Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 429: ราชินีตะขาบแปดปีก
ตอนที่ 429: ราชินีตะขาบแปดปีก
เมื่อฉินเลี่ยเผาแมลงมนต์ดำสองตัวด้วยกิเลนอัคคี
เสียงกรีดร้องน่าขนลุกดังทั่วป่ามากขึ้น
ในดินแดนแห่งป่าโบราณไกลออกไปจากฉินเลี่ยมากกว่าห้าร้อยกิโลเ
มตร
ชายหนุ่มท่าทางทรงปัญญายืนอยู่ในใจกลางของผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูเ
จ็ดคนที่มีดวงตามืดมนและสวมชุดคลุมสีดำ
ชายหนุ่มผอม เส้นผมของเขาคาดด้วยผ้าสีดำอย่างสุภาพ
ที่มุมใบหน้าเฉียบคม
ดวงตาของเขาคล้ายหินอัญมณีสีดำสนิทที่ฉายแสงสว่างโหดเหี้ยมและ
น่ากลัวออกมา
“อ๊าก!”
ฉับพลันเขากำหมัดด้วยมือทั้งสองข้างแล้วแผดเสียงร้องน่าขนลุกออก
มาขณะปลดปล่อยออร่าอันน่าตกตะลึงไปยังป่าสีเทาเข้มรอบกาย
“ฉีก!”
เขาฉีกชุดบนร่างกายจนเผยให้เห็นหน้าอก ผิวหนังรอบ ๆ
โปร่งแสงจนแทบจะเห็นหัวใจของเขาได้
มีแมลงมนต์ดำน่าหวาดกลัวพันรอบหัวใจของเขา!
มันคือตะขาบสีดำสนิทร้อยขา
มันเหมือนกับตัวที่ถูกฝังในหน้าผากของ อวี่ซี อวี่เจี๋ยและ อวี่เหยียน!
ความจริงแล้ว
ตะขาบที่อยู่ในหน้าผากของอวี่เหยียนคือตัวอ่อนของตะขาบที่พันรอบ
หัวใจของชายหนุ่มคนนี้!
ตะขาบตัวนี้อยู่ติดกับหัวใจสีแดงของเขาโดยสมบูรณ์
ขาทุกข้างของมันเหมือนกับดาบแหลมคมที่ทิ่มแทงเข้าไปในกล้ามเนื้อ
หัวใจไม่ก็ยึดเกาะหลอดเลือดแดง
หัวใจของชายหนุ่มยังคงเต้นตึกตักอย่างต่อเนื่อง
ตะขาบแปลกประหลาดขยายและหดตามไปด้วย
ราวกับมันเป็นหนึ่งเดียวกับหัวใจของเขา
“หวือ! หวือ!”
ในตอนนี้ ตะขาบสีดำสนิทสั่นไหวเป็นพัก ๆ
เท้าแหลมคมขุดเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่ม
ทำให้เขาแผดเสียงร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง
ดวงตามืดมนของผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูเจ็ดคนล้วนฉายแสงหยาบกร้าน
และเย็นชา
“อวี่ซีและอวี่เจี๋ยตายแล้ว
แมลงมนต์ดำในร่างกายของพวกเขาถูกเผาจนตาย
อวี่เหยียนอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน…
สภาพของเขาดูไม่ดีเลย”
ชายหนุ่มจะแผดเสียงร้องโหยหวนเป็นบางครั้ง
สีหน้าของเขาเผยความป่าเถื่อนและบิดเบี้ยว แต่ว่า
ดวงตาดุจหินอัญมณีสีดำสนิทกลับสงบแม้จะถูกรบกวนก็ตาม
ราวกับเขาสามารถสงบลงได้แม้จะเจ็บปวด
ราวกับการตัดสินของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากความเจ็บปวดแม้แต่นิ
ดเดียว
“ตระกูลอวี่ จงไปที่นั่นแล้วหาว่าเกิดอะไรขึ้น!
