Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่771: ร่วมมือ
“เจ้าคิดว่าเขาจะคุยอะไรกับมังกรชั่วร้าย?”
เหนือสุสานเจวี๋ยหยินตู้เซี่ยงหยางลั่ว
เฉินและผู้ฝึกยุทธ์ขุนเขาดาบสวรรค์คนอื่นกำาลัง
คุ้มกันทางเข้าขณะรอฉินเลี่ยตู้เซี่ยงหยางเริ่ม
สนทนาแก้ความเบื่อหน่าย
ลั่วเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า
“
”
ใครจะไปรู้
“
”
เจ้าหนูนั่นยิ่งโตยิ่งเข้าใจยาก
ดวงตาของตู้เซี่ยงหยางทอประกายขณะ
ลูบคางพลางครุ่นคิด
“หรือหลุมศพผนึกปีศาจที่เขาได้มาจาก
สุสานเทพจะมีประโยชน์จริงๆ? เขาใช้มันตรวจ
จับสามเผ่าพันธุ์กูลกระตุ้นรอยประทับและถึงขั้น
เจรจากับมังกรชั่วร้ายในตอนนี้มันน่าประหลาด
”
ใจจริงๆ
“
”
เขาต้องมีความลับอื่นที่พวกเรายังไม่รู้
ลั่วเฉินสรุป
ตู้เซี่ยงหยางพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“
”
ข้าก็คิดเช่นนั้น
“
”
ข้าหวังว่าเขาจะรอดออกมาได้
ลั่วเฉินขมวดคิ้ว
“
เขาเหมือนแมลงสาบเสมอฆ่ายาก!”
ตู้เซี่ยงหยางตอบ
……
อีกด้าน
เฮ่อหยีปี้โหยวและลั่วเข่อซินจากสำานัก
เทียนชี่รวมตัวขณะคล้ายเริ่มสนทนาบางสิ่งด้วย
เสียงตำ่า
“
…
ผู้อาวุโสเฮ่อท่านคิดว่าฉินเลี่ย
เป็นเพียงเจ้า
นายหลุมศพผนึกปีศาจหรือไม่?”
ลั่วเข่อซินลดเสียงตำ่า
“ข้าสงสัยว่าเขาสามารถทำาหลายสิ่งผ่าน
หลุมศพผนึกปีศาจได้ด้วย!”
เฝิงอี้โหยวพ่นลมออกจมูก
เฮ่อหยีมองฝูงชนขณะคุร่นคิดสักพักฉับ
พลันเขากล่าวว่า
“
”
สุสานเทพไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเจ้าคิด
“โห?”
ความสงสัยใคร่รู้จำานวนมากผุดขึ้นจากลั่ว
เข่อซินเมื่อนางได้ยินเช่นนี้นางยืนตัวตรงขณะ
ฟังอย่างตั้งใจ
เฝิงอี้โหยวเองก็ให้ความสนใจกับคำาพูดของเขา
“
บางสิ่งมีน้อยคนนักที่จะรู้ครั้งหนึ่งพ่อเจ้า
เคยสั่งห้ามพวกข้าเปิดเผยเรื่องนี้กับคน
”
ภายนอก
เฮ่อหยีมองเฝิงอี้โหยว
“
พวกเจ้าออกห่างจากพวกข้าไปหน่อย!”
ปี้โหยวสั่งผู้ฝึกยุทธ์สำานักเทียนชี่ที่อยู่ด้านข้าง
ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับแยกออกและสำานึกไม่
กี่คนถอยเงียบๆจนกระทั่งอยู่ห่างออกไปอย่าง
ตำ่าหลายร้อยเมตร
ตอนนี้คนที่ยังรวมตัวรอบเฮ่อหยีอยู่นั้นคือ
ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับนิพพานไม่ก็คนพิเศษอย่าง
ลั่วเข่อซินและเฝิงอี้โหยว
“
ข่าวลือจำานวนมากเป็นความจริงพวก
…
เรา
ลอบติดต่อกับเจียงจู่เจื๋อข้าเชื่อว่าพวก
เจ้าสองคนรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่?”
