Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 49 : ปีใหม่อีกครั้ง
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 49 : ปีใหม่อีกครั้ง
วันเวลาผันผ่านไปเรื่อย ๆ ผู้คนเริ่มมีความกล้าและ
ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจนหันมาจับอาชีพ
ค้าขายกันมากขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนจึงเริ่มมีการ
เปลี่ยนแปลงไปทีละนิดๆ กระทั่งเริ่มมีข่าวเรื่องครอบครัวหมื่น
หยวนออกตามหน้าหนังสือพิมพ์ให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งข่าวนี่ก็
สร้างความฮือฮาให้คนในประเทศเป็นอย่างมาก จนเกิดการ
ตื่นตัวอย่างถึงที่สุด…
ตอนนี้ซีอินเองมีลูกจ้างมาทำงานในร้านค้าเพิ่มอีกสอง
คนแล้วทั้งสองคนเป็นคนขยันขันแข็งและตั้งใจทำงานดี เซียว
ฉิงทู่ก็ได้ขึ้นเป็นผู้ดูแลร้านอย่างเต็มตัว โดยมีอี้เหวินคอย
ช่วยงานอยู่ตลอด อี้เหวินตัดสินใจเรียนม.ปลายตามปกติไป
ก่อนรออีกสักปีเมื่อปรับพื้นฐานได้แล้วค่อยสอบเทียบ เมื่อจบ
ถึงเวลานั้นก็เขาก็น่าจะอายุได้15ปีพอดีค่อยไปสอบเข้า
มหาวิทยาลัย ซึ่งเรื่องนี้อี้เหวินได้บอกให้ฉิงเฟิ่งและซีอินให้รับรู้
แล้วเช่นกัน
ซีอินย้อนกลับมาได้เกือบ2ปีแล้วอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วง
ปีใหม่อีกครั้งแล้ว ตูตูไคไคก็อายุ5ขวบเกือบจะได้6ขวบแล้ว
ยังคงน่ารักเหมือนเดิมยิ่งมองก็ยิ่งไม่อยากให้เจ้าหัวผักกาดโต
เลย ถ้าลูกๆ เธอตัวเท่านี้ไปตลอดคงดี แต่คงเป็นเรื่องขัดใจเจ้า
ตัวแสบทั้งสองที่อยากจะเป็นคนโตเร็วๆ น่าดู
เดี๋ยวนี้ตูตูใส่กางเกงในโดยไม่ต้องให้บอกแล้ว ไคไคเองก็
ยังมีนิสัยนิ่งๆ ชอบทำหน้ามึนๆ ใส่ทุกคนแบบที่ชอบทำทั้งยัง
ฉลาดมากๆ อีกเหมือนเดิม
ส่วนเชาเชายังเป็นคนพูดน้อยชอบยิ้มมากกว่า ค่อยๆ
คิดค่อยๆ ทำเรื่องต่างๆ ดูเป็นเด็กใจเย็นและอ่อนโยนมาก
ทีเดียว อี้เหวินก็ชอบเรียนหนังสือมากและยังชอบทำการค้า
มากเช่นกันเป็นเด็กที่ขยันมากจริงๆ
เพราะไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงภาพจำ ซีอินจึงเอา
กล้องโพลารอยด์ของเธอเองที่มีอยู่ในมิติออกมา เพื่อถ่ายรูป
เจ้าหัวผักกาดน้อยตูตูกับไคไคและเด็กๆบ้านอี้เก็บไว้
