ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 378-6 กำรโจมตีเฮือกสุดท้ำย กำรตำยของ เยี่ยอิ๋ง
ฉินเฟิงที่อยู่ด้านหลังเอ่ยว่า “ประหารเก้าชั่วโคตร พ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยหลีส่ายหน้ายิ้มๆ เอ่ยว่า “ฮ่องเต้และเชื้อพระ วงศ์ที่เป็นพระญาติก็ถูกนับรวมอยู่ในเก้าชั่วโคตรนั้นด้วย ประหารเก้าชั่วโคตรนั้นคงท าไม่ได้ แต่ว่าคงจะหนีไม่พ้น โทษประหารตัดศีรษะทั้งตระกูล” อวิ๋นเกอถามอย่างไม่ เข้าใจว่า “เมื่อครู่พวกเขาไม่ได้บอกว่าหลีอ๋องเป็นบิดา ของเสี่ยวอวิ๋นหรอกหรือ”
เยี่ยหลีแย้มรอยยิ้ม ตบศีรษะเล็กๆ ของอวิ๋นเกอ แล้วกล่าวชื่นชมว่า “ถูกต้อง เช่นนั้นก็คือบิดเบือนความ จริงเกี่ยวกับสายเลือดเชื้อพระวงศ์ หลีอ๋องมอบบุตรชาย ของตนเองให้เป็นพระโอรสของฮ่องเต้พระองค์ก่อน
书呆子
เพื่อที่จะขึ้นครองบัลลังก์ ควรจะมีบทลงโทษเช่นใดหรือ เพคะ เสียนเจาไท่เฟย”
เสียนเจาไท่เฟยกลับมิกล้าเอ่ยออกมา ม่อจิ่งหลี แสร้งท าเป็นว่าบุตรชายของตนเองเป็นพระโอรสของ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนเสียที่ใดกัน เห็นได้ชัดว่าเป็นฮ่องเต้ พระองค์ก่อนที่น าบุตรชายที่เพิ่งจะถือก าเนิดออกมา ของม่อจิ่งหลีไปแล้วเลี้ยงให้เป็นองค์ชายตัวปลอมจน เติบโตต่างหาก ทว่าค าพูดนี้กล่าวออกไปแล้วผู้ใดจะเชื่อ องค์ชายในอดีตฮ่องเต้มีอยู่ไม่น้อย ยิ่งไม่ต้องกล่าวเลยว่า ท้ายที่สุดแล้วพระองค์จะมอบราชบัลลังก์ให้กับเด็กคนนี้
ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่มีอันใดจะกล่าว สุดท้ายเสียน เจาไท่เฟยจึงท าได้เพียงแค่เอ่ยเสียงเย็นว่า “นี่คือเรื่อง ในต้าฉู่ของข้า ดูเหมือนว่าจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับพระ ชายาติ้งอ๋องนะ”
书呆子
เยี่ยหลีก็ไม่รีบร้อน ชี้ไปทางเยี่ยอิ๋งที่อยู่บนพื้น พลางเอ่ยว่า “ถ้าหากว่านี่เป็นลูกของน้องสี่ เสียนเจาไท่ เฟยยังจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉันอีกไหมเพ คะ หรือว่าเสียนเจาไท่เฟยคิดว่าหม่อมฉันกับต าหนักติ้ง อ๋องจะรังแกกันได้ง่ายๆ!”
