Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 513: อ่อนแอ
ตอนที่ 513: อ่อนแอ
กลุ่มของฉินเลี่ยมุ่งหน้าลึกเข้าไปในดินแดนเหมันต์ต้องห้าม
ขณะพวกเขาผจญภัยเข้าไปในภูมิประเทศที่ปกคลุมด้วยหิมะ
พวกเขาพบศพของคนป่าตะวันออกที่ถูกแช่แข็งจนตาย
จากสิ่งที่พวกเขาสามารถยืนยันได้
ร่างที่ถูกแช่แข็งโดยส่วนใหญ่คือคนป่าแดงและคนป่าขาว
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครได้รับบาดแผลหรือสัญญาณของการต่อสู้
พวกเขาทุกคนเผยให้เห็นว่าตายเพราะขาดพละกำลังไม่ก็ความระแวด
ระวัง
นั่นเป็นผลจากการเร่งเดินทางโดยไม่ฟื้นฟูพลังวิญญาณให้เต็มเปี่ยม
ศพจำนวนมากที่พวกเขาพบเหมือนกับร่างเงาในจิตใจของทุกคน
โชคชะตาน่าสังเวชของคนป่าเหล่านี้กดทับพวกเขา
ทำให้พวกเขารู้สึกเซื่องซึมและขุ่นมัว
“ฟุ่บ!” เสียงเท้าเหยียบลงบนหิมะ
ทุกครั้งที่ใครบางคนเหยียบย่าง
พวกเขาจะจมลึกลงไปในชั้นหิมะเย็นเยือกบนพื้นจนถึงหัวเข่า
ภูมิประเทศยากลำบากนี้ทำให้กลุ่มคนยิ่งมายิ่งช้า
ในตอนนี้ กลุ่มของฉินเลี่ยยืนอยู่บริเวณเชิงเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
พวกเขาตัดสินใจจะปีนขึ้นสู่ยอดเขานี้เพื่อสำรวจดินแดน
พวกเขาอยากเห็นว่าจะสามารถหาทิศทางถูกต้องที่ดินแดนฝังเทพน่า
จะอยู่ได้หรือไม่
พวกเขาเจ็ดคนล้วนอยู่ส่วนลึกภายในดินแดนเหมันต์ต้องห้าม
ที่นี่ ความเย็นเยือกหนาวไปถึงกระดูก
เกล็ดหิมะจำนวนมากลอยอยู่กลางอากาศ
สายลมเย็นเยือกและขมขื่นจะปะทะใส่พวกเขาในบางครั้ง
เมื่อไหร่ก็ตามที่สายลมพัดผ่านดินแดน
เสียงบางสิ่งกำลังแตกร้าวจะดังก้องจากพื้นที่ที่ระบุไม่ได้
มันเป็นเสียงบางสิ่งทีถูกแช่แข็งจนน่าครั่นคร้าม
“คนป่าแดงและคนป่าขาวบางคนที่พวกเราพบถูกแช่แข็งจนตายเพราะ
พวกมันมีพลังวิญญาณมาปกป้องจากความเยือกแข็งไม่มากพอ”
ฉินเลี่ยกล่าว “คนอื่น… พวกมันถูกเก็บกวาดโดยสายลมเยือกแข็ง”
ฉินเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะจ้องมองไกลออกไป
สายตาทอประกาย
“สายลมเย็นเยือกและขมขื่นของดินแดนเหมันต์ต้องห้ามน่าหวาดกลัว
กว่าดินแดนที่อยู่ใต้เทือกเขาอาร์คติกหลายเท่านัก
ข้ายังสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัวของความเย็นอย่างถึงขีดสุดนี้
ลืมคนป่าแดงและคนป่าขาวที่มีพลังอ่อนแอไปได้เลย…
แม้กระทั่งพวกเราก็อาจจะไม่สามารถทานทนได้นานเช่นกัน!”
