ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 386-2 เวยเฉิงเสียกำรป้องกัน ติ้งอ๋องกลับมำ
“ท่านอ๋อง ยามนี้ควรท าอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ” แม่ ทัพเบื้องล่างเอ่ยถามเสียงเบา
เหลยเจิ้นถิงคิดครู่หนึ่งจึงตอบว่า “แม่ทัพฝ่ายขวา พาทหารห้าหมื่นนายไปรับซื่อจื่อ” เขานิ่งตรองอีกนิด หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “หากซื่อจื่อชนะเจ้าก็ไม่ต้องสนใจ หาก ซื่อจื่อตกหลุมพราง เจ้าก็ช่วยเขาออกมา”
แม่ทัพฝ่ายขวาออกจากแถวมา เอ่ยเสียงเคร่งว่า “ข้าน้อยรับบัญชา!”
เหลยเถิงเฟิงยามนี้กลับตกอยู่ในหลุมพรางเข้าให้ จริงๆ แล้ว บนถนนตัดเขาอันคับแคบที่มุ่งสู่ด่านเฟยหง ทหารหลายหมื่นนายที่เหลยเถิงเฟิงพามาถูกปิดล้อมอยู่ กลางถนนของหุบเขายากจะฝ่าและถอยออกไป มู่หรง เซิ่นกับหนานโหวยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่บนเนินเขาไม่ ไกลไปนัก มู่หรงเซิ่นยิ้มเย็นมองเหลยเถิงเฟิงที่ก าลังเดือด
书呆子
ดาล เขารับธนูมาจากมือทหารข้างกายเล็งไปยังเหลยเถิง เฟิง พลางยิ้มเอ่ยว่า “เสียเวยเฉิงไป แต่กลับสังหารเจิ้น หนานซื่อจื่อได้ ก็นับว่าเป็นผลส าเร็จเหมือนกันกระมัง” เจิ้นหนานอ๋องเหลยเจิ้นถิงมีบุตรเพียงคนเดียวคือเหลย เถิงเฟิง ส่วนบุตรธิดาเหลยเถิงเฟิงเมื่อหนึ่งปีก่อนถูกติ้ง อ๋องสังหารไปไม่น้อยแล้ว หากเหลยเถิงเฟิงตายไป เหลย เจิ้นถิงย่อมได้ตรอมใจจนถึงแก่ชีวิตแน่
หนานโหวยกมือขึ้นห้ามมือเขาที่ก าลังจะยิงธนู ส่ายหน้าเอ่ยว่า “ไม่ได้ หากฆ่าเหลยเถิงเฟิงไปยามนี้ เหลยเจิ้นถิงต้องคลุ้มคลั่งขึ้นมาแน่”
“เช่นนั้นควรท าอย่างไร” มู่หรงเซิ่นเลิกคิ้ว
หนานโหวยิ้มขื่นอย่างจนใจ เอ่ยว่า “เจ้าอย่าลืมว่า เวยเฉิงยังมีเหล่าประชาชนธอีกหลายแสนคน เหลย เจิ้นถิงไม่เหมือนเป่ยหรงที่จะโหดเหี้ยมต่อประชาชน ธรรมดาแน่นอน แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาจะไม่เอาชีวิต
书呆子
ชาวบ้านเล่านั้น” ความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรเพียง พอที่จะท าให้เหลยเจิ้นถิงท าเรื่องบ้าคลั่งขึ้นมาได้ ยิ่งไป กว่านั้น ยามนี้หากฆ่าเหลยเถิงเฟิงไปเกรงว่าพวกเขาคง จะต้องเผชิญหน้ากับเหลยเจิ้นถิงโดยตรงเป็นแน่ ถึงเวลา นั้นคงได้พ่ายแพ้เร็วขึ้น