“หาเหตุข้างๆ คูๆ!” เสียนเจาไท่เฟยโต้ฝีปากสู้เยี่ย หลีมิได้ จึงสะบัดแขนเสื้อไปนั่งอีกด้านโดยไม่กล่าววาจา ใดอีก เยี่ยหลีเดินไปถึงข้างกายเยี่ยอิ๋ง ย่อตัวลงและเอ่ย ถามเสียงเบา “เป็นเช่นไรบ้าง”
อวิ๋นเกอส่ายหน้าเงียบๆ เดิมเยี่ยอิ๋งก็ได้รับบาดเจ็บ หนักจนชีพจรฉีกขาดจากการถูกม่อจิ่งหลีฟาดใส่หนึ่งฝ่า มืออยู่แล้ว ในภายหลังยังกลิ้งลงมาจากขั้นบันไดจนเพิ่ม ความสาหัสของอาการบาดเจ็บภายในเข้าไปอีก แม้ว่าจะ มียารักษาอาการบาดเจ็บภายในที่ดีกว่านี้ก็ท าได้เพียงยืด ระยะเวลาออกไปเท่านั้น
书呆子
เยี่ยอิ๋งพิงร่างอยู่ในอ้อมแขนของอวิ๋นเกอ ยื่นมือ ออกไปทางม่อซู่อวิ๋นอย่างยากล าบาก เมื่อเห็นคราบ โลหิตที่เปรอะเปื้อนบนชุด และโลหิตที่รินไหลออกจาก ริมฝีปากเป็นครั้วคราวของนาง ม่อซู่อวิ๋นก็หวาดกลัวจน ไม่กล้าก้าวเข้าไปหา เยี่ยหลีถอนหายใจ ก้าวเข้าไปจูงม่อ ซู่อวิ๋นให้เดินเข้าไป เอ่ยเสียงเบาว่า “ซู่อวิ๋น ไปดูนาง หน่อย นางไม่ท าร้ายเจ้าหรอก”
ม่อซู่อวิ๋นคล้ายกับว่าไว้ใจเยี่ยหลีจนใกล้เคียงกับ สัญชาตญาณ เขามองเยี่ยหลีด้วยความลังเล แต่ในที่สุดก็ เคลื่อนเท้าเดินไปตรงหน้าเยี่ยอิ๋งอย่างช้าๆ เยี่ยอิ๋งมองม่อ ซู่อวิ๋นยิ้มๆ หางตามีหยดน้ าตารินไหลไม่หยุด “ซู่อวิ๋น เป็นเพราะแม่ไม่ดี ถ้าหากว่าแม่ไม่มีจิตใจละโมบ เจ้าก็คง ไม่ป่วยหนักขนาดนี้ แค่กๆ…หลังจากนี้เจ้าก็เป็นเด็กดีไป อยู่กับท่านป้า นางจะ นางจะจัดการและดูแลเจ้าอย่าง
书呆子
เหมาะสม หลังจากนี้ เจ้าไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนเช่นนี้ อีกแล้ว ต้องมี…ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีนะ… พี่สาม…”
เยี่ยหลีเดินไปตรงหน้านาง ถอนหายใจ พลางเอ่ย ว่า “เจ้าจะท าร้ายตัวเองไปเพื่ออันใดกัน?”
เยี่ยอิ๋งยิ้ม “ข้าไม่เจ็บปวด…ไม่ใช่ว่าม่อจิ่งหลีไม่ ต้องการซู่อวิ๋นของข้าหรอกหรือ เช่นนั้นชั่วชีวิตนี้เขาก็ อย่าได้คิดจะมีลูกเลย แค่กๆ…ความจริงแล้วอดีตฮ่องเต้ ถือได้ว่าท าความดีเรื่องหนึ่ง คนเช่นม่อจิ่งหลี สมควรที่จะ ไร้ผู้สืบสกุล! พี่สาม ในปีนั้นข้าไม่รู้ความ…ขอร้องท่าน อย่าโทษข้า ขอร้องท่าน…ช่วยดูแลซู่อวิ๋นให้ดี…”
เยี่ยหลีเงียบไปครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าและเอ่ยว่า “เจ้า วางใจเถิด ข้าจะจัดการให้อย่างเหมาะสม ท่านหมอเฉิน หยางก็อยู่ที่เมืองหลี ไม่แน่ในอนาคตอาจจะรักษา ร่างกายเขาจนหายดีได้” เยี่ยอิ๋งผงกศีรษะ ยิ้มทั้งน้ าตา “พี่สาม ความจริงแล้วข้ารู้มาโดยตลอดว่าท่าน…ท่านเป็น
书呆子
