Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1031: ความลับ
“ใคร? ใครยังมีชีวิตอยู่?” ข้ารับใช้เฒ่าถามอีกครั้ง
“จะใครเสียอีกล่ะ?” หานเชี่ยนเย้ยหยันขณะความ
รังเกียจปกคลุมใบหน้า “ก็ต้องเป็นนายน้อยฉินที่มี
สายเลือดของเผ่าพันธุ์เทพน่ะสิ!”
“ว่าอะไร!” ข้ารับใช้เฒ่าซีดเผือดขณะอุทานด้วยความ
ตกตะลึง “เป็น เป็นไปได้ยังไง?!”
“นี่คือข่าวใหม่สำหรับข้าเหมือนกัน” หานเชี่ยนขมวด
คิ้วเล็กน้อยขณะกล่าวด้วยความสับสนว่า “ข้าจำได้
ชัดเจนว่าข้าพรากชีวิตมันไปแล้ว จิตวิญญาณแท้จริง
ของมันน่าจะถูกทำลายก่อนฉินชานมาหาพวกเรา
ฉะนั้นแล้ว มันกลับมามีชีวิตได้อย่างไร?”
“พวกเราแน่ใจหรือว่าเป็นมัน?” ข้ารับใช้เฒ่าถามอีก
ครั้ง
“ไม่ผิดแน่ มันชื่อฉินเลี่ย ครอบครองสายเลือดของ
เผ่าพันธุ์เทพด้วย” ความขุ่นเคืองพลันห้อมล้อมหาน
เชี่ยน “ยิ่งไปกว่านั้น กระจกยวิ๋นเทียนของจีฉีอยู่กับ
มัน!”
“มันเข้าไปในกระแสมิติโกลาหลด้วยงั้นหรือ?” ข้า
รับใช้เฒ่าดูประหลาดใจ
“มันมีสายเลือดของเผ่าพันธุ์เทพ ดังนั้นไม่แปลกที่มัน
จะพบที่นั่น ไม่แปลกเลย” ริมฝีปากของหานเชี่ยนโค้ง
ขณะกล่าวด้วยน ้าเสียงเย็นเยือกว่า “ดูท่าสายเลือดของ
มันจะตื่นขึ้นจนไปถึงพลังระดับแยกออกในที่สุด
หลังจากผ่านไปสามร้อยปี”
“พวกเราจะทำอย่างไรดี?” ข้ารับใช้เฒ่ากล่าวด้วย
ความวิตกกังวล “ถึงแม้ตระกูลฉินจะได้รับบาดเจ็บ
สาหัสเมื่อสามร้อยปีก่อน แต่ทุกคนรู้ว่าฉินชาน
เก่งกาจด้านการหลอมอุปกรณ์มากแค่ไหน รวมถึง
ความมั่งคั่งที่ตระกูลฉินมีด้วย ยังไม่รวมถึงเรื่องที่พวก
มันยังครอบครองพละกำลังไร้เทียมทานอีก ในตอน
นั้น เหตุผลที่ตระกูลฉินไม่สู้กับพวกเราจนตัวตาย
เพราะรู้ว่าไม่สามารถสู้กับหกกองกำลังระดับทอง
ทั้งหมดด้วยตัวเองได้ ยิ่งไปกว่านั้น แท่นบูชาจิต
วิญญาณของฉินเฮ่าพังทลายจากการต่อสู้ นั่นคือ
เหตุผลสำคัญที่พวกมันอพยพจากโลกศูนย์กลางและ
ซ่อนอยู่ในอาณาจักรที่ไม่รู้จัก”
“ทุกคนรู้ว่าฉินเฮ่าน่าหวาดกลัวแค่ไหน มันสามารถ
หลบหนีพวกเราทุกคนได้แม้ว่าแท่นบูชาจิตวิญญาณ
จะระเบิดไปแล้วก็ตาม”
“สามร้อยปีผ่านไป ฉินเฮ่าน่าจะฟื้นแท่นบูชาจิต
วิญญาณได้แล้ว”
“หลังจากพักฟื้นและรักษามาหลายปี ตระกูลฉิน
อาจจะกลับมามีพละกำลังครบถ้วนอีกครั้งก็ได้”
“ถ้าตระกูลฉินกลับมาแก้แค้น แม่นางและตระกูล
หาน… จะต้องตกเป็นเป้าหมายสำคัญอย่างแน่นอน”
“พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
ข้ารับใช้เฒ่าดูหวาดกลัวยิ่งเมื่อกล่าวถึงตระกูลฉิน ราว
กับหายนะกำลังตกกับพวกเขา
ความหวาดกลัวตระกูลฉินหยั่งรากลึกในตัวเขา
“ในตอนนั้น หกกองกำลังใหญ่ขับไล่ตระกูลฉินจาก
โลกศูนย์กลางได้สำเร็จ ต่อให้พวกมันฟื้นพละกำลัง
หลังจากผ่านไปสามร้อยปีได้ พวกมันยังเทียบหกกอง
กำลังใหญ่ไม่ได้หรอก!” ดวงตาของหานเชี่ยนเย็น
เยือกเล็กน้อยขณะเย้ยหยันว่า “ส่วนขยะนั่น ข้า
สามารถฆ่ามันเหมือนกับที่ฆ่าเมื่อสามร้อยปีก่อนได้!
ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ ข้าจะจบชีวิตมันอีก
ครั้ง!”
ข้ารับใช้เฒ่าจ้องมองนางด้วยความประหลาดใจ
“ข้าจะไปดินแดนแห่งความโกลาหลด้วยตัวเองหลัง
กลับไปโลกศูนย์กลางแล้ว การกำจัดมันคือสิ่งสำคัญ”
หานเชี่ยนกล่าวอย่างสงบ
“ท่านทำแบบนั้นไม่ได้!” ข้ารับใช้เฒ่ารีบห้ามนาง
“ดินแดนแห่งความโกลาหลคือสถานที่พิเศษ กอง
กำลังระดับทองทั้งหมดจากโลกศูนย์กลางถูกสั่งห้าม
อย่างเข้มงวดไม่ให้เหยียบย่างในดินแดนนั้น พวกเรา
อาจจะสามารถมีอิทธิพลต่อสถานการณ์ต่าง ๆ จาก
หลังฉากได้ แต่ยอดฝีมือผู้อาวุโสอาจจะตำหนิพวกเรา
หากปรากฏตัวในดินแดนแห่งความโกลาหลอย่าง
โจ่งแจ้ง!”
“ทำไมล่ะ?” หานเชี่ยนขมวดคิ้ว
นางทราบถึงกฎที่แปดกองกำลังระดับทองทั้งหมดจาก
โลกศูนย์กลางต้องเชื่อฟัง ไม่มีใครสามารถขยาย
อิทธิพลในดินแดนแห่งความโกลาหลได้
นั่นเพราะผู้นำของแปดกองกำลังใหญ่กุมบังเหียนต่อ
ลูกน้องแน่นหนาและห้ามไม่ให้พวกเขาสอดนิ้วเข้าไป
ในดินแดนแห่งความโกลาหล
นางเคยสอบถามเกี่ยวกับเหตุผลแท้จริงจากผู้อาวุโส
ของสวรรค์ชั้นเก้า แต่เรื่องราวคล้ายกับเป็นข้อห้าม
ใหญ่หลวง พวกเขาไม่เต็มใจสนทนากับนาง
“ข้าไม่รู้ ตระกูลหานไม่ใช่ตระกูลสำคัญในตอนนั้น
ดังนั้นพวกเราไม่มีสิทธิ์รู้ความลับนั่น” ข้ารับใช้เฒ่า
ส่ายหน้า
“เช่นนั้นทำไมขยะนั่นถึงสามารถไปดินแดนแห่ง
ความโกลาหลได้? ทำไมมันถึงสร้างความอลหม่านที่
นั่นได้?” หานเชี่ยนถามอีก
“ข้าเพียงรู้ว่าตระกูลฉินจงใจห้ามผู้ฝึกยุทธ์จากกอง
กำลังทั้งหมดไม่ให้เข้าดินแดนแห่งความโกลาหลก่อน
อพยพจากโลกศูนย์กลางเท่านั้น” ข้ารับใช้เฒ่าดูสับสน
ยิ่งเช่นกัน
“เจ้ากำลังบอกว่าผู้นำของตระกูลฉินไม่ได้รับผลจาก
กฎนี้งั้นหรือ?” หานเชี่ยนจ้องมองเขาอย่างตกตะลึง
“นั่นคือสิ่งที่ข้าได้ยินมา” ข้ารับใช้เฒ่าพยักหน้า
“ผู้นำรุ่นแรก ฉินชานและผู้นำรุ่นที่สอง ฉินเฮ่าจาก
ตระกูลฉินคือวีรบุรุษไร้ใครเทียบของรุ่น ดังนั้นข้า
สามารถยอมรับได้ว่าพวกมันมีสิทธิ์ไปดินแดนแห่ง
ความโกลาหล แต่ตอนนี้ขยะนั่นอยู่ที่นั่น เจ้าคงไม่ได้
กำลังบอกข้าใช่ไหมว่าตระกูลฉินปฏิบัติกับมันใน
ฐานะผู้นำรุ่นที่สาม? นี่มันน่าขันสิ้นดี!” ดวงตาของ
