Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 428: เผาแมลงมนต์ดำ!
ตอนที่ 428: เผาแมลงมนต์ดำ!
การระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับสร้างบาดแผลให้ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮย
วูสองคนทันที
พวกเขาที่กำลังพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้ตามเสียงตะโกนของผู้นำ
พลันถอยออกมา
หลุมขนาดใหญ่ในตอนนี้แยกฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้ออกจากผู้ฝึกยุทธ์นิ
กายเฮยวูสามคน อสนีหนาแน่น
อสนีบาตดังกึกก้องและพลังต่างมิติบิดเบือนหลอมรวมกัน
ทำให้พื้นที่ดังกล่าวโกลาหลและไม่มั่นคง
“เขาจงใจแสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อให้เจ้าดูถูกก่อนจะจุดชนวนระเบิดสัง
หารลึกลับในจังหวะที่พวกเจ้าประมาท
จิตใจช่างโหดเหี้ยมและต ่าทรามเสียจริง”
ดวงตาเจ้าเล่ห์ของผู้นำฉายแสงสว่างเย็นเยือกและมืดมนออกมา “อวี่ซี
เจ้าหว่านเมล็ดพิษมนต์ดำลงไปหรือยัง?”
“หว่านเรียบร้อย!” ผู้ฝึกยุทธ์ชุดคลุมสีดำยิ้มโหดเหี้ยม
แรงระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับเป่าชุดคลุมสีดำยาวของพวกเขาออ
กไป หมวกสีดำที่เชื่อมกับชุดคลุมลดขนาดคล้ายกับเศษผ้า
ตอนนี้เองที่ใบหน้าชายหนุ่มสองคนถูกเผยให้เห็น
ใจกลางหน้าผากของผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูแต่ละคนมีตะขาบสีดำตัวเล็
กฝังอยู่ ร่างกายครึ่งหนึ่งของตะขาบอยู่ลึกภายในเนื้อ
ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งโผล่พ้นออกมา
พวกมันดีดดิ้นไปมาบ่อยครั้งขณะดูดซับโลหิตสด ๆ
จากหน้าผากเพื่อบำรุงตัวเอง
สองคนนี้นับว่าหล่อเหลา
แต่พวกเขากลับโหดเหี้ยมจนสุดจะหยั่งเพราะตะขาบสีดำในหน้าผากข
องพวกเขา
ตะขาบในหน้าผากของพวกเขาคือแมลงมนต์ดำที่ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮย
วูเลี้ยงเอาไว้
แมลงมนต์ดำถูกฝังอยู่ในหน้าผากเพื่อให้แมลงดูดซับพลังจิตได้ง่ายขึ้
น
สองคนนี้มีชื่อว่าอวี่ซีและอวี่เจี๋ย
พวกเขาล้วนมาจากตระกูลโบราณในนิกายเฮยวู เมื่อนานมาแล้ว
ตระกูลนี้รับสืบทอดสิ่งชั่วร้ายของนิกายเฮยวู
ช่วยให้อวี่ซีและอวี่เจี๋ยฝึกแมลงมนต์ดำและพิษมนต์ดำบริสุทธิ์ได้ดีขึ้น
ศิษย์ของตระกูลนี้มักส่งไปนิกายเฮยวูตอนวัยหนุ่มสาวเพื่อเรียนรู้วิชาวิ
ญญาณแปลกประหลาดและรับใช้ศิษย์หลักของนิกายเฮยวู
ปฏิบัติต่อพวกเขาในฐานะเจ้านาย
เมื่อตัดสินใจเลือกเจ้านายที่อยากจะรับใช้ได้แล้ว
แมลงมนต์ดำถูกฝังเข้าไปในหน้าผาก
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูปกคลุมใบหน้าด้วยชุดคลุมสีดำเพื่อป้องกันไม่ให้
คนอื่นเห็นแมลงมนต์ดำในหน้าผาก
พวกเขาไม่อยากให้ใครเห็นว่าตนเองแปลกประหลาดและน่ากลัวแค่ไห
น
“ดี”
ผู้นำโยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้คนของเขาถอยมาและอดทนรอ
พวกเขากำลังรอให้พลังโกลาหลและบิดเบือนในพื้นที่กลับมามั่นคง
จากตำแหน่งที่ใต้ต้นไม้โบราณซึ่งอยู่ใกล้ฉินเลี่ย
ซ่งถิงอวี้กรีดร้องออกมา “โอ ไม่! ฉินเลี่ย
เจ้าถูกพิษมนต์ดำเข้าไปแล้ว! ทำไมเจ้าไม่ระวังตัวเอง?”