เฮ่อหยีมองเฝิงอี้โหยวและลั่วเข่อซิน
ทั้งสองคนพยักหน้า
โดยเฉพาะเฝิงอี้โหยวกำาลังก้มหน้าด้วย
ความจำานน
“ข้ารู้ว่าเหตุผลที่รอดจากสุสานเทพมาได้
ล้วนเป็นเพราะเจียงจู่เจื๋อไม่เช่นนั้นข้าคงตายไป
”
แล้ว
“
”
ดีที่เจ้าเข้าใจ
เฮ่อหยีพยักหน้าพลางครุ่นคิดสักพักใน
ที่สุดเขากล่าวว่า
“ความเข้าใจเรื่องสุสานเทพของเจียงจู่
เจื๋อเหนือกว่าพวกเราจากที่เขาบอกมาสุสาน
เทพน่าจะเป็นลานฝึกสำาหรับลูกหลานของเผ่า
พันธุ์พิชิตสวรรค์!
นำ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์ศพชนชั้นนำา
โบราณและแท่นบูชาจิตวิญญาณบริสุทธิ์น่าจะ
เป็นรางวัลที่พวกเขาเตรียมไว้ให้สำาหรับผู้ชนะ!”
ลั่วเข่อซินและคนอื่นดูตกตะลึง
ถึงแม้พวกเขาจะพิเศษในสำานักเทียนชี่แต่
เฝิงอี้โหยวและลั่วฮั่นไม่เคยบอกพวกเขาเกี่ยว
กับเรื่องนี้
ดังนั้นพวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความลับ
ที่แท้จริงของสุสานเทพ
“
ย้อนกลับไปที่เกาะไห่เยวี่ยเหตุผลที่ฉิน
เลี่ยสามารถชิงหลุมศพผนึกปีศาจจากเจียงจู่
…”
เจื๋อ
เฮ่อหยีมองปี้โหยวพลางกล่าวต่อว่า
“…
และเจ้าได้นั้นอาจจะไม่ใช่เพราะโชค
ชะตาลิขิตให้เป็นเช่นนั้นอาจจะเพราะเขาครอบ
…
ครอง
สายเลือดของเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์!”
การเปิดเผยครั้งนี้เหมือนกับระเบิดในหูปี้
โหยวเฝิงอี้โหยวและลั่วเข่อซินแทบจะกรีดร้อง
ออกมา
ความจริงลั่วเข่อซินปิดปากแน่นเพื่อห้าม
ไม่ให้ตัวเองกรีดร้อง
“สายเลือดของเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์งั้นเห
รอ? เขาจะครอบครองสายเลือดของเผ่าพันธุ์
พิชิตสวรรค์ได้อย่างไร?!”
ปี้โหยวพลันซีดเผือดพร้อมกับตกตะลึง
“
”
นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถรู้ได้
เฮ่อหยีส่ายหน้าแล้ววิเคราะห์ต่อไปว่า
“มีเพียงลูกหลานที่ครอบครองสาย
เลือดของเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์เท่านั้นที่สามารถ
ใช้งานหลุมศพผนึกปีศาจได้อย่างง่ายดาย!
ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียงผู้ที่มีสายเลือด
เท่านั้นที่สามารถจุดชนวนรอยประทับภายใน
ร่างกายของสมาชิกจากสามเผ่าพันธุ์กูลและ
ตรวจจับที่ที่พวกมันอยู่ผ่านหลุมศพผนึกปีศาจ
ได้!”
“
”
อีกอย่าง
เฮ่อหยีมองสุสานเจวี๋ยหยินด้านล่าง
“มีเพียงคนที่มีสายเลือดของเผ่าพันธุ์พิชิต
สวรรค์เท่านั้นที่กล้าลงใต้ดินเพื่อไปพบกับมังกร
ชั่วร้ายเหล่านั้น!”
“มังกรชั่วร้ายกระหายเลือดพวกนั้นเกลียด
เผ่าพันธุ์จำานวนมากเผ่าพันธุ์มนุษย์คือหนึ่งใน
กลุ่มที่พวกมันเกลียดมากที่สุด!
ถ้าเขาเป็นแค่มนุษย์มังกรชั่วร้ายจะฆ่าเขา
ทันทีที่เผชิญหน้ากันย่อมไม่มีโอกาสที่เขา
สามารถรอดจากการพานพบได้!”
“นั่นหมายความว่าเขาอาจจะทราบถึงข้อ
ตกลงกับมังกรชั่วร้ายอย่างนั้นเหรอ?”
