กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1118.2 รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็ นภูเขาเดียว
พริบตานั้นนับตั้งแต่เนินฝูเหยาเป็ นต้นไปก็มีเส้นแสงสีทอง จ านวนนับไม่ถ้วนวาดวงโค้งออกไปเส้นแล้วเส้นเล่าก่อนจะไปหล่นอยู่ บนอาณาเขตของขุนเขาเหนือบ้างไกลบ้างใกล้จากจุดเล็กๆ ขยาย เป็ นวงกว้าง ตัดสลับถักทอ
ตาข่ายใหญ่สีทองนี้ยิ่งถี่แน่นมากขึ้นเรื่อยๆ
เว่ยป้ อเก็บวิชาอภินิหารลงไป เซี่ยโก่วจับประคองหมวกขนเตียว “หากไม่ได้หลบซ่อนได้อย่างลึกล้าก็ต้องหนีไปได้ไว ต้องไม่ใช่พวก ตะเกียงประหยัดน้ามันแน่นอน”
เว่ยป้ อกล่าว “ในเมื่ออีกฝ่ ายกล้ามาปรากฏตัวที่หน้าประตูภูเขา อย่างผึ่งผาย อีกทั้งยังพูดคุยกับเจี่ยเฉิงนานขนาดนั้น คาดว่าคงไม่ น่าจะใช่พวกคนเลวที่มีจิตคิดร ้ายอะไร”
ผู้ฝึกบ าเพ็ญตนบนภูเขาไม่ว่าชายหญิง ขอแค่มีฐานะสูงมากพอ ก็ง่ายที่จะเป็ นต้นไม้ใหญ่เรียกลม ไปดึงดูดคนของฝ่ ายต่างๆ ให้เกิด ใจสงสัยใคร่รู ้อยากจะสืบเสาะ
พูดถึงหมื่อวี้ ตอนที่อยู่ใบถงทวีป ต่อให้ไม่เคยย่างเท้าลงมาจาก เรือก็ชักนาให้สตรีกี่มากน้อยที่อยู่ตรงท่าเรือหลงรักเขาได้ทันทีตั้งแต่ แรกเห็น เกิดใจเลื่อมใสบูชา?
้
เดิมทีเว่ยป้ อคิดว่าเซี่ยโก่วจะยังพูดอะไรอีก แต่กลับเห็นเด็กสาว สวมหมวกขนเตียวกลับท าแก้มป่อง กะพริบตาปริบๆ
คล้ายกับต้องการใช ้สายตาบอกเป็ นนัยว่าท าไมเว่ยป้ อเสิน จวินถึงยังไม่กลับไปสักทีเปลี่ยนใจแล้วหรือ คิดจะอยู่คุยกันสักหลายๆ ประโยคหรือ?
เว่ยป้ อหันไปมองทางเรือนไม้ไผ่ที่ประตูใหญ่ปิดสนิท เงียบคิดอยู่ ครู่หนึ่งก็เตรียมจะบอกลา หดย่อพื้นดินกลับไปยังสถานที่อ่านตารา ของตน แต่กลับได้ยินเสียงอาเจียนดังขึ้น
เว่ยป้ อรีบหันหน้าไปมองก็เห็นว่าเซี่ยโก่วหันหลังให้ตน ถือชาม เอาไว้ อาเจียนใส่ชาม
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวยกหลังมือขึ้นเช็ดมุมปาก ไม่ได้หัน หน้ามาอธิบายอะไรคงจะรู ้สึกลาบากใจอย่างที่ไม่เคยเป็ นมาก่อน กระมัง?
