Open The Door เปิดประตูสู่มหันตภัย - Open The Door ประตูบานแรก (32)
สิ้นประโยคนั้น ความเป็นจริงที่ยอนอีพยายามเมินเฉยมาตลอดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ร่างกายของเขายังคงร้อนระอุด้วยความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอด หัวสมองพร่าเลือน อารมณ์กระเจิดกระเจิงจนสูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์ไปชั่วขณะ
ให้หันหลังงั้นเหรอ?
แถมก่อนหน้านี้ยังบอกอีกด้วยว่าต่อไปจะเป็นต้นขา หรืออีกฝ่ายคิดจะเอาเจ้านั่นมาสอดไว้ระหว่างต้นขาเขาแล้วกระแทกเข้ามาจนเสร็จ…ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแสดงว่าเขาก็เป็นฝ่ายรับน่ะสิ
คราวนี้ยอนอีไม่สามารถทนปิดปากได้อีกต่อไป
‘ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายรับด้วย?’
แต่เมื่อดวงตาเลื่อนลงไปสบประสานกับส่วนแข็งขืนของแทฮาจินที่ผงาดชูชันอวดศักดาเต็มที่ ไม่รู้ทำไมยอนอีถึงได้ใจฝ่อรู้สึกเสียความมั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะไปที่ไหนเขาก็ไม่เคยน้อยหน้าใครเรื่องขนาดมาก่อน ว่ากันตามจริงแบบไม่เข้าข้างตัวเองเขาก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างใหญ่อยู่พอตัว
แฟนทุกคนที่เคยคบด้วยต่างก็พึงพอใจและบอกว่าชอบกันทั้งนั้น
บัดซบ แต่เจ้านี่…
เขาไม่มีความมั่นใจที่จะเอาชนะมันเลย
เพียงแค่ดูจากความยาวและความอวบหนาก็รู้ได้ทันทีว่าของแทฮาจินใหญ่กว่าเขามากโดยไม่จำเป็นต้องวัดให้เสียเวลาด้วยซ้ำ ยอนอีนึกโทษพระเจ้าที่ลำเอียงเกินไป เขารู้สึกไม่ยุติธรรมที่ต้องมาเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งที่เกินมนุษย์มนาเช่นนี้
“ทำไมมองแบบนั้นล่ะครับ”
ชายหนุ่มเอียงคอน้อย ๆ พลางยิ้มกรุ้มกริ่ม เสียงของเขาทำให้ยอนอีสะดุ้งตกใจราวกับถูกอีกฝ่ายล่วงรู้ความคิดแปลก ๆ ของตน
“เปล่า คือว่า…คุณแทฮาจินครับ”
“มันดูน่าอมเหรอครับ? เห็นคุณอ้าปากใหญ่เลย”
ประโยคที่ดังขึ้นลอย ๆ จากปากของอีกฝ่ายทำเอายอนอีปวดหัวจี๊ด เขาไม่ได้อ้าปากเพราะอยากอม แต่ทำปากพะงาบ ๆ เพราะพูดไม่ออกต่างหาก
เมื่อเห็นคนใต้ร่างถอนหายใจพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดตา แทฮาจินจึงสบโอกาสพลิกร่างขาวให้อยู่ในท่านอนคว่ำ
“ทำอะไร…!”
ท่อนแขนแกร่งสอดเข้ามาใต้ท้องและจับยกขึ้นจนสะโพกมนลอยเด่นขึ้นท้าทายสายตา ก่อนจะใช้อีกมือกดหัวยอนอีแนบลงกับหมอน ฝ่ายคนที่ถูกจัดท่าทางให้อยู่ในท่าแมวเพียงชั่วพริบตาเดียวถึงกับลมหายใจกระตุกด้วยความอับอาย
“เอสเปอร์แทฮาจิน!”