“แม่ครับนั้นคืออะไรครับ” เด็กขี้สงสัยเอ่ยถามพร้อม
วิ่งจรู๊ดดมาเกาะขาไม่ปล่อย ทั้งแหงนหน้ามองแม่ตาไม่กะพริบ
“กล้องถ่ายรูปจ๊ะ อยากถ่ายไหม”
“ตูตูไม่รู้จักกล้องๆ อันนี่เลย ไคไครู้จักยึเป่า” หัวกลมๆ
พลิกกลับไปด้านข้างถามน้องชาย
“อืม ไม่รู้ๆ” ไคไคตอบพร้อมส่ายหัวไปมาด๊อกแด๊ก
จ้องมองของที่อยู่ในมือแม่ไม่วางตาอย่างสงสัย
“เอาละเดี๋ยวแม่ทำให้ดู ตูตูกับไคไคไปยืนยิ้มหวานให้
แม่ตรงที่มีดอกไม้ตรงนั้นนะจ๊ะ”
“คร้าบบ/ครับ” ทั้งสองตอบรับอย่างว่าง่าย
จากนั้นเจ้าหัวผักกาดน้องตัวอวบอ้วนสองคนก็พากันวิ่ง
ไปตรงที่แม่ชี้ ก่อนจะยืนยิ้มหวานจนตายิบหยีมองตรงไปที่
กล้องตามที่แม่บอก พอได้ยินเสียงหวานๆ ของแม่บอกว่า
เรียบร้อยแล้วก็รีบมามุงดูภาพที่ถูกถ่ายออกมาที่อยู่ในมือแม่
“หูยยย นั้นตูตูเอง มีไคไคในนี้ด้วยนะ” น้ำเสียงขึ้นลง
สูงต่ำตื่นเต้นจนปิดไม่มิดนั้นยิ่งทำให้เธอรู้ว่าลูกๆ ของเธอเริ่ม
คึกกันอีกแล้วจนเธออดหัวเราะออกมาไม่ได้จริงๆ ส่วนไคไค
เองก็มองรูปถ่ายตาเป็นประกายเลยทีเดียว
“ทำอะไรกันอยู่แม่ลูก” ฉิงเฟิ่งเดินออกจากบ้านมาดู
ภรรยาและลูกๆเพราะได้ยินเสียงเจี๊ยวจ้าวที่หัวเราะคิกคักกัน
“ถ่ายรูปอยู่ค่ะ”
“พ่อครับๆ แม่เก่งมากเลยครับ” เพราะตื่นเต้นเด็กๆ จึง
แย้งกันเล่าให้พ่อฟัง
ฉิงเฟิ่งรู้จักกล้องถ่ายรูป ในเมืองอำเภอนี้ก็มีร้านถ่ายรูป
มาเปิดแล้ว เขาเคยชวนภรรยาไปถ่ายแต่เธอบอกว่ามีกล้อง
ถ่ายรูปอยู่ในมิติค่อยเอาออกมาถ่ายกันจะได้ไม่ต้องเสียเงินเข้า
ร้านถ่ายรูป เขาเองยังไม่เคยเห็นกล้องถ่ายรูปของภรรยามา
ก่อนตอนแรกเข้าใจว่าจะตัวใหญ่กว่านี้เสียอีก เพราะกล้อง
ถ่ายรูปสมัยนี้อุปกรณ์เยอะและตัวใหญ่มาก จึงจ้องมองกล้อง
ในมือภรรยาอย่างอดตื่นเต้นและสนใจไม่ได้เช่นกัน
ซีอินเห็นสามีจ้องของในมือเธอด้วยตาเป็นประกายไม่
ต่างจากลูกๆ เลย ขาเรียวก้าวเดินเข้าไปหาคนตัวสูงก่อนจะ
สอนเขาถ่ายรูป ไม่นานฉิงเฟิ่งก็เข้าใจและทำได้
“งั้นตูตู ไคไค มาถ่ายรูปกับแม่เร็วเข้า”
“เย้ๆๆ ถ่ายรูปกับแม่ๆ” ดีใจก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันใหญ่
ส่วนอี้เหวินและอี้เชาก็เดินออกมาดูทุกคนถ่ายรูปกันอย่าง
ตื่นเต้นด้วยเช่นกัน
จากนั้นบ้านสามเซียวก็ได้ภาพครอบครัวมาหลายภาพ
