Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 48 : พี่สะใภ้ใหญ่คลอดแล้ว
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 48 : พี่สะใภ้ใหญ่คลอดแล้ว
ผ่านไปนานนับเดือนแล้วตั้งแต่ที่เหอหลันซือไปเรียนที่
มหาวิทยาลัย เธอโทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาเซียวฉิงทู่เพียงแค่
ครั้งเดียวเมื่อตอนเดินทางไปถึงที่นั่นแล้ว ครั้งเดียวเท่านั้น
จริงๆ เขาคิดไปต่างๆ นานา แต่ก็ยังเชื่อว่าเธอจะมั่นคงพอและ
กลับมาหาเขาจริงๆ
ทางด้านเหอหลันซือนั้นเธอกำลังยุ่งกับการเรียนเพราะ
มีเรื่องที่เธอต้องปรับตัวอยู่มาก ทั้งสังคมใหม่เพื่อนักศึกษาใหม่
ทั้งยังเรียนหนักมากอีกด้วย เธอต้องอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลา
ที่ว่าง จนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น แต่เธอก็เลือกที่จะเขียนจดหมาย
หาคู่หมั้นแทนการโทรหา เพราะเป็นการประหยัดเงินได้
มากกว่าการใช้โทรศัพท์นั้นเอง
เซียวฉิงทู่ที่แววตามีความหม่นเศร้าอยู่ในบางครั้งที่เผลอ
กำลังยืนโรยข้าวเปลือกให้ไก่น้อยกับหลานๆ อยู่หลังบ้านพี่
สาม เพราะวันนี้เขาหยุดและช่วงนี้ก็ซึมๆ พี่สามและพี่สะใภ้
สามจึงให้เขามาอยู่ดูแลตูตูและไคไคให้ที่บ้านจะได้มีอะไรทำ
ไม่ต้องคิดมากอีกซึ่งก็จะตรงกับวันที่อี้เหวินหยุดเรียนพอดี
อี้เหวินจึงเข้าไปดูร้านค้าแทนนั้นเองโดยมีอี้เชาไปทำงานช่วย
ด้วย
“จดหมายมาส่งคร้าบบบบ” เสียงตะโกนที่หน้าบ้านทำ
ให้ฉิงทู่วางถ้วยข้าวเปลือกลงที่โต๊ะตัวเล็ก ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ
ออกไปที่รั้วหน้าบ้าน
“จดหมายมาๆ” ตูตูที่นั่งดูลูกเจี๊ยบกินข้าวเปลือกอยู่เงย
หน้าขึ้นทันที
“เหมือนที่มาส่งจดหมายพ่อให้เราตอนนั้นไง” ไคไคพูด
ขึ้นเพราะจำได้ว่าจะมีคนมาส่งจดหมายแบบนี้อยู่
“อ้อ ตูตูนึกออกแล้ว” เจ้าตัวน้อยพยักหน้าหงึกหงัก
ก่อนจะมองไปที่หน้าบ้านเห็นอาสี่กำลังพูดกับคนที่มาส่ง
จดหมายอยู่เลย
“จดหมายหรือครับ” เซียวฉิงทู่เอ่ยทวนขึ้นอีกครั้งเมื่อ
วิ่งมาถึงหน้าประตูรั้วบ้าน
“ใช่ครับสหาย”
“ขอบคุณสหายมากครับ” เอ่ยขอบคุณพร้อมยื่นมือไป
รับซองจดหมายสีเหลืองอ่อนที่มีแสตมป์ติดอยู่มาไว้ในมือ
