กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1114.3 ผู้ฝึกกระบี่อย่างเราควรทาเช่นไร
เกาอี้กล่าว “มีเจ้าอยู่ หากฝ่าติงอี๋กล้าใช ้คาถาชั่วร ้ายสาปแช่งข้า จริงๆ ใครจะตายไปอย่างเฉียบพลันก็ยังมิอาจบอกได้”
เจิ้งตั้นพูดเตือนด้วยความหวังดี “เกาอี้ ฟังคาแนะนาจากข้าสัก ค า ไม่มีข้าคอยช่วยปกป้ องอย่างลับๆ หากเจ้ายังมีใจคับแคบดุจไส้ไก่ เช่นนี้ไปตลอด ต่อให้เจ้าจะมีโชควาสนามากมายแค่ไหน สุดท้ายก็ คงยากจะทาการใหญ่ได้สาเร็จ ขอแค่เดินผิดไปครั้งหนึ่งก็จะพินาศ ย่อยยับมิอาจหวนคืนได้อีก”
สาวใช ้โน้มตัวมาด้านหน้า นางใช ้มือข้างหนึ่งจับประคองชาย แขนเสื้อ มืออีกข้างเติมสุราให้กับเกาอี้ เกาอี้ดื่มเหล้าไปเงียบๆ ไม่ลืม เอ่ยขอบคุณสาวใช ้คนนั้น นางคลี่ยิ้มหวาน
ทว่ากลับถูกเจิ้งตั้นตวาดสั่งสอน “ฮ่วนซาปี้ เจ้ากล้าล่อลวงคน หรือ!”
สาวใช ้ยิ้มบางๆ “คนที่ลืมชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง สตรีที่มอง แคว้นอื่นเป็ นบ้านเกิดของตน ไยต้องพานโกรธใส่คนอื่นด้วยเล่า”
เจิ้งตั้นมีสีหน้าดุดัน กาลังจะเปิดปากสั่งสอนฮ่วนซาปี้ผู้นี้ แต่สาว ใช ้กลับพูดแทนนางขึ้นมาก่อนว่า “ตบปากสิบที ลงโทษเพื่อให้เป็ น บทเรียน”
้
เจิ้งตั้นยังจะพูดอีก แต่สาวใช ้กลับช่วยพูดแทนให้อีกประโยค “นัง จิ้งจอกเป็ นภัยต่อบ้านเมือง ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย”
สาวใช ้รินเหล้าให้เจิ้งตั้นช ้าๆ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ข้าหุบปากก็ได้”
เจิ้งตั้นหัวเราะเสียงเย็น “ทาไม บ่าวชั้นต่าอาศัยว่ามีความ เกี่ยวข้องกับอาจารย์ฟ่ านแห่งสานักการค้า รู ้สึกว่าช่วงเวลาอันใกล้นี้ เขาต้องเป็ นขอบเขตสิบสี่ได้อย่างแน่นอน เลยมั่นใจว่าข้าจะไม่กล้า ฆ่าเจ้าหรือ?”