นางสามารถมองเห็นควันยาวสีดำปรากฏจากดวงตาของฉินเลี่ย
ควันยาวเหล่านี้เป็นสัญญาณของพิษมนต์ดำที่ไหลซึมเข้าไปในจิตวิญ
ญาณแท้จริงของเขา
“พิษมนต์ดำ?” ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “นั่นไม่น่าจะเป็นไปได้”
เขาตรวจสอบจิตตระหนักรู้ทันที
เขาสามารถมองเห็นตะขาบสีดำร้อยขาถูกระเบิดเป็นผุยผงด้วยอสนีบา
ตและอสนีอย่างชัดเจน แล้วพิษมนต์ดำมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ตะขาบตัวนั้นนั่นแหละคือพิษมนต์ดำ!” ซ่งถิงอวี้กล่าวอย่างอ่อนแรง
ใบหน้าของฉินเลี่ยเคร่งขรึมขึ้นมา ถึงจุดนี้
แม้แต่เขาก็ยังรับรู้ถึงความผิดปกติในจิตใจ
ควันสีดำส่วนหนึ่งเริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจทันทีที่ตะขาบสลายไป
เมื่อฉินเลี่ยคิดว่าเขารับมือการโจมตีจิตวิญญาณของศัตรูได้แล้ว
ควันยาวไหลซึมเข้าไปในจิตวิญญาณแท้จริงโดยที่เขาไม่รู้ตัว
จิตวิญญาณแท้จริงในทะเลสาบจิตวิญญาณของฉินเลี่ยที่เหมือนกับฉิ
นเลี่ยและมีรอยสลักจิตวิญญาณจำนวนมาก
ตอนนี้มันจมเข้าสู่เส้นจิตวิญญาณสีดำบางนับไม่ถ้วน
เส้นสีดำเหล่านี้ไหลซึมลึกเข้าไปในจิตวิญญาณแท้จริงอย่างช้า ๆ!
“พิษมนต์ดำนี้สามารถกัดกร่อนจิตวิญญาณและขับไล่พลังชีวิตในอัตรำที่รวดเร็วได้ ร่างกายของเจ้าจะเริ่มอ่อนแอทันทีที่โดนพิษ”
สีหน้าของซ่งถิงอวี้หมองหม่น ดวงตาของนางเต็ทไปด้วยความขมขื่น
“ถ้าข้าไม่สามารถรักษาพิษมนต์ดำได้
เจ้าก็อาจจะไม่สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน เฮ้อ…
ทำไมเจ้าถึงเมินคำแนะนำข้าแล้วฝืนปะทะกับพวกเขาด้วย?
เจ้าอยากให้ข้าพูดยังไงกันแน่?”
