กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1099.4 เป็ นใคร
อันที่จริงเฒ่าหูหนวกมองออกถึงความเหนื่อยล้าของอิ่นกวาน หนุ่ม เขาไม่กล้าคิดเลยจริงๆ ว่าทุกวันนี้ยังจะมีใครที่ทาให้เขา บาดเจ็บสาหัสแบบนี้ได้อีก เฒ่าหูหนวกที่อยู่ในก าแพงเมืองปราณ กระบี่ยึดหลักที่ว่ามีเรื่องเพิ่มขึ้นหนึ่งเรื่องไม่สู้มีเรื่องน้อยลงหนึ่งเรื่อง มาโดยตลอด เคยชินกับการไม่ถามไม่สนใจกับสิ่งใด ดังนั้นจนถึง ตอนนี้ก็ยังไม่เปิดปากสอบถามถึงสาเหตุของเรื่องนี้ เฒ่าหูหนวกเป็ น ฝ่ายยกชามเหล้าขึ้นก่อน “ข้าขอดื่มแทนสหายเฉินหนึ่งชาม”
เหวยอวี้เตี้ยนดื่มเหล้าเงียบๆ หมดไปแล้วก็ยิ้มเจื่อนเอ่ยว่า “ไม่ เหมือนหลิวเสียทวีปของพวกเราที่ใต้ต้นสนต้นป่าย หญ้าประเภทอื่น ยากที่จะเติบโต”
ใบหน้าของเฉินผิงอันประดับยิ้มน้อยๆ คล้ายฟังความนัยใน ค าพูดของนางไม่ออก
เฒ่าหูหนวกรู ้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง นางเพิ่งจะดื่มเหล้าไปครึ่ง จินก็เริ่มพรั่งพรูความในใจออกมาแล้วหรือ?
เหวยอวี้เตี้ยนเค้นรอยยิ้มส่งมาให้ “เมื่อก่อนอาจารย์มักจะพร่า พูดบ่อยๆ ว่าหลอมกระบี่ต้องผ่านภูเขาห้อยหัว ฝึ กวิชาเซียนต้อง เรียนรู ้เป็ นเทียนเซียน เวทกระบี่และคาถาเซียนล้วนพุ่งตรงไปสู่มหา มรรคา”
เฒ่าหูหนวกเอ่ยคล้อยตาม “เป็ นความคิดเห็นที่ดี”
สบตากับใต้เท้าอิ่นกวาน
วันหน้าเมื่อไปถึงภูเขาลั่วพั่วคงไม่ถึงขั้นต้องร่วมงานเลี้ยงบนโต๊ะ สุราแบบนี้ทุกวันหรอกกระมัง?
แน่นอนว่าไม่ต้อง ภูเขาลั่วพั่วเงียบสงบอย่างมาก กลัวก็แต่เจ้าจะ รู ้สึกว่าไม่ครึกครื้นมากพอ
เหวยอวี้เตี้ยนมองไปทางถนนดินเหลืองนอกประตู ได้ยินนางเอ่ย ปลงอนิจจังว่า “ลมและเมฆมาพบเจอกัน สงครามปะทุทั่วสารทิศ กาลังอานาจหมุนวนเข้าน้าหั่น มังกรและงูผงาดขึ้นจากปฐพี ผู้คน แห่งยุคนั้นเฉิดฉายดั่งเหยี่ยวดั่งอินทรี”
เฒ่าหูหนวกมองไปทางเฉินผิงอันอีกครั้ง นางคิดจะทาอะไรกัน แน่? จะดีจะชั่วก็เป็ นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกาเนิดที่มาจากสานักแห่ง หนึ่ง จาเป็ นต้องควักใจออกมาให้พวกเขาสามคนดูด้วยหรือ?
