Open The Door เปิดประตูสู่มหันตภัย - Open The Door ประตูบานแรก (31)
ฮาจินเขม้นมองอยู่สักพัก ก่อนจะชันเข่าขึ้นบดเบียดกับสิ่งที่กำลังแข็งขืนอยู่ใต้เนื้อผ้า
“อึก! อ๊ะ!”
ออกแรงกดลงเพียงแผ่วเบา ร่างโปร่งบางกลับสั่นเร่าไปทั่งตัว ใบหน้าใสแนบซุกเข้ากับต้นขาของเขาแน่นขึ้น เป็นครั้งแรกที่อียอนอีดูเสียการควบคุมตัวเองขนาดนี้ เสียงครางเครือในลำคอนั่นก็ฟังดูปลุกเร้าอารมณ์ไม่เบา
ฮาจินขยับหัวเข่าช้า ๆ นวดคลึงไปตามแก่นกายของอีกฝ่ายอย่างยั่วเย้า
“อ๊ะ! พะ พอแล้ว!”
“พอเหรอ?”
ฮาจินเอียงคอน้อย ๆ เป็นเชิงถามก่อนจะยกหัวเข่าออกอย่างไม่ใยดี ทันทีที่อีกฝ่ายผละออกไป ยอนอีก็ส่งเสียงอืออาในลำคอและดึงรั้งต้นขาของคนตัวโตกว่าไว้ราวกับต้องการให้เขาสัมผัสมันต่อ
“ดูทำเข้าสิ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
ดูท่าการไกด์ดิงคงเป็นไปตามสัญชาตญาณของผู้เป็นไกด์ เขาจึงยังรู้สึกได้ว่าพลังกำลังถูกชำระล้างอยู่เรื่อย ๆ แม้กระทั่งในตอนนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้อดทึ่งไม่ได้เลยจริง ๆ
ไม่รู้ว่าปีศาจตนไหนมาดลใจ แทฮาจินถึงได้มองว่าใบหน้าแดงซ่านและท่าทางกระวนกระวายหายใจหอบสั่นด้วยแรงอารมณ์ของอียอนอีช่างดูเซ็กซี่เสียจนน่าขย้ำ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นเบา ๆ พร้อมฝ่ามือใหญ่ที่ไล้เกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลอย่างอ่อนโยน
“วิธีไกด์ดิงของวันนี้คือการยั่วยวนเหรอครับ?”
“แฮ่ก แฮ่ก ผม จะกลับ บ้าน...”
“อะไรกัน ระดับมลพิษผมยังเหลือตั้ง 43 เปอร์เซ็นต์อยู่เลย จะไม่ไกด์ดิงให้แล้วเหรอครับ?”
แผ่นอกบางสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ แทฮาจินโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูแดงก่ำอย่างจงใจ ทำเอาขนอ่อนพากันพร้อมใจลุกเกรียวไปทั่วทั้งตัว
“ทำให้หน่อยได้ไหม?”