คำพูดของฉินเลี่ยทำให้ทั้งกลุ่มตกตะลึง
ทำให้ทุกคนระแวดระวังมากยิ่งขึ้น
ตลอดเวลามานี้
กลุ่มของฉินเลี่ยถึงกับออกห่างจากสายลมน่าหวาดกลัวที่กำลังพัดผ่า
นดินแดนเหมันต์ต้องห้ามในรูปของกระแสลมเย็นเยือกแปลกประหลาด
สายลมเย็นเหล่านี้เหมือนกับมาจากที่ใดไม่ทราบได้ขณะคุกคามพวกเ
ขาแปดคนด้วยความเย็นเยือกไปถึงกระดูก
แต่ว่า ต้องขอบคุณการคาดการณ์อันน่าทึ่งของฉินเลี่ย
เขาสามารถคาดการณ์ทิศทางที่สายลมเย็นจะพัดผ่านได้
จากนั้นเขาจะบอกให้หลีกเลี่ยงสายลมพร้อมกับบอกช่วงเวลาที่ควรวิ่ง
ออกจากเส้นทางของสายลมในแต่ละระลอก
ถึงแม้พวกเขาจะสามารถหลบเลี่ยงสายลมจนไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
ทุกคนก็ยังตื่นตัวเป็นอย่างมาก
“อึ่ก…”
เมื่อกำลังจะพูด
เสียงครางอย่างแผ่วเยาเล็ดรอดมาจากริมฝีปากของฉินเลี่ย
เขานั่งกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
คลื่นพลังโลหิตและพลังจิตวิญญาณปลดปล่อยจากร่างกายของฉินเลี่
ย
ทุกคนสบตากันขณะลอบถอนหายใจ
พวกเขาเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณกำลังดูดซับพลังจิตวิญญาณและโลหิตของ
อีกฉินเลี่ยอีกครั้ง
สิบห้านาทีต่อมา ฉินเลี่ยได้สติอย่างซึมเซา ใบหน้าของเขาขาวซีด
ดวงตาของเขาเป็นสีเทาหมองหม่น
หยาดเหงื่อไหลอาบเขาราวกับกำลังเผชิญกับโรคภัยที่ถึงแก่ความตาย
“ไปกันเถอะ” เขากล่าว “พวกเราต้องไปถึงยอดเขาให้เร็วที่สุด”
“ฉินเลี่ย พวกเราไม่ควร… พักสักหน่อยเหรอ?
ทำไมพวกเราไม่รอให้เจ้าฟื้นฟูก่อนจะปีนไปไกลกว่านี้ล่ะ?”
ตู้เซี่ยงหยางถามอย่างจริงจัง
ฉินเลี่ยส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ที่นี่เป็นที่แจ้ง
สายลมเย็นเยือกนั่นจะพัดผ่านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น
พวกเราอย่าพยายามอยู่ที่นี่เด็ดขาด อีกอย่าง
พวกเจ้าเพิ่งเติมเต็มพลังวิญญาณมา พวกเราควรรีบในขณะที่ยังทำได้
ไม่เช่นนั้น ทันทีที่พวกเจ้าเสียพลังวิญญาณไป
พวกเราจะต้องหยุดพักอีกครั้งอยู่ดี”
“แต่เจ้า…” ซ่งถิงอวี้ขมวดคิ้ว
“ข้าไม่เป็นไร
อย่างน้อยข้าไม่ต้องใช้พลังวิญญาณเพื่อทานทนความเย็นนี้
อีกอย่าง… ถ้าข้าเติมเต็มพลังจิตวิญญาณและโลหิต
พวกมันก็จะถูกดูดอีกครั้ง” ฉินเลี่ยยิ้มอย่างจนใจ
“เข้าใจแล้ว” ตู้เซี่ยงหยางพยักหน้า
“งั้นมาเดินไหล่ชนไหล่กันเถอะ”
ซ่งถิงอวี้กล่าวอย่างแผ่วเบาขณะเดินไปหาเขาแล้วดึงไหล่เอาไว้
“โลหิตของเจ้าเพิ่งถูกดูดซับจนทำให้อยู่ในสภาพอ่อนแอที่สุด
อย่าฝืนมากนักเลย…”
ฉินเลี่ยยิ้ม “ได้”
ภาพลักษณ์ของฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้ไม่ทำให้คนที่เหลือในกลุ่มประหลา