ทั้งภาพพี่น้องของอี้เหวินและอี้เชาด้วย ซีอินให้ฉิงเฟิ่งสอนอี้เห
วินใช้กล้องเพื่อจะได้ถ่ายรูปครอบครัวให้โดยมีฉิงเฟิ่ง ซีอิน ตูตู
และไคไคอยู่ในภาพด้วยกัน ทุกคนต่างตื่นเต้นกับการถ่ายรูป ตู
ตู ไคไค เชาเชาที่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยอยู่เอาแต่พากันมอง
ภาพถ่ายทั้งวัน ซีอินเอาภาพมาใส่กรอบตั้งไว้ในห้องโถง
รับแขกเด็กๆ จะได้เอาไว้ดูชัดๆ ด้วย…
ปีใหม่นี้ซีอินคุยกับฉิงเฟิ่งแล้วว่าจะกลับไปฉลองที่
หมู่บ้านในชนบทจะได้กลับไปเจอคนที่บ้านใหญ่เซียว ทั้งตัว
เธอเองก็จะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่หลินที่บ้านของเธอด้วย
เหมือนกัน
ในเมืองอำเภอคึกคักกันอย่างมากเพราะเตรียมฉลองวัน
สิ้นปีและต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ผู้คนต่างเริ่มกล้าที่จะจัดงาน
เฉลิมฉลองกันมากขึ้น บ้านเรือนต่างๆ ประดับประดาไปด้วย
กระดาษมงคลสีแดง ทั้งยังมีการจุดประทัดฉลองด้วย
รถยนต์คันใหญ่ขับเข้าหมู่บ้านในชนบท ตอนนี้ผู้คนใน
หมู่บ้านไม่ได้รู้สึกแปลกตาหรือตื่นเต้นมากมายยามที่ได้เห็น
รถยนต์คันโตแล้ว เพราะตอนนี้เริ่มมีรถยนต์ให้เห็นเพิ่มมากขึ้น
แล้วนั้นเอง
“พรุ่งนี้เป็นวันสิ้นปีเราไปฉลองกันที่บ้านใหญ่เซียวก่อน
นะครับ พอวันขึ้นปีใหม่ค่อยไปที่บ้านพ่อแม่ของคุณด้วยกัน”
ฉิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นขณะที่ขับรถเข้ามาจอดในรั่วบ้านเรียบร้อยแล้ว
“ได้ค่ะฉันตามใจคุณ ส่วนอี้เหวิน อี้เชาเย็นนี้ก็อยู่กิน
ข้าวที่บ้านอาก่อนนะจ๊ะ” ซีอินรับคำสามีก่อนหันไปบอกเด็กๆ
บ้านอี้
“ได้ครับ แต่เดี๋ยวผมขอกลับไปทำความสะอาดบ้านไว้
ก่อนแล้วจะรีบกลับมาช่วยเตรียมข้าวเย็นนะครับ”
“ได้จ้ะ”
“แม่ครับ งั้นตูตูกับไคไคขอไปกับพี่เหวินเหวินกับพี่เชา
เชานะครับ” ตูตูที่เริ่มพูดชัดขึ้นมานิดหน่อยส่งเสียงขอแม่ไป
กับพี่ชายอี้ทั้งสองคนด้วย
ส่วนไคไคก็ได้แต่มองพี่ชายที่ขออนุญาตแม่เผื่อตนเอง
ด้วยสายตามึนๆ เขายังไม่ได้บอกว่าจะไปด้วยเลย แต่ก็ไม่ได้ขัด
อะไร เพราะปกติพวกเขาสี่คนก็ชอบตามติดไปไหนไปด้วยกัน
อยู่แล้ว
“ได้จ้ะ แต่ไปแล้วต้องช่วยพี่ๆ ทำงานด้วยนะรู้ไหม” ซี