“หนานโหวหมายความว่าอย่างไร” มู่หรงเซิ่น สามารถออกรบไปทั่วทุกสารทิศ ย่อมไม่เพียงอาศัยแค่ ก าลังภายในของร่างกายเท่านั้น ไม่นานก็เข้าใจความ หมายความหนานโหวจึงยิ้มเอ่ยว่า “ถนนในเขานี้ง่ายต่อ การป้องกัน ยากต่อการโจมตี เราปิดล้อมเหลยเถิงเฟิงไว้ ด้านใน ท าให้เหลยเจิ้นถิงไม่กล้าผลีผลาม จะได้ยืด ระยะเวลาออกไปได้พอดี” หนานโหวลูบเครางาม พยัก หน้ายิ้มเอ่ยว่า “เป็นเช่นนั้นนั่นแหละ”
“หนานโหว มู่หรงเซิ่น! ออกมาเจรจา!” เหลยเถิง เฟิงที่ถูกปิดล้อมอยู่ในถนนบนเขาจะถอยก็ล าบากจะฝ่าก็
书呆子
ยาก ตะคอกออกมาเสียงเคร่ง เขาคิดไม่ถึงว่าในตอนที่ หนานโหวกับมู่หรงเซิ่นล่าถอยออกจากเวยเฉิง จะยังมี เรี่ยวแรงก าลังเหลืออยู่ ตนประมาทน าทหารมาไม่ถึงแสน นายไล่ตามมา นึกไม่ถึงว่าจะตกหลุมพรางอันเลวร้ายของ ทั้งสองเข้า อันที่จริงถนนบนเขาที่คับแคบเช่นนี้ ตน สะเพร่าก็เป็นความผิดอย่างหนึ่งแล้ว เหลยเถิงเฟิงสงบ จิตสงบใจ นึกเสียใจกับความบุ่มบ่ามของตนเงียบๆ
มู่หรงเซิ่นหัวเราะเสียงก้องกังวานเอ่ยว่า “เจิ้น หนานอ๋องซื่อจื่อ คิดไม่ถึงว่าเราจะได้พบกันอีกคราไว เพียงนี้”
เหลยเถิงเฟิงแหงนหน้ามองมู่หรงเซิ่นกับหนานโหว ที่มองลงมาจากที่สูงอยู่ไม่ไกล เอ่ยเสียงขรึมว่า “จะฆ่าจะ แกงก็สุดแล้วแต่เจ้า!”
มู่หรงเซิ่นแค่นเสียงเฮอะออกมาอย่างไม่แยแส มอง เหลยเถิงเฟิงด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า เอ่ยว่า “น่าสนใจ
书呆子
เจิ้นหนานอ๋องปราดเปรื่องใจเย็นมาโดยตลอด ไม่นึกเลย ว่าจะมีลูกชายเลือดร้อนเพียงนี้ เมื่อวานเจิ้นหนานอ๋อง ซื่อจื่อต้องการให้ข้ากับหนานโหวยอมสวามิภักดิ์แก่ซีหลิง มิใช่หรือ ยามนี้…เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อลองคิดเรื่องสาวมิ ภักดิ์ต่อจวนติ้งอ๋องของข้าดูบ้างดีหรือไม่”
สีหน้าเหลยเถิงเฟิงเดี๋ยวเขียวคล้ าเดี๋ยวซีดขาว สัก พักจึงกัดฟันเอ่ยว่า “มู่หรงเซิ่น เจ้ากล้าท าให้ข้าอับอาย ขายหน้า!”