หานเชี่ยนเต็มไปด้วยความเย้ยหยัยน
“ผู้ใดจะทราบได้?” ข้ารับใช้เฒ่าสับสนเช่นนาง
“เตรียมทุกสิ่งให้พร้อมเท่าที่จะทำได้ ข้าจะไปพบตา
เฒ่าสารเลวพวกนั้นที่สวรรค์ชั้นเก้าเพื่อดูจุดยืนของ
พวกเขาหลังจากรู้ว่าฉินเลี่ยยังมีชีวิตอยู่” หานเชี่ยนสั่ง
“ทราบแล้ว”
……
ที่สำนักสังหาร
หลังจากเฉินเยวี่ยพาฉินเลี่ยไปหาเฉินขุยแล้ว เขาพลัน
ถามเกี่ยวกับเหตุผลที่โลกศูนย์กลางออกห่างจาก
ดินแดนแห่งความโกลาหลทันที
“ผู้อาวุโสเฉิน ท่านคือผู้อาวุโสในสำนักสังหาร ท่าน
คุ้นเคยกับอดีตของดินแดนแห่งความโกลาหลดียิ่ง
ท่านสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าทำไมโลกศูนย์กลาง
ถึงไม่มีอิทธิพลในดินแดนแห่งความโกลาหล?”
“เสี่ยวเยวี่ย โปรดออกไปก่อน” เฉินขุยไม่ตอบทันที
เขาโบกมือให้เฉินเยวี่ยออกไป
“ท่านปู่ ท่าน… จะไม่ให้ข้ารู้ด้วยงั้นหรือ?” เฉินเยวี่ย
ดูประหลาดใจ
เฉินขุยพยักหน้า “มีเพียงผู้นำกองกำลังเท่านั้นที่มีสิทธิ์
รู้เรื่องนี้”
สีสันความประหลาดใจในดวงตาของฉินเลี่ยลึกล ้าขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนี้
“ทราบแล้ว” เมื่อไม่มีทางเลือก เฉินเยวี่ยออกจากห้อง
เพื่อให้ฉินเลี่ยและเฉินขุยสามารถสนทนาเป็นการ
ส่วนตัวได้
“เข้าห้องส่วนตัวกับข้า”
หลังจากเฉินเยวี่ยออกไปแล้ว เฉินขุยยืนขึ้นขณะนำ
ฉินเลี่ยเข้าห้องหินลึกลงไปในใต้ดินเกือบหนึ่งร้อย
เมตร
กำแพงหินของห้องนี้ปกคลุมด้วยกำแพงพลังเป็น
ระลอกเด่นชัด หลังจากฉินเลี่ยเดินเข้าห้องหินและ
พยายามปล่อยจิตวิญญาณตระหนักรู้ เขาพบว่า
ความคิดไม่สามารถผ่านกำแพงได้เลย
“ห้องนี้ปิดกั้นเสียงและการรับรู้จิตวิญญาณทั้งหมด
แม้แต่ยอดฝีมือพลังระดับว่างเปล่าก็ไม่สามารถรุกล ้า
เข้ามาที่นี่ด้วยจิตวิญญาณได้”
“ต้องตื่นตัวขนาดนี้เลยหรือ?” ฉินเลี่ยอุทาน
เฉินขุยถอนหายใจแผ่วเบา “มันเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ถ้า
พวกเราไม่ระวังจนข่าวกระจายออกไป คนโหดเหี้ยม
อาจจะใช้มันเพื่อผลประโยชน์ตัวเองในการนำหายนะ
มาสู่พวกเราทุกคน”
“หายนะ? หายนะอะไร?” ฉินเลี่ยยิ้มขณะเน้นย ้า
คำพูด “คงไม่แย่ไปกว่าตอนสามเผ่าพันธุ์กูลเกือบแยก
ดินแดนแห่งความโกลาหลเป็นส่วน ๆ ใช่หรือไม่?”