ถ้อยคำที่ถูกตัดตอนออกสามารถตีความได้หลากหลายความหมาย เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามคล้ายเร่งเร้า แต่ยอนอีกลับรู้สึกใกล้จะระเบิดเต็มทีเพราะร่างกายเอาแต่พยศไม่ยอมเชื่อฟังผู้เป็นนาย เพียงแค่ผิวเนื้อสัมผัสกันเพียงแผ่วเบาก็ยิ่งเกิดแรงดึงดูดให้อยากสัมผัสแนบแน่นขึ้นไปอีก
เขายินดีขายวิญญาณให้ปีศาจ ขอเพียงแค่ให้อาการในช่วงอิ่มตัวนี้หมดสิ้นไป ณ ที่นี่เดี๋ยวนี้เลย
อา ซวยฉิบหาย…
ทำไมคนที่อยู่ตรงหน้าต้องเป็นแทฮาจินด้วย
ว่ากันตามจริงคืออีกฝ่ายมีฐานะเป็นเจ้านายของเขา เป็นคนที่ต้องได้เจอกันบ่อยที่สุด เป็นเอสเปอร์ แถมยังเป็นแทฮาจินคนนั้นอีก
ตลอดเวลาที่ผ่านมายอนอีใช้ชีวิตโดยให้ความสำคัญกับการรักษาระยะห่างที่เหมาะสมกับคนอื่นในศูนย์มาเป็นอันดับแรกเสมอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงสามารถกินยาได้อย่างสม่ำเสมอในช่วงอิ่มตัวเพราะไม่เคยถูกเรียกตัวไปลงพื้นที่ จึงไม่เคยเกิดเหตุการณ์เข้าตาจนอย่างตอนนี้เลยสักครั้ง
แล้วดูตอนนี้สิ เขาได้ถูกความใคร่ที่แม้กระทั่งตัวเองยังไม่คุ้นเคยเข้าครอบงำจนสติหลุดไปแล้ว
“คุณอียอนอีครับ”
เสียงทุ้มลึกดังขึ้นชิดใบหู ชั่วพริบตาที่นัยน์ตาสบประสานกัน ความปรารถนาอันลึกล้ำส่งผ่านมาทางดวงตาสีแดงวาววับของเขาราวกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อ ส่วนที่เคยสงบนิ่งเริ่มผงาดขึ้นใต้ร่มผ้าจนโผล่ออกมาให้เห็นวับแวมระหว่างสาบชุดคลุมอาบน้ำ
‘ใครยั่วใครกันแน่’
ยอนอีหลับตาปี๋ เขาไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว
แว่วเสียงเส้นสติที่เพียรพยายามประคองมาตลอดขาดผึงในหัว อียอนอีถูกปีศาจราคะเข้าครอบงำโดยสมบูรณ์แบบแล้ว
เพียงเสี้ยววิ มือเรียวขาวก็เอื้อมไปคล้องลำคอหนาลงมาบดจูบอย่างเร่าร้อน แทฮาจินลูบไล้ร่างกายของอีกฝ่ายอย่างเปิดเผยราวกับส่งสัญญาณว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
คนตัวโตตัดสินใจละขั้นตอนหลายอย่างทิ้ง มือหนาไล่ฟอนเฟ้นเอวคอดก่อนจะขยับเลื่อนลงไปสัมผัสที่กลางหว่างขาของคนใต้ร่างทันที ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าเหนือกางเกงอย่างเชื่องช้า นี่เป็นครั้งแรกที่ยอนอีถูกผู้ชายสัมผัสตรงส่วนนั้น
พริบตาเดียวซิปกางเกงก็ถูกรูดลงโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวยาวบรรจงลูบไล้ส่วนปลายวนไปมาเป็นวงกลมโดยยังมีบ็อกเซอร์บรีฟคั่นกลางอยู่ ความปรารถนาของยอนอีแสดงออกมาผ่านทางคราบน้ำชื้นแฉะที่ซึมเป็นวงบนเนื้อผ้าอย่างเห็นได้ชัด
“อือ อื้อ!”
เรียวลิ้นนุ่มเกี่ยวกระหวัดสอดแทรกเข้ามาอย่างล้ำลึก ตวัดกวาดไล้ไปทั่วเพดานปาก ฉกปลายลิ้นร้อนเข้ามาคลุกเคล้าบริเวณจุดอ่อนไหวใต้ลิ้นของคนใต้ร่าง การจูบของแทฮาจินแทบไม่ต่างอะไรจากการร่วมรักโดยการสอดใส่เลยสักนิด
เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปทั่วห้อง ฝ่ามือหนานวดขยำท้องน้อยเหนือขอบชั้นในอย่างหนักหน่วงด้วยแรงอารมณ์
“แฮ่ก เดี๋ยว อุ๊บ!”