อินไม่ลืมกำชับเจ้าตัวแสบซนของบ้าน
“ได้ครับแม่ ฮิ ฮิ ฮิ” ตูตูรับคำพร้อมหัวเราะอย่างเด็กที่
อารมณ์ดีมาก
“ครับแม่” ไคไคเองก็รับคำเช่นกัน
ฉิงเฟิ่งให้อี้เหวินเอารถมอเตอร์ไซค์พวงข้างที่เซียวฉิงทู่
ขับกลับมาบ้านก่อนหน้านี้ มาขับพาเด็กๆไปที่บ้านอี้ด้วยกัน
ตอนนี้อี้เหวินเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้วร่างกายสูงใหญ่ขึ้นมาก เขา
ขับเป็นทั้งรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์แล้ว และฉิงเฟิ่งคิดว่าอีก
สักพักจะหัดรถยนต์ให้อีกด้วย
“เด็กๆ โตเร็วจริงๆ เลยนะคะ” ซีอินพูดพร้อมมองตาม
ท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับไปตามถนนในหมู่บ้าน ก่อนจะเดิน
กลับเข้ามาในบ้าน ส่วนฉิงเฟิ่งก็เดินมาปิดรั้วบ้านอย่างมิดชิด
“นั้นสิครับ ตอนนี้ตูตูกับไคไคก็ใกล้จะ6ขวบแล้วเมื่อไร่
ลูกสาวผมจะมาละครับ”
“ช่วยไม่ได้นี่คะ คุณเองก็ขยัน ฉันเองก็ให้ความร่วมมือ
เต็มที่ทุกครั้งแต่ลูกก็ยังไม่มานี่นา”
“งั้นผมจะขยันมากกว่าเดิมอีก”
“ถ้าคุณขยันทำมากกว่านี่ ตัวฉันต้องละลายติดเตียง
แล้วล่ะค่ะ” ซีอินเอ่ยหยอกสามีทั้งยู่ปากและส่งค้อนให้ด้วย
“หึ หึ หึ” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบส่ง
สายตาวิบวับมองภรรยาไม่วางตากำลังคิดเรื่องพลิกผ้าห่มกับ
ภรรยาในใจ ตอนนี้เด็กๆ ไม่อยู่บ้านและคิดว่าอย่างต่ำก็สอง
ชั่วโมงถึงจะกลับมากัน เมื่อคำนวณเวลาในใจแล้วก็ช้อนอุ้ม
ภรรยาเข้าบ้านปิดประตูห้องหับมิดชิดก่อนจะเริ่มกิจกรรมสามี
ภรรยาอย่างคึกคักและบ้าพลังอย่างถึงที่สุด
ซีอินที่ถูกสามีจับพลิกคว่ำพลิกหงายไม่หยุดเป็นเวลา
เกือบๆ สองชั่วโมง ได้แต่นอนหมดแรงพร้อมหน้ามุ่ยทำตา
ขวางใส่สามีจอมหื่นอยู่บนเตียง
“ภรรยาครับคุณลุกไหวไหมครับ” เมื่อร่างสูงหยิบ
เสื้อผ้าที่หล่นกระจายตามพื้นขึ้นมาสวมใส่เรียบร้อยแล้วก็เดิน
มานั่งที่ขอบเตียงเตาที่ตอนนี้มีร่างนุ่มนิ่มนอนหมดแรงอยู่
“ฮึก นะ เหนื่อยค่ะ” ซีอินได้แต่ส่งเสียงสะอื้นฮักพร้อม
ทำหน้ามุ่ยไปให้คนตะกละตะกลามตรงหน้า แต่กลับได้รับ
เพียงเสียงหัวเราะชอบใจพร้อมริมฝีปากร้อนๆ ที่กดจูบลงบน
กระหม่อมและหน้าผากอย่างรักใคร่กลับมา
“งั้นพักก่อนนะครับ เดี๋ยวผมออกไปเตรียมอาหารให้