นางลูบเส้นผมตรงจอนหู ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า จอกสุรายังเต็ม เปี่ยม
ในฝูงมหาชนที่เต็มไปด้วยความถูกและความผิด การเดินตรงไป บนเส้นทางข้างหน้าช่างยากล าบาก
ภัยภายในและภัยภายนอกของตระกูล ความกังวลใกล้และความ ทุกข์ห่างไกลของสานัก ทาให้นางที่จิตแห่งมรรคาใสกระจ่างมาโดย ตลอดรู ้สึกว่าหนทางเบื้องหน้าช่างเลือนรางเหลือเกิน
แล้วนับประสาอะไรกับที่เหวยอวี้เตี้ยนยังได้รับจดหมายลับฉบับ หนึ่งที่เขียนด้วยลายมือของเจ้าประมุขเอง บอกว่าใครบางคนได้อยู่
ระหว่างเดินทางมาเยือนสถานที่แห่งนี้แล้ว
นางคือก่อกาเนิด ทั้งยังไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ แล้วควรจะสลัดการตาม ตอแยของเซียนกระบี่ขอบเขตหยกดิบคนหนึ่ง อีกทั้งภายนอกเขายัง เป็ นฝ่ายที่มีเหตุผลและคุณธรรมได้อย่างไร?
“บอกตามตรง เจ้าประมุขได้ให้ค าท านายต่อหวังเคอลูกศิษย์คน นี้ของข้า มีตัวอักษรทั้งหมดสิบแปดตัว ตอนอยู่ล่างภูเขาคิดอย่างไรก็ คิดไม่ออก แต่ทุกวันนี้ก็ถือว่าคาทานายเป็ นจริงแล้ว”
เหวยอวี้เตี้ยนบอกให้หวังเคอมานั่งลงด้วยกัน ใช ้เสียงในใจ พูดคุยกับทุกคนว่า “หอเซิ่นจงถ่ายทอดตาราม่วง ถือกระบี่สั้นอย่าง ตั้งใจ สังหารก่อนแล้วจึงอธิบายทีหลัง”
เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ กึ่งหลับกึ่งตื่น หรี่ตาลง คล้ายงีบหลับ
เหวยอวี้เตี้ยนกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ลูกศิษย์คนนี้ของข้าได้รับ โชควาสนาอย่างหนึ่งหวังเคอ ไม่ต้องจงใจปิดบังเรื่องนี้หรอก เจ้าบอก กับผู้อาวุโสทั้งสามคนไปตามจริงได้เลย”
เห็นได้ชัดว่าหวังเคอไม่เต็มใจเท่าใดนัก แต่ในเมื่ออาจารย์พูด แล้ว เขาก็ได้แต่หยิบกระบี่สั้นทองสัมฤทธิ์เกรอะสนิมเล่มหนึ่งออกมา จากชายแขนเสื้อ “ข้าบังเอิญได้กระบี่สั้นเล่มนี้มาจากอารามที่ถูกทิ้ง ร ้างแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่าอารามจั้งเหริน ไม่รู ้ว่าเป็ นของยุคไหน มี ตัวอักษรแกะสลักไว้สองตัวคือค าว่าจ้าวและค าว่าสวี”
เฉินผิงอันเลิกเปลือกตาขึ้น ยิ้มอธิบายว่า “ไม่จาเป็ นต้องคาดเดา จ้าวก็คือแซ่ของแคว้น สวีคือแซ่ของคน”
กริชจ้าวในชายแขนเสื้อ ซื้อโดยสวีฮูหยิน
เด็กหนุ่มกึ่งเชื่อกึ่งกังขา
โยวอวี้มึนงงไปอย่างสิ้นเชิง คงไม่ใช่ว่าผู้ฝึกบาเพ็ญตนของใต้ หล้าไพศาลต่างก็จริงใจต่อกันอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าเจอใครก็พูดความ ในใจออกไปอย่างหมดเปลือกหรอกกระมัง?