ทันทีที่ริมฝีปากนุ่มผละออกเล็กน้อย ยอนอีก็รีบส่งเสียงเรียกสติอีกฝ่าย แต่ปล่อยให้เป็นอิสระไม่นานแทฮาจินก็ตามมาประกบจูบต่อ เขายังคงบดจูบอย่างไม่ลดละขณะใช้สองมือถลกปราการด้านล่างของยอนอีลงในคราวเดียว
ยอนอีเบิกตากว้างเมื่ออากาศเย็น ๆ จากด้านนอกสัมผัสผิวกายร้อนรุ่มโดยตรง กางเกงรวมถึงชั้นในได้ถูกรูดลงไปถึงหัวเข่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แทฮาจินละมือออกจากท่อนล่างของอีกฝ่าย เขาผละริมฝีปากออกและเบนเป้าหมายไปซุกไซ้ ซอกคอขาวนวลดึงดูดสายตาแทน ชายหนุ่มปัดริมฝีปากเฉียดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มไปมาและใช้ลิ้นไล้เลีย สลับขบเม้มเบา ๆ
“อ๊ะ…!”
การปลุกเร้าดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อนผสานความเจ็บปวดและเสียวซ่าน ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นมาสอดแทรกเข้าไปภายใต้เสื้อเชิ้ตบาง สัมผัสตั้งแต่หน้าท้องแบนราบไปจนถึงหน้าอก ยอนอีตัวสั่นระริกในขณะที่แทฮาจินค่อย ๆ ขยับขึ้นคร่อมร่างที่กำลังบิดเร่าด้วยความกระสัน
ท่อนแขนแกร่งที่ค้ำยันไว้บริเวณเหนือหัวทำให้ยอนอีไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของอีกฝ่ายมากนัก ทว่าเงาร่างอันใหญ่โตที่ทาบทับลงมาก็ทำให้ตระหนักได้ว่าตนเองกำลังถูกกักขังอยู่ใต้ร่างของเขา กลิ่นหอมหวานของครีมอาบน้ำลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูกอีกครั้ง กลิ่นของมันช่างหอมหวนเสียจนประสาทการรับกลิ่นแทบด้านชา
มือที่ซุกซนอยู่ในเสื้อเคล้นคลึงไปตามแผ่นอกและใช้นิ้วโป้งกดที่ยอดอกเบา ๆ
“อ๊ะ!”
ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยทำให้ยอนอีหลับตาปี๋ ท่าทางของเขายิ่งให้อีกฝ่ายได้ใจ ขยี้ปลายนิ้วโป้งกับส่วนนุ่มนิ่มหนักขึ้น แผ่นอกแบนราบเริ่มสะท้อนขึ้นลงจากลมหายใจหอบถี่ แทฮาจินเพิ่มนิ้วชี้เข้ามาช่วยบีบคลึงยอดอกนุ่ม เมื่อดึงจนเริ่มรู้สึกเจ็บก็สลับกลับมาลูบไล้เบา ๆ ราวกับปลอบประโลม
ในขณะเดียวกันนั้น สะโพกสอบของแทฮาจินก็ขยับโยกบดเบียดส่วนนั้นบนต้นขาของยอนอี แท่งเนื้อที่ทั้งใหญ่โตและแข็งขืนขยับถูไถกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มเป็นจังหวะเนิบ ๆ ยิ่งเสียดสีผิวของยอนอีก็ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวราวกับจะติดไฟ แถมยังรู้สึกได้ว่าแกนกายของแทฮาจินค่อย ๆ พองขยายขึ้นอีกเรื่อย ๆ
แทฮาจินหยัดตัวขึ้นนั่งก่อนจะขยุ้มเสื้อเชิ้ตที่ยังคงติดกระดุมไว้เรียบร้อยแล้วกระชากสาบเสื้อออกจากกันอย่างรุนแรง
ทันทีที่เม็ดกระดุมกระเด็นไปคนละทิศละทาง ผิวเนื้อขาวเนียนที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้ามาตลอดก็ปรากฏสู่สายตาทำเอาคนมองแทบลืมหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงต่ำแล้วใช้ปากครอบจุดนุ่มนิ่มกลางอก ดูดเม้มสลับกับส่งลิ้นร้อนไล้เลียรอบ ๆ ฐานอย่างตะกรุมตะกราม จังหวะถี่กระชั้นดุดันของอีกฝ่ายทำให้ดวงตาของยอนอีเบิกกว้างด้วยความเสียดเสียว
“อ๊ะ! หยุด…!”