ถึงอย่างไรเว่ยป้ อก็เข้าอกเข้าใจคนอื่นได้เป็ นอย่างดี ได้แต่ทา เป็ นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเตรียมจะกลับไปที่ภูเขาพีอวิ๋นแล้ว แต่กลับ เห็นว่าเซี่ยโก่วเงยหน้า “กระดกดื่มรวดเดียวหมด”
คราวนี้ถึงคราวของเว่ยป้ อที่เป็ นโรครักสะอาดที่เกือบจะอดไม่ ไหวอาเจียนแห้งๆ ออกมาบ้างแล้ว
เซี่ยโก่วทาปากแจ็บๆ พึมพาว่าทุกเม็ดล้วนยากลาบาก เปลี่ยน จากฟุ่ มเฟือยมาเป็ นประหยัดช่างยากจริงๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมา
้
พูดกลั้วหัวเราะว่า “เย่โหยวเสินจวิน เพิ่งจะนึกได้ว่ามีเรื่องหนึ่งต้อง พูดคุยกับเจ้าเสียหน่อย”
เว่ยป้ อยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ไม่รีบร ้อน” เย่โหยวเสินจวินอะไรกัน ดูเหมือนว่าจะไม่อาจนับเป็ นอะไรได้แล้ว เซี่ยโก่วกล่าว “เรื่องสาคัญ จะถ่วงเวลาล่าช ้าไม่ได้”
เว่ยป้ อถอนหายใจเบาๆ อยู่ในใจ นั่งลงบนขั้นบันได “ลองว่ามา สิ”
คาพูดที่เซี่ยโก่วเอ่ยต่อมาไม่ใช่เรื่องเล็กอะไรเลยจริงๆ นางพูดถึง การค้าระหว่างภูเขาเจินอู่กับภูเขาลั่วพั่วก่อน นี่หมายความว่าภูเขา หลงจี๋ที่ต้าหลีจดบันทึกไว้อย่างลับๆ ว่ามีชื่อว่า “ภูเขาเจี่ยลิ่ว” แห่งนี้ ขอแค่ศาลลมหิมะกับสานักกระบี่หลงเฉวียนพยักหน้าตอบตกลงก็มี โอกาสที่จะมาอยู่ในนามของภูเขาลั่วพั่วอย่างเป็ นทางการ ส่วนทาง ฝั่งสกุลซ่งต้าหลี คาดว่าคงกลัวแต่ว่าเจ้าขุนเขาจะไม่เปิดปากพูดเรื่อง นี้กระมัง เว่ยป้ อรู ้ใจได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยบอกว่าตนจะช่วยอธิบาย เรื่องนี้ให้ทางฝั่งของศาลลมหิมะกับหร่วนฉงทราบเอง หลังจากนั้นก็ เป็ นภูเขาลั่วพั่วที่จะได้ซื้อภูเขาสร ้างกิจการใหญ่อย่างที่วางแผนมา นานแล้ว เหตุผลเดียวกัน คนที่อยากกระตุ้นเรื่องนี้ให้สาเร็จมากที่สุด ยังคงเป็ นราชส านักต้าหลี พวกเขาร ้อนใจยิ่งกว่าภูเขาลั่วพั่วเสียอีก
้
ตอนที่ถ้าสวรรค์หลีจูหล่นลงพื้นและหยั่งรากสู่ดิน กลุ่มภูเขา ตะวันตกของเมืองเล็กซึ่งรวมถึงภูเขาพีอวิ๋นเป็ นหนึ่งในนั้น มีทั้งหมด หกสิบสองลูก
นับตั้งแต่สานักกระบี่หลงเฉวียนเป็ นฝ่ ายยกพื้นที่ให้กับภูเขาลั่ว พั่วด้วยตัวเองทุกวันนี้ ยังมีพรรคตระกูลเซียนน้อยใหญ่อีกสิบกว่า
แห่งที่ถือว่าบากหน้าอยู่ต่อไม่ยอมย้ายไปไหน
หร่วนฉงคือผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของราชสานักต้าหลี เป็ นแขก ผู้มีเกียรติของฮ่องเต สองยุคของสกุลซ่ง ก็ยังต้อง “หลีกเลี่ยงข้อ ครหา” ถึงเพียงนี้ ก็ไม่แปลกที่พรรคสิบกว่าแห่งนั้นจะคิดมาก จะเป็ น กังวล