จากนั้นบุรุษไปรษณีย์ก็ปั่นจักรยานออกไปเพื่อส่ง
จดหมายให้ที่อื่นต่อ
ทางเซียวฉิงทู่เมื่อเห็นว่าจดหมายมาจากใครก็มีสีหน้าดี
ใจขึ้น ก่อนจะรีบเดินกลับเข้ามาด้านในแล้วรีบเปิดจดหมาย
อ่านทันที เนื้อหาในจดหมายไม่ได้มีอะไรมาก คู่หมั้นของเขา
บอกเล่าเรื่องที่เธอกำลังทำ เรื่องการเรียน เรื่องต้องอ่าน
หนังสือมากมาย เรื่องเพื่อนนักศึกษาใหม่ที่ได้เจอ เรื่อง
ชีวิตประจำวันที่เธอทำ และเขียนบอกที่อยู่ของเธอเผื่อว่าเขา
อยากจะส่งจดหมายกลับไปให้บ้างนั้นเอง
เพียงแค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มจากคนที่ทำหน้าหม่นเศร้ามา
ตลอดหลายเดือนได้แล้ว
“อาสี่ยิ้มด้วยนะ”
“อืม ต้องเป็นเรื่องดีแน่ๆ”
“ใช่ๆ”
เด็กๆ คุยเสียงกระซิบกระซาบกันอยู่สองคนไม่ได้ทำ
เสียงดังรบกวนอาสี่ของพวกเขาที่กำลังอ่านจดหมายอยู่เลย
จนกระทั่งเซียวฉิงทู่อ่านจดหมายจบแล้วจึงหันมาถามหลานๆ
ของตัวเอง
“ตูตู ไคไคอยากกินซาลาเปาไหม ไปที่ร้านซาลาเปาของ
ลุงใหญ่กันเถอะ แล้วค่อยไปหาพ่อกับแม่ของตูตูไคไคที่ร้าน
กัน”
“ไปคับๆ ตูตูหยักจินซาลาเปาไส้ผักเขียวๆ”
“ไคไคก็หยักกินซาลาเปาหมูแดงหวานๆ เหมือนกัน”
“ได้ๆ งั้นเดี๋ยวอาสี่ปิดบ้านก่อนนะ”
เขารีบปิดบ้านของพี่สามแล้วพาหลานๆ นั่งรถ
มอเตอร์ไซค์พวงข้างไปร้านค้าโดยแวะที่ร้านซาลาเปาของ
พี่ชายคนโตก่อน
ณ.ร้านซาลาเปาของพี่ใหญ่เซียว..
“สะใภ้ใหญ่เธอก็ใกล้จะคลอดแล้วเดินให้มันระวังๆ
หน่อย” คุณแม่เซียวที่กำลังเรียงซาลาเปาลงหม้อนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อ
เห็นสะใภ้ใหญ่เดินออกมาช่วยงานหน้าร้าน
“ค่ะคุณแม่”
“เอาละๆ ถ้าอยากช่วยงานก็นั่งรับเงินทอนเงินไป ไม่
ต้องเดินไปเดินมาให้มากนักเข้าใจไหม”
“ค่ะคุณแม่” ซูหงได้ยิ้มรับคำแม่สามีอย่างว่าง่าย
ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงสายของวันแล้วลูกค้าจึงมีไม่มากนัก
ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาซื้อซาลาเปามีทั้งวันแต่จะเยอะมากๆ คือ
ช่วยเช้าๆ และเที่ยง
“วันนี้เจ้าสี่หยุดงานไม่ได้ไปช่วยที่ร้านเจ้าสามนี่นะ แล้ว
นี่ไปไหนเสียก็ไม่รู้ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาเลย” คุณแม่เซียวเอ่ย