เฒ่าหูหนวกเพียงแค่ใช ้เสียงในใจถามว่า “ใต้เท้าอิ่นกวาน ท่าน มีความรู ้กว้างขวางช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม? หากนางยังจริงใจจน เหมือนเห็นข้าเป็ นบรรพบุรุษของนางอย่างนี้ ข้ารู ้สึกใจฝ่ออยู่มากนะ”
เฉินผิงอันเอ่ยเนิบช ้าว่า “ว่ากันว่าในอาณาเขตของราชวงศ์แห่ง หนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกับตระกูลของเหวยอวี้เตี้ยน มีสานักใหม่แห่งหนึ่ง ก่อตั้งขึ้นมา บีบคั้นผู้คน หมายจะช่วงชิงบัลลังก ์อันดับสามในนาม ของหลิวเสียทวีปไปจากพรรคกระบี่ซ่างซื่อ”
“คนมาทีหลังที่โดดเด่นซึ่งเพิ่งเปิ ดภูเขามาไม่ถึงร ้อยปี นี้ มี ความสัมพันธ ์ที่ไม่เลวกับภูเขาชิงกงและถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ เจ้าส านัก อายุน้อยผู้นั้นมีความสัมพันธ ์ที่ซับซ ้อนกับตระกูลเหวย พรรคกระบี่ ซ่างซื่อจึงกดดันค่อนข้างมาก”
“คาดว่านางคงเห็นผู้อาวุโสมีกลิ่นอายมรรคาที่ลึกล้า โรคกาเริบ หนักก็เลยหาหมอส่งเดช คิดอยากจะหากองกาลังภายนอก ทางที่ดี ที่สุดคือต้องมีความเกี่ยวข้องกับกาแพงเมืองปราณกระบี่ เพื่อให้อีก ฝ่ายไม่กล้าลงมือท าอะไรบุ่มบ่าม”
“ในพรรคของนางมีการก่อตั้งตาแหน่งขุนนางพิธีการ มีชื่อว่า กวานเจ่อ ทุกครั้งที่หากมีงานพิธีเฉลิมฉลอง สามสายอย่างหลีซาน ชิงหยางและชุนฝูจะต้องส่งคนมาหนึ่งคน จาเป็ นต้องเป็ นผู้ฝึกกระบี่ ห้าขอบเขตกลางถึงจะมารับตาแหน่งนี้ได้ คนหนึ่งในนั้นมีชาติกาเนิด มาจากเชื้อพระวงศ์ เป็ นเพื่อนสนิทกับสู่จ้งสู่นายน้อยของถ้าสวรรค์ เทียนอวี๋ ไม่รู ้ว่าเหตุใดอดีตกวานเจ่อที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร ์ ของพรรคกระบี่ซ่างซื่อ คนที่เคยถูกฝากความหวังไว้มากผู้นี้ถึงได้ถูก ตัดชื่อออกจากทาเนียบศาลบรรพจารย์ ถูกขับไล่ออกจากอาณาเขต ของส านัก”
“ข้าเดาว่าเจ้าประมุขของนางนอกจากจะช่วยหวังเคอท านายแล้ว ก็ได้ช่วยท านายให้นางด้วยเช่นกัน มาอยู่ที่นี่ก็น่าจะได้ทั้งหลบเลี่ยง การแต่งงานและหลบหายนะไปได้พร ้อมกัน”
“ยกตัวอย่างเช่นท านายมาได้นานแล้วว่านางอาจจะได้มาเจอ ยอดฝีมือ เซียนกระบี่ผู้อาวุโสที่อาพรางตัวอย่างลึกล้าอย่างผู้อาวุโส หลงเซิงที่นี่”
เฒ่าหูหนวกดวงตาเป็ นประกายวาบ มองข้ามคาว่าเซียนกระบี่ผู้ อาวุโสไม่เซียนกระบี่อะไรนั่นไป “หนีการแต่งงาน? ในเรื่องนี้นอกจาก ความแค้นต่อบ้านเมืองและความไม่พอใจต่อส านักแล้ว หรือว่าจะยังมี เรื่องราวความรักหวานแหววอะไรอยู่ด้วย?”