เป็ นเพราะตัดใจย้ายออกไปจากที่นี่ไม่ได้จริงๆ เนื้ออวบอ้วนที่มา จ่อรออยู่ตรงปากยังไม่ทันได้กลืนลงไปก็ต้องคายออกมาข้างนอก แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่ยินดีทั้งนั้น
พวกเขาทั้งไม่ยินดีที่จะทาการค้าไม่ได้กาไรหรือแม้กระทั่ง ขาดทุน ทั้งกังวลด้วยว่าเพราะความไม่รู ้กาลเทศะของตนจะท าให้เกิด ความสัมพันธ ์ที่เลวร ้ายกับภูเขาลั่วพั่วซึ่งเป็ นบุคลยิ่งใหญ่ ถูกอีกฝ่ าย อาฆาตแค้น
แต่พวกเขาก็ไม่มีสถานะของหร่วนฉง และไม่มีหน้าของหลิว เสี้ยนหยางที่จะขอให้เว่ยเสินจวินช่วยย้ายภูเขาให้ด้วยตัวเองได้
้
คนมีตาล้วนรู ้ว่าภูเขาลั่วพั่วเป็ นใหญ่เพียงหนึ่งเดียวอยู่ในฉู่โจว ใหม่ ใครจะปล่อยให้คนอื่นมานอนกรนอยู่ข้างเตียง คือกระแสคลื่น แห่งโลกโลกีย์ คือแนวโน้มของสถานการณ์ตั๊กแตนราข้าวมาขวาง หน้ารถ จะขวางย่อมขวางไม่อยู่
ตอนนั้นเว่ยป้ อย้ายภูเขาเจ็ดลูกซึ่งมีภูเขาเสินซิ่วเป็ นหนึ่งในนั้น ภูเขาพวกนี้ถูกซื้อมาอยู่ในมือโดยแบ่งซื้อเป็ นสองครั้ง ครั้งแรกสาม ครั้งหลังสี่ ครั้งที่สองในภูเขาสี่ลูก มีลูกหนึ่งที่ยกให้เป็ นพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมของสวีเสี่ยวเฉียว ชื่อเดิมคือยอดเขาจูไห่ภูเขาจู้ซาน และยัง มี ยอดเขาโหยวอี้ที่มีเซียนกระบี่หลิวเจ้าสานักคนใหม่เฝ้ าพิทักษ์
ภูเขาหลังอ๋าวแห่งนั้นภูเขาลั่วพั่วยกให้เกาะจูไชเช่าโดยมีสัญญา เป็ นอักษรด าบนกระดาษขาว ทั้งสองฝ่ ายยังเป็ นพันธมิตรกันมานาน มากแล้ว หลิวจ้งรุ่นที่ย้ายออกจากทะเลสาบซูเจี่ยมาอยู่ที่นี่ ว่ากันว่า นางกับเจ้าขุนเขาเฉินได้รู ้จักกันตอนที่มีอันตราย หลิวจ้งรุ่นกับผู้ฝึก ตนหญิงกลุ่มนั้น แน่นอนว่าไม่ต้องมีความกังวลในข้อนี้
ส่วนยอดเขาอีไต้ที่เป็ นภูเขาเบื้องล่างของพรรคหวงเหลียงก็มี ความสัมพันธ ์ที่ ปรองดองกับภูเขาลั่วพั่วอย่างมาก เด็กสาวชุด กระโปรงชมพูมักจะเอาผลผลิตพิเศษมาส่งให้บนภูเขา การปฏิบัติ เช่นนี้ คนนอกอิจฉาก็ยังอิจฉาไม่ไหว
ดังนั้นรอกระทั่งภูเขาเที่ยวอวี๋กับเนินฝูเหยาถูกภูเขาลั่วพั่วเก็บมา เป็ นของในกระเป๋ าเจ้าของภูเขากลุ่มที่ยังอยู่ต่อในฉู่โจวใหม่พอได้ยิน
้
ข่าวก็เคลื่อนไหวทันที เริ่มไปสืบข่าวจากทั่วทุกหนแห่ง สอบถามถึง ราคา
พรรคบางแห่งที่อยู่ในฉู่โจวก็ได้ส่งกระบี่บินสื่อสารเรื่องนี้กับบน ภูเขาซ้าไปซ้ามา แต่ละคนต่างก็ร ้อนใจราวไฟลน ภูเขาลั่วพั่วก็เป็ น ฝ่ายเปิดราคามาเจรจากับพวกเราสิ!