ถึงลูกชายคนที่สี่ที่ตั้งแต่คู่หมั้นสาวไปเรียนต่อก็ดูไม่ค่อยสดใส
นัก
“ครับ วันนี้เจ้าสี่หยุดงาน แต่เห็นเมื่อเช้าเจ้าสามบอกว่า
ให้ไปดูตูตูกับไคไคที่บ้านน่ะครับ”
“เฮ้อ เจ้าสี่ไม่ค่อยสดใสเพราะคู่หมั้นที่เงียบหายไป”
คุณแม่เซียวเอ่ยขึ้นเพราะรู้ดีว่าลูกชายเป็นอะไร
“อย่าว่าแต่เจ้าสี่เลยครับแม่ คนในเมืองอำเภอที่มีคนใน
ครอบครัวได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยต่างก็มีอาการไม่ต่างจากเจ้า
สี่กันทั้งนั้น ลูกค้าที่มาซื้อซาลาเปาที่ร้านก็พูดกันหลายคน”
“อืมไม่รู้ว่าคู่หมั้นเจ้าสี่จะกลับมาหรือเปล่านะ”
“คงต้องรอดูกันไปครับ”
พูดยังไม่ทันขาดคำคนที่อยู่ในหัวข้อการสนทนาก็โผล่มา
ให้เห็นพร้อมใบหน้าที่มีรอยยิ้มมากกว่าเดิม ทั้งยังมีหลานชาย
ฝาแฝดที่เดินตามหลังกันมาเป็นพรวน เมื่อเดินเข้ามาในร้าน
ซาลาเปาเซียวฉิงทู่ก็รีบบอกแม่กับพี่ชายและพี่สะใภ้ใหญ่ว่าเขา
ได้รับจดหมายจากคู่หมั้นแล้ว และเธอยังบอกให้เขาส่ง
จดหมายไปหาได้ด้วย ขณะที่เซียวฉิงทู่กำลังพูดถึงเรื่อง
จดหมายอยู่ หัวกลมๆ สองหัวของตูตูกับไคไคก็เริ่มเอียงเข้าหา
กันกระซิบคุยกันเรื่องไส้ซาลาเปา
“ซาลาเปาไส้ผักอร่อยจริงๆนะ”
“อืม แค่ไคไคชอบหมูแดงมากกว่า”
“หยอ”
“อื้ม”
“ตูตู ไคไค นี่ซาลาเปาลูกโตๆ กำลังร้อนๆ รีบกินเร็ว
เข้า” เซียวฉิงโจวเดินไปหยิบซาลาเปามา5ลูกใส่จานใบโตมาให้
หลานๆ ทั้งสองกิน
“ขอบคุณคับลุงใหญ่/ขอบคุณคับใหญ่” เด็กๆ รีบ
ขอบคุณพร้อมเพรียงกันทั้งทำตาวาวสดใสขึ้นทันที
“กินเยอะๆ ตูตู ไคไคจะได้เป็นคนโตเร็วๆ อย่างที่บอก
ย่านะ”
“ฮิ ฮิ คับย่าตูตูจะจินเยอะๆ”
“ไคไคกินเยอะไม่ได้คับ แน่นพุง” ไคไคใช้มือน้อยลูบพุง
ตัวเองไปมาประกอบคำพูดที่บอกย่า
“อย่างนั้นก็กินแต่พอดีๆนะ จะได้ไม่แน่นพุงกัน” คุณ
แม่เซียวรีบบอกหลานชายฝาแฝดอย่างเอ็นดูเพราะกลัวเด็กๆ
จะอึดอัดพุงเอาได้หากฝืนกินเยอะเกินไป
“คับ /คับ”
วันเวลาผ่านไปเดือนแล้วเดือนเล่า ช่วงเวลาสำคัญของ
คนบ้านใหญ่เซียวก็มาถึง เมื่อพี่สะใภ้ใหญ่เจ็บท้องจะคลอด
ตอนกลางดึก ดีที่มีคุณแม่เซียวอยู่ด้วย ซึ่งเป็นคนที่มีสติมาก
ที่สุดจึงสั่งให้เซียวฉิงโจวรีบไปขอยืมรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง
ของบ้านเจ้าสามมา เพื่อจะได้พาสะใภ้ใหญ่ไปโรงพยาบาลกัน
เซียวฉิงโจวรับปั่นจักรยานไปที่บ้านน้องสามสุดชีวิตในเวลา
กลางดึก ฉิงเฟิ่งได้ยินเสียงเรียกอยู่หน้าบ้านจึงเปิดประตู
ออกมาดู จึงรู้ว่าพี่สะใภ้ใหญ่ใกล้คลอดแล้วพี่ใหญ่จึงมาขอยืม
รถมอเตอร์ไซค์ ฉิงเฟิ่งจึงบอกว่าจะขับรถยนต์พาไป
โรงพยาบาลเองพี่ใหญ่จึงรีบกระโดดขึ้นรถทันที
เมื่อพาคนมาถึงโรงพยาบาลได้แล้ว คุณแม่เซียวและฉิง
เฟิ่งก็นั่งรออยู่ด้วย โดยมีเซียวฉิงโจวที่เดินไปเดินมานั่งไม่ติด
จริงๆ เพราะเป็นกังวลมาก จากกลางดึกจนกระทั่ง6โมงเช้า
หมอและพยาบาลจึงออกมาบอกว่าคลอดสำเร็จแล้วและ
ปลอดภัยดีทั้งแม่และเด็กๆ
“เด็กๆ หรือครับ” เซียวฉิงโจวเอ่ยทวนคำพูดของคุณ
หมอ
“ใช่แล้วค่ะ ภรรยาของคุณคลอดฝาแฝดชายหญิง
ออกมาค่ะ เด็กตัวเล็กแต่ร่างกายแข็งแรงดีค่ะไม่มีอะไรผิดปกติ
ดูแลและบำรุงอีกสักหน่อยรับรองตัวอ้วนแน่นอนค่ะ” คุณ
หมอบอกพร้อมส่งยิ้มยินดีให้ญาติคนไข้
“ดีๆ ดีจริงๆ เรื่องนี้ดีมากจริงๆ บ้านเซียวของเรามีแฝด
อีกคู่แล้ว ถึงจะตัวเล็กก็ไม่เป็นไรแม่จะช่วยแกเลี้ยงเองนะ”
คุณแม่เซียวดีใจมากคิดว่าต้องรีบส่งข่าวให้คุณพ่อเซียวและคน
ที่บ้านรู้เร็วๆ
“ครับแม่ เป็นเรื่องดีมากจริงๆเรื่องดีที่สุดในชีวิตของผม
เลย” เซียวฉิงโจวดีใจมากจนน้ำตาคลอแต่ใบหน้าเต็มไปด้วย
รอยยิ้มของความสุขสมหวัง
ฉิงเฟิ่งเองก็ดีใจกับพี่ชายด้วยจริงๆ ในที่สุดพี่ชายก็ได้
ลูกๆ อย่างที่เฝ้ารอมานาน แถมมาทีเดียวสองคนทั้งยังได้ทั้ง
ชายและหญิง เขายินดีกับพี่ชายแต่ก็แอบอิจฉานิดๆ ด้วย
ทางโรงพยาบาลไม่มีอะไรให้เป็นห่วงแล้ว หมอให้
พี่สะใภ้ใหญ่นอนพักที่โรงพยาบาลก่อนเพราะเป็นการคลอดลูก
แฝด คุณแม่เซียวจึงจะอยู่ดูแลเอง ส่วนพี่ใหญ่นั้นคุณแม่เซียว
ให้กลับไปเปิดร้านซาลาเปาก่อน พอปิดร้านแล้วค่อยกลับมา
อยู่ดูลูกเมียที่โรงพยาบาลก็ได้ แม้เซียวฉิงโจวไม่อยากไปแต่เมื่อ
มีคุณแม่เซียวดูแลภรรยาให้แล้วเขาจึงไม่ต้องห่วงมาก
ฉิงเฟิ่งกลับไปถึงบ้าน เด็กๆ ทั้งสี่คนก็ไปโรงเรียนกัน
หมดแล้ว เจ้าสี่ที่นอนอยู่ที่ร้านค้าป่านนี้ก็เปิดร้านแล้ว ส่วนซี
อินที่กำลังเตรียมอาหารให้สามีอยู่ได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาก็