สาวใช ้หน้าตาอัปลักษณ์แสร ้งท าเป็ นไม่ได้ยิน กลับกันยังมองไป ทางเกาอี้ ยิ้มอ่อนกล่าวว่า “เจ้าส านักเกาท่านไม่รู ้อะไร หัวฝูหรงบร รพจารย์เปิดภูเขาของพรรคกระบี่ซ่างซื่อหรือก็คืออาจารย์ของเหว ยอวี้เตี้ยน นางเคยเป็ นแขกประจาของจวนหนิงในกาแพงเมืองปราณ กระบี่ มีความสัมพันธ ์ที่แนบแน่นกับสองเซียนกระบี่หนิงและเหยา ใน ฐานะลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่หัวฝูหรงให้ความสาคัญและรักถนอมมาก ที่สุด แล้วก็เพราะความสัมพันธ ์ควันธูปที่ลึกล้าซึ่งคนรุ่นก่อนสะสมไว้ ส่วนนี้ เจ้าประมุขติงถึงได้ให้เหวยอวี้เตี้ยนไปหลบเลี่ยงความวุ่นวายที่ กาแพงเมืองปราณกระบี่”
“ดังนั้นการที่เจ้าสานักเกาไปหาเรื่องเหวยอวี้เตี้ยนที่กาแพงเมือง ปราณกระบี่ ก็ถือว่าเลือกสถานที่ได้ไม่ค่อยดีนัก อิ่นกวานหนุ่มที่ มองดูเหมือนเจอกันโดยบังเอิญ อันที่จริงก็ล้วนอยู่ในการคาดการณ์ ของเจ้าประมุขติงอยู่แล้ว”
้
“โชคดีที่คนที่เจ้าสานักเกาเจอคือเฉินอิ่นกวาน ไม่ใช่คนรักของ เฉินอิ่นกวานคนนั้นบอกตามตรง นี่ก็ถือว่าเป็ นความดวงแข็งดวงดีที่ ไม่ธรรมดามากแล้ว”
เกาอี้บื้อใบ้พูดไม่ออก ในใจยังหวาดผวาไม่หาย
เจิ้งตั้นไม่ได้ตัดบทค าพูดของฮ่วนซาปี้อย่างที่หาได้ยาก รอ กระทั่งฝ่ ายหลังรินเหล้าให้เกาอี้เต็มจอกอีกครั้ง เจิ้งตั้นถึงหัวเราะหยัน เอ่ยว่า “เป็ นเจ้าสานักที่ดีคนหนึ่งยากกว่าการเป็ นขอบเขตหยกดิบ โดยอาศัยโชคช่วยหลายเท่านัก หากเซียนกระบี่เกายังกล้าดูแคลน ห้าขอบเขตบนคนใดก็ตามอีก คาดว่าเพียงไม่นานหลิวเสียทวีปก็ ต้องมีสานักชะตาสั้นเพิ่มมาอีกแห่งหนึ่งแล้ว”
เกาอี้ยกจอกเหล้าด้วยสองมือไปทางผู้อาวุโสทั้งสอง เอ่ยอย่าง นอบน้อมว่าได้รับการสั่งสอนแล้ว จากนั้นก็กระดกดื่มจนหมด
ฮ่วนซาปี้ลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปเลิกมุมหนึ่งของผ้าม่านขึ้น พึมพา ว่า “ในช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายหลังจากเหตุการณ์ เปลี่ยนแปลง ในยุคสมัยที่สงบสันติสุข ชายหญิงบนถนนหนทางล้วน เป็ นคนที่ออกจากบ้านมาชมบุปผา”
เจิ้งตั้นหัวเราะอย่างสะใจ “เจ้าและข้าต่างก็เป็ นผี แต่กลับไม่อาจ พัฒนารุดหน้าไปอีกขั้น กลับถูกสวีเจวี้ยนผู้นั้นชิงตัดหน้านาไปก่อน คู่ควรแก่การดื่มสามจอกเต็มติดต่อกันจริงๆ”
้
ฮ่วนซาปี้ถอนหายใจเบาๆ “ระหว่างคนมีปัญญากับคนไร ้ปัญญา การเปลี่ยนแปลงระหว่างเจียวกับมังกร ไหนเลยจะท าได้ง่ายขนาด นั้น”