ปี้โหยวถามด้วยความประหลาดใจ
“
เรื่องนั้นข้าพูดได้ไม่เต็มปากข้าเพียง
บอกได้ว่าเผ่าพันธุ์มังกรชั่วร้ายจะไม่ผิดสัญญา
พวกมันจะไม่ฆ่าเขาใต้สุสานเจวี๋ยหยิน
นี่ยังหมายความว่าเขาอาจจะออกมาอย่าง
”
ปลอดภัยถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดล่ะก็นะ
เฮ่อหยีกล่าว
“
ผู้อาวุโสเฮ่อท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเขา
ครอบครองสายเลือดของเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์?”
ลั่วเข่อซินถามอย่างจริงจัง
“อย่างน้อยข้าก็มั่นใจเก้าในสิบส่วน!”
เฮ่อหยีตอบอย่างจริงจัง
กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์สบตากันก่อนจะเงียบพวก
เขาไม่มั่นใจว่าจะทำาอะไรต่อ
“เผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์ถูกไล่ไปมิติภายนอก
เพราะพวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์ในท้ายที่สุดได้ร่วม
”
มือกับเผ่าพันธุ์ทั้งหมดในอาณาจักรวิญญาณ
ปี้โหยวกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน
“
ในความเห็นข้าเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์จะไม่
ปล่อยพวกเราแน่หากกลับมาที่อาณาจักร
วิญญาณสักวันหนึ่งใช่หรือไม่?
…
หรือฉินเลี่ยคนนี้จะเป็น
หมากตัวหนึ่ง?
หมากที่ถูกฝังในอาณาจักรวิญญาณเพื่อที่เขา
อาจจะลงมือในช่วงวิกฤติได้?”
“
”
ไม่มีใครสามารถตอบคำาถามของเจ้าได้
เฮ่อหยีถอนหายใจ
“
…
งั้น
พวกเราจะปฏิบัติกับฉินเลี่ยอย่างไร?”
ลั่วเข่อซินถามอย่างระมัดระวัง
“พวกเราต้องทำาให้เขามีชีวิตต่อ! พวกเรา
จะทราบเกี่ยวกับความลับของผังวิญญาณ
โบราณเหล่านั้นหากเขายังมีชีวิตอยู่!
ดังนั้น
พวกเราต้องปกปิดและคุ้มกันความลับเรื่องสาย
เลือดของเขาให้สนิท!”
เฮ่อหยีกล่าวเน้นยำ้า
ดวงตาของเขากำาลังจ้องตรงไปที่เฝิงอี้
โหยวเมื่อกล่าวเช่นนี้
เฝิงอี้โหยวทำาตัวงอเมื่อถูกสายตาจ้อง
มองพลางกล่าวเสียงอ่อนว่า
“
ข้าไม่ใช่คนโง่นะหรือว่าพวกเจ้าคิด?”
“
ทางที่ดีเจ้าระวังปากเอาไว้บ้างไม่เช่นนั้น
แม้แต่พ่อของเจ้าก็จะไม่ยกโทษให้!”
เฮ่อหยีพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา
“
”
ข้ารู้เฝิงอี้โหยวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
……
เหนือสุสานเจวี๋ยหยินผู้ฝึกยุทธ์จาก
ขุนเขาดาบสวรรค์สำานักสังหารสำานักเทียนชี่
และขุนเขาว่านโช่วนับพันกำาลังรอฉินเลี่ย
สองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเลี่ยยังไม่กลับมาจากใต้ดินหรือส่งข้อความ
ใดๆมาพวกเขาไม่สามารถสัมผัสเขาได้เช่นกัน
คนจำานวนมากคิดว่าเขาไม่ตกอยู่ใน
อันตรายก็ถูกสังหารโดยมังกรชั่วร้ายเหล่านั้นไป
แล้ว
ดังนั้นบางคนคิดว่าพวกเขาไม่ควรรอเรื่อย
เปื่อยเช่นนี้พวกเขาคิดว่าควรถอยจากสุสานเจ
วี๋ยหยินไม่ก็บุกลงไปที่ใต้ดิน
เมื่อฝูงชนยิ่งมายิ่งหงุดหงิดเฮ่อหยียืนขึ้น
แล้วกล่าวว่า
“
วางใจเถอะทุกคนข้าเชื่อว่าฉินเลี่ยยังมี
ชีวิตอยู่เขาจะออกมาจากสุสานเจวี๋ยหยินได้
อย่างแน่นอน!”
“
ผู้อาวุโสเฮ่อท่านไปเอาความมั่นใจมา
จากไหน?”
ถูโหมวจากขุนเขาว่านโช่วถามด้วย
ความประหลาดใจ
“
ใช่เขามีพลังระดับสำานึกเท่านั้นเขาไม่
แม้แต่จะต้านท้านการคว้าโดยกรงเล็บมังกรชั่ว
ร้ายได้ด้วยซำ้าท่านรู้ได้ยังไงว่าเขาจะรอด?”
แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์จากขุนเขาดาบสวรรค์ก็
หงุดหงิด
“เขาพิสูจน์พละกำาลังมาตลอดจนกระทั่งถึง
จุดนี้!”
เฮ่อหยีกล่าว
ทุกคนเงียบเมื่อเขากล่าวเช่นนี้เมื่อพวก
เขามองย้อนกลับไปดีๆแล้วพวกเขาตระหนัก
ได้ว่าฉินเลี่ยถึงกับช่วยเหลือพวกเขามากเกินไป
จากการกระทำาของเขาพวกเขารู้ว่าฉิน
เลี่ยไม่ใช่คนบุ่มบ่ามพวกเขายังรู้ว่าเขาเป็นคน
สงบและหัวดีที่จะไม่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อสิ่งที่เขา
ไม่มั่นใจแม้แต่นิดเดียว
“
”
พวกเรารออีกสักหน่อยเถอะ
ถูโหมวปลอบคนของตน
สหายเหล่านั้นที่ร้องออกมาอย่าง
หงุดหงิดลังเลสักพักก่อนจะเงียบและกลับไป
ประจำาตำาแหน่งเพื่อรอคอย
อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
เมื่อคนเหล่านี้เริ่มหงุดหงิดอีกครั้งเสียง
คำารามของมังกรชั่วร้ายพลันดังจากใต้ดิน
การเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนของทุกคน
พลันเกิดขึ้น
รถม้าศึกรถม้ายักษ์และนกวิญญาณขึ้นสู่
ท้องนภาแทบจะในทันทีผู้ฝึกยุทธ์เกือบทุกคน
จากสี่กองกำาลังใหญ่ระดับเงินหยิบอุปกรณ์
วิญญาณออกมาอีกครั้งเพื่อเตรียมรับเรื่อง
ประหลาดใจต่างๆ
“อย่าโจมตีก่อน! รอจนกว่าสถานการณ์จะ
แน่ชัด!”
เฮ่อหยีรีบบอก
“
แคร้กแคร้กแคร้ก!”
เสียงหินกำาลังถล่มเริ่มดังขึ้นจากทางเข้า
ใต้ดินสุสานเจวี๋ยหยินมันเหมือนสัตว์ร้ายขนาด
ยักษ์กำาลังกระแทกอยู่ข้างใน
ฝูงชนยิ่งวิตกกังวล
“ฟิ่ว!”
ร่างหนึ่งพุ่งออกจากหลุมที่ลั่วเฉินและคน
อื่นกำาลังคุ้มกันมันทำาให้ผู้ฝึกยุทธ์ขุนเขาดาบ
สวรรค์หวาดกลัวมากจนเกือบจะโจมตี
“อย่าขยับ! เป็นฉินเลี่ย!”
ตู้เซี่ยงตะโกนเสียงดัง
เมื่อคนเหล่านั้นคลายความตกตะลึงพวก
เขาสังเกตเห็นว่าร่างดังกล่าวเป็นของฉินเลี่ย
“
ผู้อาวุโสเฮ่อข้าหาทางตกลงกับมังกรชั่ว
ร้ายภายในสุสานเจวี๋ยหยินได้แล้วข้าอยากรู้ว่า
ท่านสามารถรับผิดชอบเป็นตัวแทนกลุ่มได้หรือ
ไม่?”
ขณะฉินเลี่ยร้องบอกเช่นนั้นเขายืนอยู่บน
พื้นดินและมองขึ้นไปยังรถม้าศึกโปร่งแสงที่เฮ่อ
หยีอยู่
ความสนใจของทุกคนย่อมมาอยู่ที่ฉินเลี่ย
“
”
บอกข้าก่อนว่าเจ้าอยากพูดอะไร
เฮ่อหยีกล่าว
“มีมังกรชั่วร้ายระดับแปดหนึ่งตัวและมังกร
ชั่วร้ายระดับเจ็ดสิบสามตัวอยู่ด้านล่างพวกมัน
เต็มใจช่วยพวกเราฆ่าสามเผ่าพันธุ์กูลที่ทวีป
”
ซานเหลิง
ฉินเลี่ยตะโกนขณะมองขึ้นไป
“
แต่ว่าพวกมันอยากให้มนุษย์ในดินแดน
แห่งความโกลาหลไม่ไล่ล่าพวกมันและพยายาม
”
ฆ่าพวกมัน
เฮ่อหยีมองฉินเลี่ยอย่างลึกลำ้าด้วยแววตา
แปลกประหลาดเงียบไปไม่นานเขาพยักหน้า
“
ข้าให้สัญญาเรื่องนี้แต่ข้าเป็นเพียง
ตัวแทนสำานักเทียนชี่เท่านั้น!”
