ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 392-3 แผนกำรยุแยงตะแคงรั่ว
“เจ้าขี่ม้ามารึ” เหลยเถิงเฟิงเลิ่กคิ้วถาม “ม้าของ ใคร ใครพาเจ้ามากัน”
“ฮือ ฮือ…ข้าไม่รู้ ท่านพ่อ ช่วยท่านแม่ด้วย ท่าน แม่เลือดออกเยอะมาก…เลี่ยเอ๋อร์กลัว…” มู่หยางรีบโอบ ลูกไว้ในอ้อมอกอย่างทะนุถนอม ตบเบาๆ พลางกล่าวว่า “แน่นอน แน่นอน ไม่ต้องกลัวไป ไม่เป็นไรแล้ว…เลี่ย เอ๋อร์ไม่ร้อง…”
เมื่อพามู่เลี่ยเข้ามาในกระโจมของตน มู่หยางไต่ ถามอย่างละเอียด จึงได้รู้ความเป็นมาของเรื่องราวจาก ปากมู่เลี่ยทีละนิด ที่แท้หลังจากมู่หยางออกมาได้ไม่กี่วัน ทหารตระกูลม่อที่แฝงตัวสอดแนมอยู่ในกองทัพก็ถูกจับ ได้ หลังจากถูกทหารต้าฉู่จับได้ ระหว่างที่หนีหัวซุกหัวซุน ก็จับมู่เลี่ยและเหยาจีมาด้วย ภายหลังเหยาจีคิดแผน ช่วยมู่เลี่ยหนีออกมาได้ มู่เลี่ยหนีจึงออกมาเดิมทีหวังว่า
书呆子
จะกลับไปขอให้ท่านปู่ช่วยท่านแม่ แต่กลับได้ยินว่าผู้ อาวุโสมู่หยางโหวก็โดนคุมตัวไปเช่นกัน จึงได้ขอให้คนใจ ดีแถวนั้นช่วยพามาส่งที่นี่
มู่หยางฟังค ามู่เลี่ยจนจิตใจร้อนรนดั่งไฟ เหลยเถิง เฟิงที่อยู่ที่นี่เช่นกันกลับสงบกว่ามาก ขณะเดียวกันก็จับ สังเกตรายละเอียดที่มู่หยางไม่ทันได้สนใจ เหลยเถิงเฟิง ส่งยิ้มให้มู่เลี่ยพลางถามว่า “ซื่อจื่อ คนที่พาเจ้ามาส่งที่อยู่ ไหนแล้วล่ะ”
มู่หยางได้ยินดังนั้น ก็อดขมวดคิ้วถามไม่ได้ “พี่ เหลย ท่านหมายความว่าอะไรหรือ” ทุกวันนี้มู่หยางและ เหลยเถิงเฟิงเข้ากันได้ไม่เลว มู่หยางจึงไม่อยากจะหัก หน้าเหลยเถิงเฟิง แต่ค าถามของเหลยเถิงเฟิงกลับท าให้มู่ หยางรู้สึกไม่พอใจ เหลยเถิงเฟิงกล่าวยิ้มๆ ว่า “พี่มู่ ตอนนี้ที่นี่ก าลังมีสงคราม ซื่อจื่อน้อยยังเจอคนขี่ม้าผ่าน มาได้อย่างเหมาะเจาะเช่นนี้ ท่านไม่คิดว่ามีอะไรแปลกๆ
书呆子
หรือ” ถิ่นสงคราม คนทั่วไปล้วนไม่กล้าเข้าใกล้ จะมีคน ว่างพอที่จะตั้งใจขี่ม้ามาส่งเด็กที่ค่ายทหารได้อย่างไรกัน
มู่หยางมองค้อนเหลยเถิงเฟิงน้อยๆ “พี่เหลย ท่าน จะบอกว่าเลี่ยเอ๋อร์โกหกหรือ”
เหลยเถิงเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “พี่มู่ เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่รู้สึก แปลกๆ เท่านั้นเอง ซื่อจื่อยังเด็ก เป็นไปได้ว่าจะถูกคน หลอกใช้” มู่หยางสูดลมหายใจลึก กล่าวเสียงเรียบว่า “อย่างไรเสีย สืบให้แน่ใจเสียก่อนว่าเรื่องราวเป็นมา อย่างไรค่อยว่ากัน พี่เหลย เรื่องในกองทัพคงต้องฝาก ท่านดูแลไปก่อน ข้าต้องกลับไปสักหน่อย”
“อย่าขอรับ!” มู่เลี่ยจับมือมู่หยางแน่นไม่ยอม ปล่อย” “ท่านพ่ออย่ากลับไป! ฝ่าบาทประหารท่านแน่! พวกนั้นบอกว่า…ฝ่าบาทจะจับท่านพ่อไปประหารพร้อม
书呆子
กันกับท่านปู่ เลี่ยเอ๋อร์ไม่อยาก…ไม่อยากให้ท่านพ่อตาย ฮือ ฮือ…”
มู่หยางสีหน้ายิ่งแย่ลงไปอีก ค าพูดของมู่เลี่ย เขา เชื่อไปแล้วเจ็ดแปดส่วน เพียงแต่ไม่เข้าใจว่า ท าไมอยู่ๆ ฝ่าบาทถึงต้องจับบิดาของตนด้วย ในขณะที่ก าลังครุ่นคิด นอกประตูก็มีเสียงแหลมดังขึ้น “มีพระราชโองการมาส่ง! มู่หยาง ตระกูลมู่หยางโหวจงรับพระราชโองการ!”
