Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 51 : อยากเป็นอะไรดี
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 51 : อยากเป็นอะไรดี
‘ยินดีด้วยนะคะภรรยาคุณทั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ’
ประโยคนี้ของหมอที่ตรวจให้ภรรยาเขายังดังก้องอยู่ใน
หัวไม่จางหาย พร้อมกับหัวใจดวงโตในอกที่มันเอาแต่เต้นตึก
ตัก ๆ ไม่ยอมหยุดเสียที จนต้องคว้ามือภรรยามาทาบอกให้
เธอได้รับรู้ความรู้สึกของเขาไปด้วย
ใบหน้าคมสันหล่อเหลาของฉิงเฟิ่งประดับไปด้วย
รอยยิ้มไม่จางหายจากใบหน้า จนซีอินต้องหลุดหัวเราะออกมา
อยู่หลายครั้ง เธอเองดีใจมากเหมือนกัน ส่วนเจ้าสองแฝดพอ
ได้ยินพ่อบอกว่าจะมีน้องแล้วจริงๆ ก็กำมือแล้วชูขึ้นสองข้าง
ร้องเย้ๆ อี้เชาก็ตบมือแปะๆ อย่างยินดีด้วย ส่วนอี้เหวินก็กล่าว
คำยินดีมากมาย นับเป็นเรื่องมงคลต้อนรับปีใหม่ปีนี้จริงๆ
เมื่อกลับจากโรงพยาบาลมาถึงที่บ้านในเมืองอำเภอแล้ว
ทุกคนมีแต่รอยยิ้มแห่งความยินดีประดับบนใบหน้า ฉิงเฟิ่ง
แทบจะอุ้มร่างภรรยาเข้าบ้านเพราะไม่อยากให้เธอเดินเอง
“ฉันเดินเองได้ค่ะสามี คุณก็…ฉันไม่ได้ป่วยเสียหน่อย”
ซีอินทั้งฉิวทั้งขำ
“ก็ผมเป็นห่วงนี่ครับ” ฉิงเฟิ่งพูดเสียงอ้อนๆ เพราะ
ตอนที่ซีอินท้องตูตูกับไคไค เขาก็ไม่ได้อยู่ด้วยเพราะอยู่ค่าย
ทหารตลอด มาตอนนี้มีโอกาสได้ดูแลภรรยาตอนท้องเขาก็
อยากทำดีๆ
“ต่อไปคุณต้องทำงานให้น้อยลงนะครับ ของหนักก็ห้าม
ยกเด็ดขาด”
“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ใช่ว่าท้องนี้ท้องแรกเสียหน่อย คุณ
อย่างห่วงเลยค่ะ” มือเล็กยกขึ้นไปบีบจมูกสามีอย่างมันเขี้ยว
กับความห่วงใยและใส่ใจของเขาจริงๆ
“ครับๆ”
ข่าวการท้องของซีอินถูกส่งไปให้บ้านเซียวและบ้านหลิน
ในอีกสองสามวันต่อมา โดยเซียวฉิงทู่อาสากลับบ้านไปบอกให้
เอง ทุกอย่างในชีวิตของซีอินและครอบครัวลงตัวดีมาก
เวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ อาการแพ้ท้องของซีอินไม่มีเลย
แต่กลายเป็นฉิงเฟิ่งที่แพ้ท้องแทน อาการแพ้ไม่มากมีเพียงตื่น
เช้ามาเขาจะเวียนหัว อาหารก็กินปกติไม่ค่อยได้ อยากกินแต่
ของรสจัดๆ เปรี้ยวๆ ดีที่ในมิติห้างของเธอมีผลไม้รสเปรี้ยวอยู่
มากมาย แต่อาการหนักๆเลยเห็นจะเป็นเรื่องติดกลิ่นกายของ
เธอเสียมากกว่า ดีที่ร้านค้ามีลูกจ้างมาช่วยงานแล้ว ทั้งยังมี
เซียวฉิงทู่และอี้เหวินคอยช่วยอีกจึงไม่น่าเป็นห่วง
“ฉิงเฟิ่งค่ะเราลองเดินทางไปทางใต้เพื่อหาของมาขาย
กันดีไหมคะ จะได้ทยอยเปลี่ยนกับของในมิติของฉัน”
“รอให้คุณคลอดก่อนดีกว่าไหมครับ ตอนนี้ก็ท้องได้ห้า
เดือนแล้วแถมท้องคุณใหญ่มากอาจจะเป็นแฝดอีกครั้ง ผมยัง
ไม่อยากให้คุณเดินทางเลยครับ ผมจะไปเองก็ห่วงคุณกับลูก
ด้วย”
“งั้นลองให้น้องสี่เดินทางไปหาดูสินค้าไว้ก่อนดีไหมคะ
ชวนพี่รองหลินไปด้วยกันก็ได้ ออกไปดูทางใต้จะได้เปิดหูเปิด
ตากันบ้าง”
