Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1032: ช่องทางหุบเหวที่ก้นทะเล
“นั่นเป็นไปได้ยังไง? บรรพบุรุษจิตวิญญาณไม่ใช่
สมาชิกของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณหรอกหรือ? ทำไมเขา
ทรยศและช่วยเผ่าพันธุ์มนุษย์แทนล่ะ?” ฉินเลี่ยดูไม่
อยากเชื่อ
เฉินขุยส่ายหน้าด้วยความสับสนเช่นกัน “เขาคือ
สมาชิกของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ แต่ด้วยเหตุผล
บางอย่าง เขาพยายามอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้
สมาชิกเผ่าพันธุ์ตนเองเข้าอาณาจักรวิญญาณ”
“เขาคือหนึ่งในผู้แจ้งสี่บรรพบุรุษที่เหลือเกี่ยวกับ
ช่องทางหุบเหวที่ก้นทะเลของดินแดนแห่งความ
โกลาหล เขายังเป็นคนที่แจ้งพวกข้าเกี่ยวกับต้นกำเนิด
ของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬ สัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
โลหิต และสัตว์ร้ายกลืนกินจิตวิญญาณ”
“ความจริง เขาคือคนที่โน้มน้าวบรรพบุรุษให้สร้างห้า
ทวีปเพื่อปิดกั้นช่องทางหุบเหว”
“เหตุผลที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังคิดว่าเขาเป็นบรรพบุรุษจิต
วิญญาณก็เพราะเขาเคยมีส่วนร่วมด้านความมั่งคงและ
ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ผงาดขึ้นมา”
“ทำไมผู้นำของกองกำลังระดับทองที่โลกศูนย์กลาง
ต้องปฏิบัติกับเขาในฐานะบรรพบุรุษทั้งที่รู้ตัวตน
แท้จริงแล้วล่ะ?”
ฉินเลี่ยตกอยู่ในความเงียบ
ผ่านไปสักพัก เขาถามอีกครั้งว่า “งั้น… ท่านกำลัง
บอกว่าห้าทวีปของดินแดนแห่งความโกลาหลถูกสรร
สร้างจากบรรพบุรุษงั้นหรือ? พวกเขารวบรวมเกาะ
รอบ ๆ และรวมพวกมันเป็นทวีปใหญ่เพราะอยากปิด
กั้นช่องทางหุบเหวที่ก้นทะเลงั้นหรือ?”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าได้ยินมา” เฉินขุยพยักหน้า “ถ้าข้า
เข้าใจไม่ผิด ข้าได้ยินว่าห้าบรรพบุรุษเคยขอให้ผู้คนที่
รับผิดชอบกองกำลังระดับทองที่โลกศูนย์กลางสาบาน
ว่าจะไม่สอดนิ้วเข้ามาในดินแดนแห่งความโกลาหล
หรือสร้างความเสียหายกับห้าทวีป”
“ถ้ายอดฝีมือพลังระดับว่างเปล่าหรือพลังระดับต้น
กำเนิดของกองกำลังระดับทองลงมือในดินแดนแห่ง
ความโกลาหล การต่อสู้ของพวกเขาย่อมสามารถ
ทำลายค่ายกลโบราณใต้ห้าทวีปเป็นเสี่ยง ๆ ได้
ช่องทางหุบเหวจะเปิดอีกครั้งเมื่อค่ายกลหยุดการ
ทำงาน”
“นี่อาจจะดึงดูดความสนใจของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
และทำให้พวกมันส่งคนเข้าอาณาจักรวิญญาณมาทำ
ร้ายพวกเรามากขึ้น”
เฉินขุยดูจริงจังมากเมื่อกล่าวเช่นนี้ “เรื่องบรรพบุรุษจิต
วิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณโด่งดังเท่าเผ่าพันธุ์เทพ
ในทางช้างเผือกกว้างใหญ่ ถ้าสมาชิกเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณจำนวนมากมาถึงอาณาจักรวิญญาณผ่าน