คุณและลูกๆ ก่อน ถ้าหายเหนื่อยแล้วคุณค่อยลุกมานะครับ
จุ๊บ” มือหนาลูบเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของภรรยากางนิ้วยาวๆ สาง
ผมที่พันกันนิดหน่อยให้อย่างเบามือ พร้อมกดจูบที่หน้าผาก
เกลี้ยงเกลาอีกครั้งอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเดินออกไปจาก
ห้องนอนด้วยใบหน้าที่เป็นประกายสดใส ซีอินที่มองตามหลัง
สามีไปเหมือนมองเห็นละอองฟรุ้งฟริ้งแห่งความสุขแผ่กระจาย
ออกมาจากร่างสูงโปร่งที่เดินออกไป
‘งื้มมทั้งที่เธอเมื่อยตัวไปหมด แต่ทำไมสามีเธอถึงสุขสด
ชื่นได้ขนาดนั้นนะ’
ไม่นานเด็กๆ ทั้งสี่คนก็กลับมาที่บ้านด้วยกัน เสียงรถที่
เข้ามาจอดในรั้วบ้านพร้อมเสียงพูดคุยกันอย่างร่าเริงดังขึ้น ซี
อินที่หายเหนื่อยแล้วพึ่งอาบน้ำเสร็จก็รีบแต่งตัวให้เร็วขึ้นก่อน
จะออกไปหาลูกๆ ของเธอ
“กลับมาแล้วคร้าบบบ” ไคไคส่งเสียงเข้ามาก่อนจะเดิน
เข้ามาในตัวบ้านตามหลังมาด้วยตูตู อี้เชาและอี้เหวินปิดท้าย
ขบวน
“โฮ๊ะ! แม่อาบน้ำแล้ว ฮิ ฮิ ฟอดด ห๊อมหอม” ตูตูพูด
พร้อมวิ่งสับเท้าเข้ามาชูมือเป็นสัญญาณว่าจะกอดแม่ จนซีอิน
ต้องย่อกายลงไปหาก่อนที่เจ้าหัวผักกาดจะโถมตัวเข้ากอดแล้ว
หอมแก้มแม่ทันที
“อะแฮ่ม หอมเบาๆ หน่อยตูตู” ตามมาด้วยเสียงเรียก
นิ่งๆ ของคนพ่อ
“ก็แม่ตัวห๊อมหอมนี่ครับ ตูตูชอบมาก”
“พ่อรู้แล้วแต่ตูตูไปข้างนอกมาต้องล้างมือล้างหน้า
หรือไม่ก็อาบน้ำก่อน”
“งั้นไคไค พี่เชาเชาไปอาบน้ำกันเถอะ” ได้ยินที่พ่อบอก
ก็พยักหน้าหงึกหงักก่อนเอ่ยชวนน้องชายและพี่เชาเชาไป
อาบน้ำด้วยกัน
“อื้ม อาบแล้วจะมาหอมแม่บ้าง” ไคไคที่ก็อยากหอม
แม่เหมือนกันพูดพร้อมเดินเร็วๆ ไปทางห้องน้ำทันที
จากนั้นตูตูไคไคก็พากันไปอาบน้ำรวมถึงเชาเชาอีกคนที่
ไปอาบน้ำด้วยกัน ส่วนอี้เหวินนั้นไปล้างมือล้างหน้าให้สะอาด
ก่อนจะเดินเข้ามาช่วยคุณอาสามและคุณอาสะใภ้สาม
ทำอาหารในครัวต่อ
“พรุ่งนี้เป็นวันสิ้นปีแล้ว เดี๋ยวตอนเช้าแม่จะทำอาหาร
อร่อยๆให้กินนะตูตู ไคไค อี้เหวินกับอี้เชาก็มากินข้าวเช้า
ด้วยกันนะจ๊ะ” ซีอินเอ่ยขึ้นขณะทานอาหารเย็นด้วยกัน
“ฮิ ฮิ แม่ของตูตูดีที่สูดดดด”
“แล้วพ่อไม่ดีหรือ งั้นปีนี่พ่อคงไม่ต้องเขียนกลอนมงคล
ให้แล้วสินะ”