ดใจอีกแล้ว
สองชั่วโมงต่อมา
กลุ่มของฉินเลี่ยมาถึงยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขณะมองไกลออกไป
ผ่านสายลมและหิมะที่หมุนวน
พวกเขาสามารถมองเห็นธารน ้าแข็งขนาดมหึมาเชื่อมต่อกันและยอดเ
ขาหิมะ ดินแดนสีขาวเงินที่อยู่รอบ ๆ เหมือนกับยืดยาวอย่างไร้ที่สิ้นสุด
ที่นี่ แม้กระทั่งการรับรู้จิตวิญญาณของฉินเลี่ยยังลดลงอย่างมาก
เขาไม่สามารถตรวจสอบสัญญาณชีวิตในพื้นที่นี้ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้
กลุ่มคนทำได้เพียงพึ่งสายตาในการค้นหาการเคลื่อนไหวอันน้อยนิดเ
พื่อยืนยันว่าไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้ ๆ
อีกทั้งยังต้องหาทางไปดินแดนฝังเทพอีกด้วย
“ทางนั้น! มีเงาอยู่ทางนั้น!”
บนเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะเยือกแข็งอีกลูก
ซูเหยียนยืนอยู่ด้านหลังศิลาน ้าแข็งยักษ์ขณะสังเกตการณ์รอบ ๆ
จากจุดซ่อนตัวอย่างระแวดระวัง
นางพลันพบฉินเลี่ยบนยอดหิมะที่อยู่ไกลออกไป
ด้านหลังซูเหยียนมีถ ้าหลายแห่ง เฝิงอี้โหยวจากสำนักเทียนชี่
อวี้เหมินจากขุนเขาว่านโช่ว หวงชูลี่และเยี่ยอี้เฮ่าจากนิกายเฮยวู…
ทุกคนอยู่ที่นี่
พวกเขาทุกคนกำลังถือหินวิญญาณเอาไว้ขณะดูดซับพลังวิญญาณจำกพวกมันเข้าไปฟื้นฟูพละกำลัง
“คนป่าตะวันออกพบพวกเราอีกแล้วเหรอ?”
เยี่ยอี้เฮ่าถามอย่างเคร่งขรึม
เซินเหยี่ยและคนป่าดำของเขาไล่ตามมาไม่นานหลังจากเข้าดินแดนเห
มันต์ต้องห้าม
เขาและคนป่าตะวันออกเข้าจู่โจมใส่ซ ้าไปมาขณะผจญลึกเข้าไปในดิ
นแดนเยือกแข็งแห่งนี้
ท้ายที่สุดพวกเขามาถึงยอดเขาแห่งนี้
สามกองกำลังคิดว่าพวกเขาสลัดคนป่าดำหลุดแล้ว แต่ว่า
พวกเขาพบคนป่าขาวและคนป่าแดงจนเกิดการต่อสู้ที่ตรึงมือมากกว่าเ
ดิม
เมื่อมาถึงตรงนี้ พวกเขาเสียลูกน้องไปมาก
หลังจากการไล่ล่าควบคู่กับการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน
ผู้ฝึกยุทธ์ของนิกายเฮยวู สามตระกูลใหญ่
สำนักเทียนชี่และขุนเขาว่านโช่วจำนวนมากล้วนถูกสังหารไม่ก็ถูกแช่
แข็ง จำนวนของพวกเขาที่เหลืออยู่ลดต ่าจนน่าอันตราย
ถึงตอนนี้ คนเหล่านี้เหมือนกับวิหคที่ตกใจแม้เพียงเสียงกระพือปีกเบา
ๆ แม้กระทั่งตอนพวกเขาฟื้นฟูพลังวิญญาณ
พวกเขาต้องส่งหนึ่งคนไปทำหน้าที่คุ้มกันเพื่อป้องกันไม่ให้คนป่าตะวัน
ออกมาซุ่มโจมตีอีก
ผลที่ได้ พวกเขาเลือกพักอยู่บนเขาสูงตลอด
พวกเขาจัดหาตำแหน่งที่ดีกว่าเพื่อให้สามารถสังเกตการณ์รอบ ๆ ได้
“ไม่ใช่คนป่าตะวันออก”
ซูเหยียนกล่าวขณะจ้องมองไกลออกไปจากจุดซ่อน “มะ-
เหมือนจะเป็นกลุ่มของฉินเลี่ย!”