ช่องทางหุบเหว สิ่งมีชีวิตจำนวนมากจะตาย เผ่าพันธุ์
และสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนจะกลายเป็นหุ่นเชิดและร่าง
จำแลงของพวกมัน”
“ทั่วอาณาจักรวิญญาณอาจจะต้องก้มหัวให้เผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณหากใช้กำลัง เทียบกันแล้ว สามเผ่าพันธุ์กูล
แทบไม่นับเป็นอะไร”
เฉินขุยถอนหายใจก่อนกล่าวต่อว่า “น่าเสียดาย
เผ่าพันธุ์เทพปรากฏตัวขึ้นจากมิติภายนอกไม่นาน
หลังจากห้าบรรพบุรุษผนึกช่องทางหุบเหว บรรพ
บุรุษจิตวิญญาณและสามสัตว์ร้ายใหญ่ถูกระบุตัวตน
โดยเผ่าพันธุ์เทพ พวกเขาถูกล่าและสังหารใน
ท้ายที่สุด”
“หนึ่งหมื่นปีต่อมา เผ่าพันธุ์เทพปกครองอาณาจักร
วิญญาณและดินแดนของพวกเรา”
“ท้ายที่สุด… อาณาจักรวิญญาณยังก้มหัวให้เผ่าพันธุ์
อื่นอยู่ดี”
เฉินขุยอาลัยขณะก้มศีรษะ เขาดูจนใจ
“ท่านได้ข่าวนี้มาจากที่ใด?” ฉินเลี่ยถามอย่างสงสัย
ใคร่รู้
เฉินขุยเงยหน้าขึ้นขณะจ้องมองเขา แสงสว่างฉายผ่าน
ดวงตาเมื่อพลันกล่าวว่า “เรื่องราวมาจากอดีตผู้นำ
ตระกูลของตระกูลฉิน”
ฉินเลี่ยสั่นไหวเล็กน้อยกับคำตอบ
“อดีตผู้นำตระกูลของตระกูลฉินเคยมาดินแดนแห่ง
ความโกลาหลและแจ้งอดีตผู้นำให้ทราบ” เฉินขุยยิ้ม
“ตอนเขามาสำนักสังหารเพื่อแจ้งอดีตจ้าวสำนัก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาไปพบหนานเจิ้งเทียนกำลังฝึกฝน
อย่างหนักจนลืมตัวเอง ในตอนนั้น พรสวรรค์ของ
หนานเจิ้งเทียนธรรมดายิ่งเมื่อเทียบกับศิษย์ใหม่ของ
สำนักสังหารเช่นสวี่หยานผู้มากพรสวรรค์ยิ่ง เจ้าจะ
เปรียบเป็นหิ่งห้อยและดวงจันทร์ก็ได้ ไม่มีใครเชื่อว่า
หนานเจิ้งเทียนจะกลายเป็นจ้าวสำนักของสำนัก
สังหารในสักวัน”
หลังจากนิ่งไป เฉินขุยเสริมว่า “แม้แต่ข้ายังไม่เคย
เหลียวแลหนานเจิ้งเทียนแม้แต่นิดเดียว”
“หลังจากอดีตผู้นำตระกูลของตระกูลฉินมาถึงและพูด
ถึงเรื่องนั้นกับอดีตจ้าวสำนักของสำนักสังหาร เขาได้
ไปเห็นหนานเจิ้งเทียนกำลังฝึกฝนขณะวางแผนจะจาก
ไป นั่นทำให้… เขาตัดสินใจอยู่นานขึ้นอีกสักหน่อย”
“ไม่นานหลังจากนั้น หนานเจิ้งเทียนมีพลังเพิ่มขึ้นช้า
ๆ และฝึกฝนเร็วกว่าอัจฉริยะทุกคนผู้คิดว่าเหนือกว่า”
“ท้ายที่สุด หนานเจิ้งเทียนแทนที่สวี่หยานและกลาย
เป็นจ้าวสำนักคนปัจจุบันของสำนักสังหาร”
ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ
เห็นได้ชัดว่าเฉินขุยรู้ตัวตนของเขาแล้ว ดังนั้น เขา
ตัดสินใจพูดกับชายชราตามตรงด้วยความเคารพนับ
ถือ “ฉินชานคือปู่ของข้า”
เฉินขุยพยักหน้าพร้อมยิ้ม “ข้ารู้มาได้พักหนึ่งแล้ว
เหตุผลที่สวี่หยานและถงเจินเจินรู้ตัวตนของเจ้าเพราะ
ข้าบอกพวกเขานี่แหละ”
“งั้น กองกำลังระดับทองจากโลกศูนย์กลางสาบานว่า
จะไม่สอดนิ้วในดินแดนแห่งความโกลาหลเพราะพวก