ยอนอีอ้าปากหอบหายใจ มือเรียวจิกกำผ้าปูที่นอนไว้แน่นราวกับว่ามันเป็นเชือกชูชีพที่ถ้าปล่อยมือจะต้องจมลงในทะเลแห่งความปรารถนาจนตายสถานเดียว
แทฮาจินจงใจแกะมือที่เกร็งแน่นของอีกคนออกและยกมันขึ้นมาโอบรอบคอตัวเอง ทำให้มือของยอนอีไปขยุ้มอยู่ในกลุ่มผมนุ่มลื่นของแทฮาจินแทน
คนตัวโตขบเม้มดูดดึงยอดอกนุ่มอย่างหื่นกระหายพลางใช้มือหยอกเย้าหน้าอกอีกข้าง เอวยังคงขยับโยกคล้ายกับกำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปในร่างของอีกคนอย่างแรงจนแท่งเนื้อทั้งสองขยับเฉียดบดเบียดกันเป็นครั้งคราว ทุกครั้งที่ถูกเสียดสี ของเหลวสีใสก็จะยิ่งไหลปริ่มออกมาจากแกนกายของยอนอี
ริมฝีปากร้อนกดจูบไล่จากหน้าอกขึ้นไปถึงลำคอเรียวระหง ระเรื่อยไปยังริมฝีปากของคนใต้ร่าง เขาปรับองศาใบหน้าเล็กน้อยและส่งลิ้นเข้าไปหยอกเย้าในโพรงปาก กวาดต้อนไล้เล็มจนแทบลืมหายใจ
เมื่อยอนอีหมดเรี่ยวแรงจนแขนที่โอบรอบลำคอหนาอยู่ร่วงลงมา แทฮาจินก็จะจับท่อนแขนขาวขึ้นไปโอบรอบคอตัวเองอีกครั้งอย่างดื้อรั้น
“อย่าปล่อยมือสิครับ”
คนตัวใหญ่เอ่ยปากดุอย่างไม่จริงจังนัก การกระตุ้นที่ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นลูกใหญ่ทำให้ปลายนิ้วเริ่มชาเพราะความตึงเครียดที่เกินลิมิตเพราะต้องระวังตัวตลอดเวลา เนื่องจากไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะสัมผัสตรงไหนและเมื่อไหร่บ้าง
“จับไว้แน่น ๆ หน่อย”
คราวนี้เขาแลบลิ้นร้อนโลมเลียบนริมฝีปากนุ่ม ใช้ริมฝีปากดูดดึงอวัยวะเดียวกันสลับกับเล็มเลียเป็นครั้งคราว อีกฝ่ายเอาแต่จูบซับอยู่ด้านนอกโดยไม่ได้สอดลิ้นชำแรกเข้ามาด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ รู้สึกวาบหวามอย่างบอกไม่ถูก ยอนอีไม่ชอบความรู้สึกเสียวปลาบที่เกิดขึ้นเวลากลีบปากชื้นแฉะค่อย ๆ ผละออกจากกันเลย
เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป คนใต้ร่างจึงเอื้อมแขนไปคล้องคอและดึงรั้งอีกฝ่ายลงมาบดจูบแนบแน่น ก่อนจะเป็นฝ่ายสอดลิ้นเข้าไปเสียเอง
ยอนอีรู้สึกได้ว่ามุมปากของแทฮาจินกำลังกระตุกยิ้ม
แทฮาจินลดมือลงไปปลดเชือกชุดคลุมอาบน้ำที่สวมอยู่ ปล่อยให้มันค่อย ๆ ไหลลงไปตามลาดไหล่ และโยนมันลงไปข้างเตียงอย่างไม่ใยดี ร่างเปลือยเปล่าของแทฮาจินปรากฏสู่สายตาของอีกคนที่มองเห็นอย่างเลือนราง ลอนกล้ามเนื้อเป็นมัดไร้ไขมันส่วนเกินของเขาดูราวกับประติมากรรมชิ้นเอกอันงดงามเหนือมนุษย์
