กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1115.1 ขอบเขตจะเฉลี่ยให้เท่ากันได้อย่างไร
หอบูชากระบี่ของภูเขาลั่วพั่วแจกันสมบัติทวีป ยอดเขาทั้งหลาย ของสานักกระบี่ชิงผิงใบถงทวีป บวกกับเฮ้อเซียงถิงและอวี๋ชิงจางที่ กราบอวี๋เยว่เป็ นอาจารย์ไปลงหลักปักฐานอยู่ที่หลิวเสียทวีป
หากยังรวมถึงเด็กหนุ่มเด็กสาวที่ถูกเซียนกระบี่กลุ่มของเซี่ยซงฮ วาพาออกไปจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ก่อนใครด้วย
ชีวิตคนการพบเจอและการพลัดพรากมิอาจควบคุมได้ ออกตก เหนือใต้ต่างคนต่างเหมือนจอกแหนล่องลอย
ตัวอ่อนผู้ฝึกกระบี่เก้าคนที่ติดตามเฉินผิงอันออกมาจากกาแพง เมืองปราณกระบี่ตอนนั้นอาจารย์เฉาที่ใช ้นามแฝงว่า “เฉาโม่” ได้พา พวกเขาออกมาจากถ้าสวรรค์ปริแตกที่อยู่ในปิ่นหยก ได้พบเจอกับ พวกเขาบนเรือล าเล็กบนทะเล มีแค่ป๋ ายเสวียนกับน่าหลันอวี้เตี๋ย เท่านั้นที่เป็ นขอบเขตถ้าสถิต ทุกวันนี้ป๋ ายเสวียนเป็ นขอบเขตประตู มังกรแล้ว ซุนชุนหวังที่ขยันหลอมกระบี่ที่สุด มีจิตใจหนักแน่นมั่นคง ที่สุดก็เป็ นขอบเขตชมมหาสมุทรแล้ว เพราะถึงอย่างไรวันเวลาที่มา อยู่ไพศาลก็ยังสั้นนัก จึงยังมีเด็กอีกเกือบครึ่งที่ยังไม่เลื่อนเป็ นห้า ขอบเขตกลาง ยกตัวอย่างเช่นเหยาเสี่ยวเหยียนที่มีกระบี่บินแห่ง ชะตาชีวิตเยอะที่สุด และยังมีอวี๋ชิงจางที่กระบี่บินมีชื่อว่า “ต้าตวนห ยาง” ถูกคฤหาสน์หลบร ้อนจัดอันดับให้อยู่ในอันดับสองบน
่
กลับเป็ นเฮ้อเซียงถิงที่ชอบอ่านตารา ท่ามกลางช่วงเวลาที่ฝน ใหญ่ตกกระหน่า จุดตะเกียงอ่านตารายามค่าคืน อ่าน “คัมภีร ์เวท กระบี่ที่แท้จริง” และอักขรานุกรมท้องถิ่นไปหลายเล่ม อยู่ดีๆ ก็ฝ่าทะลุ ขอบเขต ไร ้คอขวดไร ้อุปสรรคขัดขวาง เลื่อนเป็ นขอบเขตถ้าสถิตได้ อย่างราบรื่น ทาเอาอวี๋เยว่ผู้เป็ นอาจารย์ตกใจสะดุ้งโหยง
เฉินผิงอันยิ้มถาม “เฮ้อเซียงถิง ได้ยินเฉิงเฉาลู่บอกว่าอันที่จริง เจ้าอยากเรียนวิชาหมัดมาก?”
