแล้ว
พวกลูกอยู่เล่นกันไปก่อนอย่าออกไปนอกรั้วบ้านเข้าใจไหม”
ผ้าคงต้องซักพรุ่งนี้แล้วเพราะตอนนี้เย็นแล้ว แม้พึ่งสี่โมงเย็น
เท่านั้นแต่อากาศหนาวเย็นท้องฟ้าก็มืดเร็วจึงคิดว่าซักพรุ่งนี้จะ
ดีกว่า
“ไคไคจะช่วยแม่”
“ตูตูด้วย ตูตูจะช่วยแม่”
เมื่อได้กินอาหารอุ่น ๆ ดี ๆ จนท้องอิ่ม ไม่ถูกดุถูกว่า
เสียงดังใส่เด็กๆ ก็เริ่มกล้าพูดและเข้าหาแม่มากขึ้น
“งั้นหัวผักกาดน้อย ๆ ของแม่ทั้งสองจะช่วยแม่ก็ได้ แต่
ถ้าทำไม่ไหวก็อย่าฝืนนะเข้าใจรึเปล่า”
“เข้าใจคับ/เข้าใจคับ” ใบหน้าเล็ก ๆ พากันแหงนเงย
ขึ้นตอบแม่จนคอตั้งเรียงคู่กัน
ซีอินมองแล้วก็ได้แต่ร้องโอดโอยในใจเพราะลูกเธอ
น่ารักมากอยากบีบแก้มเล่นแต่ตอนนี้ตัวเธอมีแต่เหงื่อเอาไว้
อาบน้ำก่อนนอนค่อยเล่นกับลูกๆ ให้หนำใจเลย
จากนั้นลูกน้อยทั้งสองก็เดินตามแม่ไปทั่วทั้งบ้านหลัง
น้อยเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ดเป็นแถวเรียงหนึ่งช่วยหยิบ
จับผ้าเก่าเน่าๆ ใส่ตะกร้าเตรียมแยกไว้ที่มุมห้อง ซีอินเก็บ
กวาดเช็ดถูกทั้งพื้นทั้งชั้นวางของ เอาฟูกนอนหมอนผ้าห่มที่
สภาพเก่าแถมมีแต่ฝุ่นหอบออกมาไว้หลังบ้านทั้งหมด คิดว่าคง
ต้องทิ้งทั้งหมดแล้วละนะ
จากนั้นก็กวาดหยากใยไล่แมงมุมออกจนเพดานสะอาด
ต่อด้วยเก็บกวาดพื้นจนเสร็จเธอก็เดินไปที่ห้องน้ำแอบเอา
น้ำยาทำความสะอาดที่มีกลิ่นอ่อน ๆ ออกผสมน้ำแล้วนำมา
เช็ดถูกตามชั้นและหลังตู้ต่าง ๆ จนสะอาดน่าอยู่และมีกลิ่น
หอมในบ้าน ส่วนเสื้อผ้าที่เคยถูกจับยัด ๆ หยุม ๆ รวมกันอยู่
ในตู้ก็ขนออกมาพับใหม่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
“ตูตู ไคไค แม่หิวน้ำมากเลยพวกลูกไปเอาน้ำให้แม่ได้
ไหมจ๊ะ”
“ได้คับไคไคไปเอามาให้แม่เอง”
“ตูตูด้วย ไปด้วย” จากนั้นเมื่อเด็ก ๆ ก็วิ่งจู๊ดไปที่ครัว
เพื่อตักน้ำดื่มให้แม่ ตอนนั้นเองที่ซีอินก็รีบเอาฟูกที่นอนหนา
นุ่มอย่างดีออกมาจากมิติ
ตูตูและไคไคเดินช่วยกันประคองแก้วน้ำเข้ามาช้า ๆ ก็
เห็นว่าแม่กำลังลากฟูกอันใหญ่ยักษ์ออกมาจากมุมหลังตู้เก็บ
ของก็คิดไปว่าแม่คงซื้อมาไว้นานแล้วละมั้ง เพราะปกติพวกเขา
ไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นในห้องแม่จึงไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง
“น้ำคับ/น้ำคับ” เด็กๆ ยื่นแก้วน้ำไปให้