“ฉินเลี่ย!”
“ฉินเลี่ย!”
ความตกตะลึงปรากฏบนใบหน้าของทุกคน
“ฉินเลี่ยคนของพวกเขาจะต้องเก็บเกี่ยวได้มากตอนอยู่ที่ทะเลสาบอส
นีบาตแน่นอน!” เฝิงอี้โหยวกล่าวขณะกัดฟันด้วยความเกลียดชัง
“น ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์!”
ดวงตาของอวี้เหมินร้อนแรงด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
“ย้อนกลับไปในดินแดนอสนีบาตต้องห้าม
วิชาวิญญาณอสนีบาตของฉินเลี่ยทำให้พลังการต่อสู้ของเขาเพิ่มไปถึ
งจุดสูงสุด ราวกับทวยเทพลงมาช่วยเขา
พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้เพราะแบบนั้น”
ใบหน้างดงามของหวงชูลี่เคร่งขรึม “แต่ว่า
ที่นี่คือดินแดนเหมันต์ต้องห้าม
เขาจะต้องเทียบพวกเราไม่ติดอย่างแน่นอน!”
ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนในถ ้าล้วนลำบากใจจากคนป่าตะวันออกจนกระทั่งมึน
งงและหัวโล่ง
ถึงอย่างนั้นเมื่อใครบางคนกล่าวถึงน ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์
พวกเขาตอบสนองราวกับจิตใจได้รับการชำระให้สะอาดผ่องใส
“ไปจัดการพวกมันกัน!”
ด้วยความเห็นเอกฉันท์
ผู้ฝึกยุทธ์ที่เหลือรอดของสามกองกำลังออกจากถ ้าเพื่อหาทางไปหาก
ลุ่มของฉินเลี่ย พวกเขายังเลือกใช้เส้นทางลับเข้าหาอีกฝ่ายด้วย
ขณะเดียวกัน ยอดเขาที่กลุ่มของฉินเลี่ยอยู่ ทุกคนสังเกตการณ์รอบ ๆ
อย่างระมัดระวัง
สายตาของพวกเขากวาดมองยอดเขานับหมื่นที่อยู่ไกลออกไป
แต่ไม่มีใครเห็นสิ่งผิดปกติ
พวกเขาไม่สังเกตเห็นซูเหยียนที่กำลังหลบซ่อนอยู่ด้านหลังศิลาน ้าแข็
ง
“พวกเราทุกคนใช้พลังวิญญาณไปบางส่วนแล้ว เช่นนั้น
รีบขึ้นไปเพื่อฟื้นฟูกันเถอะ” ซ่งถิงอวี้เตือนคนอื่น
ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เพื่อฟื้นฟู
ฉินเลี่ยหยิบหลุมศพผนึกปีศาจออกมาเพื่อให้สามารถดูดซับออร่าพลัง
โลหิตและเติมเต็มโลหิตได้
แต่ว่า ทันทีที่หลุมศพผนึกปีศาจปรากฏขึ้น
พื้นผิวพลันฉายลำแสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าทั้งเจ็ดออกมา
กลุ่มของฉินเลี่ยพลันมองที่หลุมศพผนึกปีศาจ
มันลอยอยู่กลางอากาศขณะส่องสอง
เหมือนกับกำลังมุ่งไปยังตำแหน่งพิเศษ
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนเป็นเข้าใจขณะเร่งกระโจนตามหลุมศพผนึกปี
ศาจเพื่อลากมันกลับมาตรงพื้นน ้าแข็งด้านหน้า
“ข้าคิดว่าข้ารู้แล้วว่าวิญญาณเหมันต์อยู่ที่ไหน!” เขากล่าว
สายตาของคนอื่นเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ
“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว”
ฉินเลี่ยยังคงยื้อหลุมศพผนึกปีศาจขณะไม่ให้มันลอยไปไกลพลางอธิบำยว่า “ย้อนกลับไปในดินแดนอัคคีต้องห้าม
หลุมศพผนึกปีศาจลอยออกไปเองเพื่อนำข้าไปหาวิญญาณอัคคี
นั่นหมายความว่ามันสามารถสัมผัสวิญญาณทั้งเจ็ดได้…”
คนอื่นพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ที่นี่ ในดินแดนเหมันต์ต้องห้าม
หลุมศพผนึกปีศาจไม่มีการตอบสนองสิ่งใดแม้จะเป็นความจริงว่าข้าห
ยิบมันออกมาเพื่อฟื้นฟูโลหิตในร่างกายก็ตาม”
ฉินเลี่ยครุ่นคิดกับตนเองสักพักก่อนจะกล่าวต่อว่า
“มันอาจจะไม่สามารถตรวจจับวิญญาณเหมันต์ได้เพราะอยู่ไกลเกินไป
การทำงานแบบนั้นเหมือนกับเหรียญไม่มีผิด
เหรียญที่สามารถใช้สัมผัสเหรียญอื่นและส่งข้อความภายในรัศมีห้าสิบ
กิโลเมตรได้ ในทำนองเดียวกัน
หลุมศพผนึกปีศาจสามารถตรวจจับวิญญาณทั้งเจ็ดเมื่ออยู่ใกล้ ๆ
ได้เท่านั้น!”
“งั้นหมายความว่าตอนนี้พวกเราเข้าใกล้วิญญาณเหมันต์งั้นเหรอ?”
ตู้เซี่ยงหยางถามด้วยความตื่นเต้น
“น่าจะเป็นเช่นนั้นแหละ!”
ฉินเลี่ยเหมือนกับได้รับวิญญาณกลับคืนมาเช่นกัน
“ถ้าข้าปล่อยมันไปตอนนี้
ข้าเชื่อว่าหลุมศพผนึกปีศาจจะลอยออกไปเพื่อนำพวกเราไปหาวิญญำณเหมันต์!”
“ก่อนเจ้าจะทำเช่นนั้น พวกเราต้องฟื้นฟูพละกำลังเสียก่อน!”
ลั่วเฉินกล่าว
“งั้นให้พวกเราเร่งฟื้นฟูพลังวิญญาณกันก่อนเถอะ!”
ตู้เซี่ยงหยางเห็นด้วย
“ได้เลย!”