สถานการณ์พลิกผันอย่างที่นางกล่าวเอาไว้
ทันทีที่ซ่งถิงอวี้พูดจบ
ฉินเลี่ยสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
เขาสังเกตเห็นว่าพลังในโลหิตค่อย ๆ
ไหลซึมจากรูขุมขนของร่างกายอย่างไม่เต็มใจ
ออร่าจิตวิญญาณของเขาเองเริ่มอ่อนแอทีละน้อย
จิตวิญญาณแท้จริงเลือนลางอย่างช้า ๆ
นี่คือผลจากพิษมนต์ดำ
ตอนนี้เองที่เขาตระหนักได้ถึงความน่าหวาดกลัวที่แท้จริงของนิกายเฮ
ยวู
ในที่สุดเขาก็รับรู้ถึงที่มาของความหวาดกลัวและความวิตกของซ่งถิงอ
วี้
หลังจากผู้ฝึกยุทธ์โดนพิษมนต์ดำเข้าไป
พลังชีวิตของพวกเขาจะจางหาย จิตวิญญาณแท้จริงจะค่อย ๆ
หายไป พวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความอ่อนแอทุกวินาที
ถึงอย่างนั้นพวกเขาไม่สามารถหยุดมันได้
ความรู้สึกนี้ทำให้คนจำนวนมากคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที
ยิ่งผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้มันแข็งแกร่งมากเท่าไหร่
มันก็ยากจะรับมือต่อความอ่อนแอที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้มากเท่านั้น
แม้เห็นความตายใกล้เข้ามาแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอ…
ความหวาดกลัวนี้น่าหวาดหวั่นจริง ๆ
ฉินเลี่ยเข้าใจความหวาดกลัวและความสิ้นหวังของซ่งถิงอวี้
เขาเข้าใจว่าทำไมซ่งถิงอวี้ผู้มักมั่นใจและสุขุมถึงได้สิ้นหวังจนถึงขั้นเสี
ยความกล้าที่จะต่อสู้กับศัตรูจนตัวตาย
เมื่อเวลาผ่านไป
พลังบิดเบือนของแรงระเบิดระหว่างผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูและฉินเลี่ยค่อ
ย ๆ มั่นคง
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูสามคนสบตากันก่อนจะยืนขึ้นอีกครั้ง
ขณะพวกเขาลอบตรวจสอบความผิดปกติรอบ ๆ
พวกเขาก้าวเข้าหาฉินเลี่ยอย่างช้า ๆ
พวกเขาล้วนเห็นควันยาวสีดำในดวงตาของฉินเลี่ย
นี่ทำให้พวกเขาวางใจและคิดว่า
ต่อให้ฉินเลี่ยมีพลังที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจ
มันก็เป็นเพียงการโจมตีเพื่อดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้ายอย่างน่าสมเพช
พวกเขามั่นใจในพิษมนต์ดำมาก
พวกเขาเชื่อว่ายอดฝีมือน้อยคนนักที่เข้าร่วมการทดสอบจะสามารถรอ
ดจากสิ่งนี้ได้
เห็นได้ชัดว่าฉินเลี่ยไม่ใช่หนึ่งในนั้น
“ไม่มีระเบิดสังหารลึกลับอีกแล้ว” ผู้นำของนิกายเฮยวู อวี่เหยียน
อยู่ในขั้นท้ายของพลังระดับบรรลุ
เขาหยุดอยู่ห่างจากฉินเลี่ยสามสิบเมตรขณะจ้องมองเขาอย่างโหดเหี้ย
มแล้วกล่าวว่า
“ระเบิดสังหารลึกลับของเจ้าเหมือนกับอยู่ในระดับต ่าเกินไป
พลังระเบิดก็กระจัดกระจายเกินไป… มันไม่มีการรวมจุดที่มากพอ
เจ้าช่างโชคร้ายจริง ๆ ถ้าเจ้าคือฉู่หลีจากสำนักสังหาร
สหายทั้งสองของข้าจะไม่รอดจากแรงระเบิดนั้นแน่นอน
แม้แต่ข้าก็ต้องหลบหนีพร้อมกับความปราชัย แต่ว่า… เจ้าไม่ใช่ฉู่หลี”
หลังจากทิ้งช่วงสักพัก อวี่เหยียนกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ดังนั้น
ความตายของเจ้าคือทางเดียวที่เหลือ”