ทว่าอวัยวะกลางลำตัวของเขาที่ผงาดอวดความแข็งแกร่งอยู่นั้นกลับชวนให้ตกใจยิ่งกว่า
ถึงแม้จะเห็นเขาเปลือยกายมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เมื่อมองได้มองจากในมุมที่ถูกคร่อมไว้ใต้ร่างเช่นนี้ยิ่งดูเซ็กซี่จนคนมองแทบคลั่ง สมองของคนเรานั้นเก่งกาจในเรื่องการแยกแยะ แต่ไม่ใช่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายคนนี้ แทฮาจินสามารถทำให้ปลุกเร้าให้คนมองสูญเสียการควบคุมตนเองเพียงแค่มองดูเขาเท่านั้น
เอสเปอร์หนุ่มหยัดตัวขึ้นและชำเลืองมองนาฬิกา
“32 เปอร์เซ็นต์”
สิ่งที่แทฮาจินพูดเป็นถ้อยคำที่ย้ำเตือนสติว่าพวกเรายังอยู่ในช่วงไกด์ดิง คำพูดของเขาทำให้ยอนอีรู้สึกเบาใจขึ้นนิดหน่อย
ใช่แล้ว คิดซะว่าเป็นการไกด์ดิงแบบจริงจังกว่าปกติหน่อย ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดจากช่วงอิ่มตัวน่าจะดีกว่า คิดได้แบบนั้นแล้วยอนอีก็คลายความกังวลได้เปลาะหนึ่ง
ฮาจินยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ค้างกองอยู่ตรงขาของยอนอีออกจนหมด เสื้อเชิ้ตที่ถูก กระชากออกไปก่อนหน้านี้ทำให้ยอนอีอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับเปลือยกาย
ดวงตาสีโกเมนวาววับไล่มองร่างขาวของคนตรงหน้าตั้งแต่ปลายเท้าระเรื่อยขึ้นมาช้า ๆ ก่อนจะหยุดตรงบริเวณรอยแดงที่ตัวเองเป็นคนทำไว้ ฮาจินจ้องมองมันอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะโน้มตัวลงแนบชิดอีกครั้ง
ร่างกายของทั้งสองแทบไม่มีช่องว่างให้ลมพัดผ่าน คนตัวใหญ่กว่าจับมือของยอนอีให้เลื่อนลงมาสัมผัสส่วนอ่อนไหวด้านล่าง เริ่มชักรูดแท่งเนื้อร้อนซึ่งแนบนาบอยู่บนหน้าท้องไปพร้อมกัน เมื่อเห็นว่ายอนอีชะงักและขยับมืออย่างอ้อยอิ่ง เขาจึงวางมือทาบทับบนมือขาวเพื่อบังคับจังหวะให้เร่งเร้าขึ้น
“ฮะ อ๊ะ!”
ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบไปทั่วร่างกาย
ทั้งสัมผัสของแกนกายเปียกลื่นที่ถูกรวบเข้าด้วยกัน ทั้งการช่วยตัวเองซึ่งไม่ใช่การมีเซ็กซ์ไปพร้อมคนอื่น รวมถึงสายตาของแทฮาจินที่ราวกับจะแผดเผาคนถูกมองด้วยเพลิงปรารถนา
“คุณอียอนอีครับ”
“ฮ้า…!”