หนานโหวยิ้มอย่างมีอัชฌาศัย เอ่ยเสียงเรียบว่า “เหลยซื่อจื่อ ค าพูดของเจ้าเมื่อวานก็สร้างความอัปยศ ให้แก่ข้ากับแม่ทัพมู่หรงเช่นกัน ในเมื่อทุกคนต่างรู้ดีว่า เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วเหตุใดต้องเอ่ยออกมา ด้วยเล่า” เหลยเถิงเฟิงเงียบงันไม่กล่าวค า มู่หรงเซิ่นยิ้ม เอ่ยว่า “นั่นมิใช่เพราะเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อมั่นใจอย่าง เต็มเปี่ยมว่าจะเอาชนะพวกเราได้หรอกหรือ” แต่คิดไม่
书呆子
ถึงว่า กระแสลมและน้ าจะเปลี่ยนทิศ ยามนี้กลับ กลายเป็นเขาเองที่ถูกปิดล้อมไว้ น่าเสียดาย…เจิ้นหนาน อ๋องแห่งซีหลิงองอาจห้าวหาญ กลับมีลูกชายไร้สามารถ เช่นนี้
ค าพูดนี้ของมู่หรงเซิ่นท าให้สีหน้าเหลยเถิงเฟิงซีด เผือด ความจริงแล้วไม่ว่าความสามารถของเหลยเถิงเฟิง จะเป็นอย่างไรก็เรียกว่าไร้สามารถไม่ได้ เพียงแต่บนโลก นี้เหนือฟ้ายังมีฟ้า และเหลยเถิงเฟิงก็เติบโตมาภายใต้ บารมีของบิดาตนมาตั้งแต่เล็ก เรียกได้ว่าถูกความมืดมน ขับให้โดดเด่น เช่นนี้แล้ว วาจาเหน็บแนมไร้ปรานีของมู่ หรงเซิ่นจึงกลายเป็นน้ าหนักที่เขาไม่อาจแบกรับไว้ได้
ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะอย่างฝืนๆ ของเหลยเถิง เฟิงเอ่ยว่า “แม่ทัพมู่หรงพูดถูก ท่านพ่อองอาจห้าวหาญ …แต่มีเพียงลูกชายที่ไร้สามารถอย่างข้าเพียงคนเดียว ท า ท่านพ่อขายหน้าจริงๆ…ข้าพ่ายแพ้ถึงขั้นนี้ ยังมีหน้าที่
书呆子
ไหนไปพบเหล่าทหารซีหลิงของข้าได้อีก…” กล่าวพลาง ยกกระบี่ยาวในมือพาดล าคอตัวเอง
“นี่…” มู่หรงเซิ่นตกตะลึง เหตุใดเขาคิดไม่ถึงว่า ค าพูดลวกๆ ของตนค าเดียวจะท าให้เหลยเถิงเฟิงมี ความคิดจะปลิดชีพตนขึ้นมาได้ บุตรชายของเจิ้นหนาน อ๋องอ่อนแอเพียงนี้เชียวรึ แต่เล็กจนโตเหลิ่งเฮ่าอวี่ถูกด่า ว่าเป็นลูกชายตระกูลร่ ารวยไร้สามารถ ไม่เอาการเอางาน มาตั้งกี่ครั้งกี่คราก็ยังดูมีชีวิตชีวาออกเพียงนั้นนี่นา
เสียง เคร้ง ดังขึ้น องครักษ์ข้างกายเหลยเถิงเฟิง ตกใจ รีบชักดาบออกมาขวางคมดาบของเหลยเถิงเฟิงไว้ เอ่ยเรียกว่า “ซื่อจื่อ มู่หรงเซิ่นผู้นั้นพูดจาเหลวไหล เหตุ ใดท่านต้องเอามาใส่ใจด้วย ท่านปลิดชีพตนไปง่ายดาย เช่นนี้ จะไม่ท าให้ท่านอ๋องผิดหวังได้อย่างไร ท่านเป็น ทายาทหนึ่งเดียวของต าหนักเจิ้นหนานอ๋องนะพ่ะย่ะ ค่ะ!”