คนดี ข้าเพียงแค่…ข้าเพียงแค่อิจฉาท่านมาก…มีเพียงแค่ คนดีเท่านั้นถึงจะได้มีความสุขจริงๆ ข้าอิจฉาท่านจริงๆ… ชาติหน้า ข้าจะต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอน”
เยี่ยหลีหมดค าพูด ความจริงเมื่อเทียบกับผู้คน มากมาย เยี่ยอิ๋งที่เห็นแก่ตัวและอ่อนแอก็ไม่นับว่าเป็นคน เลวร้ายอันใด อย่างน้อยนางก็ไม่เคยท าร้ายผู้ใดอย่าง แท้จริง แม้ว่านั่นอาจเป็นเพราะนางไม่มีความสามารถพอ ก็ตาม
“เยี่ยอิ๋ง เจ้ามันสตรีแพศยา ข้าจะฆ่าเจ้า!” ขณะที่ สนทนากันอยู่ ม่อจิ่งหลีก็พุ่งพรวดออกมาจากด้านใน สี หน้าซีดเซียวบิดเบี้ยวดุร้ายนั้นคล้ายกับปีศาจร้ายก็มิปาน ม่อซู่อวิ๋นที่ถูกเยี่ยอิ๋งดึงมาสนทนาด้วย ถูกท าให้ตกใจจน โผเข้าไปในอ้อมแขนของเยี่ยหลีทันที
ม่อจิ่งหลีคว้าหมับเข้าที่สาบเสื้อของเยี่ยอิ๋งแล้ว กระชากนางขึ้นมา อวิ๋นเกอที่อยู่ด้านข้างและถูกมองข้าม
书呆子
มาโดยตลอดจึงมีโทสะยิ่งกว่าเดิม หลังออกจากหุบเขามา นางรักษาผู้ป่วยรายแรกไม่หาย และยังช่วยชีวิต ผู้บาดเจ็บรายที่สองไม่ได้อีก อวิ๋นเกอที่เดิมก็ไม่สบ อารมณ์อย่างเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว แล้วหลีอ๋องผู้นี้ยังกระชาก ผู้ที่เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายราวกับนางเป้นกระ สอบไปมาต่อหน้านางอีก “ท่านปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ!”
ภายใต้โทสะ อวิ๋นเกอซัดฝ่ามือหนึ่งออกไปอย่างไม่ เกรงใจ ม่อจิ่งหลีค้นพบว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของดรุณี น้อยผู้นี้ จึงรีบดึงเยี่ยอิ๋งมาขวางไว้ด้านหน้าตนเองอย่าง ไม่ลังเล โชคดีที่อวิ๋นเกอมีนิสัยรักสันติมาตั้งแต่ก าเนิด แม้ว่าฝ่ามือจะถูกซัดออกไปขณะที่มีโทสะ แต่ก็ไม่ได้ใช้ พละก าลังทั้งหมด จึงสามารถเก็บมือกลับมาได้ทัน นาง ขึงตามองม่อจิ่งหลีที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความโมโห “ไร้ ยางอาย! ชั่วช้า! สารเลว! ต่ าทราม…”
书呆子
เยี่ยหลีมุมปากกระตุก ครุ่นคิดเงียบๆ ว่าหลายวัน มานี้ใครกันแน่ที่สอนอวิ๋นเกอตัวน้อยจนเสียคน
เยี่ยอิ๋งไม่สนใจสถานการณ์ของตนเองในยามนี้อีก แล้ว ริมฝีปากนางแย้มรอยยิ้มบางๆ ด้วยท่าทางหลงใหล ขณะมองไปทางม่อจิ่งหลี พลางเอ่ยว่า “ท่านอ๋อง ชอบ ของขวัญที่อิ๋งเอ๋อร์มอบให้ท่านหรือไม่”
“สตรีชั่วช้า! น ายาแก้พิษออกมา!” ม่อจิ่งหลีเอ่ย เสียงเย็น
