ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 393-2 รอฉวยโอกำส
“ฝ่าบาท…ต้องเป็นการเข้าใจผิดเป็นแน่! บุตรชาย ของกระหม่อมไม่มีทางไร้มารยาทเช่นนี้เป็นแน่พ่ะย่ะ ค่ะ!” ผู้อาวุโสมู่หยางโหวร้อนรนกล่าว เขารู้จักนิสัยมู่ หยางดี มู่หยางไม่มีวันท าอะไรบุ่มบ่ามแบบนั้นเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น มู่หยางยังอยู่ในค่ายใหญ่กองทัพต้าฉู่ ต่อให้ เขาไม่หวาดหวั่นเพียงใด ก็ไม่มีทางบุ่มบ่ามสังหารคนที่ ฮ่องเต้ส่งมาประกาศพระราชโองการเด็ดขาด
ขันทีผู้นั้นคุกเข่าอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีกระวนกระวาย ก่อนตะโกนเสียงแหลมว่า “ผู้อาวุโสมู่หยางโหว ท่าน ก าลังบอกว่าพวกเราทูลความเท็จต่อฝ่าบาทและใส่ร้ายมู่ หยางโหวอย่างนั้นหรือ! ฝ่าบาท กระหม่อมถูกใส่ความพ่ะ ย่ะค่ะ ขอฝ่าบาททรงส่งคนสนิทที่ไว้ใจได้ไปตรวจสอบอีก ครั้งด้วยเถิด กระหม่อมมิอาจถูกบีบบังคับให้รับผิดใน เรื่องที่ไม่เป็นธรรมได้ มู่หยางโหวสังหารทหารองครักษ์ที่
书呆子
ฝ่าบาทส่งไปอย่างเหี้ยมโหด มีทหารนับพันในกองทัพเป็น พยาน กระหม่อมมิเชื่อว่ามู่หยางโหวจะปิดปากคนได้ มากมายถึงเพียงนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ภายหลังแม่ทัพซี ลู่จะตามไปถึง แต่เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อก็อยู่ในเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ ขอฝ่าบาททรงตรวจสอบให้ชัดเจนอีก ครั้งด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อเห็นขันทีผู้นั้นมีท่าทางเจ็บปวดและเกรี้ยว กราด ม่อจิ่งหลีจึงยิ่งรู้สึกเชื่อมากขึ้นไปอีก ตัวเขาเอง สงสัยจวนมู่หยางโหวอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ดังนั้น ผู้ใต้บังคับบัญชาจึงเป็นเพียงผู้ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ มากขึ้นเท่านั้น
ม่อจิ่งหลีหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องไป ตรวจสอบอยู่แล้ว! เกาหมิง! เจ้าน าพระราชโองการของ ข้าไปที แจ้งจ้าวเหลียนแม่ทัพซีลู่ให้พาตัวมู่หยางมาเข้า เฝ้าข้า หากเขาต่อต้านก็จงจัดการตรงนั้นเสีย!” แม่ทัพ
书呆子