หาคนที่เผาแมลงมนต์ดำ! จำเอาไว้ ข้าต้องการตัวมันเป็น ๆ!”
ชายหนุ่มตะโกนอย่างเย็นชา
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ นายน้อย!”
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูสวมชุดคลุมสีดำโดยสมบูรณ์คำนับด้วยความเคา
รพก่อนจะออกเดินทางพร้อมคนของเขาสองคนอย่างรวดเร็ว
……
“นายน้อย? นายน้อยของเจ้าน่าจะเป็นเยี่ยอี้เฮ่าจากนิกายเฮยวูสินะ”
อีกด้านของป่าโบราณ
ฉินเลี่ยมาถึงข้างอวี่เหยียนด้วยสีหน้าเย็นชาขณะจ้องมองผู้ฝึกยุทธ์นิกำยเฮยวู อีกฝ่ายเจียนตาย ร่างกายเป็นสีดำตอตะโก
ฉินเลี่ยถามอย่างไม่ใส่ใจว่า “เจ้าถอนพิษมนต์ดำยังไง?”
เมื่อฟื้นฟูขึ้นมาบางส่วน ซ่งถิงอวี้เดินมาเช่นกัน
นางจ้องมองอวี่เหยียนด้วยสายตาเย็นชา
โลหิตบริสุทธิ์สามหยดที่คล้ายหินโลหิตกลับสู่ร่างกายของฉินเลี่ยอีกค
รั้งก่อนจะหลอมรวมกับโลหิตบนฝ่ามือของเขา
มือแต่ละข้างของฉินเลี่ยในตอนนี้ถือผลึกเพลิงสวรรค์ที่มีขนาดใหญ่ก
ว่ากำปั้นเอาไว้
แกนโลหิตสามหยดในฝ่ามือของเขาตอนนี้กำลังดูดซับพลังอัคคีภายใ
นผลึกเพลิงสวรรค์เหล่านี้
ผลึกเพลิงสวรรค์แผ่ลำแสงสีแดงเข้มเจิดจ้า
พลังอัคคีส่วนหนึ่งกระจายสู่ฝ่ามือของเขาอย่างต่อเนื่องก่อนจะถูกดูดซั
บโดยแกนโลหิตอย่างรวดเร็ว
“เจ้าอยากถอนพิษมนต์ดำ? ฮ่าฮ่า ฝันไปก่อนเถอะ!”
อวี่เหยียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “มีเพียงนายน้อยและ
‘ราชินีตะขาบแปดปีก’
ที่อยู่รอบหัวใจของเขาเท่านั้นที่สามารถถอนได้!
นั่งอยู่ที่นี่แล้วสนุกกับการลิ้มรสความตายด้วยการให้นายน้อยดูดซับจิ
ตวิญญาณและพลังชีวิตของพวกเจ้าผ่านราชินีตะขาบแปดปีกทุกวัน
ทุกชั่วโมง ทุกนาทีและทุกวินาที!”
เขาชี้ไปที่ซ่งถิงอวี้แล้วหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม “ไม่ถึงครึ่งเดือน
พลังชีวิตของเจ้าจะหมดลงโดยสมบูรณ์
อีกไม่นานเจ้าจะรู้ว่าความเจ็บปวดแบบไหนที่รอคอยเจ้าอยู่!”
“ส่วนเจ้า…” เขากล่าวอย่างเย็นชาขณะมองฉินเลี่ย
“แม้แต่เจ้าก็เหลือเวลาแค่หนึ่งเดือน!
ต่อให้เจ้าจะไม่ถูกล่าและเข่นฆ่าโดยคนของข้า
เจ้าจะมีจุดจบเหมือนกับนาง!
เจ้าจะเข้าสู่เส้นทางแห่งความตายเหมือนกับที่นางเจอแล้วตายอย่างทน
ทุกข์ทรมานม่าเหมือนกับข้า! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“พรวด!”