“อืม ก็ดีนะครับผมจะลองถามเจ้าสี่ก่อนว่าสนใจไหม”
“ได้ค่ะ”
เมื่อลองสอบถามทั้งสองคนนั้นแล้วก็เป็นอันตกลงกันว่า
พี่รองหลินจะเดินทางไปดูสินค้าทางใต้ด้วยกันกับน้องสี่ ตัว
เซียวฉิงทู่เองนั้นตื่นเต้นมาก เขาได้รับความวางใจจากพี่สาม
และพี่สะใภ้สามให้ไปดูสินค้าก่อน และหากมีของที่น่าสนใจก็
สอบถามรายละเอียดมาก่อนได้เลย ส่วนพี่รองหลินนั้นก็ดีใจไม่
ต่างกันที่จะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาดูภายนอกเมืองอำเภอบ้าง
ว่าที่อื่นทำการค้าเป็นยังไงบ้างแล้ว ทั้งสองออกเดินทางไปทาง
ใต้ของประเทศกันในวันต่อมาทันทีโดยการนั่งรถไฟแบบนอน
ไป คิดว่าน่าจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะได้กลับมา
ในช่วงเวลานี้ทางด้านอี้เหวินที่ตอนนี้มั่นใจเรื่องการ
เรียนมากขึ้นก็เข้าไปยื่นเรื่องขอสอบเทียบจบม.ปลายแล้ว ผล
ออกมาเป็นไปตามที่หวังเขาสามารถสอบผ่านได้จนได้รับ
หนังสือรับรองเรียนจบม.ปลายแล้ว จากนั้นซีอินจึงหาหนังสือ
ความรู้ต่างๆ ให้ทบทวนเพิ่มเติมเพราะเมื่อจบม.ปลายแล้วอี้เห
วินก็ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า ส่วนเรื่อง
ภาษาต่างประเทศอย่างภาษาอังกฤษนั้นซีอินนำหนังสือ
แบบฝึกหัดขั้นเริ่มต้นและพื้นฐานออกมาให้เด็กๆ ทั้งสี่คนได้
เรียนรู้กันได้สักระยะแล้ว
“อี้เหวินคิดไว้แล้วหรือยังว่าอยากเรียนอะไรจ๊ะ” ซีอิน
ถามขณะเอาหนังสืออกมาให้เด็กๆได้ดูกัน
“ผมอยากเรียนเกี่ยวกับการทำการค้าครับ ผมชอบ
การค้าขายแล้วก็จะได้ช่วยคุณอาสามกับคุณอาสะใภ้สาม
ทำงานด้วยครับ”
“ถ้าเป็นสิ่งที่ชอบจริงๆ อาสามก็จะสนับสนุนเธอเต็มที่”
ฉิงเฟิ่งพูดขึ้น หากเด็กๆ ชอบอะไรเขาก็จะช่วยเหลือสนับสนุน
เอง
“ขอบคุณครับคุณอาสาม”
“แล้วเชาเชาละ” ฉิงเฟิ่งหันมาถามอี้เชาบ้าง เขายังดูไม่
ออกเลยว่าเด็กที่ดูสุภาพอ่อนโยนแบบอี้เชาจะชอบอะไรหรือ
อยากทำงานอะไรในอนาคต
“ผมอยากทำอาหารครับอาสาม”
“ฮิ ฮิ ดีจังเลย พี่เชาเชาต้องทำให้ตูตูกินด้วยนะ” พอรู้
ว่าพี่ชายเชาเชาจะเป็นคนทำอาหาร เด็กชอบกินอย่างตูตูก็รีบ
พูดออกมาทันทีเลย
“อื้ม ได้เลย” อี้เชารับคำพร้อมพยักหน้าให้แรงๆ แล้ว
ยิ้มอย่างดีใจที่มีคนรอกินอาหารของเขาแล้วหนึ่งคน
“ส่วนไคไคจะเป็นหมอครับจะได้รักษาแม่กับพ่อแล้วก็
ทุกคนเวลาไม่สบายได้” ตอนที่แม่เวียนหัวไม่สบายเลยทำให้ไค
ไคอยากเป็นหมอขึ้นมาจะได้ดูแลคนที่เขารักได้
“อืม ส่วนตูตูอยากเป็น อยากเป็น…โฮ๊ะ! นึกออกแล้ว
เป็นคนสู้เก่ง ฮึบ! ย๊ะ! ย๊า!” ไม่พูดอย่างเดียวยังลุกขึ้นกระโดด
ออกมาแล้วออกท่าทางทั้งหมัดทั้งเข่าให้ดูด้วยพลังเหลือล้น
จริงๆ
“ตูตูไหนมาหาพ่อก่อนสิ” ฉิงเฟิ่งที่เรียกลูกชายคนโตมา
หาเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อน
“คร้าบบ” ตอบเสียงดังฟังชัดพร้อมวิ่งจรู๊ดดเข้ามาหา
พ่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือน้อยทั้งสองข้างวางแปะไปที่หัวเข่าของ