“ตั้งใจหน่อยสิครับ”
วาทยกรผู้ควบคุมการบรรเลงเพลงสวาทครั้งนี้คือแทฮาจิน
เขากระซิบชิดใบหูขาวขณะที่เป็นฝ่ายควบคุมความแรงน้ำหนักมือไปจนถึงความเร็วด้วยตัวเอง เหนือมือหนาใหญ่ซึ่งกำลังทาบทับอยู่บนมือของคนใต้ร่าง ท่อนแขนแกร่งเผยให้เห็นเส้นเลือดสีน้ำเงินปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจากเกร็งออกแรงขยับถี่ ๆ
แทฮาจินดึงมืออีกข้างของยอนอีลงมาและให้อีกฝ่ายใช้สองมือช่วยกันกำรวบแกนกายทั้งสองแท่งเอาไว้
“จับไว้แน่น ๆ อย่าปล่อยนะครับ”
นั่นไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่ง เขาเอามือออกหลังจากพูดจบ ในขณะเดียวกันยอนอีก็กำแก่นกายของอีกฝ่ายกับตัวเองแน่นราวกับเกรงกลัวว่าจะถูกเจ้าของดวงตาสีโกเมนคู่นั้นจับกลืนลงท้องหากเผลอปล่อยมือแม้เพียงนิดเดียว
แทฮาจินประคองดวงหน้าขาวนวลด้วยมือทั้งสองข้าง เอวสอบแกร่งขยับโยกอย่างดุเดือด
“อ๊า! ฮึก...!”
แรงเสียดสีอันบ้าคลั่งกระตุ้นความหื่นกระหายให้พุ่งทะยาน การกระแทกกระทั้นของคนด้านบนถาโถมเข้ามาจนยอนอีเกือบจะเผลอปล่อยมือ แทฮาจินขยับยกเอวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับกล่าวเตือนว่า
“ถ้าปล่อยอีก ครั้งหน้าจะเป็นต้นขานะ”
เอสเปอร์หนุ่มเร่งเครื่องขยับแกนกายให้ผลุบเข้าผลุบออกระหว่างอุ้งมือนุ่ม ขยับโยกสะโพกระรัวเร็วแทบลืมหายใจ ใบหน้าของยอนอีเห่อร้อนด้วยอารมณ์ซ่านเสียว รับรู้ได้ถึงความชื้นแฉะจากทั้งสองมือซึ่งเปียกเยิ้มไปด้วยของเหลวที่ไหลซึมจากด้านบนของส่วนอ่อนไหว ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขากำลังทำเรื่องอย่างว่ากับหัวหน้างานอยู่ รู้สึกเหมือนความผิดชอบชั่วดีและความเสียวสะท้านบีบรัดเส้นเลือดแน่นจนแทบคลั่ง
หยาดน้ำใสไหลเยิ้มลงมาเป็นสาย เสียงเฉอะแฉะน่าอายดังก้องทั่วห้องทุกครั้งที่ส่วนปลายเฉียดผ่านกันอย่างหยาบโลน
‘เร็ว ไป…!’
ยอนอีพยายามรักษาท่าทางที่แทฮาจินจัดไว้ให้เท่าที่จะมีสติทำได้ แต่อีกฝ่ายกลับกระทุ้งเข้ามาอย่างเอาเป็นเอาตายไร้ซึ่งความปรานี มือของยอนอีจึงอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงจนต้องคลายออกในที่สุด เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว แทฮาจินจึงหยุดการกระทำลงชั่วขณะ
แฮ่ก แฮ่ก
ลมหายใจหอบกระเส่าสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว
“ไม่ได้การแล้ว”
แทฮาจินคลี่ยิ้มหวานซึ่งไม่เหมาะกับเขาเอาเสียเลย
“หันหลังมา”