ฉินเลี่ยหันไปมองผู้นำาของสามกองกำาลังที่เหลือ
ที่ฝั่งขุนเขาว่านโช่วถูโหมวหันมามองผู้
อาวุโสที่ไว้เคราแพะยาว
ชายชราคนนี้อยู่ข้างถูโหมวโดยไม่ออก
ห่างไปไหนแม้แต่ครั้งเดียวตลอดการต่อสู้ที่ผ่าน
มาแน่นอนเขาไม่ใช่ผู้ปกป้องฉินเลี่ย
ชื่อของเขาคือกงหยางซ่งเขาคือผู้ฝึกยุทธ์พลัง
ระดับนิพพานขั้นสูงสุดเขาคือคนที่มีอำานาจใน
กลุ่มที่แท้จริง
“ข้าสามารถรับรองเรื่องนี้ในฐานะตัวแทน
ขุนเขาว่านโช่วได้!”
เสียงของกงหยางซ่งแสบแก้วหูและน่า
เกลียดคนจำานวนมากขมวดคิ้วเพราะเหตุนี้
“
แต่ว่ามังกรชั่วร้ายพวกนั้นต้องไม่สร้าง
ความวุ่นวายในดินแดนแห่งความโกลาหลเช่น
กัน!”
“ตามนั้น!”
ฉินเลี่ยพยักหน้า
“
”
อาจารย์อาเฉียว
ตู้เซี่ยงหยางและลั่วเฉินมองไปที่ชายวัน
กลางคนร่างผอมในชุดสีนำ้าเงิน
ชายคนนี้มีชื่อเฉียวชิงจู๋เขาเองก็เป็นยอด
ฝีมือพลังระดับนิพพานขั้นสูงสุดเช่นกันเขาคือ
คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มขุนเขาดาบสวรรค์
กลุ่มนี้
“ขุนเขาดาบสวรรค์เห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่น
”
กัน
เฉียวชิงจู๋ยิ้มสงบ
“ข้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ในฐานะตัวแทน
สำานักสังหาร!”
คนสุดท้ายที่กล่าวเช่นนั้นคือเฉินเยวี่ย
จากสำานักสังหาร
ผู้อาวุโสจำานวนมากจากสำานักสังหารพยัก
หน้าเล็กน้อยพร้อมกันหลังจากนางกล่าวเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสสำานักสังหารในกลุ่มนี้
ล้วนยอมรับสถานะของนาง
“ดี!”
ฉินเลี่ยมีกำาลังใจมากขึ้นขณะกระทืบพื้น
แล้วตะโกนว่า
“ออกมา!”
“
…”
ออออู
เสียงคำารามของมังกรชั่วร้ายดังมาจากใต้ดิน
ขณะทางเข้าจำานวนมากจากสุสานเจวี๋ยหยิน
ระเบิด
หลังจากนั้นมังกรชั่วร้ายตัวแล้วตัวเล่าที่
เป็นสีดำาดุจราตรีกาลบินสู่ที่แจ้งขณะสยายปีกที่
มีเพียงพวกมันเท่านั้นที่ครอบครองได้
พวกมันเหมือนกับปีศาจที่กำาลังพุ่งออกจาก
ใต้ดิน
ท้ายที่สุดมังกรชั่วร้ายทั้งหมดสิบสี่ตัวรวม
ทั้งเอ่อร์ปั๋วเท่อบินเข้าสู่ท้องนภาราตรีกาลจาก
ด้านหลังฉินเลี่ย
กลิ่นโลหิตและแรงกดดันพิเศษของมังกร
ชั่วร้ายทำาให้คนจำานวนมากปิดจมูกขณะอึดอัด
เล็กน้อย
เมื่อพวกเขาเห็นมังกรชั่วร้ายสิบสี่ตัวและ
ฉินเลี่ยกำาลังยืนตรงราวกับศรพวกเขาล้วนรู้สึก
แปลกประหลาดว่ามังกรชั่วร้ายเหล่านี้ฟังแต่ฉิน
เลี่ยเท่านั้น