มีดแหลมคมและเย็นเยือกทะลุเข้าไปในต้นขาของอวี่เหยียน
คมมีดบิดเบี้ยวและเข้าสู่ภายในเนื้อ มันทิ่มกระดูกจนกระทั่งหัก
ฉินเลี่ยใช้มีดแทงต่อขณะเฉือนต้นขาของอวี่เหยียนยาวไปถึงเอว
“ข้าต้องการวิธีถอนพิษ” เขากล่าวด้วยใบหน้าเด็ดเดี่ยว
ความเจ็บปวดทำให้อวี่เหยียนแผดเสียงกรีดร้องดังลั่น
“มีแต่ราชินีตะขาบแปดปีกที่พันรอบหัวใจของนายน้อยเท่านั้นที่ถอนพิ
ษได้!” เขากรีดร้อง “ไม่มีวิธีถอนพิษทางอื่นหรอก!”
ฉินเลี่ยไม่เชื่อคำของอวี่เหยียนเขาจ้วงมีดลึกลงไปอีก
ดวงตาของอวี่เหยียนปูดโปนขณะเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดยิ่งมำยิ่งมาก
ร่างกายของเขากระตุกซ ้าไปมาราวกับลมหายใจสามารถหมดลงได้ทุก
เมื่อ
ฉินเลี่ยชำเลืองมองซ่งถิงอวี้
ซ่งถิงอวี้เข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลังสายตาชำเลืองมองนั่นก่อนจะ
หยิบผลึกชิ้นส่วนความทรงจำออกมาแล้วกดเข้าไปในดวงตาของอวี่เห
ยียนข้างหนึ่ง
ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการทรมานของฉินเลี่ย
ทำให้อวี่เหยียนไม่สามารถทานทนได้
เมื่อสังเกตเห็นว่าผลึกชิ้นส่วนความทรงจำกดเข้าไปในดวงตา
มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
ดวงตาของซ่งถิงอวี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังขณะแทงกะโหลกของอ
วี่เหยียนกะโหลกของเขาแตกละเอียด
แสงสว่างในดวงตาของอวี่เหยียนจางหายอย่างรวดเร็ว
ซ่งถิงอวี้รีบปลดปล่อยวิชาลับเพื่อให้ผลึกชิ้นส่วนความทรงจำเริ่มดูดซั
บความทรงจำของอวี่เหยียนเข้าไป
“แมลงมนต์ดำ!” ฉับพลันนางอุทานเสียงต ่า
หลังจากจิตวิญญาณแท้จริงของอวี่เหยียนจางหาย
ตะขาบที่ถูกฝังในหน้าผากลอยออกมาขณะพยายามหลบหนี
แสงสว่างโลหิตสามสายพุ่งออกจากฝ่ามือของฉินเลี่ยราวกับอสนี
ตัวอ่อนของราชินีตะขาบแปดปีกบินออกจากหน้าผากของอวี่เหยียนไ
ด้เกือบหนึ่งเมตรก่อนจะถูกกลืนกินโดยกลุ่มเปลวเพลิงทั้งสาม
เปลวเพลิงน่าหวาดกลัวของกิเลนอัคคีเผามันทั้งเป็น
แมลงมนต์ดำขนาดเล็กดิ้นรนและกรีดร้องท่ามกลางเปลวเพลิงร้อนแรง
พลังของมันหายไปอย่างน่าตกตะลึง
ตัวสุดท้ายนี้กินเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนที่แมลงมนต์ดำจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่
านแล้วตายโดยสมบูรณ์ในที่สุด
“พลังของแมลงมนต์ดำทนทนกว่าผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูสามคนนี้เสียอี
ก น่ากลัวชะมัด!”