เฉินผิงอันไม่พูดอะไรอีก เขาไม่อยากคุยเรื่องนี้ ได้เจอกับเฒ่าหู หนวก พูดคุยกันสองสามประโยคแล้วก็แค่รอหวนกลับไปเมืองหลวง แคว้นอวี้เซวียนตามเวลาที่กาหนดเท่านั้น
แน่นอนว่าเฒ่าหูหนวกไม่ได้หลงใหลในความงามของเหวยอวี้ เตี้ยน คนที่อายุและขอบเขตขนาดเขา มองความงามบนโลกมนุษย์ ผ่านตาไม่ผ่านใจ
แล้วนับประสาอะไรกับที่การฝึกตนในชีวิตของกานถังก็มองเรื่อง ความรักชายหญิงอย่างเฉยชามาก เดิมทีเขาก็ไม่สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว
ส่วนเวทอ าพรางตาอ่อนด้อยของเหวยอวี้เตี้ยน เฒ่าหูหนวกมอง ทะลุได้ในปราดเดียวรูปโฉมของนางคู่ควรกับค าว่าล่มเมืองอย่าง แท้จริง รูปร่างก็ยิ่งน่ามอง ส่วนที่ควรผอมก็ผอมจนน่าเหลือเชื่อ ส่วน ที่ควรอวบอิ่มก็ยิ่งอวบอิ่มจนทาให้ชุดคลุมอาคมตัวหลวมโพรกของ
นางยังคงนูนเด่นได้ ทั้งๆ ที่มีรูปโฉมบริสุทธิ์ผุดผ่องประดุจดอกฝูหรง ผุดพ้นน้า ทว่ากลับมีเสน่ห์พร่างพราย
เหวยอวี้เตี้ยนมองบุรุษวัยกลางคนที่มีกลิ่นอายขุนนางเข้มข้น แล้วบากหน้าเอ่ยว่า “ขอละลาบละล้วงถามนามและจวนเซียนของ เซียนกระบี่ได้หรือไม่?”
นางกลับเห็นเพียงว่ามือกระบี่ชุดเขียวผู้นั้นหลับตาพักผ่อน วางท่าชัดเจนว่าไม่อยากมาลุยน้าขุ่นบ่อนี้ ไม่ต้องการเข้าร่วม ความแค้นส่วนตัวของนาง
แต่การที่นางทาหน้าหนาเช่นนี้ก็เพราะคว้าฟางช่วยชีวิตเส้น สุดท้ายเอาไว้ได้จริงๆ เนื่องจากในคาทานายของเจ้าประมุขมีประโยค ที่ว่า “เจอมังกรแล้วหยุด เจอเขียวยินดี
ต่อให้เหวยอวี้เตี้ยนจะหน้าหนาแค่ไหนก็ไม่อาจบังคับให้เขาทา อะไรได้ คิดไปคิดมาก็ได้แต่วางความคิดในใจไว้ชั่วคราว เอ่ยขอตัว พาลูกศิษย์เดินกลับไปที่โต๊ะคิดเงิน
เฒ่าหูหนวกสะบัดชายแขนเสื้อ นับนิ้วคานวณทาการทานาย
สวรรค์ไม่เป็ นใจ ดวงด้านความรักบางเบา ดังนั้นจึงมิอาจได้คน งามล่มเมืองมาครอบครอง
อย่าเห็นว่าเฒ่าหูหนวกอยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่แล้วไม่มีใคร เห็นเขาอยู่ในสายตาในความเป็ นจริงแล้วเขาเป็ นคนมีความรู้
ความสามารถมาก เพราะอยู่ในคุกแห่งนั้นก็ต้องหาเรื่องอะไรมาทาฆ่า เวลากันบ้าง
เสียงพูดคุยในร ้านเหล้าจอแจ คนที่ดื่มจนเมามายก็อดจะพูดถึง ศึกโจมตีและป้ องกันที่หัวกาแพงเมืองครั้งนั้นไม่ได้ มีคนที่โทษเซียน กระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสว่าทั้งๆ ที่วิชาอภินิหารเวทกระบี่สูงขนาดนั้น ไฉน จึงปล่อยกระบี่ออกไปแค่ครั้งเดียว มีคนถามว่าเฉินซีไปอยู่ที่ใด แล้วก็ มีคนเลื่อมใสฉีถึงจี้กับสานักกระบี่หลงเซี่ยง ยิ่งมีคนที่เอ่ยชมเชยผู้ฝึก กระบี่ต่างถิ่นของคฤหาสน์หลบร ้อนอย่างพวกหลินจวินปี้ไม่ขาดปาก เพียงแต่ว่าเมื่อมีคนพูดถึงอิ่นกวานคนสุดท้ายที่มีหน้ามีตาอย่างถึง ที่สุดผู้นั้นกลับมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น มีทั้งในแง่ดีและแง่ร ้ายฝ่ าย แรกบอกว่าเขาสามารถแกะสลักตัวอักษรลงบนหัวก าแพงเมืองได้ แล้วยังจะให้ท าอย่างไรอีก? ฝ่ ายหลังบอกว่าเขานั่งบัญชาการณ์การ สู้รบอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน ฝีมือธรรมดาอย่างมาก ไม่โดดเด่นเลย สักนิด…