พ่อพร้อมเงยมายิ้มให้จนแก้มตุ่ยตาหยี
“หึ หึ ไหนตูตูบอกพ่อสิว่าคนสู้เก่งที่ว่านั้นหมายถึงอะไร
รู้จักหรือเปล่า” เห็นท่าทางนั้นของลูกชายแล้วก็อดยื่นมือไป
บีบแก้มกลมๆ ไปมาอย่างมันเขี้ยวไม่ได้
“รู้จักครับ ก็เป็นแบบพ่อไงครับ ใส่ชุดสีเขียวอี๋ๆ ต่อสู้
เก่งๆ จะได้ปกป้องพ่อกับแม่แล้วก็ทุกคนเล้ยย”
“อ้อ หมายถึงเป็นทหารนี่เอง” ซีอินได้ฟังแล้วก็แปล
ออกมาได้ว่าตูตูหมายถึงเป็นทหาร
“ใช่ครับ เป็นแบบพ่อเป็นทหารเหมือนพ่อครับเลย แต่
ว่าตูตูก็อยากเป็นคนมีเงินเยอะๆ ด้วย แบบนี้ต้องทำยังไง
ครับ” คิ้วน้อยขมวดเข้าหากันพร้อมเงยหน้าขึ้นถามพ่อกับแม่
“ตอนนี้ยังเป็นเด็กอยู่เลยอยากเป็นหลายอย่าง ถ้ายัง
ตัดสินใจไม่ได้ก็ค่อยๆคิดก่อนก็ได้ พอเริ่มโตขึ้นตูตูอาจจะอยาก
เป็นอย่างอื่นก็ได้นะจ๊ะ”
“ได้ครับแม่ ตูตูจะค่อยๆคิด” คนที่อยากเป็นหลาย
อย่างตอบรับอย่างร่าเริง
“เอาละเด็กๆทุกคนอยากเป็นอะไรพ่อจะสนับสนุน
เต็มที่ ขอแค่ไม่ทำเรื่องที่ไม่ดีก็พอเข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ/เข้าใจครับ/ครับ/ครับ” เด็กๆ ทั้งสี่คนตอบ
รับพร้อมเพรียงกันเสียงดังลั่นบ้านเลยทีเดียว…
ณ.ช่วงเวลาส่วนตัวของสามีภรรยา…
“ภรรยาครับผมอยากกินมะขามอีก ที่คุณเอามาให้
หมดแล้วครับ” เสียงอ้อนเอ่ยขอมะขามคลุกสามรสที่ซีอินเอา
ออกมาให้เขากิน ดูท่าจะติดใจมากทีเดียว
“ได้ค่ะฉันจะเอาออกมาไว้ให้คุณอีกหลายๆ กระปุกเลย
ชอบมากเลยหรือคะ”
“ครับ อร่อยมาก กินแล้วรู้สึกสดชื่นมากเลยครับ” พูด
พร้อมซบหน้าลงกับหน้าอกนุ่มนิ่มที่ใหญ่โตขึ้นมากเพราะการ
ตั้งครรภ์ มือหนาก็ลูบท้องนูนไปด้วย
“งั้นเดี๋ยวฉันเอาอย่างอื่นออกมาให้อีกเยอะๆ เลยค่ะ มี
อย่างอื่นด้วยน้าาา บ๊วยดอง มะม่วงแช่อิ่ม มะขามแช่อิ่มก็มี
ค่ะ”
“ขอบคุณครับภรรยาคุณดีที่สุดเลย ฟอดด จุ๊บ” กดจูบ
ลงหอมแก้มนุ่มก่อนจะกดจูบที่ท้องนูนป่องเบาๆ ด้วย
ผ่านไปอีกเจ็ดวันเซียวฉิงทู่และพี่รองหลินก็กลับมาจาก
เมืองทางใต้ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเป็นประกายแห่ง
ความหวังเลยทีเดียว ไปครั้งนี้พี่รองหลินก็ได้สินค้าใหม่ๆ มา
ขายหลากหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารทะเลแปรรูป ทั้ง
ปลาหมึกตากแห้ง หอยตากแห้ง ปลาหวานปรุงรส ปลาเส้น
ปลาแผ่น มากมายทีเดียว
ส่วนน้องสี่ก็ไปดูของที่น่าสนใจมาเล่าให้พี่สามและ
พี่สะใภ้สามฟังก่อนเขายังไม่กล้าตัดสินใจซื้ออะไรมาเพราะ
อย่างไรการค้านี้ก็เป็นของบ้านพี่สามและพี่สะใภ้สามที่ต้อง
ตัดสินใจว่าจะเอาสินค้าอะไรมาขายบ้าง
ซีอินได้ฟังจึงรู้ว่าตอนนี้ทางใต้มีของดีมากมายเลย
ทีเดียว แม้คุณภาพอาจจะไม่ได้เทียบเท่ากับของในมิติห้างก็
ตาม แต่เธอต้องทยอยเปลี่ยนมาขายสินค้าที่มีในยุคนี้บ้าง
นอกจากว่าจะมีลูกค้าบางคนที่ต้องการของพวกบุหรี่ เหล้า
นอด บรั่นดีหรือไวน์ดีๆ ค่อยเอาของในมิติห้างมาขายก็ได้ ….