ฉินเลี่ยไม่กล่าวอะไร
อวี่เหยียนโบกมือแล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ให้พิษมนต์ดำทะลวงให้ลึกกว่านี้”
อวี่ซีหยิบเหรียญนิกายเฮยวูแล้วให้ค่ายกลปีศาจภายในทำงาน
ฉับพลันเหรียญเริ่มร้องโหยหวน
ทันทีที่เสียงร้องโหยหวนเริ่มดังขึ้น
ซ่งถิงอวี้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทันที
ใบหน้าของนางซีดเผือดราวคนตาย
นางบิดตัวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
เห็นได้ชัดว่ากำลังทนทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง
แม้แต่ฉินเลี่ยก็สังเกตเห็นว่าควันยาวสีดำที่กำลังขุดเข้าไปในจิตวิญญำณแท้จริงเริ่มบีบรัดจนทรมานขึ้นมา
ควันยาวสีดำให้ความรู้สึกเหมือนกับสายลวดและดาบแหลมคมขณะตั
ดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณแท้จริงของเขา
แม้แต่ฉินเลี่ยก็ยังสั่นเล็กน้อยเพราะความเจ็บปวด
แต่ว่า
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือความเร็วที่ควันยาวสีดำไหลซึมเข้าไปในจิตวิญ
ญาณแท้จริง มันเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเหรียญส่งเสียงร้องโหยหวน
ฉินเลี่ยตระหนักได้ว่าเขาต้องสังหารผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูเหล่านี้ด้วยทั
กษะที่ถึงตายและรวดเร็วที่สุด
หากทำเช่นนั้นจึงจะสามารถตั้งสมาธิกับการทำลายพิษมนต์ดำได้
เขาต้องสังหารพวกเขาในขณะที่ยังต่อสู้ได้
แหวนต่างมิติในมือของฉินเลี่ยพลันส่องแสง
ค่ายเสาวิญญาณหกต้นลอยออกมา
ค่ายผนึกเอกภพเทวาปรากฏขึ้นก่อนที่อวี่เหยียนและสองคนที่เหลือจะ
ทันได้ตอบสนอง มันเคลื่อนลงมาหาพวกเขา
วินาทีที่ค่ายผนึกสมบูรณ์
ดวงตาของฉินเลี่ยฉายแสงสว่างโลหิตออกมาขณะอัญเชิญหยดโลหิต
กิเลนอัคคีสามหยดด้วยจิตใจออกมาทันที
ผลึกโลหิตขนาดเท่านิ้วปลดปล่อยจากหน้าอกของเขา
มันแปรเปลี่ยนเป็นเกลียวอสนีสีแดงก ่าที่พุ่งเข้าใส่อวี่เหยียนและผู้ใต้บัง
คับบัญชาของเขา แต่ละสายมุ่งหาเป้าหมายตนเอง
“หวือ หวือ หวือ!”
ราวกับสัมผัสความโกรธและจิตสังหารของฉินเลี่ยได้
ไฟภายในโลหิตกิเลนอัคคีที่เผาไหม้เจิดจ้าและร้อนแรงมากขึ้น
“ตูม!”
หยดแกนโลหิตชีวิตอันน่าพิศวงสามหยดพลันเปลี่ยนร่างกลายเป็นกิเล
นอัคคีสามตัวราวกับมีชีวิตจริง ๆ
เปลวเพลิงน่าหวาดกลัวสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตทุกตัวในโลกกลายเป็นเ
ถ้าถ่านรอบกิเลนอัคคีได้
พวกมันพุ่งเข้าหาสามคนที่ติดกับด้วยเสียงคำรามสุดจะหยั่ง
“กิเลนอัคคีงั้นเหรอ?! เชี่ย ทำไมถึงมีกิเลนอัคคีอยู่ที่นี่!”
“โอ ไม่!”
“ข้าติดกับ!”
ชั้นโล่แสงสว่างสีดำสนิทปกคลุมและปกป้องสามคนนั้นเอาไว้
ถึงแม้จะไม่มีสายลม ชุดคลุมสีดำของพวกเขาปลิวไสว
เผยให้เห็นเกราะวิญญาณข้างใต้ที่กำลังปลดปล่อยพลังป้องกันที่มีทั้ง
หมดออกมา
“หวือ หวือ หวือ!”
กิเลนอัคคีสามตัวคำรามขณะลำตัวใหญ่ขึ้น..
มันคล้ายกับหมู่เมฆร้อนแรงขนาดยักษ์ขณะถาโถมเข้าหาทั้งสาม
“ปริ ปริ—คร-แคร้ก!”