โยวอวี้ก้มหน้าหรี่ตา นิ้วหัวแม่มือของมือที่ถือตะเกียบขยับถูกับ นิ้วชี้ด้วยความเคยชิน
ลูกค้าเจ็ดแปดโต๊ะคือผู้ฝึกลมปราณสามสิบกว่าคนที่มาจากทวีป ต่างๆ ในไพศาล พอพูดถึงอิ่นกวานหนุ่มคนนั้นก็เกิดฮึกเหิม ต่างคน ต่างยึดถือในความคิดของตัวเอง ผู้ฝึกตนอายุน้อย หากเป็ นบุรุษส่วน ใหญ่จะพูดถึงเขาในแง่ร ้าย สตรีส่วนใหญ่จะชื่นชมเขา
เหวยอวี้เตี้ยนทนฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ อดไม่ไหวเปิ ดปากแก้ ตัวแทนอิ่นกวานหนุ่มที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้ าผู้นั้นว่า “ทุกท่าน การ วิจารณ์ความผิดพลาดของคนรุ่นก่อนนั้นง่าย แต่การกระทาเรื่องใน ตาแหน่งที่คนรุ่นก่อนเคยทากลับยาก หลักการเหตุผลเป็ นเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเป็ นคนนอกแล้วจะเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจนทุกเรื่อง อย่าง อื่นไม่ต้องพูดถึง พูดถึงเรื่องที่เขาสามารถเชิญเซียนกระบี่ผู้อาวุโสฉี และพวกสิงกวานหาวซู่ให้เดินทางไปเยือนภูเขาทัวเยว่ ด้วยกัน ก็ หมายความว่าปีนั้นที่เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสเลือกเขาเป็ นอิ่นกวาน ไม่ได้เลือกคนผิด”
เฒ่าหูหนวกไม่ได้เก็บเอาคาวิจารณ์พวกนี้มาใส่ใจ เพียงมองเฉิน ผิงอันที่ทาท่าจะหลับมิหลับแหล่ ใช ้เสียงในใจเอ่ยเรียก “ใต้เท้าอิ่นก
วาน?”
เฉินผิงอันลืมตาขึ้น ถามอย่างสงสัย “หืม?”
เฒ่าหูหนวกถามอย่างระมัดระวัง “คงไม่ได้ทะเลาะกับหนิงเหยา หรอกนะ?”
ตามหลักแล้ว ในอดีตตอนที่รับความทรมานอยู่ในคุก เฉินผิงอัน ก็ไม่เคยโทษคนบ่นฟ้ าทุกวันนี้กลับมาถึงใต้หล้าไพศาล โลกก็สงบ สันติไม่มีเรื่องอะไรแล้ว สานักก็มีแล้วถึงสองแห่งตอนนี้ยังได้เขามา เป็ นผู้ช่วย เป็ นผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อ แม้ไม่อาจพูดว่าเป็ น ดั่งพยัคฆ์ติดปีก แต่พูดถึงแค่ในแจกันสมบัติทวีป ใครยังจะกล้างัดข้อ กับภูเขาลั่วพั่วอีก? ต่อให้ตอนนี้มองดูเหมือนเฉินผิงอันจะบาดเจ็บไม่
เบา แต่ก็ไม่ควรมีท่าทางโรยแรงไร ้ประกายชีวิตเช่นนี้ถึงจะถูก คิดไป คิดมา เรื่องที่สามารถทาให้เฉินผิงอันหดหู่ห่อเหี่ยวได้เช่นนี้ คาดว่าก็ คงต้องเป็ นหนิงเหยาอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว
มิน่าเล่าหนิงเหยาถึงได้เผยตัวที่ภูเขาใหญ่แสนลี้ แล้วเฉินผิงอัน ก็ตามมาถึงทันที?