เขาเกรงว่าค่ายกลที่ปิดกั้นช่องทางหุบเหวที่ใต้ห้าทวีป
จะผิดปกติและทำให้จิตวิญญาณกลุ่มใหม่เข้าสู่โลก
ของพวกเราอย่างนั้นหรือ?” ฉินเลี่ยพึมพำ
“นั่นคือสิ่งที่ข้ารู้มา ถ้ามีความลับอื่นอีก… เจ้าจะต้อง
ไปถามปู่ของเจ้าแล้ว” เฉินขุยยิ้มบิดเบี้ยว
“ขอบคุณที่บอกเรื่องทั้งหมดนี้ให้ข้าทราบ ผู้อาวุโส
เฉิน” ฉินเลี่ยก้มศีรษะให้เฉินขุยด้วยความเคารพ
เฉินขุยโบกมือ “พูดตามตรง ข้าคิดว่าเจ้ารู้เรื่องนี้แล้ว
ขนาดเจ้าที่เป็นสมาชิกตระกูลฉินยังไม่รู้ความลับนี้ น่า
แปลกจริง ๆ ”
ฉินเลี่ยไม่อยากพูดถึงตอนที่เขา “ตาย” เมื่อสามร้อยปี
ก่อน ดังนั้นเขากล่าวลาเฉินขุยหลังจากสนทนาอีกสัก
พัก
เมื่อเขาก้าวเข้าสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตาของสำนัก
สังหาร เขาสังเกตเห็นร่องรอยขุ่นเคืองในดวงตาของ
เฉินเยวี่ย
เขาทำได้เพียงแสร้งว่าไม่สังเกตเห็น
“ท่านบอกอะไรเขา ท่านปู่” เฉินเยวี่ยจ้องมองเฉินขุย
หลังจากส่งฉินเลี่ยขณะกลับมาหาปู่ “เรื่องลึกลับ
อะไรที่ท่านต้องปกปิดแม้แต่กับข้า?”
“ขอโทษด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะอดีตจ้าวสำนักไม่
สามารถแน่ใจว่าระหว่างหนานเจิ้งเทียนหรือสวี่หยา
นจะกลายเป็นจ้าวสำนักคนต่อไป แม้แต่ข้า… ก็ไม่
อาจทราบเรื่องนี้” เฉินขุยตอบนางด้วยน ้าเสียงจนใจ
ตอนฉินชานปรากฏตัวขึ้นเพื่อแจ้งผู้นำของกองกำลัง
ระดับเงินเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่นยังเป็นการเตือนพวกเขา
ว่าห้ามสร้างความเสียหายกับโครงสร้างภายในของห้า
ทวีปไม่ว่าสงครามจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
ถ้าพวกเขาไม่ฟัง ตระกูลฉินจะลงโทษผู้ขัดคำสั่งอย่าง
รุนแรง
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินชานยังแจ้งว่ากองกำลังระดับทอง
จากโลกศูนย์กลางจะไม่มีวันก้าวก่ายกิจหรือสอดนิ้ว
เข้ามาในดินแดนแห่งความโกลาหล
ผู้นำของเก้ากองกำลังระดับเงินสั่งห้ามศิษย์อย่าง
เข้มงวดนับแต่นั้น ทุกครั้งที่พวกเขาก่อสงครามกันเอง
พวกเขาจะทำให้แน่ใจว่าสมรภูมิอยู่บนท้องฟ้าหรือ
ท้องทะเล
พวกเขาไม่กล้าสร้างความเสียหายกับเทือกเขาเมฆา
โลหิตมากเกินไปตอนร่วมมือกันจัดการสำนักอสูร
โลหิตในตอนนั้น
ผู้นำของกองกำลังระดับเงินยึดถือกฎที่มองไม่เห็นนั่น
เสมอ พวกเขาไม่เคยสร้างความเสียหายใต้ทวีปเลย
“เด็กน้อย ความจริงที่เจ้าไม่ผูกมัดกับฉินเลี่ยอาจจะ
ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็ได้” เฉินขุยถอนหายใจแผ่วเบา
“เขามีชะตาต้องเป็นผู้เดินทางผ่านดินแดนแห่งความ
โกลาหลก็แค่นั้น อนาคตของเขายังเต็มไปด้วยความ
ไม่แน่นอน เจ้าอาจจะไม่มีความสุขหากได้อยู่กับเขา”
“ข้า ข้าไม่เคยคิดแบบนั้นสักหน่อย” เฉินเยวี่ยกล่าว
เสียงเบา
เฉินขุยส่ายหน้าขณะหยุดสนทนา
……