เยี่ยอิ๋งชูมีดที่นางถือเอาไว้ในมือมาโดยตลอดขึ้นมา เอ่ยยิ้มๆ ว่า “ยาแก้พิษ…ยาแก้พิษถูกข้ากินไปแล้ว ท่าน อ๋องรู้ไหมว่าข้าสิ้นเปลืองความคิดไปมากเพียงใดกว่าจะ ได้ตัวยานี้มา? เดิมข้าไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันกับท่านเร็วขนาด นี้ ทว่าข้ากลับเตรียมพร้อมนานแล้ว ตอนอยู่ที่เมืองหลี… เมื่อรู้ว่าท่านได้ยาแก้พิษมาแล้ว ข้าก็คิดหาวิธีผสมตัวยานี้ ขึ้นมา ข้าแช่กริชเล่มนี้ไว้ในตัวยาตลอดช่วงเช้าจนถึงบ่าย
书呆子
ของวันนี้ หลังจากนั้น…แค่กๆ ก่อนที่จะเข้ามาเมื่อครู่นี้ ตัวข้าก็กินยาแก้พิษเข้าไป”
“สตรีน่ารังเกียจ ข้าจะฆ่าเจ้า!” ม่อจิ่งหลีบีบคอ เยี่ยอิ๋งเอาไว้แน่น เขาประเมินสตรีชั่วช้าเช่นเยี่ยอิ๋งผู้นี้ต่ า ไปจริงๆ นางถึงกับเริ่มวางแผนการชั่วร้ายตั้งแต่เนิ่นๆ เยี่ยอิ๋งหันหน้าไปมองม่อซู่อวิ๋นที่หลบอยู่ในอ้อมแขน ของเยี่ยหลี ยกมือแทงกริชไปทางม่อจิ่งหลี การแทงครั้งนี้ ไม่ได้แทงเพื่อให้เขาได้รับบาดเจ็บ แต่เพื่อเป็นการสังหาร ในครั้งเดียว ม่อจิ่งหลีสะบัดเยี่ยอิ๋งทิ้งไป เยี่ยอิ๋งก็ไม่สนใจ แหงนศีรษะขึ้นมองไปทางม่อซู่อวิ๋น “ซู่อวิ๋น ไปจากที่นี่ กับท่านป้าเสีย…มิเช่นนั้น…มิเช่นนั้นเขาจะฆ่าเจ้า…”
ทุกคนมองไปทางเยี่ยอิ๋งที่ริมฝีปากมีโลหิตรินไหล มากขึ้นเรื่อยๆ มองสตรีที่นอนจมกองโลหิตและค่อยๆ หมดลมหายไปอย่างช้าๆ
书呆子
“ท่านแม่…” ทันใดนั้น ก็มีเสียงอ่อนระโหยของเด็ก คนหนึ่งดังขึ้นภายในพระต าหนักอันเงียบสงัด อวิ๋นเกอที่ ยืนอยู่ข้างเยี่ยหลีเอามือปิดดวงตา ร่ าไห้ออกมาเงียบๆ
เหยาจีที่นั่งอยู่ข้างมู่หยางก้มศีรษะลง ปาดน้ าตาที่ ชื้นบริเวณหางตาออกไปอย่างเงียบงัน นัยน์ตางดงาม กลับมีความแน่วแน่เพิ่มขึ้นมา
หลังจากเยี่ยหลีส่งร่างของม่อซู่อวิ๋นให้กับเว่ยลิ่น แล้ว นางก็เอ่ยเรียบๆ ว่า “อวิ๋นเกอ พวกเราควรจะ กลับกันได้แล้ว”
อวิ๋นเกอสูดจมูกอย่างไร้เสียง เดินไปจับชายเสื้อ ของเยี่ยหลีเอาไว้แล้วเดินเคียงข้างนางออกไปข้างนอก “ศพของน้องสี่ คิดว่าหลีอ๋องคงจัดการให้เรียบร้อยนะ?” เยี่ยหลีหันไปมองม่อจิ่งหลีแวบหนึ่ง พลางเอ่ยถาม
书呆子
“จัดการให้เรียบร้อยหรือ” ม่อจิ่งหลีเผยรอยยิ้มบิด เบี้ยวน่ารังเกียจออกมา “ข้าจะป่นนางให้กลายเป็นเถ้า กระดูกแล้วน าไปโปรยทิ้ง!”
“แล้วแต่ท่าน” เยี่ยหลีไม่ได้มีความคิดที่ว่าต้องฝัง ร่างผู้ลาลับลงดินเท่านั้น นางจึงจะได้ไปสู่สุขคติ หาก สามารถน าศพของเยี่ยอิ๋งออกไปได้ย่อมเป็นการดี ทว่า ตอนนี้พวกนางไร้ซึ่งหนทางในการน าออกไป “ข้าจะ ประกาศแทนท่านอ๋องอย่างตั้งใจว่า แม้นชายาเอกหลี อ๋องจะสิ้นชีพไป แต่ยังได้รับพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ให้ป่น นางจนกลายเป็นเถ้ากระดูกแล้วน าไปโปรยทิ้ง ข้าเดาว่า ประชาชนทั้งเจียงหนานจะต้องซาบซึ้งในคุณธรรมของ หลีอ๋องอย่างแน่นอน”