นี่คือคนหนึ่งหนีคนหนึ่งไล่ตามสินะ? สามีภรรยาทะเลาะกัน แง่ งอนกันอย่างนั้นหรือ?
เฉินผิงอันคลึงขมับ นี่มันอะไรกับอะไรกัน
เฒ่าหูหนวกยิ้มเอ่ย “ก็จริงนะ ข้าน่าจะคิดเยอะไปเอง เจ้าหรือจะ กล้าทะเลาะกับหนิงเหยา”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ข้าต้องขอบคุณที่เจ้าเข้าใจนะ”
เฒ่าหูหนวกยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างขันๆ ปนฉุน “ข้าผู้อาวุโสเพิ่งไปตีกับคนอื่น มา ก็แค่ง่วงอยากหลับเท่านั้น ยังต้องรายงานและอธิบายให้เจ้าฟัง ด้วยหรือ?”
เฒ่าหูหนวกไม่พูดอะไรอีก ใส่อารมณ์ขนาดนี้ คาดว่าน่าจะ ทะเลาะกับหนิงเหยามาจริงๆ นั่นแหละ
หรือว่าครั้งนี้หนิงเหยาแอบมาไพศาลเงียบๆ ไม่ทันระวังไปเห็น เฉินผิงอันทาเรื่องที่ไม่อาจบอกกล่าวใครได้?
เฉินผิงอันไม่สนใจว่าเฒ่าหูหนวกจะเดาอะไรไปส่งเดช เขาฝืนท า
ตัวให้กระปรี้กระเปร่าชวนโยวอวี้พูดคุย โยวอวี้หน้าแดงก่า ท่าทางประหม่าเกร็งอย่างมาก บนถนนใหญ่มีคุณชายสูงศักดิ์สวมชุดสีขาวเปลือยเท้า ผมเผ้า
ยุ่งเหยิง เสื้อที่สวมตัวหลวมโพรก ชายแขนเสื้อกว้าง ตรงเอวพกกระบี่
เล่มยาว
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเซียนกระบี่ที่เฉียบคมผิดปกติจากด้านนอก ได้อย่างรวดเร็ว เหวขอวี้เตี้ยนที่อยู่ในร ้านหน้าเผือดสีไปในชั่วพริบตา
ลูกค้าคนอื่นๆ ในร ้านเหล้าต่างก็ขอบเขตไม่สูงมากพอจึงสัมผัส ไม่ได้ถึงการมาเยือนของเซียนกระบี่เจ้าประมุขหนุ่มจากหลิวเสียทวีป
ท่านนี้
คุณชายผู้สง่างามเป็ นตัวของตัวเองเดินเนิบช ้ามาด้านหน้า ใช ้ เสียงในใจยิ้มเอ่ยว่า “ติดหนี้คืนเงินคือเรื่องสมเหตุสมผลตามหลักฟ้ า ดิน เหวยอวี้เตี้ยน เจ้าจะหนีไปไหนได้? ติดค้างมาร ้อยปีแล้ว ต้องเก็บ ดอกเบี้ยจากเจ้าก่อนก้อนหนึ่ง เลือกวันฤกษ์งามไม่สู้เลือกวันฤกษ์ สะดวก สถานที่แห่งนี้ฟ้ าสูงแผ่นดินกว้างใหญ่ ไม่สู้เจ้าและข้ามาเสพ สังวาสกัน? วางใจเถอะด้วยเวทกระบี่ของข้าย่อมสามารถสกัดกั้นฟ้ า ดินได้สบายๆ พวกเราเห็นคนเดินอยู่ข้างนอกแต่เจ้ากลับไม่ต้องกังวล ว่าจะเปิดเผยเรือนร่างอันงดงามของตัวเองให้คนอื่นเห็นหรอก”