มู่หยางรีบปลอบให้มู่เลี่ยสงบ แล้วรีบร้อนออกจาก กระโจมใหญ่ไป ครั้นเห็นขันทีข้างพระวรกายม่อจิ่งหลียืน อยู่ในค่าย จิตใจมู่หยางพลันหนักอึ้งอย่างห้ามมิได้
“ข้าน้อย มู่หยางรับพระราชโองการ” มู่หยางคุก เข่าค านับรับพระราชโองการ
ขันทีปรายตามองมู่หยางเล็กน้อย กางพระราช โองการสีเหลืองสดในมือออก พลางกล่าวเสียงเรียบว่า “จวนมู่หยางโหวสมรู้ร่วมคิดกับต าหนักติ้งอ๋อง วางแผน
书呆子
ทรยศบ้านเมือง ความผิดใหญ่มหันต์ ถอนอ านาจทาง ทหารของมู่หยาง คุมตัวกลับค่าย เลือกวันตัดสินโทษ ภายหลัง! จบราชโองการ!” ขันทีผู้นั้นพับพระราชโองการ เข้าด้วยกัน สั่งเสียงแหลมว่า “ยังไม่จับมู่หยางอีก”
“ช้าก่อน!” มู่หยางกล่าวเสียงดังว่า “ขอบังอาจ ถามกงกง จวนมู่หยางสมรู้ร่วมคิดกับต าหนักติ้งอ๋อง เมื่อใดกัน วางแผนทรยศบ้านเมืองเมื่อใดกัน” ขันทีผู้นั้น หัวเราะเย็นชา “เรื่องนี้คงต้องถามมู่หยางโหวว่าตัวเอง ท าเรื่องอะไรไว้ เราเพียงแต่รับพระราชโองการจากฝ่า บาทมาคุมตัวคนไปเท่านั้น หรือว่ามู่หยางโหวจะไม่ ยอมรับราชโองการหรือ”
มู่หยางกัดฟันกล่าวว่า “ตั้งใจยัดโทษให้ หามูลมา จากไหนก็ได้ทั้งนั้น มู่หยางไม่ยอมรับผิด”
ขันทีผู้นั้นยิ้มเยาะ “ไม่ยอมรับงั้นหรือ มู่หยางโหวมี อะไรก็ไปกล่าวต่อหน้าพระพักตร์เถิด พวกเราเพียง
书呆子
ปฏิบัติตามพระราชโองการเท่านั้น ขอมู่หยางโหวอย่าท า ให้ล าบากเลย แต่…พวกข้าเกรงว่ามู่หยางโหวคงไม่มีอะไร จะพูดอีก เช้านี้ ผู้อาวุโสมู่หยางโหวถูกพิพากษาตัดหัว แล้ว”
“อะไรกัน! ท่านพ่อ…” สีหน้ามู่หยางเปลี่ยนทันที นึกไม่ถึงว่าที่มู่เลี่ยพูดว่าท่านพ่อโดนม่อจิ่งหลีจับตัวไป จะ ถูกพิพากษาตัดหัวเร็วถึงเพียงนี้ ราวกับไม่เห็นว่าสีหน้า ของมู่หยางเปลี่ยนไป ขันทีผู้นั้นกล่าวอย่างได้ใจว่า “มู่ หยางโหวยอมให้คุมตัวเสียดีๆ เถิด ตอนบิดาของท่านยัง มีชีวิตอยู่ได้ยอมรับเรื่องจวนมู่หยางโหวสมรู้ร่วมคิดกับ ต าหนักติ้งอ๋องแล้ว”
มู่หยางควบคุมสีหน้าไม่อยู่ เขาทราบเรื่องใน ตระกูลตนเองดีกว่าใครทั้งสิ้น หากเป็นไปได้บิดาของเขา ไม่มีทางปฏิเสธที่จะภักดีต่อต าหนักติ้งอ๋องอยู่แล้ว แต่ติด ที่ว่าตอนแรกที่บิดาตนรับราชโองการจากม่อจิ่งฉีให้ไป
书呆子
จัดการพระชายาติ้งอ๋อง ซึ่งได้ว่าได้สร้างความพยาบาท กับต าหนักติ้งอ๋องไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาจะไม่มีวัน ไปภักดีต่อต าหนักติ้งอ๋องได้อีก แล้วบิดาเขาจะยอมรับ โทษที่ไร้สาระเช่นนี้ได้อย่างไรกัน เว้นเสียแต่ว่า…จะถูก ทารุณจนต้องยอมรับผิด