จุดที่สูงที่สุดของถ้าเฟิงสุ่ยที่ถูกเจาะผนังสร ้างเป็ นเรือนส่วนตัว เฉินผิงอันส่งเกาเสวียนตู้จากไปแล้วก็หวนกลับมาที่ห้องโถงใหญ่ พร ้อมกับหนิงเหยา มองตาแหน่งที่นั่งที่คล้ายคุมเชิงกันก็สะบัดชาย แขนเสื้อ เปลี่ยนเก้าอี้ให้เรียงกันเป็ นวงกลม
เฉินผิงอันเลือกเก้าอี้ตัวที่ติดกับประตูแล้วนั่งลงง่ายๆ เฉากุ่นถอ ดรองเท้านั่งขัดสมาธิเสวียนเขินทิ้งตัวนอนอยู่บนเก้าอี้ ซ่งเกาหยวน ยังคงนั่งตัวตรงอย่างสารวมด้วยความเคยชิน
ปีนั้นอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน นอกจากโต๊ะตัวเล็กที่มีเอกสาร กองกันเป็ นภูเขาแล้วก็คือเบาะรองนั่ง เก้าอี้ไม้ไผ่กับม้านั่งตัวเล็ก แต่ ละคนเลือกเอาตามความชื่นชอบ พวกต่งปู้ เต๋อมักจะเอนกายบนเก้าอี้ ตัวเล็กงีบหลับในช่วงเวลาพักที่หาได้ยากยิ่ง สองขาวางพาดไว้บน โต๊ะตัวเล็ก กวอจู๋จิ่วขอบเขตไม่สูง แต่มีสภาพจิตใจแจ่มใส กระตือรือร ้นอย่างมาก การพักผ่อนของนางก็คือเอาชายแขนเสื้อเช็ด หีบไม้ไผ่ใบเล็กที่วางบนโต๊ะ เป่าลมใส่หีบไม้ไผ่สองสามที่แล้วเช็ดมัน ซ้าไปซ้ามา กู้เจี้ยนหลงชอบนอนบนพื้น เอาหัววางไว้ใต้โต๊ะ หลินจ วินปี้ชอบเล่นหมากล้อมเพียงลาพัง ผังหยวนจี้ชอบนั่งเหม่อ ใบหน้า อมทุกข์ หลัวเจินอี้มักจะจงใจไม่หันไปมองใครบางคน หวังชินสุ่ย มักจะถามใต้เท้าอิ่นกวานว่าปวดไหล่หรือไม่ อย่าให้เหน็ดเหนื่อย
้
เกินไป อีกด้านหนึ่งก็เอ่ยชมเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ว่ามีคุณความชอบ ทางการสู้รบเลิศล้า
เฉินผิงอันหยิบเหล้าหมักตระกูลเชียนหลายชนิดออกมาจากใน วัตถุจื่อชื่อ เหล้าหลายสิบกาถูกผลักไปตรงใจกลางห้องโถงพร ้อมกัน ให้ทุกคนเลือกกันเอาเอง
พวกผูเหอที่มีกาลังทรัพย์ไม่ธรรมดาก็เอาอย่างบ้าง พริบตานั้น จึงมีเหล้าหลายสิบกาวางอยู่บนโต๊ะ
หนิงเหยาคิดแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไป
เซี่ยซงฮวากับซ่งพิ่นก็เดินออกจากห้องโถงใหญ่ตามไปด้วย
รอกระทั่งหนิงเหยาจากไป เสวียนเซินก็ใช ้ความเร็วที่ฟ้ าผ่าไม่ ทันป้ องหูมาอยู่ข้างกายเฉินผิงอัน เฉากุ่นฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเสวียน เซิน หนึ่งซ ้ายหนึ่งขวาประกบนั่งลงข้างกายเฉินผิงอัน
เฉินผิงอันหิ้วกาเหล้ามาแล้วก็นั่งลงบนพื้นเสียเลย ชูกาเหล้าขึ้น สูงให้กับซ่งเกาหยวนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ต่างคนต่างกรอกเหล้าเข้าปาก อีกใหญ่ พลางบ่นซ่งเกาหยวนไปด้วยว่าไม่เข้าใจมารยาท ในฐานะ เจ้าบ้านครึ่งตัวที่มีสานักอยู่ในฝูเหยาทวีปก็ไม่ควรยกจอกเหล้า ติดต่อกันสามทีหรอกหรือ จากนั้นเฉินผิงอันก็ยื่นมือไปจับแขนของ คนสองคนที่อยู่ข้างกายเพิ่มแรงมือเล็กน้อย ยิ้มเอ่ยว่า “คิดถึงพวก เจ้ามากๆ!”