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวแก้มสองข้างแดงเป็ นปั้นคนหนึ่งเดิน อาดๆ จากอีกด้านของถนนมาทางร ้านเหล้า นางเบิกตากว้างมอง แมลงน่าสงสารที่น้าเข้าสมองผู้นั้น
พันไม่ควรหมื่นไม่ควร ไม่ควรพูดเรื่องแบบนี้ออกมาในตอนนี้เลย จริงๆ
หาไม่แล้วใต้แสงตะวันแสกๆ แบบนี้ หากทาเรื่องอย่างว่า…อันที่ จริงก็ไม่ได้เป็ นอะไร
เซียนกระบี่หนุ่มคนนั้นหรี่ตาลง ยิ้มกล่าว “เอ๊ะ? เจ้าคงไม่ได้รู ้จัก ข้าหรอกกระมัง? หาไม่แล้วเจ้าก็ไม่น่าจะได้ยินเสียงในใจของข้านี่ นา?”
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวไม่รู้ว่าแกล้งโง่หรือตกใจจนโง่ไปแล้ว จริงๆ นางถึงทาท่าจะวิ่งเร็วๆ หนีเข้าไปในร ้านเหล้า
เซียนกระบี่หนุ่มเดินก้าวเดียวก็มาถึงข้างกายนาง ยื่นมือออกไป หมายจะกดหมวกขนเตียวบนศีรษะของนาง
เด็กสาวพึมพ า “อะไรกัน อะไรกัน อย่ามาโดนตัวข้าผู้อาวุโสนะ!”
นางปัดฝ่ ามือตบออกไปง่ายๆ
เซียนกระบี่ที่ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งทวีปคนนั้นพลัน “กลายร่าง เป็ นสายรุ้งเดินทางไกลเสียงพลักทีเดียวก็กระแทกลงบนกาแพงที่อยู่ ห่างไปไกล เรือนกายอ่อนยวบกลิ้งไถลลงพื้นสลบเหมือดไปทันที
เหวยอวี้เตี้ยนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที เดินสวนไหล่กับเด็กสาว สวมหมวกขนเตียวไป มาถึงนอกประตูของร ้านเหล้า นางทอดสายตา ไปแล้วก็รู ้สึกมึนงงไปทันที
คนล่ะ?
เซี่ยโก่วหัวเราะฮ่าๆ “เจ้าขุนเขาก็อยู่ด้วยหรือ บังเอิญยิ่งนัก บังเอิญยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ข้ากาลังตั้งใจปิดด่านอยู่เลยนะ เจ้าขุนเขา โปรดอภัยให้ด้วย”
เฒ่าหูหนวกรีบลุกขึ้นยืน
คนตรงหน้าผู้นี้คือป๋ ายจิ่งเชียวนะ!
ป๋ ายจิ่งผู้ฝึกกระบี่ที่ยุคบรรพกาลชอบแย่งชิงฉายาของผู้อื่น!
