ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 393-1 รอฉวยโอกำส
เมื่อขันทีส่งพระราชโองการจากไปอย่างน่าเวทนา สีหน้าของมู่หยางย่ าแย่ลงยิ่งกว่าเดิม บิดาถูกใส่ร้ายจน ตาย เหยาจีหายตัวไป ม่อจิ่งหลีไม่ไว้ใจ เรื่องราวต่างๆ ประหนึ่งภูเขาลูกแล้วลูกเล่ากดทับลงบนหัวมู่หยาง เมื่อ มองศพราชองครักษ์ที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้น มู่หยางจึงเครียด จนหน้าเปลี่ยนสี
แม่ทัพค่ายตะวันตกอย่างจ้าวเหลียนมี ความสัมพันธ์อันดีต่อผู้อาวุโสมู่หยางโหว เมื่อได้ฟังข่าวก็ รีบเร่งมาถึง แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับเกินกว่าที่จะ จัดการอะไรได้เสียแล้ว ถึงแม้เขาจะมีสัมพันธ์อันดีต่อผู้ อาวุโสมู่หยางโหวแต่ก็ไม่ลึกซึ้งจนถึงขั้นเอาตระกูลของ ตนเข้าไปเสี่ยงเพื่อความสัมพันธ์นี้ ท าได้เพียงให้คนคุม ตัวมู่หยางไว้ แล้วเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยตนเอง พร้อมสั่งให้คนรีบขี่ม้าเร็วไปส่งให้ถึงมือม่อจิ่งหลี
书呆子
น่าเสียดายที่เขาไม่รู้เลยว่า จดหมายของเขาเพิ่ง ออกจากค่ายได้ไม่ถึงยี่สิบลี้ก็กลายเป็นขี้เถ้าไปเสียแล้ว
ในกระโจมของมู่หยาง จ้าวเหลียนกับเหลยเถิงเฟิง นั่งอยู่ด้วยกัน เมื่อเห็นมู่หยางอุ้มมู่เลี่ยที่หลับอยู่ ทั้งสองก็ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ว่ากันตามจริง ไม่ว่าจะเป็นจ้าว เหลียนหรือเหลยเถิงเฟิงล้วนไม่ค่อยเชื่อว่าจวนมู่หยาง โหวจะไปภักดีกับต าหนักติ้งอ๋อง ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยาก แต่พวกเขาท าไม่ได้ด้วยซ้ า เหลยเถิงเฟิงรู้สึกว่าเรื่องนี้มี อะไรไม่ชอบมาพากล ทว่าผู้อาวุโสมู่หยางโหวสิ้นชีพเสีย แล้ว กลัวว่ามู่หยาง…
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เหลยเถิงเฟิงก็ลอบขยิบตาให้ จ้าวเหลียน จ้าวเหลียนถอนหายใจกับตนเอง ไม่รู้ว่าควร ท าอย่างไรดี ตัวเขาก็เป็นขุนพลมากประสบการณ์แห่งต้า ฉู่ ถึงแม้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจะไม่เคยท าสงครามครั้ง ยิ่งใหญ่อะไร แต่ก็นับว่าเห็นอะไรมามาก เดิมทีเรื่องที่ม่อ
书呆子
จิ่งหลีตัดสินใจรบกับทางเหนือก็ท าให้หลายคนนึกเอะใจ อยู่แล้ว บัดนี้สงครามเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน ฝ่าบาทก็ตัดหัวขุน นางคนส าคัญใต้บัญชาการไปเสียอีก หลายคนจึงใจคอไม่ ดีกับเรื่องนี้ บรรดาทหารที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ จวนมู่หยางโหวยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่ หากมู่หยาง มีแผนอะไรจริงๆ เกรงว่ากองทัพคงจะอลหม่านไปหมด เดิมทีหากนึกถึงกองทัพ จ้าวเหลียนก็ควรจะเด็ดขาดจับ ตัวมู่หยางไว้ ทว่าขุนพลเกือบครึ่งหนึ่งในค่ายใหญ่นี้ดัน เคยเป็นทหารเก่าของมู่หยางโหว หรือไม่ก็มีความสัมพันธ์ อันดีกับจวนมู่หยางโหว อย่าว่าแต่ฮ่องเต้เลย แม้แต่จ้าว เหลียนเองก็ยังเป็นกังวลอยู่บ้าง หรือว่าจวนมู่หยางโหว จะวางแผนอะไรไว้จริงๆ
“มู่หยางโหว…” คิดมาครู่หนึ่ง จ้าวเหลียนก็ยัง ตัดสินใจเตือนมู่หยางอยู่ดี กองทัพหลี่ว์จิ้นเสียนพร้อมท า สงครามทุกเมื่อ กองทัพเราไม่ควรเกิดเรื่องเช่นนี้อีก มู่
书呆子
หยางยิ้มระทม “แม่ทัพจ้าวให้เกียรติเกินไปแล้ว ตอนนี้ ข้าน้อยยังเป็นมู่หยางโหวอยู่อีกหรือ”
จ้าวเหลียนถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้จะต้อง มีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ข้าจะเขียนจดหมายอธิบายต่อ ฝ่าบาทเองกับมือ แม่ทัพอย่าเพิ่งร้อนใจไป”