เจ้าของชื่อเมินเฉยต่อคำประท้วง เขาจับหัวเข่าทั้งสองข้างของยอนอีให้ชิดติดกัน ทำให้ต้นขานวลเนียนหุบเข้าหากันอย่างแนบสนิทไร้ช่องว่าง แทฮาจินโน้มตัวลงทาบทับแผ่นหลังแบนราบก่อนจะจับแท่งร้อนถูไถไปมากับผิวนุ่มบริเวณต้นขา เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากด้านหลังใบหู
“เกร็งขาไว้ให้แน่น ๆ นะครับ ถ้าทำผิดท่าอีก ผมจะไม่ทนและเสียบเข้าไปจริง ๆ แล้วนะ”
ยอนอีกลืนน้ำลายดังเอื๊อก แทฮาจินพูดราวกับว่านี่ใจดีให้สุด ๆ แล้วก็มิปาน
‘…นี่คือใจดีแล้ว? แน่ใจนะ?’
แทฮาจินเอื้อมแขนออกไปตรงโต๊ะข้างเตียง เขาเปิดลิ้นชักและล้วงไปหยิบบางอย่างออกมา
เนื่องจากทางศูนย์กำลังรณรงค์เชิญชวนให้ทำการไกด์ดิงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการสกินชิป เจลและถุงยางที่ถูกเตรียมพร้อมไว้ในตึกส่วนใหญ่จึงมีอยู่ในห้องนี้ด้วยเช่นกัน
แทฮาจินหยัดกายขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงบีบเจลออกมาเต็มฝ่ามือแล้วชะโลมทาเคลือบส่วนแข็งขืนของตัวเองจนเป็นเงาวาว เมื่อลองเอียงคอหันไปดูจึงเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางราวกับกำลังช่วยตัวเองอยู่
ดวงตาฉ่ำเยิ้มปรือปรอยเพ่งมองไปที่ดวงหน้านวลของคนบนเตียงซึ่งกำลังหันหน้ามองมาทางนี้เช่นกัน ยอนอีรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังช่วยตัวเองขณะที่มองตัวเองไปด้วยไม่มีผิด เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้ที่แอบมอง คนตัวเล็กกว่าก็สะดุ้งน้อย ๆ และรีบหันกลับไปทันที ทว่ามือของอีกคนกลับตามมาจับศีรษะของยอนอีให้หันกลับมาทางทิศเดิม
ทำให้ยอนอีจำต้องดูการกระทำของอีกฝ่ายอย่างไม่เต็มใจนัก
ตอนแรกนึกว่าเขาผละออกไปทาเจลเฉย ๆ แต่แทฮาจินกลับเริ่มช่วยตัวเองอย่างจริงจัง โดยที่เขายังอยู่ในท่าแมวและอีกฝ่ายยังไม่ได้แทรกกายเข้ามา
สายตาของพวกเขาสอดประสานกันแนบแน่น คนตัวโตกว่าแลบเรียวลิ้นสีแดงสดออกมาเลียกลีบปากล่างของตัวเองเบา ๆ ในขณะเดียวกันก็เร่งจังหวะชักรูดท่อนเนื้ออวบหนาที่กลางลำตัวไปด้วย
ฟั่บ ฟั่บ ฟั่บ ฟั่บ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเจลหล่อลื่นเฉอะแฉะดังมากระทบหูเป็นระลอก ทุกครั้งที่อีกฝ่ายพรูลมหายใจกระชั้นออกมา กล้ามท้องก็จะหดเกร็งเป็นร่องลึกราวรูปสลัก ยอนอีกัดลิ้นตัวเอง เขาตื่นตัวเต็มที่จนปวดหนึบไปหมดแล้ว พอได้เห็นหมอนี่ยืนชักรูดของตัวเองอยู่ข้าง ๆ ก็ยิ่งมีอารมณ์จนแทบคลั่งตาย
บ้าชะมัด
‘ดูแทฮาจินช่วยตัวเองแล้วมีอารมณ์เนี่ยนะ…’
ไม่นึกเลยว่าอาการอิ่มตัวในครั้งนี้จะพาชีวิตเขามาถึงจุดนี้ได้
แทฮาจินมองสำรวจปฏิกิริยาของยอนอีแล้วฉีกยิ้มอย่างพอใจ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในท่าคุกเข่าแต่ก็ยังดูองอาจสง่าผ่าเผย ขนาดกำลังช่วยตัวเองอย่างลามกสัปดนต่อหน้าคนอื่น ก็ไม่ได้ดูทุเรศลูกตาคนมองเลยสักนิด
เขาขยับท่อนแขนขวาถี่รัวแล้วจู่ ๆ ก็เหยียดแขนซ้ายมาบีบเค้นสะโพกของยอนอีอย่างแรง
“อ๊ะ…!”