เซี่ยโก่วตบไหล่ของกานถังอย่างแรง พูดเหมือนคนแก่ว่า “วัน หน้าไปอยู่บนภูเขาก็ให้ทาตัวสารวม ซื่อสัตย์ในการทางาน ใช่แล้ว เจ้าเป็ นผู้ถวายงานทั่วไป แต่ข้าเป็ นผู้ถวายงานอันดับรอง”
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวยื่นมือมาตบทีเดียว ไหล่ของเฒ่าหู หนวกก็เอียงไปข้างหนึ่งเฒ่าหูหนวกได้แต่ฝืนคลี่ยิ้มส่งไปให้
เฉินผิงอันลองค านวณเวลาดู ควรจะกลับแจกันสมบัติทวีปได้ แล้ว ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองป้ ายไม้ที่อยู่บนผนังพวกนั้น
เจ้าขุนเขาลุกขึ้นยืน เซี่ยโก่วกับเฒ่าหูหนวกที่เพิ่งนั่งลงจึงได้แต่ ลุกขึ้นตาม โยวอวี้กวาดตามองไปที่บุรุษสี่ห้าคนในร ้าน
โยวอวี้ยิ้มบางๆ ผงกศีรษะให้กับผู้ฝึกกระบี่หนุ่มคนหนึ่ง เนื่องจาก คนผู้นี้คือบุรุษเพียงคนเดียวที่พูดถึงอิ่นกวานดีๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
ฝ่ ายหลังไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ แต่กระนั้นก็ยังยิ้มกลับคืนไป ให้ จากนั้นเขาก็เห็นคนชุดเขียวสะพายกระบี่ที่คล้ายจะเป็ นผู้นาของ กลุ่มคนยิ้มถามว่า “ฟังจากสาเนียง คือคนของอุตรกุรุทวีปหรือ?”
ผู้ฝึกกระบี่จากอุตรกุรุทวีปที่ดื่มเหล้าร่วมโต๊ะกับคนอื่นพยักหน้า เอ่ยว่า “ผู้ฝึกตนอิสระเพิ่งมาเป็ นครั้งแรก”
มือกระบี่ชุดเขียวคลี่ยิ้มอบอุ่น “ถ้าอย่างนั้นข้าขอเลี้ยงเหล้าเจ้า สักมื้อได้หรือไม่? จะช่วยจ่ายเงินให้?”
คนผู้นั้นยิ้มรับอย่างผึ่งผาย “แบบนี้ก็ดีน่ะสิ”
อีกฝ่ ายกุมหมัดบอกลา ผู้ฝึ กกระบี่จึงได้แต่ลุกขึ้นยืน กุมหมัด คารวะกลับคืน
การพบเจอกันอย่างผิวเผิน ไม่จาเป็ นต้องถามชื่อแซ่ของกันและ กัน
มือกระบี่ชุดเขียวหมุนตัวจากไป ควักเงินเกล็ดหิมะสี่ห้าเหรียญ วางลงบนโต๊ะคิดเงิน
เขาเดินข้ามธรณีประตู ออกไปจากร ้านเหล้าก่อน
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวเอาสองมือรองไว้ใต้ท้ายทอย โยก ไหล่สองข้างเดินตามหลังไปติดๆ
ผู้เฒ่าเอาสองมือไพล่หลัง ก้มหัวค้อมเอวเดินตามไป ผู้ฝึกกระบี่ หนุ่มเดินตามไปด้านหลัง
พวกลูกค้าในร ้านเหล้าต่างก็ไม่ได้ใส่ใจคนกลุ่มนั้น
เซียนเหรินหนึ่งคน บินทะยานสองคน โอสถทองหนึ่งคน ผู้ฝึ ก กระบี่สี่คนเท่านั้นเอง
ผู้ฝึกกระบี่ที่อยู่ดีๆ ก็มีคนเลี้ยงเหล้าผู้นั้นพลันถามว่า “เจ้าคิดว่า อย่างไร?”
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูหันหน้ามา คิดแล้วก็เอ่ยว่า “สามารถยืม หลักการเหตุผลข้อนั้นของเถ้าแก่เหวยมาใช้ได้”
เงียบไปพักหนึ่ง
บุรุษก็เอ่ยว่า “พูดถึงความผิดพลาดของข้าลับหลังข้านั้นง่าย แต่ ทาเรื่องที่ข้าทาในต าแหน่งของข้ากลับยาก”
ในร ้านเหล้าเงียบสงัดไร ้เสียงไปก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียง หัวเราะครีน มีคนหลุดหัวเราะอย่างอดไม่ไหว
มีคนเอ่ยเย้ยหยันขึ้นมาว่า “เจ้าเป็ นหอมต้นไหนกัน?”
คนผู้นั้นยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ข้าคือเฉินผิงอัน”