ขณะถือหลุมศพผนึกปีศาจเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ลอยไปไกล
ฉินเลี่ยยังคงดูดซับพลังโลหิตจากมันและใช้วิชาวิญญาณโลหิตเพื่อฟื้
นฟูโลหิตของตน
เขาดึงพลังจิตวิญญาณจากผลึกจิตวิญญาณด้วยมืออีกข้าง
เพราะไข่มุกกำราบจิตวิญญาณเริ่มดูดพลังจิตวิญญาณและโลหิตเป็น
ช่วง ๆ ฉินเลี่ยจึงรู้เวลาทั้งหมดที่เขาต้องเติมเต็มตนเองถึงจะค่อย ๆ
สามารถทำหลายอย่างได้
ตอนนี้เขาสามารถดูดซับพลังโลหิตจากหลุมศพผนึกปีศาจและดึงพลัง
จิตวิญญาณจากผลึกจิตวิญญาณพร้อมกันได้
บางครั้งเขาถึงขั้นตรวจสอบภายในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณด้วยจิตวิ
ญญาณตระหนักรู้อย่างไม่ใส่ใจ
ขณะเติมเต็มพลังในคราวนี้
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาเข้าสู่มิติไร้พรมแดนแปลกประหลาดภา
ยในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณอีกครั้ง
และเขามองไปที่ภาพวาดมโนทัศน์เยือกแข็ง
เหมือนกับผังวิญญาณ
เส้นน ้าแข็งสลับไปมาจำนวนมากและเส้นสีเงินสร้างภาพวาดมโนทัศน์เ
ยือกแข็งขึ้นมา
มันพรรณนาถึงดินแดนที่ปกคลุมในผลึกน ้าแข็งที่ดูเย็นเยือกเอาไว้อย่
างเลือนราง เมื่อฉินเลี่ยตรวจสอบด้วยจิตตระหนักรู้
เขารู้สึกเหมือนกับอยู่ในดินแดนเยือกแข็ง
จิตตระหนักรู้จำนวนหนึ่งเข้าสู่ภาพวาดมโนทัศน์เยือกแข็งขณะผสมป
นเปกับเส้นน ้าแข็งเล็กก่อนจะประสบกับออร่าเยือกแข็งของภาพวาด
ฉินเลี่ยค้นหาการใช้ภาพวาดมโนทัศน์เยือกแข็งเพื่อทำความเข้าใจพ
ลังเยือกแข็งไปสู่ระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“ยะ-เย็นเป็นบ้าเลย!”
“จู่ ๆ ก็เย็นได้ขนาดนี้!”
“เหมือนกับออร่าเยือกแข็งของดินแดนเหมันต์ต้องห้ามลอบมาบรรจบ
ที่พวกเรา ทำให้อุณหภูมิลดต ่าลงอย่างรวดเร็ว”
ลั่วเฉิน ตู้เซี่ยงหยาง
เสี่ยจิงเสวียนและคนอื่นสั่นสะท้านขณะกำลังฟื้นฟูพลังวิญญาณด้วยหิ
นวิญญาณ
พวกเขายังอยู่ภายในโล่แสงสว่าง
พวกเขาทุกคนลืมตาขณะยังคงเติมเต็มพลังวิญญาณแล้วสังเกตรอบ
ๆ ด้วยท่าทางขมวดคิ้ว
หมอกเยือกแข็งสีขาวจำนวนหนึ่งลอยมาที่ตำแหน่งของพวกเขาจากทุ
กทิศทางก่อนจะลอยเข้าหาฉินเลี่ยอย่างช้า ๆ
พวกมันโอบล้อมเขาเอาไว้ราวกับหมู่เมฆบางสีขาว
นี่ทำให้อากาศรอบฉินเลี่ยพลันเย็นลงหลายเท่า
ความเย็นเยือกรุนแรงที่ทุกคนรู้สึกได้มาจากฉินเลี่ยอย่างเห็นได้ชัด
“หมอนี่แปลกประหลาดจริง ๆ ”
ตู้เซี่ยงหยางตะโกนหลังจากไม่เชื่อสายตาสักพัก
“ข้าคิดว่าพวกเราทุกคนควรอยู่ให้ห่างจากเขาในตอนนี้…
กันเอาไว้เผื่อเกิดเรื่องแย่ ๆ ขึ้น”
ลั่วเฉินเป็นคนแรกที่ถอยออกมา
…