้
พวกหนิงเหยาออกมาเดินเล่นนอกเรือน เซี่ยซงฮวายิ้มเอ่ย “พวก เราต่างก็รู ้ไส้รู ้พุงกันดีอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องจงใจไว้หน้าน้อยนิดแค่นี้ ให้กับใต้เท้าอิ่นกวานหรอก หากจะพูดถึงเจ็ดคนที่ไม่เคยไปเยือน กาแพงเมืองปราณกระบี่ พวกเขาต่างก็เคารพเลื่อมใสเฉินผิงอันอย่าง มาก ผ่านเหตุการณ์ในวันนี้ไปก็ยิ่งเคารพนับถืออย่างสุดจิตสุดใจ แค่ หน้าตาน้อยนิดนี้คงไม่นับเป็ นอะไรได้”
หนิงเหยาเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ข้าอยู่ด้วย เขาย่อมไม่กล้าดื่มเยอะ”
ซ่งพิ่นยิ้มบางๆ “ได้ยินมาว่าตระกูลของเซียนกระบี่ชื่อถูเป็ นที่ ยอมรับว่าคือรังแห่งสาวงาม”
หนิงเหยากล่าว “ก่อนหน้านี้ไม่นานมีเด็กสาวคนหนึ่งใช ้นามแฝง ว่าหวังกวา ติดตามสานักมาเป็ นแขกที่ภูเขาลั่วพั่ว เฉินผิงอันได้เจอ กับนางแล้ว ยังช่วยชี้แนะนางไปหลายประโยค เรื่องพวกนี้เขาเป็ นคน พูดเอง”
เซี่ยซงฮวาจุ๊ปาก “กระบวนท่าสารภาพเองโดยไม่ต้องบังคับนี้ ของใต้เท้าอิ่นกวาน ช่างฝึกปรือได้เข้าขั้นชานาญแล้วจริงๆ”
ซ่งพิ่นกล่าว “ไม่ใช่ว่ายิ่งปกปิดยิ่งมีพิรุธจริงๆ หรือ?”
หลิ่วซวี่มาถึงช ้าไปเล็กน้อย พอเข้ามาในห้องโถงใหญ่ก็ได้กลิ่น หอมของสุราลอยมาปะทะจมูก ผูเหอจึงโหวกเหวกบอกให้ทุกคนรีบ ขยับออกเว้นพื้นที่ให้สักหน่อย หลิวผู้มีความสามารถมาแล้ว
้
อย่าเห็นว่าปกติหลิ่วซวี่คือน้าเต้าตัน ก็แค่ไม่เปิ ดปากพูดเท่า นั้นเอง แต่พอด่าผูเหอเมื่อไหร่ เปิดปากทีก็มักจะปะปนมากับ “คาพูด สุภาพไพเราะ ของอุตรกุรุทวีปอีกเป็ นพรวนด่าอย่างสาดเสียเทเสีย อย่างแท้จริง
อวี๋เยวรีบแสร ้งท าเป็ นห้ามปราม แต่ในใจกลับรู ้สึกสาแก่ใจจริงๆ
ผู้เหอดูแคลนอวี๋เยว่กับซือถูจีอวี้ แต่กลับชื่นชมในตัวของหลิ่วซวี่ นายน้อยแห่งล าคลองหลัวหม่าที่ตัวเองไม่ต้องแสร ้งจน เพราะไม่ว่า ใครก็รู ้สึกว่าเขายากจนมากผู้นี้ ผู้ฝึ กกระบี่เฒ่าคิดว่าหากตนมีคู่ บาเพ็ญเพียรแล้วมีบุตรชายสักคน ก็อยากจะให้เป็ นคนอย่างหลิ่วซวี่
ไม่ได้ยินคาพูดจากใจจริงนี้ยังดี แต่พอได้ยินหลิ่วซวี่กลับด่าซ้า ไม่ยั้ง