ก้าวมาข้างหน้า ยกมือค านับพลางกล่าวว่า “กระหม่อม น้อมรับพระราชโองการ กระหม่อมต้องน าตัวมู่หยางกลับ มารับผิดให้จงได้พ่ะย่ะค่ะ!” ม่อจิ่งหลีส่งเสียงฮึเบาๆ เขา ไม่สนใจว่ามู่หยางจะยอมรับผิดหรือไม่ เขากังวลแต่เพียง ว่า มู่หยางจะใช้ทหารที่มีอยู่แสนกว่านายขึ้นต่อต้าน หรือไม่ เพราะอย่างไรเสีย ตระกูลมู่ก็มีอิทธิพลใน กองทัพต้าฉู่ไม่น้อย ม่อจิ่งหลีคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “ข้ามอบทหารฝีมือดีเพิ่มให้เจ้าอีกห้าหมื่นนายไปช่วย เป็นก าลังเสริมให้แม่ทัพซีลู่ต้านทานกับกองทัพหลี่ว์จิ้น เสียน”
“พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยฝ่าบาท” เกาหมิงค านับ ขอบคุณเสียงดัง เขาเข้าใจความหมายของม่อจิ่งหลีดี ทหารฝีมือดีห้าหมื่นนายนี้หาได้มาเพื่อให้เขารับมือกับห ลี่ว์จิ้นเสียนไม่ แต่เพื่อเอาไว้เผื่อมู่หยางมีท่าทีกระด้าง กระเดื่อง จะได้ร่วมมือปราบปรามเขาร่วมกับแม่ทัพซีลู่
书呆子
ผู้อาวุโสมู่หยางโหวมองเห็นเกาหมิงที่รูปร่างสูง ใหญ่ อกผายไหล่ผึ่ง ใบหน้ามุ่งมั่น ในใจพลันรู้สึกสิ้นหวัง ไม่มีผู้ใดที่จะมีแต่มิตรไร้ซึ่งศัตรู กอปรกับเกาหมิงผู้นี้ไม่ ถูกกับตระกูลมู่มาตั้งแต่ตระกูลมู่เป็นแม่ทัพ เกาหมิงกับมู่ หยางอายุไล่เลี่ยกัน แต่ฐานะตระกูลกลับแตกต่างกันเกิน กว่าที่ตระกูลต่ าต้อยของเกาหมิงจะเทียบเทียมได้ ด้วย เหตุนี้ แม้ว่าเกาหมิงจะรับใช้ม่อจิ่งหลีมาตั้งแต่เขายังเป็น เพียงอ๋องที่ไม่มีอ านาจใหญ่โตมาจนถึงตอนนี้ที่ม่อจิ่งหลี ได้ขึ้นครองราชย์ สถานะของเกาหมิงกลับยังคงมิอาจ เทียบเคียงกับมู่หยางได้ หน าซ้ าเรื่องที่สองคนนี้ไม่ถูกกัน นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ทั้งกองทัพต้าฉู่ต่างรู้ดี แม้จะกล่าวว่า การที่ม่อจิ่งหลีส่งเกาหมิงไปด้วยเพราะกังวลว่าหากเป็น คนอื่นจะไม่กล้าลงมือเนื่องจากความสัมพันธ์อันดีต่อมู่ หยาง แต่การส่งเกาหมิงไปก็เท่ากับเป็นการตัดทางรอด ของจวนมู่หยางโหวโดนสิ้นเชิง
书呆子
ผู้อาวุโสมู่หยางโหวทรุดลงที่พื้นอย่างหมดหนทาง ม่อจิ่งหลีกลับไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาสะบัดแขน เสื้อแล้วเดินจากไปทันที
ขันทีผู้นั้นที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ รีบลุกขึ้นยืน สั่งให้ ทหารจับตัวผู้อาวุโสมู่หยางโหวกลับไปขังคุกและเฝ้าไว้ให้ ดี ผู้อาวุโสมู่หยางโหวจ้องขันทีผู้นั้นเขม็งจนตาแทบจะ ถลนออกมา เขารู้ชัดว่าเรื่องนี้ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมา พากล ทว่าตอนนี้เขาถูกม่อจิ่งหลีขังตัวอยู่ ถึงแม้จะอยาก สืบให้รู้ความจริงแต่ก็ต้องจนใจด้วยไร้ซึ่งหนทาง เมื่อขันที ผู้นั้นเห็นว่ารอบกายปราศจากผู้คน เขาจึงรีบเข้ามา ประชิดผู้อาวุโสมู่หยางโหว หัวเราะเบาๆ และลดเสียง ต่ าลงกระซิบว่า “ผู้อาวุโสมู่หยางโหว อย่าถือโทษพวกเรา เลยขอรับ ใครให้ท่านไปขัดใจคนที่ไม่ควรขัดใจกันเล่า”