น่าแปลก เฉินขุยถึงกับพยักหน้าในคำตอบ “ใช่ แย่
ยิ่งกว่านั้นมาก!”
ฉินเลี่ยหุบยิ้มสนิทขณะนั่งตัวตรง เขาถามอย่างจริงจัง
ว่า “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
เฉินขุยเงียบ เขาคล้ายกับกำลังเลือกคำพูดและครุ่นคิด
วิธีอธิบายทุกสิ่งให้ฉินเลี่ยอย่างดีที่สุด
ชายหนุ่มรอคำตอบอย่างวิตก
เป็นเวลาเนิ่นนาน เฉินขุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อน
กล่าวว่า “พูดตามตรง… ข้ารู้อะไรไม่มากนัก ทุกสิ่งที่
ข้ารู้มาจากอดีตจ้าวสำนักของสำนักสังหาร เขารู้ว่าเขา
อาจจะตายระหว่างเลื่อนระดับไปพลังระดับว่างเปล่า
ดังนั้นเขาบอกข้าเรื่องเรื่องราวนี้เพื่อให้ส่งต่อไปยัง
หนานเจิ้งเทียนหรือสวี่หยาน แน่นอน ทุกคนที่
กลายเป็นจ้าวสำนักคนต่อไปของสำนักสังหารมีสิทธิ์รู้
เรื่องนี้ด้วย”
“ท่านหมายความว่ามีเพียงจ้าวสำนักของสำนักสังหาร
ที่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้หรือ?” ฉินเลี่ยอุทานด้วยความ
ประหลาดใจ
เฉินขุยพยักหน้าอีกครั้ง “ใช่แล้ว ถึงอย่างนั้น… สวี่
หยานเดินทางไปหลายที่ คล้ายกับเขาทราบเรื่อง
ความลับนี้จากที่อื่น”
“โปรดบอกทุกสิ่งให้ข้าทราบด้วย ผู้อาวุโสเฉิน!”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงจัง
“เจ้าตอบคำถามข้าก่อนได้หรือไม่?” ฉินขุยพลันถาม
“ถามมาได้เลย!”
“ไม่นานนัก มีบอลจิตวิญญาณลอยเหนือเกาะตะวัน
เพลิง นั่นเป็นของบรรพบุรุษจิตวิญญาณหรือเปล่า?
อีกอย่าง ศพของบรรพบุรุษจิตวิญญาณระเบิดเป็นชิ้น
ๆ งั้นหรือ?”
“ใช่”
“สัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬของนาจี๋ครอบครองจิต
วิญญาณย่อยมากมาย พวกมันหลอมรวมกับไข่มุกจิต
วิญญาณของบรรพบุรุษจิตวิญญาณหรือไม่?”
“ใช่แล้ว”
“บอลจิตวิญญาณนั่นไปไหนในท้ายที่สุด?”
“ข้าผนึกมันด้วยอุปกรณ์วิญญาณ”
ฉินเลี่ยไม่ปกปิดสิ่งใดขณะบอกเฉินขุยทุกสิ่งที่เขารู้
แต่ว่า ความสับสนของเขายิ่งมากขึ้นเมื่อทำเช่นนี้
เขาไม่รู้ว่าทำไมเฉินขุยจู่ ๆ ถึงสนใจเรื่องนี้ขึ้นมา
“เฮยซือเท่อบอกเจ้าว่าสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬ สัตว์
ร้ายกลืนกินจิตวิญญาณ และสัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิต
คือสาเหตุของความโกลาหลก่อนเผ่าพันธุ์เทพมาถึง
อาณาจักรวิญญาณหรือเปล่า? เขาบอกเจ้าไหมว่า
บรรพบุรุษจิตวิญญาณได้รับชื่อเสียงช้า ๆ จากเผ่าพันธุ์
มนุษย์ในตอนนั้น?” เฉินขุยถาม
“บอกสิ!” ฉินเลี่ยพยักหน้าหนักแน่น
“เจ้ารู้แค่ไหน?” เฉินขุยถามอีก
“หลังจากข้าคุยเรื่องนี้กับเฮยซือเท่อ ข้าทราบว่าสัตว์
ร้ายกลืนกินจิตวิญญาณจากอาณาจักรใต้พิภพ สัตว์ร้าย
จิตวิญญาณทมิฬจากอาณาจักรอสูรและสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณโลหิตจากเผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณล้วน
ครอบครองความสามารถจิตวิญญาณย่อย สัตว์ร้าย
แปลกประหลาดสามตนนี้มีรูปลักษณ์ต่างกัน แต่
ความสามารถพวกมันคล้ายกันยิ่ง!” ฉินเลี่ยกล่าว
จริงจัง “กล่าวได้ว่า… วิชาลับจิตวิญญาณของบรรพ
บุรุษจิตวิญญาณคล้ายกับสัตว์ร้ายแปลกประหลาดสาม
ตนนี้เช่นกัน บรรพบุรุษของเฮยซือเท่อเคยรับใช้
เผ่าพันธุ์เทพมาก่อน พวกเขาเคยบอกว่าสัตว์ร้ายแปลก
ประหลาดสามตนและบรรพบุรุษจิตวิญญาณอาจจะมา
จากอีกเผ่าพันธุ์ที่ต่างออกไป เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ!”