ซ่งถิงอวี้จ้องมองแมลงมนต์ดำที่ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน
ความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าและในดวงตาของนาง
ผลสุดท้าย
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูสามคนและแมลงมนต์ดำสามตัวล้วนถูกฉินเลี่ยสัง
หาร
……
“อวี่เหยียนเองก็หายไปแล้ว”
ลึกเข้าไปภายในป่า ชายหนุ่มนิกายเฮยวูส่งเสียงร้องมาหนึ่งชั่วโมงเต็ม
ความเจ็บปวดหยุดลงเมื่อแมลงมนต์ดำตัวสุดท้ายตายอย่างสมบูรณ์
แมลงมนต์ดำของอวี่เหยียนและผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูสองคนที่เหลือล้ว
นมาจากราชินีตะขาบแปดปีกที่พัดรอบหัวใจของเขา
แมลงเหล่านี้คือตัวอ่อนของราชินีตะขาบแปดปีกที่เขาฝังเอาไว้ในหน้า
ผาก เพราะเขาเลี้ยงพวกมันด้วยพลังจิต
พวกมันจึงสามารถสนับสนุนพวกเขาในการปลดปล่อยพิษมนต์ดำได้
ทุกคนที่ติดพิษมนต์ดำจะค่อย ๆ สูญเสียจิตวิญญาณและพลังชีวิต
พลังเหล่านี้ไม่ได้กลับคืนสู่โลก กลับกัน
พวกมันจะถูกกินโดยเขาและราชินีตะขาบแปดปีก
ราชินีตะขาบแปดปีกกินพลังชีวิต
ส่วนชายหนุ่มแสวงหาพลังจิตวิญญาณ
ด้วยวิธีนี้ เขาจะสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้ในอัตราที่รวดเร็ว
ด้วยความตายอย่างช้า ๆ ของผู้ฝึกยุทธ์ที่ติดพิษ
เขาสามารถบำรุงพละกำลังไปพร้อมกับราชินีตะขาบแปดปีกได้
เขาสามารถใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
“ตัวอ่อนสามตัวตายติดกัน! สามตัว!
เจ้ารู้ไหมว่าต้องใช้พลังและความพยายามเท่าไหร่กว่าจะฟูมฟักได้หนึ่ง
ตัว?” เขาตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูทุกคนที่อยู่ข้างเขาเงียบสนิท
“ถ้าคนของตระกูลอวี่ตาย พวกเจ้าก็จะตาย
มันไม่ส่งผลต่อข้ามากนักหรอก
พวกเจ้าทุกคนรวมกันยังเทียบตัวอ่อนตัวเดียวไม่ได้ด้วยซ ้า!”
ชายหนุ่มประกาศอย่างไร้เยื่อใยพลางขมวดคิ้ว “จำเอาไว้!
ถ้าพวกเจ้ารู้ว่าไม่สามารถหลบหนีจากสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดไ
ด้
จงเชื่อมจิตวิญญาณกับแมลงมนต์ดำเพื่อให้แมลงมนต์ดำสามารถหล
บหนีได้!”
ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลอวี่ไม่กล่าวอะไร
“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจสถานะตนเอง
เหล่าตระกูลอวี่ที่ถูกเลือกเป็นกองกำลังทาสของข้า
ตระกูลอวี่แข็งแกร่งขึ้นได้ถ้าข้าแข็งแกร่ง!
ถ้ามีอะไรเกิดกับข้าและพละกำลังของข้าลดลง
ตระกูลอวี่ทั้งหมดจะต้องชดใช้! ข้าพูดเข้าใจหรือไม่?”
“พวกข้าเข้าใจ นายน้อย”
“ถ้าสถานการณ์ไม่สู้ดี
พวกข้าจะเชื่อมจิตวิญญาณกับแมลงมนต์ดำเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอ
ดชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“พวกข้าเข้าใจ”
พวกเขาทุกคนก้มศีรษะขณะกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
“นี่สิคือสิ่งที่กองกำลังทาสพึงทำ พวกเจ้าควรรู้ว่าอะไรมาก่อน
จงเชื่อฟังเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”
ตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
……
“เจ้าพบอะไรหรือเปล่า?”