สัมผัสของเขาไม่ได้ทำให้เจ็บแต่ยอนอีกลับหลุดเสียงร้องออกมาจากลำคอ ฝ่ามือใหญ่บีบขยำเคล้นคลึงผิวเนื้อนุ่มเต็มไม้เต็มมือก่อนจะระเรื่อยเข้าไปใกล้ร่องหลืบที่ซ่อนตัวอยู่ มือเย็น ๆ ตัดกับอุณหภูมิร้อนผ่าวในร่างกายเฉียดเฉี่ยวส่วนนั้นของยอนอีอย่างเชื่องช้า
“ดะ เดี๋ยว…”
“ตรงนี้ก็สวยนะเนี่ย”
เขาเพียงแค่ไล้นิ้วปัดผ่านช่องทางนั้นโดยไม่ได้ทำอย่างอื่นต่อ ราวกับจะแกล้งให้ยอนอีเสียดายเล่น ๆ แทฮาจินใช้มือข้างหนึ่งแหวกก้อนเนื้อกลม ๆ ทั้งสองข้างออกจากกันแล้วจ้องเข้ามาไม่ละสายตา ในขณะเดียวกันมืออีกข้างก็เร่งจังหวะโหมกระหน่ำ เสียงหยาบโลนดังขึ้นทีละนิด จนกระทั่งอีกฝ่ายปลดปล่อยเสียงครางทุ้มออกมาเมื่ออารมณ์กระสันพุ่งถึงขีดสุด
น้ำกามของแทฮาจินพุ่งกระฉูดออกมาละเลงไปทั่วก้นและสะโพกของยอนอีจนชุ่มโชก
คนตัวโตทาบทับร่างกายท่อนบนลงบนแผ่นหลังเนียน ยอนอีได้แต่แสดงอาการตะลึงตะลานอยู่ในใจเมื่อรับรู้ว่าแกนกายของแทฮาจินที่เพิ่งหลั่งไปเมื่อ 5 วินาทีที่แล้วไม่หดเล็กลงเลยแม้แต่น้อย
‘ใช่ของมนุษย์ธรรมดาแน่เหรอ?’
แทฮาจินไม่ปล่อยให้เขาได้มีเวลามาสงสัยเรื่องพวกนี้ อีกฝ่ายแทรกแท่งร้อนเข้ามาตรงช่องว่างระหว่างต้นขาอ่อนนุ่มโดยไม่รีรอ แกนกายของอีกฝ่ายผลุบไถลไปมาระหว่างผิวเนื้อลื่น สะโพกสอบขยับโยกเป็นจังหวะเนิบ ๆ แนบริมฝีปากเข้ากับใบหู ทั้งขบกัด ไล้เลียและดูดดุนจนความเสียวซ่านแล่นแปลบไปทั่วร่างกาย
อีกฝ่ายอัดกระแทกสะโพกพร้อมกับยื่นแขนมายุ่มย่ามกับส่วนหน้าของเขา มือที่ชุ่มโชกไปด้วยเจลกอบกำท่อนเนื้อของคนใต้ร่างไว้แล้วชักรูดเป็นจังหวะสอดประสานกับเอวที่กำลังขยับ
“อ๊าา!”