ขณะถูกห้อมล้อมด้วยความคิดจำนวนมาก ฉินเลี่ยตรง
ไปเกาะอัญเชิญจิตวิญญาณแทนที่จะกลับเกาะตะวัน
เพลิง
“ห้าบรรพบุรุษรวบรวมเกาะรอบ ๆ และสร้างห้าทวีป
คลุมทะเล จากนั้น พวกเขารวบรวมค่ายกลลึกลับที่
สามารถปิดกั้นช่องทางหุบเหวเพื่อกันไม่ให้เผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณเข้าอาณาจักรวิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ทรงพลังจนพละกำลังเทียบได้กับกองกำลังระดับ
ทอง”
“เผ่าพันธุ์เทพคล้ายกับตื่นเต้นและเตรียมจะกลับ
อาณาจักรวิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเองก็คล้ายกับ
กำลังรอโอกาสเก็บเกี่ยวดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของ
อาณาจักรวิญญาณ นอกจากนั้น เงามีชีวิตกำลังใกล้เข้า
มาอย่างช้า ๆ”
“อาณาจักรวิญญาณจะเป็นยังไงในอนาคตกันนะ”
“หลังจากนี้ข้าควรจะไปที่ไหน?”
ฉินเลี่ยรู้สึกหลงทางเล็กน้อยขณะลอยเหนือเกาะ
อัญเชิญจิตวิญญาณ อนาคตดูไม่แน่นอน ยังมีอันตราย
ไม่รู้จักมากเกินไปรอคอยอยู่
“ครืน!”
ฉับพลัน เสียงระเบิดดังก้องมาจากส่วนลึกภายใน
ดินแดนหายนะ
ฉินเลี่ยมองไปทางนั้นทันที
“ฟิ่ว!”
แสงสว่างสีเทาพลันฉายผ่านสายตา ศพของบรรพบุรุษ
คำสาปพุ่งออกจากแสกหน้า ตรงไปยังต้นกำเนิดของ
แรงระเบิด
ฉินเลี่ยไม่ทันระวังกับเรื่องนี้
“แรงระเบิดมากจากเกาะของไซน่า!” ลาผู่พลันปรากฏ
ตัวขึ้น “เขาอาจจะกำลังสร้างชั้นที่สี่ของแท่นบูชาจิต
วิญญาณและเลื่อนระดับเข้าสู่พลังระดับว่างเปล่า!”
“ไซน่า?” วินาทีนั้นเองฉินเลี่ยเข้าใจว่าหมายถึงใคร
เขาอุทานว่า “ท่านหมายถึงไซน่า ผู้แข็งแกร่งที่สุด
ของเจ็ดยอดฝีมือซ่อนเร้นของดินแดนแห่งความ
โกลาหลงั้นหรือ?”
“จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?” ลาผู่กล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ทำไมศพของบรรพบุรุษคำสาปพุ่งออกไปล่ะ?”
ฉินเลี่ยถามด้วยความสับสน
“ว่าไงนะ” ลาผู่ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“จู่ ๆ บรรพบุรุษคำสาปที่ข้าได้มาจากกระแสมิติ
โกลาหลพุ่งตรงไปยังเกาะที่ไซน่ากำลังฝึกฝนอยู่”
ฉินเลี่ยอธิบาย
“หา! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?” ลาผู่อุทานเช่นกัน
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “พวกเราควรมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อ
ตรวจสอบดูไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
“เจ้าพูดถูก!” ลาผู่พยักหน้า
ดังนั้น ทั้งสองพุ่งออกจากเกาะอัญเชิญจิตวิญญาณ ไป
พบบรรพบุรุษวายุทมิฬที่อยู่ใกล้ ๆ และมุ่งตรงไปเกาะ
ของไซน่า
ระหว่างทาง พวกเขาเห็นวิญญาณชั่วร้ายและสิ่งมีชีวิต
ต่างแดนจำนวนมากกำลังรวมตัวยังสถานที่ฝึกฝนของ
ไซน่าเพราะตื่นตัวกับแรงระเบิด
••••••••••••••••••••