“ต่อให้มีอะไรเข้าใจผิดกัน ม่อจิ่งหลีก็ไม่ควร ประหารพ่อข้า!” มู่หยางกล่าวเสียงหนักแน่น ประกาย ความเกลียดชังน่าขนลุกแวบผ่านดวงตา จ้าวเหลียนแอบ ตกใจ เห็นทีครานี้ อย่างไรเสีย…จวนมู่หยางโหวคงจะตัด ขาดกับฝ่าบาทเสียแล้ว
“ท่านแม่…” มู่เลี่ยหลับฝันส่งเสียงสะอื้นไห้ในอ้อม กอดของมู่หยาง มู่หยางยิ่งปวดใจ อุ้มมู่เลี่ยลุกขึ้นยืนจะ เดินออกไปข้างนอก
书呆子
“มู่หยาง ท่านจะไปไหน!” จ้าวเหลียนรีบถาม มู่ หยางหันกลับมาตอบเสียงเรียบว่า “ข้าจะไปช่วยเหยา จี”
สถานการณ์ตอนนี้ จ้าวเหลียนจะกล้าให้มู่หยางน า ทหารไปด้วยได้อย่างไร เขารีบกล่าว “ตอนนี้เจ้าจะรู้ได้ อย่างไรว่ามู่ฮูหยินอยู่ที่ใด พวกเราส่งคนไปสืบดูก่อนจะ ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น…เจ้าก็น่าจะรู้ หากเจ้าไปเช่นนี้…” หากมู่หยางไปเช่นนี้จริงๆ เกรงว่าต่อให้เดิมทีเขาไม่ได้ ทรยศบ้านเมืองก็จะกลายเป็นทรยศบ้านเมืองไปจริงๆ เสีย มู่หยางหัวเราะหึๆ “มาถึงขนาดนี้แล้ว ข้ายังสนใจ เรื่องนี้อีกหรือ”
จ้าวเหลียนกัดฟัน พูดเสียงเรียบว่า “ได้ หากเจ้า ต้องการไป ข้าจักไม่ห้ามเจ้า แต่ห้ามพากองก าลังไปด้วย เด็ดขาด” หากให้มู่หยางน ากองก าลังไปด้วย เกรงว่าเขา เองคงไม่รอดด้วยเช่นกัน
书呆子
มู่หยางแสยะยิ้ม หากเขาไปคนเดียว อย่าหวังว่าจะ ได้ท าอะไรเลย แค่ม่อจิ่งหลีส่งคนมาตามฆ่าเขาก็ไม่รอด แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะไปช่วยคนเลย
เหลยเถิงเฟิงอยู่ข้างๆ เขาขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “มู่หยาง อย่าเพิ่งใจร้อนไป พวกท่านไม่คิดว่าเรื่องนี้มี อะไรไม่ชอบมาพากลบ้างหรือ” มู่หยางและจ้าวเหลียน หันมองเหลยเถิงเฟิงพร้อมกัน เหลยเถิงเฟิงกล่าวเสียง เรียบว่า “ฮ่องเต้ต้าฉู่ไม่ใช่คนโง่ หากจะประหารมู่หยาง โหวจริงๆ เหตุใดจึงต้องรีบประกาศข่าวการตายของมู่ หยางโหวด้วย มิหน าซ้ ายังส่งทหารอารักขามาประกาศ พระราชโองการเพียงสิบกว่านาย ฝ่าบาทจะไม่กลัวมู่ หยางโหวขัดพระราชโองการจนถึงขนาดต่อต้านขึ้นมา ทันทีบ้างเลยหรือ”
มู่หยางมองเหลยเถิงเฟิง กล่าวเสียงเย็นชาว่า “เจิ้น หนานอ๋องซื่อจื่อจะบอกว่าพ่อข้าไม่เป็นไรอย่างนั้นหรือ
书呆子
หรือจะบอกว่าพวกคนที่มาประกาศพระราชโองการไม่ใช่ คนของม่อจิ่งหลี เป็นผู้อื่นปลอมตัวมา”
เหลยเถิงเฟิงพูดไม่ออก คนข้างกายม่อจิ่งหลีกลุ่ม นั้น พวกเขาล้วนเคยพบเห็นมาก่อน หากปลอมตัวมา ไม่ มีทางที่จะไม่มีพิรุธอะไรเลยต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ แม้แต่ราชองครักษ์ที่ตายไปแล้ว พวกเขาล้วนเคยเห็นใน กองทัพม่อจิ่งหลีมาแล้วทั้งนั้น จะปลอมตัวได้อย่างไรกัน
ผ่านไปสักพัก เหลยเถิงเฟิงถอนหายใจกล่าวว่า “พี่มู่หากเชื่อข้าน้อยล่ะก็ รอดูอีกสักหนึ่งวันเถิด ให้พวก เราไปสืบข่าวทางค่ายนั้นให้แน่ชัดเสียก่อนค่อยว่ากันอีกที ถึงเวลานั้นหากเป็นเรื่องจริง…ข้าน้อยจะคุ้มครองท่าน ออกจากค่ายด้วยตนเอง หากฮ่องเต้ต้าฉู่กล่าวโทษ ข้าน้อยก็จะออกรับเอง จะได้ไม่ล าบากแม่ทัพจ้าวด้วย” จ้าวเหลียนได้ฟังดังนั้นก็ย่อมเห็นด้วย อย่างไรเสียสิ่งที่ ส าคัญที่สุดตอนนี้คือท าให้มู่หยางสงบลงให้ได้เสียก่อน
书呆子
มิฉะนั้นกองทัพนี้ได้ก่อกบฏเป็นแน่ เขารีบพยักหน้ากล่าว เสริมว่า “เหลยซื่อจื่อพูดถูก หากเป็นเรื่องจริง…ข้าก็จัก ไม่รั้งท่านไว้ ”
มู่หยางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พยักหน้ารับ “ก็ ได้ รออีกวันเดียวเท่านั้นนะ!”