ทันทีที่มือใหญ่สัมผัสลงบนส่วนอ่อนไหว ยอนอีก็ระเบิดเสียงครวญครางออกมาอย่างสุดจะกลั้น ด้านหน้าของเขาถูกอีกฝ่ายชักรูดโดยคุมแรงผ่อนหนักผ่อนเบาจนแทบดิ้นเร่า
“ฮื่อ อ๊ะ!”
“อา…”
ทั้งเสียงเฉอะแฉะ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อ เสียงรูดรั้ง เสียงดูดดุนใบหู เสียงครวญคราง…
ทุกเสียงนั้นทำให้ประสาทการได้ยินของเขาแทบเป็นอัมพาต ทุกครั้งที่อีกฝ่ายบดโยกแกนกายเข้ามาตรงต้นขา ลูกอัณฑะของเขาก็พลอยถูกอัดกระแทกไปด้วย ยอนอีหลับตาปี๋เมื่อแรงเสียดสีอันเร่าร้อนและอ่อนนุ่มพุ่งเข้ามาโจมตีจากทุกทิศทาง
มือใหญ่ของแทฮาจินเร่งความเร็วขึ้นขณะหยัดแกนกายเข้ามาจนสุดความยาว ยอนอีที่อดกลั้นต่อแรงอารมณ์มาตลอด ในที่สุดก็ไม่สามารถทนต่อไปได้ เมื่ออารมณ์ไต่ทะยานไปถึงจุดสูงสุดร่างกายก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำกามสีขุ่นฉีดพ่นออกมาหลายระลอก
ในระหว่างนั้น ร่างกายที่สั่นกระตุกไปด้วยความเสียวซ่านจากการเสร็จสมยิ่งทำให้ต้นขาบีบรัดความแข็งขืนได้ดีขึ้น แทฮาจินจึงสบโอกาสโถมแรงขยับเอวเข้ามาอีก
แรงกระแทกอันดุดันเผยให้เห็นความต้องการอันไร้จุดสิ้นสุดของอีกฝ่าย ร่างกายของยอนอีถูกกระแทกจนแทบแหลกเหลว คนด้านบนถึงได้ปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งที่สอง
แม้ว่าน้ำขาวขุ่นจะพ่นออกมาจนหมดแล้วแทฮาจินก็ยังขยับเอวต่อไปพักใหญ่ บดสะโพกเป็นจังหวะแช่มช้า ริมฝีปากเล็มเลียใบหูขาว จูบซับไล่ไปเคล้นคลึงกลีบปากของคนด้านล่างต่อ
เสียงจุ๊บจั๊บชวนจั๊กจี้หูทำให้ยอนอีหดไหล่ด้วยความเสียวปลาบ
เอสเปอร์หนุ่มค่อย ๆ ผละร่างกายออกไป มือหนาใหญ่หวีสางเส้นผมอ่อนนุ่มของยอนอีอย่างแผ่วเบา ทันทีที่ได้รับรู้ว่ามันจบลงแล้ว ยอนอีก็ผ่อนแรงที่เกร็งร่างกายให้อยู่ในท่าเดิมมาตลอด ร่างขาวทรุดฮวบคว่ำหน้าลงไปกับเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเอาสติที่ไหนมาเกร็งร่างกายไว้ไม่ให้เขยื้อนไปตามแรงกระแทกเอาเป็นเอาตายของอีกฝ่าย รู้แค่ว่าถ้าไม่ทำแบบนั้น อีกฝ่ายได้ข่มเหงเขาจริง ๆ แน่
ฮาจินหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นยอนอีนอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่บนเตียง
“ถ้ายังไม่พอก็บอกได้นะ”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปพลางเก็บกวาดบริเวณรอบ ๆ ที่มีสภาพกระจุยกระจายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ความต้องการก็ปลดปล่อยไปแล้ว ค่ามลพิษก็ต่ำลงแล้ว แทฮาจินจึงดูสบายอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่ยอนอีรู้สึกว่าผิวพรรณเขาอิ่มเอิบมีน้ำมีนวลขึ้นด้วย