คิดมาถึงตรงนี้ มู่หยางทั้งโกรธทั้งเจ็บใจจนอธิบาย ไม่ได้ “พวกเราตระกูลมู่จงรักภักดีต่อฝ่าบาท ฝ่าบาท กลับเห็นชีวิตพวกเราเป็นผักปลา! จะไม่ให้พวกเราขุน นางภักดีปวดใจได้อย่างไร!” ขันทีผู้นั้นขมวดคิ้ว ยกมือ ออกค าสั่งอย่างหมดความอดทน “จับตัวมู่หยางโหว พวก เราจะได้กลับไปรายงานเสียที”
ทหารอารักขาทั้งซ้ายขวารีบก้าวเข้าไปจะจับตัวมู่ หยาง แต่ทว่าถึงมู่หยางจะอยู่ในวันหนุ่ม แต่มู่หยางโหว กลับท าสงครามมาแล้วครึ่งชีวิต แถมยังวางตัวได้ดีมาโดย ตลอด มู่หยางโหวจึงมีขุนพลประจ าตระกูลที่จงรักภักดี
书呆子
อยู่ไม่น้อย ผู้อาวุโสมู่หยางโหวโดนฝ่าบาทตัดศีรษะอย่าง ไร้เหตุผล ทหารเหล่านี้จะยอมให้มู่หยางโดนจับตัวไปด้วย ได้อย่างไรกัน ชั่วขณะนั้นกองก าลังของทั้งสองฝ่ายจึงตึง เครียดขึ้นมาทันที
กว่าแม่ทัพตะวันตกจะมาถึง ทหารที่ขันทีผู้นั้นพา มาก็ถูกฆ่าไปเกือบหมดแล้ว ท าได้เพียงน าทหารอารักขา สองนายที่เหลืออยู่หนีออกจากค่ายทหารไป
นอกค่ายทหารไม่กี่ลี้ ขันทีที่รับหน้าที่ประกาศพระ ราชโองการสีหน้าซีดเผือดแขนขาอ่อนแรง เขามองคนที่ ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ไกล ทหารอารักขาสองนายสุดท้ายก็ล้ม ลงอยู่ตรงหน้า ขันทีผู้นั้นถือว่ารู้งานมากทีเดียว เขารีบ ก้าวไปข้างหน้า ยิ้มประจบประแจง “ผู้บัญชาการฉิน ข้าน้อยพูดตามที่ท่านบอกหมดแล้ว มู่หยาง…มู่หยาง บังอาจมาก ฆ่าทหารที่ฮ่องเต้ส่งมาได้ลง ผู้บัญชาการฉิน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”
书呆子
ฉินเฟิงหันไปมองใบหน้าประจบของขันที กล่าว ยิ้มๆ ว่า “เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก”
ขันทีผู้นั้นเงียบอึ้งไป ในใจกลับยินดีเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีคิดว่ามาประกาศพระราชโองการเป็นเพียงงาน ง่ายๆ นึกไม่ถึงเลยว่ายังไม่ทันได้ออกเดินทางก็ถูกคนจาก ต าหนักติ้งอ๋องจับไว้เสียแล้ว สุดท้ายจึงท าได้เพียงท า ตามที่ฉินเฟิงสั่ง บอกให้เขาไปหลอกมู่หยางว่าผู้อาวุโสมู่ หยางโหวถูกประหารแล้ว เมื่อครู่เขาเกือบจะกลายเป็น วิญญาณด้วยน้ ามือของมู่หยางไปแล้ว บัดนี้กว่าจะรอด ชีวิตมาได้ก็ไม่ง่ายเลย ย่อมดีใจอย่างยิ่งเป็นธรรมดา
“ข้าไม่เพียงแต่จะไม่ฆ่าเจ้า แต่ยังจะส่งคนคุ้มครอง ให้เจ้าเดินทางกลับไปอย่างปลอดภัยอีกด้วย กลับไปแล้ว ควรพูดเช่นไร เจ้ารู้ใช่หรือไม่”
书呆子
“ข้าน้อยทราบดี ข้าน้อยทราบดี มู่หยางบังอาจขัด พระราชโองการ มิหน าซ้ ายังฆ่าทหารส่วนพระองค์ มี เจตนาทรยศ” ขันทีผู้นั้นรีบตอบ
ฉินเฟิงพยักหน้าพอใจ “ดีมาก ข้าชอบคบค้ากับคน ฉลาดเช่นเจ้านี้แหละ”