มีครั้งหนึ่งในการประชุมของศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เซ่อ ความหมายของเฉินผิงอันผู้เป็ นเจ้าขุนเขาก็คือในอนาคตร ้อยปี พยายามให้สามารถครอบครองภูเขาได้ครึ่งหนึ่ง
ท่ามกลางขั้นตอนที่ค่อยๆ รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็ นหนึ่งเดียวกัน นี้ แน่นอนว่าภูเขาลั่วพั่วไม่อาจทาเรื่องอย่างการบังคับซื้อบังคับขาย ได้ จะต้องให้ราคาอย่างเป็ นธรรม ทุกคนล้วนพึงพอใจจึงจะดี
เซี่ยโก่วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “อย่าเข้าใจผิดนะ ภูเขาลั่วพั่วของ พวกเราคือคนที่จริงจังไม่เคยอาศัยอานาจรังแกคนอื่น ทาการค้า ส่วนที่ควรจ่ายเงินก็จ่ายเงิน มีเพียงจะเพิ่มราคาไม่เคยขอลดแน่นอน”
เว่ยป้ อยิ้มเอ่ย “ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียวเท่านั้น”
เซี่ยโก่วกล่าว “ใช ้สิ่งของแลกเปลี่ยนสิ่งของ ใช ้สมบัติ แลกเปลี่ยนภูเขาก็ได้เหมือนกัน สมบัติอาคมและอาวุธวิเศษที่กองกัน อยู่ในคลังสมบัติของภูเขาลั่วพั่วนั้นล้วนสามารถเอามาหักเป็ นเงิน เทพเซียนได้ นอกจากนี้พวกเรายังสามารถช่วยค้นหาภูเขาใน สถานที่แห่งอื่นได้โดยภาพรวมก็คือเป็ นวิธีการแลกเปลี่ยนที่ใช ้เงิน
้
เทพเซียนก้อนหนึ่งบวกกับสมบัติอีกสี่ห้าชิ้นและภูเขาหนึ่งลูก ไม่กลัว ว่าอีกฝ่ ายจะเป็ นสิงโตอ้าปากกว้าง กลัวก็แต่ว่าอีกฝ่ ายจะไม่ยอมเปิด ปากมากกว่า”
“เจ้าขุนเขาถึงขั้นยังบอกด้วยว่าพรรคจวนเซียนบางแห่งที่ผ่าน การตรวจสอบอย่างละเอียดจากจวนซานจวินมหาบรรพตอุดรว่ามี ชาติกาเนิดที่สะอาดบริสุทธิ์แล้วก็สามารถเชื้อเชิญให้บางท่านมาเป็ น สมาชิกศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เช่อ รับหน้าที่เป็ นเค่อชิงที่ได้รับการ บันทึกชื่อได้ “ในอนาคตก็สามารถส่งตัวอ่อนผู้ฝึกตนสองถึงสามคน ให้ไปฝึ กวิชาเซียนชั้นสูงที่ภูเขาเที่ยวอวี๋ จานวนคนจะมากกว่านี้ ไม่ได้แล้ว เรื่องของการถ่ายทอดมรรคาจาเป็ นต้องระมัดระวัง เรื่อง ของการถามมรรคาจะเป็ นเรื่องง่ายผ่อนคลายได้อย่างไร แน่นอนว่า เมื่อเป็ นเช่นนี้ราคาภูเขาก็จะต้องคิดกันใหม่”