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!” ผู้อาวุโสมู่หยางโหวพลันร้อง ตระโกนขึ้น
书呆子
“มัวอ้ าอึ้งอะไรกัน ยังไม่จับตัวไปคุมขังอีก หาก ปล่อยให้ต าหนักติ้งอ๋องมาช่วยไปได้ ก็อย่าหวังว่าพวกเรา จะมีชีวิตรอดกันเลย”
วันถัดมา ข่าวที่ส่งมากลับท าให้ทุกคนท าอะไรไม่ ถูก
“รายงานแม่ทัพใหญ่ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เกาหมิ งน ากองก าลังทหารชั้นดีห้าหมื่นนายมาเสริมก าลังให้แม่ ทัพใหญ่ขอรับ” คนในกระโจมใหญ่นิ่งงัน โดยเฉพาะ ทหารของจวนมู่หยางโหว สีหน้าล้วนซีดเผือดจนดูไม่ได้
มู่หยางหัวเราะฮึ แล้วกล่าวว่า “ทหารชั้นดีห้าหมื่น นายมาเสริมก าลังให้แม่ทัพจ้าวเหลียนงั้นรึ” ค าประชดนี้ ใครๆ ล้วนเข้าใจดี ทุกคนในที่นี้ต่างรู้ดีว่า ถึงแม้จะบอก ว่ามาช่วยเสริมทัพ แต่กองก าลังเพียงห้าหมื่นนายจะไป ช่วยอะไรได้ ตอนนี้เดิมทีในค่ายใหญ่มีทหารซีลู่อยู่แสน กว่านาย ทหารมู่หยางอีกแสนนาย แล้วยังมีคนของเหลย
书呆子
เถิงเฟิงอีกแสนกว่านาย รวมทหารทั้งหมดแล้วก็มี มากกว่าสี่แสนนาย กองก าลังที่มีอยู่เดิมก็มากกว่าทัพ ของหลี่ว์จิ้นเสียนเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ทหารห้าหมื่นนายนี้ เกรงว่าจะไม่ได้มาเพื่อรับมือกับกองทัพหลี่ว์จิ้นเสียน แต่ มาเพื่อป้องกันกองทัพมู่หยางเองต่างหาก
จ้าวเหลียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แม่ทัพเกาถึง ไหนแล้วล่ะ”
นายทหารรายงานว่า “ทัพใหญ่ของแม่ทัพเกาอยู่ ห่างออกไปสามสิบลี้ นอกจากนี้…แม่ทัพเกาส่งคนมา รายงานว่า…มู่หยางโหวมีเจตนาคิดทรยศ ขอให้แม่ทัพรีบ จับตัวไว้ เมื่อแม่ทัพเกามาถึงจะได้คุมตัวกลับไปที่ค่าย ใหญ่ ให้ฝ่าบาททรงตัดสินโทษขอรับ” เมื่อได้ยินดังนี้ ทหารของจวนมู่หยางโหวล้วนพากันลุกยืน จ้องมองกอง ทหารกลุ่มอื่นอย่างไม่เป็นมิตร
书呆子
ในขณะที่จ้าวเหลียนก าลังกระอักกระอ่วนใจอยู่นั้น เสียงกลองรบพลันดังสนั่นมาจากนอกค่าย จ้าวเหลียน หลุดจากภวังค์ และตัดสินใจทันที เขาออกค าสั่งเสียง หนักแน่นว่า “กองทัพตระกูลม่อจงเตรียมตัว ทหาร ตาม ข้าออกจากค่ายไปออกศึก!”