‘มีแต่ฉันสินะที่น่วมไปทั้งตัว’
ยอนอีนึกก่นด่าความไม่รอบคอบของตัวเองในใจ เขาควรพกยาระงับไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา ไม่รู้ทำไมถึงได้สะเพร่าแบบนี้
ร่างกายของเขายังร้อนรุ่มและหัวก็ยังปวดแปลบมาจนถึงตอนนี้ แต่คงเพราะได้ปลดปล่อยไปครั้งหนึ่งเลยรู้สึกเหมือนกลับมามีสติขึ้นหน่อยแล้ว
อย่างแรกที่ยอนอีทำคือการตั้งปณิธานว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพื่อนร่วมงานอีกเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเอสเปอร์ระดับ S
แทฮาจินสวมชุดคลุมเรียบร้อยแต่อวัยวะเบื้องล่างยังคงชูชันดุนดันเนื้อผ้า ภาพนั้นทำให้ยอนอีรู้สึกขยาดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“…บอกมาตรง ๆ เถอะครับ พลังพิเศษของคุณจริง ๆ แล้วคือสมรรถภาพทางเพศใช่ไหม?”
เจ้าของห้องนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาเช็ดไปตามร่างกายของคนที่นอนอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับนิ้ว สัมผัสของอีกฝ่ายไม่ได้เต็มไปด้วยความนุ่มนวลหรือเอาใจใส่ มีเสี้ยวหนึ่งที่ออกจะแข็งกระด้างรุนแรงเสียด้วยซ้ำ แต่ยังไงความเป็นจริงที่ว่าอีกฝ่ายกำลังทำสิ่งที่คล้ายคลึงกับการดูแลก็น่าตกใจนิดหน่อยอยู่ดี
ถึงแม้ว่ายอนอีจะขายหน้าไม่น้อยเวลาที่ร่างกายสะดุ้งตามอัตโนมัติตอนที่เขาแตะลงมาก็ตาม
ฮาจินถอดผ้าปูที่นอนแล้วเก็บไปพร้อมกับผ้าห่มโดยไม่สนว่ายอนอีจะนอนอยู่หรือไม่ จากนั้นก็เอาผ้าห่มผืนหนามาจากโซฟาแล้วคลี่ทับลงบนตัวของยอนอี
“ได้ยินว่ามีอาการที่เรียกว่าช่วงอิ่มตัวอยู่ ที่เป็นอยู่คือแบบนั้นใช่หรือเปล่า”
ยอนอีกะพริบตาปริบให้กับคำถามไม่มีปี่ขลุ่ยของอีกฝ่าย
ทั้งหมอที่ชื่อชเวซารัง ทั้งหมอนี่ ไม่คิดว่าคนถูกถามเขาจะอายบ้างเลยหรือไงกัน…
หรือเป็นเพราะว่าตัวเขาเองที่หัวโบราณเกินไปกันนะ
ยอนอีถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบรับ
“คุณน่าจะรู้ว่าผมใช้ชีวิตในฐานะระดับ B มานานมาก พลังที่กดเอาไว้ถึงได้ปะทุขึ้นมาแบบนี้น่ะสิครับ”
“รอบความถี่ล่ะ”
“ไม่แน่นอนครับ ส่วนใหญ่ก็สองสามเดือนครั้ง”
ฮาจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อย ๆ ขมวดคิ้ว
“ถ้างั้นพอถึงช่วงอิ่มตัว สภาพคุณก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอ?”
‘แล้วสภาพฉันมันเป็นยังไงมิทราบ’