เว่ยป้ อพยักหน้ารับถี่ๆ เพียงแต่ว่าตอนได้ยินคาว่า “วิชาเซียน ชั้นสูง” ก็อดสงสัยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่ภูเขาเที่ยวอวี๋ถ่ายทอดวิชาแบบ ใดกัน? นักพรตของภูเขาเถาฝูเหล่านั้น หากพวกเขาจะถ่ายทอดวิชา ที่แท้จริงเกรงว่าคงจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดกระมัง แต่หากจะบอกว่า เป็ นเฉินผิงอันที่มีวิชาความรู ้หลากหลายก็ง่ายดายเหมือนคัดผักจริงๆ เลือกวิชาสองสามชนิดมาถ่ายทอดให้กับผู้อื่น แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่า ไม่ว่าจะเป็ นผู้ฝึกตนหรือผู้ฝึกยุทธที่อยู่บนภูเขาเที่ยวอวี๋ เฉินผิงอันก็ ไม่ได้ใส่ใจคนทั้งสิบหกคนนั้นสักเท่าไร กลับกันยังจงใจเว้นระยะห่าง
้
แต่พ่อครัวเฒ่าก็ช่วยอธิบายแทนเจ้าขุนเขาว่า นี่เรียกว่าใส่ใจไม่ วอกแวก
เซี่ยโก่วยิ้มเอ่ย “ก่อนที่กานธรรมดาจะไปอยู่ที่กาแพงเมืองปราณ กระบี่ ก็ยังพอจะมีวิชาที่ไม่ธรรมดาติดกายอยู่หลายบท ให้เขาเป็ นคน สอนพวกเขาด้วยตัวเองก็ไม่มีข้อห้ามบนภูเขาอะไร”
“แล้วนับประสาอะไรกับที่ข้าเองก็มีวิชาพื้นฐานที่ตื้นเขินอยู่หลาย วิชา คือวิชาหลอมลมปราณชั้นสูงที่ต่ากว่าเซียนดินลงไปปรารถนา แม้ในยามหลับฝัน ไม่ใช่ว่าข้าชมตัวเองหรอกนะ แต่มันคือวิชาขึ้น เขาที่มั่นคงที่สุดแล้ว ก็เหมือนโจ๊กที่บารุงกระเพาะอาหารสามารถ บารุงจิตวิญญาณได้ ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวก็คือเรียกร ้องคุณสมบัติ ของผู้ฝึกค่อนข้างสูง ยามที่ฝึกฝนขึ้นมาก็มีธรณีประตูที่ไม่ต่า ดังนั้น ผู้ถวายงานอันดับรองอย่างข้าถึงได้กล้าร่วมมือกับกานธรรมดา อย่างไรเล่า ผู้มีพรสวรรค์ย่อมมีวิชาการฝึกตนของผู้มีพรสวรรค์คน ไร ้ความสามารถก็มีวิชาขึ้นเขาของคนไร ้ความสามารถ ฮ่าๆ สอง ฝ่ ายร่วมมือกัน รวบแหในทีเดียว ใครเล่าจะไม่รู้สึกว่ามาแล้วได้ก าไร”
เว่ยป้ อยิ้มเอ่ย “เมื่อเป็ นเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะเจรจากันไม่ได้ อันที่จริง รอให้เฉินผิงอันได้เป็ นราชครูแล้ว และราชส านักต้าหลีป่ าวประกาศ เรื่องนี้ต่อหนึ่งทวีป บางทีอาจจะเจรจากันได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม”
การค้าแน่นอนว่ายังคงเป็ นการค้า เพียงแต่ว่าจะค่อนข้างไม่มี คุณธรรม
้
เซี่ยโก่วดวงตาเป็ นประกาย เบ้ปาก “ก็ใช่น่ะสิ ข้าก็หมายถึงแบบ นี้แหละ แต่เจ้าขุนเขาของพวกเราไม่ยินดีจะเจรจาการค้าเช่นนี้ ข้าที่ เป็ นอันดับรองจะมีวิธีอะไรได้อีกเล่า”
เว่ยป้ อนึกคากล่าวหนึ่งขึ้นมาได้จึงยิ้มถามว่า “ใช่แล้ว ไม่ใช่สี่ ยักษ์ใหญ่ของภูเขาลั่วพั่วหรอกหรือ? ท าไมเจ้าถึงบอกว่าเป็ นห้ายักษ์
ใหญ่ล่ะ?”