“เจ้าถึงขั้นรู้เรื่องเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเลยหรือ?”
เฉินขุยอุทาน “เฮยซือเท่อไม่น่ารู้ชื่อนี้ได้!”
“ข้าได้ยินมาจากแหล่งอื่น” ฉินเลี่ยอธิบาย
เฉินขุยต้องมองเขาแปลก ๆ ก่อนพยักหน้า “ดูท่าเจ้าก็
สืบมามากพอตัว เป็นเรื่องจริง บรรพบุรุษจิตวิญญาณ
สัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬ สัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิต
และสัตว์ร้ายกลืนกินจิตวิญญาณมาจากเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณ”
“พวกมันเกี่ยวโยงกับดินแดนแห่งความโกลาหลได้
ยังไง?” ฉินเลี่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“พวกมันมาจากสถานที่ลึกลับใต้เท้าพวกเรา” เฉินขุย
ยิ้มขมขื่น
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปขณะตะโกนอย่างไม่ตั้งใจ
ว่า “ใต้เท้าพวกเรางั้นหรือ?!”
“พูดให้เข้าใจคือเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณมาจากช่องทาง
หุบเหวลึกลงไปใต้ทะเลของดินแดนแห่งความ
โกลาหลน่ะ” เฉินขุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกล่าวต่อ
ว่า “ก่อนเผ่าพันธุ์เทพมาอาณาจักรวิญญาณ บรรพ
บุรุษจิตวิญญาณ บรรพบุรุษโลหิต บรรพบุรุษมนต์ดำ
บรรพบุรุษซากศพ และบรรพบุรุษคำสาปใช้พลัง
จำนวนมากในการเชื่อมต่อเกาะจำนวนมากและเปลี่ยน
พวกมันให้กลายเป็นทวีปเทียนหลู่ ทวีปเทียนจี้ ทวีป
เทียนเมี่ย ทวีปเทียนคู และทวีปเทียนเลี่ย”
“ห้าบรรพบุรุษรับผิดชอบในการสร้างส่วนประกอบ
ขึ้นมา ที่ใต้ห้าทวีป พวกเขาสร้างค่ายกลโบราณลึกลับ
ที่สร้างชั้นพันธนาการจำนวนมากขึ้นมา ห้าทวีปคือ
หัวใจของค่ายกล จุดประสงค์ของค่ายกลคือปิดกั้น
ช่องทางหุบเหวและป้องกันไม่ให้สมาชิกเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณมายังโลกของพวกเรา”
“มรดกของบรรพบุรุษโลหิต มรดกของนิกายเฮยวู
และมรดกซากศพของเหมียวเฟิงเทียนถูกทิ้งไว้ในตอน
นั้น”
“ทวีปเทียนเมี่ยถูกสร้างโดยบรรพบุรุษโลหิต เขายัง
รับผิดชอบในการสร้างค่ายกลโบราณใต้ทวีปด้วย
ทวีปเทียนหลู่ถูกสร้างแบบเดียวกันโดยบรรพบุรุษ
มนต์ดำ”
“สามทวีปที่เหลือก็เป็นเช่นเดียวกัน”
••••••••••••••••••••