การกลับมาพบเจอกันใหม่ในครั้งนี้ พวกเขาแทบจะไม่พูดคุยถึง ก าแพงเมืองปราณกระบี่สักเท่าไร ส่วนใหญ่จะพูดคุยถึงสถานการณ์ ใหญ่ในใต้หล้าของไพศาล พูดคุยถึงเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี และเรื่องราวเรื่องเล่าของแต่ละทวีป
แน่นอนว่าก็เป็ นเพราะมีเด็กหนุ่มเด็กสาวพวกนั้นอยู่ด้วย จึง พูดคุยถึงเรื่องผู้ฝึกกระบี่ที่มีพรสวรรค์ของใต้หล้าไพศาลที่อายุน้อยที่ สุดแต่สามารถสร ้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้
้
นี่จึงหนีไม่พ้นเฉินหลี่อีกครั้ง เฉินผิงอันเพิ่งจะรู ้ว่าเฉินหลี่เป็ นคอ ขวดขอบเขตโอสถทองแล้ว ก าลังจะปิดด่าน ไม่แน่เสมอไปว่าจะต้อง การฝ่าทะลุขอบเขต แต่ก็มีลางว่าคอขวดจะคลายออกได้แล้ว
เฉินผิงอันไม่ได้มีความหมายว่าจะใช ้เฉินหลี่มาบอกเป็ นนัยแก่ พวกจวี่สิงว่าพวกเขาไม่ควรเกียจคร ้านในการฝึกกระบี่ กลับกันยัง หวังให้พวกเขาแวะเวียนไปหากันบ่อยๆ นัดหมายกันเดินทางไป ท่องเที่ยวข้ามทวีป
เฉินหลี่ลูกศิษย์ของลี่ไฉ่แห่งทะเลสาบกระบี่ฝูผิง มีคาเรียกขานที่ ไพเราะว่า “อิ่นกวานน้อย”
และปี นั้นก่อนที่เฉินหลี่จะถูกลิ่ไฉ่พาออกไปจากบ้านเกิดก็ได้ ตั้งใจไปเยือนร ้านเหล้าของเถ้าแก่รอง เขียนป้ ายสงบสุขปลอดภัยไว้ แผ่นหนึ่ง
“เฉินหลี่ พกกระบี่ฮุ่ยหมิง กระบี่บินอู้เม่ย เซียนกระบี่ร ้อยปี แค่ เอื้อมมือคว้าก็ได้มา
ต้องรู ้ว่า “เซียนกระบี่” ของกาแพงเมืองปราณกระบี่ไม่ใช่ ขอบเขตหยกดิบอะไรทั้งนั้น
นี่หมายความว่าเฉินหลี่คิดจะสร ้างวีรกรรมนี้ให้ได้สาเร็จ ผู้ฝึ ก กระบี่เด็กหนุ่มที่เลื่อนเป็ นโอสถทองอยู่ในใต้หล้าไพศาล อีกทั้งยัง สร ้างโอสถระดับหนึ่งได้อย่างลับๆ ผู้นี้ อันดับแรกต้องเลื่อนเป็ น ขอบเขตหยกดิบให้ได้ภายในช่วงเวลาการฝึกตนหกสิบปีเสียก่อน
้
แล้วค่อยใช ้เวลาสามสิบสี่สิบปีที่เหลือของตัวเองขัดเกลารากฐานของ หยกดิบ ก่อนจะกลายเป็ นเซียนเหริน หากคนนอกที่กินอิ่มว่างงาน ลองใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมอีกสักหน่อยในเมื่อเฉินหลี่เอง ก็ยังพูดว่าตัวเอง “แค่เอื้อมมือคว้าก็ได้มา” ก็ไม่ใช่ว่าอายุเจ็ดสิบแปด สิบปี ก็ต้องกลายเป็ นผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตเซียนหริน ถึงจะไม่ถือว่า เฉินหลี่คุยโวไม่ร่างคาพูดไว้ก่อนหรอกหรือ?