โล่แสงสว่างป้องกันของผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูไม่อาจทานทนความร้อน
ของกิเลนอัคคีได้ วินาทีต่อมา
โล่แตกละเอียดกลายเป็นลำแสงสีดำสนิทจำนวนมากก่อนจะกระจัดกร
ะจาย
ในขณะเดียวกัน
เกราะวิญญาณใต้ชุดคลุมสีดำของพวกเขาก็ไม่อาจปกป้องร่างกายได้
เปลวเพลิงนับไม่ถ้วนของกิเลนอัคคีเผาไหม้ร่างกายของพวกเขา
อวี่เหยียนและสหายของเขากลายเป็นมนุษย์เพลิงมีชีวิตทันทีขณะกรีด
ร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสขณะเส้นผม ใบหน้า
ชุดและโลหิตติดไฟขึ้นมา
“เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้เลย!” ฉินเลี่ยตื่นเต้นขึ้นมา
ถัดจากความร้อนของเปลวเพลิงร้อนแรง
ดวงตาสีเทาเข้มของซ่งถิงอวี้เองก็เหมือนกับฟื้นคืนร่องรอยของความตื่
นเต้นขึ้นมา
“จิตวิญญาณร้อนแรงของกิเลนอัคคี สัตว์วิญญาณระดับที่แปด!”
ซ่งถิงอวี้อุทาน
“ไว้ชีวิตคนหนึ่ง! ฉินเลี่ย ปล่อยให้คนหนึ่งมีชีวิตรอด!”
ฉับพลันนางร้องเตือนเขา
ฉินเลี่ยตระหนักขึ้นมาได้ก่อนจะปรับความคิด
กิเลนอัคคีร้อนแรงที่ห้อมล้อมอวี่เหยียนพลันลดกำลังเปลวเพลิงร้อนแร
งลงทันที
ขณะเดียวกัน
เปลวเพลิงน่าหวาดกลัวทำให้โลหิตและน ้าในร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์นิกำยเฮยวูสองคนที่เหลือระเหยโดยสมบูรณ์
พวกเขาถูกเผาจนตายด้วยคำสั่งสั้น ๆ ให้กลายเป็นสีดำราวตอตะโก
เพราะความรุนแรงของเปลวเพลิงที่กลืนกินเขานั้นลดลง
ประกอบเขามีพลังมหาศาลตั้งแต่แรก ผู้นำ อวี่เหยียน
จึงเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต
ชุดคลุมสีดำของอวี่เหยียนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ร่างกายของเขาเป็นสีดำไหม้ อากาศรอบ ๆ ส่งกลิ่นเนื้อไหม้
หลังจากถูกเผาด้วยเปลวเพลิง
ใบหน้าของอวี่เหยียนน่าเกลียดและน่าขยะแขยงอย่างเหลือเชื่อ
ที่แย่กว่านั้น ตะขาบน่าขนลุกในหน้าผากของเขาถึงกับยังไม่ตาย
มันยังบิดงอเพื่อให้รอดชีวิต
“ฉินเลี่ย! แมลงมนต์ดำบนหน้าผากของสองคนที่เหลือยังมีชีวิตอยู่!”
ซ่งถิงอวี้กล่าวขณะยกประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมา
ตอนนั้นเองที่ฉินเลี่ยสังเกตเห็นตะขาบร้อยขาในหน้าผากของอวี่ซีและ
อวี่เจี๋ยยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้เจ้าของจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
พวกมันยังดิ้นพล่านอยู่
พลังชีวิตของแมลงเหล่านี้น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
“เผาต่อไป!”
กลุ่มเปลวเพลิงน่าหวาดกลัวสองกลุ่มร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้งขณะเผาแม
ลงมนต์ดำสองตัวด้วยความแรงที่มากกว่าเดิม
แมลงมนต์ดำสองตัวถึงกับสยายปีกคู่เล็กเพื่อพยายามออกจากร่างกา
ยของอวี่ซีและอวี่เจี๋ย
แต่พวกมันติดกับอย่างแน่นหนาเพราะกิเลนอัคคีที่เผาด้วยความร้อนแ
รงมากกว่าเก่า
เพียงไม่นาน
แมลงมนต์ดำถูกเผาจนตายด้วยความร้อนอันน่าหวาดกลัวอย่างช้า ๆ
“นายน้อยจะไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่!
นายน้อยจะต้องทรมานพวกเจ้าจนถึงตาย!”
เสียงกรีดร้องของอวี่เหยียนน่าหวาดกลัวราวกับภูตผี