เพราะมีหมี่ลี่น้อย เว่ยป้ อจึงค่อนข้างจะเข้าใจสถานการณ์น้อย ใหญ่ของภูเขาลั่วพั่วได้เป็ นอย่างดี
“ขุนนางผู้สูงศักดิ์” “อัครเสนาบดีในภูเขา เหล่าเจ้ากรม” ที่ สถานะโดดเด่นสี่คนนั้นได้แก่จูเหลี่ยน ฉางมิ่ง เหวยเหวินหลง เจียง
ช่างเจิน
เซี่ยโก่วมองเว่ยป้ อ
เว่ยป้ อมึนงง ไม่เข้าใจอย่างสิ้นเชิง
เซี่ยโก่วจึงอธิบายเสียงเบาว่า “ในบรรดาสี่ยักษ์ใหญ่ยังขาดขุน นางผู้มีคุณูปการที่อยู่เบื้องหลังไป พอข้าได้ยินก็โมโห ยิ่งคิดก็ยิ่ง โมโห ก็เลยเพิ่มเย่โหยวเสินจวินเข้าไปเองโดยพลการ หมี่ลี่น้อยรู ้สึก ว่าความคิดนี้ดีมาก แสดงออกถึงการคล้อยตาม ไม่มีความเห็นต่าง ทาไม หมี่ลี่น้อยยังไม่ได้ไปบอกข่าวดีนี้ให้แก่เย่โหยวเสินจวินที่ภูเขา พีอวิ๋นหรือ?”
เว่ยป้ อยังคงคลี่ยิ้มละไม “ข้าต้องขอบคุณเจ้านะ”
้
ก่อนหน้านี้เว่ยป้ อยังรู ้สึกว่าคาเรียกขานนี้น่าสนใจอย่างมาก แต่ พอถึงสุดท้ายจริงๆ ตนก็ต้องกลายเป็ นตัวตลกด้วยหรือ?
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวโบกมือเป็ นวงกว้าง “ไม่ต้องขอบคุณ จะเกรงใจกันไปไย ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร ้องพอดี รบกวนเย่สวิน จวินช่วยสานสะพานเป็ นพ่อสื่อให้ที”
เว่ยป้ อหัวเราะร่วน เจ้าตัวดี นี่ก็คือต้องการให้ตนใช ้คุณธรรม ตอบแทนความแค้นหรือ?
เซี่ยโก่วกดเสียงลงต่า “เป็ นเพราะเจ้าขุนเขาไม่รังเกียจ ข้าขึ้น เขามาช ้า อยู่ดีๆ ก็มีสถานะสูงศักดิ์ขึ้นมา ขโมยตาแหน่งสูงมาเป็ น ของตน กังวลว่าจะท าให้ผู้คนยอมรับไม่ได้ ก็เลยใช ้สติปัญญาและ แรงกายจนหมดสิ้น ในที่สุดก็คิดหาวิธีการที่จะชดเชยออกมาได้”
รอยยิ้มที่เดิมทีก็แข็งเกร็งอยู่แล้วของเว่ยป้ อยิ่งไม่เป็ นธรรมชาติ มากขึ้น
นั่นเป็ นเพราะถูกคาพูดที่สุภาพไพเราะแต่ฟังแล้วระคายหูทาให้ รู ้สึกสะอิดสะเอียน
มารดามันเถอะ ให้ข้ามาที่เนินฝูเหยานี่ข้าไม่มาแล้ว คราวหน้า ค่อยให้เฉินผิงอันไสหัวไปที่ภูเขาพีอวิ๋นเอง ไปคุยเรื่องนั้นกับข้า
แต่เซี่ยโก่วกลับยังพูดต่อไปด้วยสีหน้าสดใส นางดีดลูกคิดเล็กๆ ไปด้วย “เพื่อนบ้านใกล้เคียงสองคนของภูเขาลั่วพั่วในทุกวันนี้ เนินฝู เหยากับภูเขาเที่ยวอวี๋ต่างก็กลายมาเป็ นภูเขาใต้อาณัติแล้ว เหลือแค่
้
ยอดเขาเทียนตูที่อยู่ห่างไปแค่ไม่กี่ก้าวแห่งนั้นซึ่งดูโดดเดี่ยว เดียวดาย น่าสงสารยิ่งนัก ข้าก็เลยอยากจะแอบซื้อเอาไว้โดยไม่บอก เจ้าขุนเขาและเสี่ยวโม่ของข้า ขึ้นเขาถามนายพราน ลงน้าถาม ชาวประมง กฎข้อนี้ มารยาทเล็กน้อยข้อนี้ ข้ายังพอจะเข้าใจอยู่บ้าง”
เว่ยป้ อไม่พูดอะไรสักค าเดียว