และเฉินหลี่ก็คือศัตรูในจินตนาการที่คนวัยเดียวกันบ้านเกิด เดียวกันกลุ่มของเซวี่ยโจวเหย่ตู้มีร่วมกันเช่นกัน
แม้กระทั่งป๋ ายเสวียนที่ “ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้มาเยือนข้าก็ยังไม่ กลัว เพราะข้าก็คือเง็กเซียนฮ่องเต้” ใช ้คาพูดของเจิ้งต้าเฟิงก็คือเด็ก คนนี้มีพรสวรรค์ล้าเลิศ ฝึกวิชาหัวเหล็กวันเดียวก็มีฝีมือที่เท่ากับคน อื่นที่ฝึ กอย่างยากลาบากมาหนึ่งปี ทว่าบางครั้งที่ป่ ายเสวียนพูด ถึงเฉินหลี่ก็มีความใจฝ่ อหลบเลี่ยงประกายเฉียบคมอยู่เหมือนกัน เพราะเขาต้องเพิ่มประโยคหนึ่งมาเสมอว่า เฉินหลี่แก่กว่าข้าอยู่หลาย ปี
แน่นอนว่าส าหรับพวกเฉาวุ่น เสวียนเซินแล้ว มีเฉินหลี่อิ่นกวาน น้อยเพิ่มมาคนหนึ่ง เหล่าผู้อาวุโสในคฤหาสน์หลบร ้อนอย่างพวกเขา ก็ได้แต่เอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า “มรรคาของข้าไม่ได้เสื่อมถอย ทว่า เด็กรุ่นหลังนั้นน่ากลัว
้
เด็กหนุ่มอย่างพวกจวี่สิงดื่มเหล้าไม่เก่ง ดื่มกันไปแค่เล็กน้อยก็ เริ่มเมาแล้ว กลับเป็ นพวกเซวี่ยโจวที่ยิ่งดื่มยิ่งรู ้สึกว่าสุราพวกนี้ก็มีแค่ นี้เอง
หลิ่วซวี่จับกลุ่มเล่นทายหมัดกับพวกผู้ฝึกกระบี่เซียนดิน เล่นกัน ไปหลายรอบ
ไม่รู ้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผูเหอมานั่งเคียงบ่าติดกับอวี๋เยว่ ยื่นมือไป กอดคอของอีกฝ่ ายแล้วเคาะหัวสหายเก่าผู้นี้แรงๆ บอกว่าเจ้าคือเศษ สวะนะ ไฉนข้าถึงมีสหายอย่างเจ้าได้… อันที่จริงข้ากลับเป็ นเศษสวะ ยิ่งกว่า ปีนั้นถึงกับพ่ายแพ้ให้หมี่ปักลายบุปผา
เฉินผิงอันเริ่มหาเหล้าดื่ม
เขาบอกว่ามีเคล็ดลับในการอ่านตาราที่ไม่แพร่งพรายอยู่บทหนึ่ง ชื่อว่าขโมยกลางดึกฆ่าคนในตรอกเก่าโทรม
อิ่นกวานหนุ่ม ใต้เท้าอิ่นกวานที่บางทีอาจจะไม่ได้หนุ่มขนาดนั้น อีกแล้ว เขาดื่มหนักจนเมาแล้วจริงๆ
เขาบอกว่าดีใจมากที่วันนี้เดือนนี้ปี นี้ได้มาพบกับทุกท่านใน สถานที่แห่งนี้ในสถานการณ์เช่นนี้
และเขาก็ยิ่งบอกว่าผู้ฝึกกระบี่อย่างพวกเราควรจะมีจิตใจเช่นนี้ ควรจะกล้าคิดเช่นนี้ทุกท่านมาพยายามไปด้วยกัน! วิถีกระบี่เก่าใน โลกมนุษย์จบลงที่ข้า วิถีกระบี่ใหม่แห่งโลกมนุษย์เริ่มต้นขึ้นที่ข้า!