“หื้ม พ่อค้าบบ ตูตูว่าพ่อก็ดีมากกเลย ดีที่สู้ดดด
เหมือนกัน”
“คิก คิก เสียงสูงจริงเลยนะเรา เชื่อได้หรือเปล่า” ซีอิน
เอ่อล้อลูกชายที่ช่างพูดเหลือเกิน
“ได้ครับเชื่อตูตูได้เลยเนาะไคไค”
“อื้ม แม่เชื่อตูตูได้ครับ ไคไคยังเชื่อเลย”
“จ้าๆ”
เช้าวันสิ้นปีมาพร้อมอากาศหนาวเย็นแต่ละบ้านเริ่ม
เตรียมการฉลองวันส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่ ผู้คนในหมู่บ้าน
ตอนนี้แม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีกินมีใช้มากกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่
ต้องทุกข์ใจเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่เหมือนก่อน
หน้านี้ การฉลองวันสิ้นปีต้อนรับปีใหม่ปีนี้จึงเต็มไปด้วยความ
ชื่นมื่นของแต่ละครอบครัวนั้นเอง
ส่วนการกลับมาฉลองวันสิ้นปีกับที่บ้านใหญ่เซียวของซี
อินในครั้งนี้ ก็เป็นการพบกันครั้งแรกกับพี่สะใภ้รองนับตั้งแต่
เธอกลับเลยก็ว่าได้ สิบปากคนว่าให้ฟังก็ไม่เท่าตาของตัวเอง
มองเห็นเองจริงๆ นับตั้งแต่ที่พี่สะใภ้รองพ้นจากสถานกักกันที่
ถูกส่งไปปรับทัศนคติมาเธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ ระมัดระวัง
คำพูดมากกว่าแต่ก่อนมากเลยทีเดียว ดูเป็นคนคิดก่อนพูดขึ้น
เยอะ กับเธอก็พูดดีด้วยไม่มีคำพูดแย่ๆหรือทำท่าทางไม่ดีใส่
แบบเมื่อก่อนอีก แต่ก็ไม่ได้พูดคุยกับมากเรียกว่าต่างคนต่างอยู่
มากกว่า ต่างทำงานของตัวเองไป ตัวเธอเองไม่ได้ใส่ใจมากนัก
คนคิดกลับตัวได้ย่อมสมควรได้รับโอกาส เพราะเธอเองก็ยัง
ได้รับโอกาสให้ได้กลับมาแก้ไขสิ่งเลวร้ายที่เคยทำมาเหมือนกัน
ดังนั้นการฉลองวันสิ้นปีจึงผ่านพ้นไปด้วยดี ท่านกลาง
ความสงบสุขและเสียงของเด็กๆ ทั้งเสียงตูตู ไคไค ต้าเป่า
เหมียวเหมี่ยวที่ตื่นเต้นกับการเล่นไฟเย็นที่ซีอินเอาออกมาให้
เล่น และเสียงร้องอ้อแอ้ของฝาแฝดมังกรหงส์ลูกของพี่ใหญ่
และพี่สะใภ้ใหญ่ที่ตอนนี้อายุได้สามเดือนแล้วกำลังน่ารักเชียว
ส่วนอี้เหวินและอี้เชาขอกลับไปฉลองกันเองที่บ้านเดิม ส่วน
พรุ่งนี้จะเป็นวันต้อนรับปีใหม่แล้ว เธอก็จะไปเยี่ยมที่บ้านหลิน
ด้วย คิดว่าพี่ชายทั้งสองคนของเธอน่าจะหยุดงานกลับมา
ฉลองที่บ้านด้วยเหมือนกัน….