书呆子
เหลยเถิงเฟิงตกตะลึง มองไปยังดาบยาวในมือ ตัวเองอย่างเหม่อลอย อันที่จริงที่ชักดาบมาปลิดชีพตน เมื่อครู่ก็เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบและความโศกเศร้าท าให้ บดบังปฏิภาณไปเท่านั้น ยามนี้ได้สติกลับมาเห็นดาบใน มือ ใจตนก็พลันหนาวยะเยือกขึ้น
มู่หรงเซิ่นเห็นว่าเหลยเถิงเฟิงไม่เป็นไรแล้วก็ถอน หายใจออกมา หัวเราะเสียงเย็นดังกังวานเอ่ยว่า “ยามนี้ ข้าจึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อผู้นี้เป็นคนขี้ ขลาดที่หลีกหนีความพ่ายแพ้นี่เอง” เหลยเถิงเฟิงถูกว่า เข้าเช่นนี้ก็พลันสงบสติอารมณ์ เอ่ยเสียงขรึมว่า “ขอบคุณแม่ทัพมู่หรงมากที่สั่งสอน ข้าสับสนไปชั่วครู่ ครานี้ข้าพ่ายแพ้แล้ว แต่ว่า…ข้าจะไม่รามือไปเช่นนี้แน่ หากให้ข้าออกจากที่นี่ไปจะต้องกลับมาล้างแค้นนี้ให้จง ได้!”
书呆子
มู่หรงเซิ่นมองเหลยเถิงเฟิงที่มีสีหน้าเต็มไปด้วย ความแน่วแน่เบื้องล่างก็ยิ้มเอ่ยว่า “เด็กคนนี้น่าสนใจ”
หนานโหวยิ้มเอ่ยว่า “ถูกเจิ้นหนานอ๋องปกป้องดี เกินไปแล้ว ผ่านครานี้ไปหากยังมีชีวิตอยู่ คงมี ความก้าวหน้าไม่น้อยแน่”
เพียงไม่นาน แม่ทัพฝ่ายขวาแห่งซีหลิงก็น าทัพตาม มาถึง ทั้งสองฝ่ายย่อมต่อสู้กันอีกครา แม้ว่าทหารตระกูล ม่อจะเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า แต่อาศัยประโยชน์จากชัยภูมิ จึงสู้ได้ไม่ต่างกับทัพใหญ่ซีหลิง สองทัพกินเวลาทั้งวันทั้ง คืนบนถนนสายเล็กแห่งนี้
เช้าวันต่อมา เมื่อเหลยเถิงเฟิงฝ่าออกจากวงล้อม ของทหารตระกูลม่อได้และไปรวมทัพกับทหารซีหลิงที่มา ช่วยได้แล้ว ขณะที่คิดจะย้อนกลับไปโจมตี ก าลังเสริม ของทหารตระกูลม่อก็มาถึงแล้วเช่นกัน
书呆子
ก าลังเสริมของทหารตระกูลม่อมีไม่มาก มีเพียงสี่ ห้าคนเท่านั้น คนที่น าหน้ามาสองคนคือม่อซิวเหยา กับเยี่ยหลีในอาภรณ์ขาวตลอดร่าง กระทั่งบนหลังม้า ด้านหลังม่อซิวเหยายังมีม่อตัวน้อยที่ท่าทางง่วงงุนนั่งอยู่ ด้วย เฟิ่งจือเหยา อวิ๋นถิงและจั๋วจิ้งตามพวกเขามาจาก ด้านหลัง แม้ว่าจะไม่เห็นกองทัพใหญ่ที่มาช่วยเหลือ แต่ เหลยเถิงเฟิงกลับไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือ
หนานโหวและมู่หรงเซิ่นที่เห็นม่อซิวเหยากับคน อื่นๆ ก็ถอนหายใจออกมา “คารวะท่านอ๋อง ข้า รักษาการณ์ไว้ไม่ได้ ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษด้วย!”
ม่อซิวเหยาโบกแขนเสื้อ แรงก าลังไม่หนักไม่เบา สายหนึ่งยันคนทั้งสองที่ก าลังจะคุกเข่าขอรับโทษเอาไว้ “ท่านทั้งสองได้ท าสุดความสามารถแล้ว อย่าได้โทษ ตัวเองเลย” ม่อซิวเหยาอมยิ้มมองเหลยเถิงเฟิงที่จ้อง เขม็งดั่งเสือพร้อมจะเข้าตะครุบฝั่งตรงข้าม เอ่ยว่า
书呆子
“เหลยซื่อจื่อ เจ้าจะไปเองหรือจะอยู่ที่นี่พูดคุยเรื่อง ความหลังกับข้า”