“เด็กดี ๆ เก่งมากเลย” มืออวบยื่นออกมารับน้ำไปดื่ม
จนหมดแก้ว
เมื่อทำงานบ้านเสร็จก็เหงื่อไหลไคลย้อยกันเลยทีเดียว
แต่แบบนี้ก็ดีจะได้เผาผลาญไขมันเยอะ ๆ เธอยากผอมจะแย่
แล้ว เมื่อดูเวลาก็เย็นมากแล้วจึงไปต้มน้ำไว้เพื่อให้ลูก ๆ ได้
อาบน้ำก่อนนอนอีกครั้ง ไม่อาบคงไม่ได้เด็ก ๆ ช่วยทำงาน
บ้านมาหลายชั่วโมงก็คงเหงื่อออกตัวเหนียวไปหมด แม้จะช่วย
ไม่ได้มากนอกจากเดินไปเดินมาคอยหยิบจับผ้ามาใส่ตะกร้า
แต่ก็ใช้แรงและกำลังเยอะมากแล้วสำหรับเด็กตัวแค่นี้
“เมื่อยยึเป่าไคไค”
“ไม่เมื่อยนะ ตูตูล่ะ”
“เมื่อยนิดนึง”
“ตูตู ไคไค ไปอาบน้ำกันก่อนเร๊ววว” เสียงเรียกลูก ๆ
อาบน้ำด้วยโทนเสียงหวานฟังอ่อนโยนยิ่งนัก จนเด็ก ๆ ดีใจ
กระดี๊กระด๊าที่แม่พูดดีๆด้วยทั้งวันเลย เมื่อซีอินผสมน้ำอุ่นให้
แล้วก็จะอาบน้ำให้ แต่ทั้งสองยืนยันว่าอาบน้ำกันเองได้ ซีอิน
จึงปล่อยให้เด็ก ๆ อาบน้ำกันเอง
“ก็ได้แม่จะให้พวกลูก ๆ อาบน้ำกันเอง แต่อย่าเล่นน้ำ
นานนะเดี๋ยวเป็นหวัดตกลงไหม”
“คับ/คับ”
เมื่อปล่อยให้เด็ก ๆ อาบน้ำกันเองแล้ว จากนั้นเธอก็
เดินเข้าไปในห้องนอนจัดการปูผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนๆ เธอ
จัดการแค่ห้องเดียวพอกะว่าจะให้เจ้าหัวผักกาดน้อยย้ายมา
นอนกับเธอ เตียงออกจะกว้างยังไงก็นอนพออยู่แล้ว ก่อนนี้
เธอนอนคนเดียวอีกห้องนั้นเป็นห้องที่เด็ก ๆ นอนกันเองโดย
เธอไม่ได้ใส่ใจดูแลนัก
“เฮ้ออ ทำไมเป็นคนไร้สามัญสำนึกไปได้ถึงขนาดนี้นะ
ตัวเธอในชาตินี้” ทำงานไปบ่นพึมพำไป ก่อนจะวางหมอน
หนุนและผ้าห่มนวมกลิ่นหอมสดชื่นสีเดียวกับผ้าปูที่นอนลงไป
จนเรียบร้อยพร้อมหมอนข้างสองใบ ส่วนอีกห้องไว้ค่อยจัดอีก
ทีตอนสามีเธอกลับมาจัดตอนนี้ไปก็มีแต่เป็นที่อยู่ของฝุ่นนะสิ
ยังอีกตั้งหลายเดือนกว่าสามีจะกลับมา เมื่อจัดที่นอนเสร็จแล้ว
ก็ไปดูเด็กสองคนที่อาบน้ำกันอยู่
“อาบพอแล้วตูตู ไคไค อากาศเย็นแล้วอาบนานจะไม่
สบายนะ”
“คับ/คับ”
เมื่อแม่มาตามออกจากห้องน้ำ ทั้งสองก็รีบออกจากอ่าง
น้ำทันทีแล้วเอาผ้าเช็ดตัวมาหอคลุมตัวไว้แล้วพากันเดินดุ๊กดิ๊ก
ออกมา ซีอินพาลูกๆมาทาครีมประแป้งหอม ๆ แล้วแต่งตัวให้
ด้วยชุดนอนเด็กผ้าเนื้อนุ่ม ก่อนจะอุ้มลูก ๆ ทีละคนขึ้นไปไว้
บนเตียงนอนพร้อมคลี่ผ้าห่มให้นั่งเล่นรอบนเตียงกันไปก่อน
ส่วนเธอก็จะไปอาบน้ำบ้างเช่นกัน….