รีบเดินออกมาเพื่อถามข่าวของพี่สะใภ้ใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้พูด
อะไรก็ถูกคนที่ตีหน้านิ่งขรึมใส่เดินเข้ามาปิดบ้านจนมิดชิดแล้ว
ลากเธอเข้าห้องนอนทันที
“เดี๋ยวก่อนค่ะ เดี๋ยวก่อนฉิงเฟิ่งคุณเป็นอะไรไปคะ”
“ผม เฮ้ออ” เขาไม่ได้พูดอะไรได้แต่ถอนหายใจแล้วมอง
หน้าเธอ ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะเปลี่ยนจากนิ่งขรึมเป็น
หน้าตาเหมือนเด็กขี้อิจฉา จนเธอต้องหลุดหัวเราะออกมา แค่
นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าต้องอิจฉาพี่ใหญ่แน่ ๆ สามีเธอคิดอะไรทำไม
เธอจะไม่รู้
“อยากได้บ้าง อยากได้ลูกแฝดอีก” เสียงทุ้มเอ่ยอ้อน
ภรรยาขึ้นพร้อมดึงเอวบางนุ่มนิ่มเข้าหาตัว
“หืม พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ได้ฝาแฝดหรือคะ” ซีอินนึก
ไปถึงท้องของพี่สะใภ้ที่ใหญ่โตมากทีเดียว ก่อนหน้านี้หมอที่
ตรวจก็ยังไม่มั่นใจนัก นั้นเป็นเพราะวิทยาการแพทย์ยุคนี้ยังไม่
ทันสมัยมากนั้นเอง แต่ก็คาดเดาว่าน่าจะเป็นแฝดเพราะตอน
นั้นท้องพี่สะใภ้ใหญ่มากจริงๆ
“ครับเป็นหงส์มังกรเชียวนะ ส่วนของเราถึงไม่ได้แฝด
อีกก็ไม่เป็นไรครับ ขอแค่มีลูกสาวกับคุณจะยังไงก็ได้ทั้งนั้น”
“แล้วถ้าได้ลูกชายมาอีกละคะ” ซีอินยกมือขึ้นคล้องคอ
ของสามีพร้อมเอียงหน้าถามอย่างนึกเอ็นดู
“ไม่เป็นไรครับเป็นลูกชายผมก็รัก แต่ผมก็จะทำลูกกับ
คุณไปเรื่อย ๆจนกว่าจะได้ลูกสาวมา”
จากนั้นก็ไม่มีเสียงต่อรองเจรจาใดๆ อีก คราวนี้ฉิงเฟิ่ง
เป็นคนจับภรรยากดจนจมเตียงแล้วเริ่มปฏิบัติกิจกรรมของ
สามีภรรยาอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจไม่หยุดหน่อยจนข้าวของบน
เตียงทั้งหมอน ผ้าห่มกระจัดกระจายทั่วห้อง บรรยากาศของ
สามีภรรยาบ้านสามเซียวเต็มไปด้วยความหอมหวานและมี
ความสุขที่มอบให้แก่กันและกันไม่หยุดหย่อน โดยลืมไปว่า
ปล่อยให้น้องสี่ขายของอยู่คนเดียวที่ร้านค้า
“เฮ้อ ลูกค้าเยอะมากเลย เมื่อไหร่พี่สามกับพี่สะใภ้สาม
จะมากันละเนี่ย” เสียงพูดงึมงำๆ อยู่คนเดียวขณะกำลัง
จัดเรียงของบนชั้นวาง
“เอาสบู่สองก้อน แป้งหมี่ แล้วก็น้ำตาลค่ะ”
“ได้ครับๆ” เมื่อได้ยินเสียงลูกค้าที่มาสั่งซื้ออยู่ของหน้า
ร้านเซียวฉิงทู่ก็รีบจัดของให้ทันทีอย่างคล่องแคล่วว่องไว…