เมื่อพูดจบ จ้าวเหลียนก็เดินออกไปทันทีโดยไม่ สนใจมู่หยางและคนอื่นๆ อีก เหลยเถิงเฟิงยืนขึ้น มองมู่ หยางที่ยืนอยู่ข้างๆ ครู่หนึ่ง ถอนหายใจยาว ส่ายหัว แล้ว เดินตามออกไป ในค่ายใหญ่ ทหารจวนมู่หยางโหวที่ เหลืออยู่กล่าวเสียงเบา “นายท่าน พวกเรา…”
มู่หยางหลับตาคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวหนักแน่นว่า “คนที่จะอยู่ที่นี่จงออกไปเตรียมการรบกับแม่ทัพจ้าว ส่วนคนที่จะไปกับข้า พวกเราไปด้วยกันบัดนี้เลยเถิด!” มี เพียงทหารไม่กี่นายถอยมาอย่างเงียบๆ แล้วเดินตามจ้าว เหลียนออกไป ส่วนที่เหลือกลับเลือกที่จะตามมู่หยางไป
书呆子
แม้จะเลือกเดินกันคนละทาง แต่ขณะนี้กลับไม่มีใครมีกะ จิตกะใจจะดูแคลนใคร เพราะเส้นทางที่ไปกับมู่หยางไม่ ง่ายเลย จวนมู่หยางโหวไม่มีอิทธิพลเท่าต าหนักติ้งอ๋อง หาใช่ว่าน าทหารไปแล้วจะได้เป็นใหญ่ กล่าวได้ว่า พวก คนที่เลือกจะตามมู่หยางไปคือคนสนิทที่เชื่อใจจวนมู่ หยางโหว มิเช่นนั้นก็เป็นคนที่เคยติดหนี้บุญคุณต่อที่ จวนมู่หยางโหวทั้งสิ้น
มู่หยางมองเหล่าทหารครู่หนึ่ง กล่าวเสียงหนักแน่น ว่า “มู่หยางซึ้งในน้ าใจของทุกท่านยิ่งนัก กลับไปน าม้า ตนเองมา พวกเราจะออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้”
จากนั้น นอกค่ายใหญ่ ทหารและม้าที่ทยอย ออกมาจากค่ายก็มุ่งหน้าไปคนละทาง ตอนที่มู่หยางน าก องก าลังมามีจ านวนถึงแสนนาย แต่คนที่เลือกจะตามเขา ไปจริงๆ ตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึงสามสี่หมื่นนาย เมื่อมอง ทางที่มู่หยางน าทหารจากไป จ้าวเหลียนกลันถอนหายใจ
书呆子
เบาๆ ดวงตาที่ดูเศร้าเล็กน้อยฉายแววเสียดาย ทางเดิน อนาคตของมู่หยางคงไปต่อได้อีกไม่ไกลนัก เดิมทีหากให้ เวลากับมู่หยาง เขาสามารถเป็นแม่ทัพที่ไม่น้อยหน้าบิดา ได้เลยทีเดียว ทว่าตอนนี้ มีทหารเพียงสามสี่หมื่นนาย ไม่ มีทั้งเสบียงและก าลังหนุน จึงกล่าวได้ว่าเส้นทางใน อนาคตของมู่หยางได้ถูกก าหนดเอาไว้แล้ว
เหลยเถิงเฟิงยืนอยู่ข้างจ้าวเหลียน ถามเบาๆ ว่า “แม่ทัพจ้าวปล่อยมู่หยางไปเช่นนี้ไม่เสียดายหรือ” จ้าว เหลียนถอนหายใจ “ข้าท าเต็มที่แล้ว อย่างไรเสียก็ดีกว่า กองทัพใหญ่กบฏ” เหลยเถิงเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย การ ที่มู่หยางน าทหารม้าไปสามสี่หมื่นนายไม่ได้มีผลต่อ กองทัพใหญ่เท่าใดนัก แต่หากจับตัวหรือสังหารมู่หยาง เข้าจริงๆ เกรงว่าแม่ทัพที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อจวนมู่ หยางโหวจะรู้สึกเสียใจที่มิตรสหายจากไป หากมีใครคิด
书呆子
ไม่ดีมาปลุกระดมเข้า คงจะไม่ได้เสียหายแค่ทหารและม้า สามสี่หมื่นนายแล้ว