ณ ค่ายใหญ่กองทัพต้าฉู่ ม่อจิ่งหลีสีหน้าขุ่นเคือง จ้องขันทีที่ก าลังคุกเข่าตัวสั่นอยู่ “เจ้าว่าอะไรนะ” ขันที ประกาศราชโองการสีหน้าซีดเผือด กล่าวตัวสั่นว่า “ฝ่า บาทโปรดไว้ชีวิตด้วย ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย เถิด กระหม่อมจนปัญญา มู่หยางโหวมิยอมรับพระราช โองการ มิหน าซ้ ายังกล่าวอีกว่า จวนมู่หยางโหว จงรักภักดีต่อต้าฉู่ ฝ่าบาทโง่เขลา ใส่ร้ายคนภักดี…ทั้งยัง ฆ่าทหารอารักขาที่ฝ่าบาทส่งไปจนเกือบหมด โชคดีว่า โชคดีว่าแม่ทัพค่ายตะวันตกตามมาได้ทันเวลา จึง
书呆子
ช่วยชีวิตกระหม่อมไว้ ” ระหว่างที่พูดขันทีผู้นั้นก็สะอึก สะอื้นไม่หยุด ประหนึ่งตกใจและขลาดกลัวสุดขีด
ม่อจิ่งหลีจ้องพินิจมองขันทีอยู่นาน เสื้อผ้าที่เคย สะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยรอยเลือดและฝุ่นดิน สีหน้าก็ดู เหนื่อยล้าและหวาดกลัว ทั้งยังดูอดกลั้นความเจ็บปวด เอาไว้ เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บพอสมควร “มู่หยางโหวตัวดี! มู่หยางตัวดี! ไปพาตัวมู่จิ้งหมิงมาบัดเดี๋ยวนี้!”
มู่จิ้งหมิงคือชื่อเดิมของมู่หยางโหว เพียงแต่เขา ได้รับพระราชทานชื่อมู่หยางโหวตั้งแต่ยังหนุ่ม คนที่ เรียกชื่อเดิมจึงมีน้อยมาก ผ่านไปไม่นาน ผู้อาวุโสมู่หยาง โหวก็ถูกทหารอารักขาพาตัวมาที่กระโจมใหญ่ เพิ่งผ่าน ไปเพียงสองวัน ผู้อาวุโสมู่หยางโหวที่เคยดูมีชีวิตชีวา ตอนนี้กลับดูชราลงไปมาก ผมสีดอกเลาดูยุ่งเหยิง ดวงตา เฉียบคมก็ดูหม่นหมองไร้ประกาย ชีวิตในห้องขังย่อมไม่
书呆子
สวยงามเป็นธรรมดา สภาพของเขาจึงดูชราและไร้ เรี่ยวแรง
“มู่จิ้งหมิง เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่!” ม่อจิ่ง หลีถามเสียงดัง
มู่หยางโหวไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไรท าให้ม่อจิ่งหลี โมโหได้ถึงเพียงนี้ ครั้นมองไปข้างๆ เห็นขันทีประกาศ พระราชโองการสภาพน่าเวทนาไปทั้งตัว ผู้อาวุโสมู่หยาง โหวจึงอึ้งไปชั่วขณะ ประหนึ่งพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“ข้าถูกใส่ร้าย ขอฝ่าบาททรงตรวจสอบให้แน่ชัด ด้วยเถิด” แม้ว่าในใจจะพอเดาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ผู้อาวุโสมู่หยางโหวจะยอมรับไม่ได้ ได้แต่แสร้งท าเป็น ไม่รู้ ม่อจิ่งหลีหัวเราะหึ “ตรวจสอบให้ชัดเจนงั้นหรือ เจ้า จะบอกว่ามู่หยางไม่มีใจคิดทรยศ แต่บังอาจฆ่าทหารที่ข้า ส่งไปประกาศพระราชโองการอย่างนั้นหรือ บังอาจเหิม
书呆子
เกริมกล่าวว่าข้าโง่เขลา นี่หรือที่เจ้าบอกว่าจวนมู่หยาง โหวซื่อสัตย์ภักดีต่อต้าฉู่”