ข้างศพดำเป็นตอตะโกสามร่าง
ฉินเลี่ยถอดแหวนต่างมิติแล้วเก็บเหรียญนิกายเฮยวูสามเหรียญ
หลังจากตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจนพบว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีถอนพิ
ษมนต์ดำ เขาจึงหันมาถามซ่งถิงอวี้
ซ่งถิงอวี้เก็บผลึกชิ้นส่วนความทรงจำก้อนขึ้นมา
นางวิเคราะห์ความทรงจำของอวี่เหยียนในขณะที่ฉินเลี่ยถาม
นางถือผลึกเอาไว้ในมือ
“ช่างเป็นวิชาวิญญาณที่โหดเหี้ยและชั่วร้ายอะไรอย่างนี้…
ช่างเป็นแมลงมนต์ดำที่น่าหวาดกลัวจริง ๆ !”
ขณะสำรวจความทรงจำของอวี่เหยียนสีหน้าของนางจริงจังอย่างเหลือ
เชื่อ “นายน้อยของพวกเขาชื่อเยี่ยอี้เฮ่า
เขามีราชินีตะขาบแปดปีกพันรอบหัวใจของเขา
เขาใช้ราชินีตะขาบแปดปีกเป็นราชินีของตัวอ่อนที่ฟูมฟักขึ้นมา
จากนั้นควบคุมตัวอ่อนเหล่านั้นเพื่อปล่อยพิษมนต์ดำ
ทุกคนที่โดนพิษของแมลงมนต์ดำจะถูกเยี่ยอี้เฮ่าและราชินีตะขาบแปด
ปีกกินจิตวิญญาณและพลังชีวิต
เขากินพลังจิตวิญญาณเพื่อเพิ่มพละกำลังตนเอง
ในขณะที่แมลงมนต์ดำกินพลังชีวิตเพื่อเพิ่มพละกำลัง
“ช่างเป็นวิชาวิญญาณที่น่าหวาดกลัวจริง ๆ”
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไป “เจ้าพบวิธีถอนพิษหรือเปล่า?”
“อวี่เหยียนไม่ได้โกหก”
ซ่งถิงอวี้ถอนหายใจด้วยความผิดหวังอย่างเงียบงัน
สายตาของนางจนใจ
“ตัวอ่อนทำได้เพียงปลดปล่อยพิษมนต์ดำเท่านั้น
มันไม่สามารถทำอย่างอื่นได้
ราชินีของแมลงคือสิ่งที่จำเป็นต่อการถอนพิษ
พวกเราสามารถถอนพิษมนต์ดำได้หากราชินีตายหรือไม่ก็พวกเราได้
รับโลหิตมันมา นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีหนทางอื่นอีก”
“แสดงว่าก็จะไม่เป็นไรตราบที่พวกเราฆ่าราชินีแมลงได้สินะ?”
ดวงตาของฉินเลี่ยแผ่จิตสังหารรุนแรงออกมา
“ใช่แล้ว ทันทีที่ราชินีแมลงตาย พิษมนต์ดำจะหายไปอัตโนมัติ”
ซ่งถิงอวี้ส่ายหน้าแล้วกล่าวอย่างขมขื่นว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่
เพื่อจะฆ่าแมลงตัวนั้นต้องเริ่มจากฆ่าเยี่ยอี้เฮ่า
คนคนนี้น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
เขามีระดับพลังแตกต่างจากสามคนนี้อย่างสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น
ราชินีที่อยู่รอบหัวใจของเขายังเป็นอาวุธชั้นเยี่ยมอีกด้วย
ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของราชินีตะขาบแปดปีกจากควา
มทรงจำของคนคนนี้ได้
ราชินีแมลงทั้งแปลกประหลาดและทรงพลังกว่าผู้ฝึกยุทธ์”
หลังจากเงียบสักพัก นางถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง
“สิ่งสำคัญที่สุดคือราชินีแมลงสามารถเร่งความเร็วการกระจายพิษมน
ต์ดำเพื่อให้ทะลวงได้เร็วขึ้น ถ้าพวกเราเข้าไปในระยะของราชินีแมลง
มันสามารถสั่งให้พิษมนต์ดำกระจายได้เร็วขึ้นเพื่อฆ่าพวกเราก่อนจะเข้
าถึงตัวได้”