เฮ้อเซียงถิงหน้าแดงก่า “ป๋ ายเสวียน อวี่เสียหุยและเหอกู พวก เขาก็อยากเรียนวิชาหมัดจากอาจารย์เฉาเหมือนกัน”
เฉินผิงอันกล่าว “หากป๋ ายเสวียนรู ้ว่าเจ้าคือเด็กผู้หญิง เวลา ปกติก็คงไม่พูดจาไม่เข้าท่าแบบนั้น”
เฮ้อเซียงถิงหน้าแดงก่า ที่แท้ตลอดหลายปีมานี้นางแต่งกายเป็ น เด็กผู้ชายมาโดยตลอด หลอกคนบ้านเดียวกันอย่างพวกป๋ ายเสวียน อวี๋เสียหุยได้ แต่แน่นอนว่าหลอกอิ่นกวานหนุ่มไม่ได้
เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอย่างละเอียดอยู่พักหนึ่งถึง ยิ้มเอ่ยว่า “รู ้หรือไม่ว่าพวกเจ้าเก้าคน ในสายตาของผู้อาวุโสอย่างข้า หมื่อวี้ เจ้าสานักชุยและโจวอันดับหนึ่งคุณสมบัติในการฝึกกระบี่และ ผลส าเร็จในอนาคตของพวกเจ้ามีการจัดอันดับอย่างไร?”
อันที่จริงเฮ้อเซียงถิงไม่มีความมั่นใจในตัวเองมากที่สุด เพราะถึง อย่างไรคุณสมบัติของพวกป๋ ายเสวียนกับซุนชุนหวังที่ถูกป๋ ายเสวียน
่
ตั้งฉายาให้ว่า “ตาปลาตาย” ดีหรือไม่ดี แค่มองปราดเดียวก็เห็นได้ แล้ว
หากใช ้คาศัพท์ในวงการของเก่าในไพศาลมาประเมิน นี่ถือว่า เป็ นการ “เปิดประตูใหญ่” พวกเขาอีกเจ็ดคนที่เหลือ เหยาเสี่ยวแหยน ได้ครอบครองกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตสามเล่ม เหอกูและอวี๋เสียหุยต่าง ก็มีข้อดีของตัวเอง สรุปก็คือเฮ้อเซียงถิงรู้สึกว่าตัวเองธรรมดาสามัญ อย่างมาก ถึงขั้นที่ว่าในช่วงระยะเวลาที่ยาวนานมาก แม่นางน้อยรู ้สึก ว่าการที่ตัวเองถูกอิ่นกวานหนุ่มพาออกมาจากก าแพงเมืองปราณ กระบี่ ต้องยกคุณความชอบให้กับคุณูปการทางการสู้รบที่ทางตระกูล และผู้ถ่ายทอดมรรคาสะสมมา ก็เหมือนราชส านักล่างภูเขาของ ไพศาลที่คนบางคนเกิดมาในครรภ์ที่ดี เพียงแค่โชคดีถึงได้อาศัยบุญ กุศลที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้กลายมาเป็ นขุนนางได้
แต่เนื่องจากเพิ่งจะฝ่ าทะลุขอบเขตเลื่อนเป็ นห้าขอบเขตกลาง เฮ้อเซียงถิงจึงมีความมั่นใจเพิ่มมาอีกนิด
เพราะถึงอย่างไรผู้ฝึกกระบี่มีหรือไม่มีความมั่นใจ สุดท้ายก็ยัง ขึ้นอยู่กับว่าขอบเขตสูงหรือต่า ความเร็วในการฝ่ าทะลุขอบเขตช ้า หรือเร็วด้วย
อวี๋ชิงจางมีสีหน้าหม่นหมอง “ไม่ว่าลาดับรายชื่อของคนอื่นจะ เป็ นอย่างไร ข้าต้องอยู่รั้งท้ายแน่นอน”
่
เฉินผิงอันส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “อวี๋ชิงจาง รู ้หรือไม่ว่ากระบี่บินแห่ง ชะตาชีวิตของเจ้าถูกตั้งชื่อว่า “ต้าตวนหยาง?”
อวี๋ชิงจางพยักหน้า “เคยได้ยินท่านลุงพูดถึง ดูเหมือนว่า เนื่องจากอิงตามขนบธรรมเนียมเก่าแก่ที่บ้านเกิดของพวกเรา วันที่ ข้าถือกาเนิดคือวันที่สิบห้าเดือนห้า เป็ นวันเทศกาลตวนหยางเก่า กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตที่ข้าฟูมฟักออกมาได้ในภายหลังก็ก่อกาเนิด ขึ้นมาในช่วงกลางวันของวันนี้ด้วย”
เฉินผิงอันกล่าว “เมื่อก่อนจี้กวานของกาแพงเมืองปราณกระบี่ พวกเราก็จัดงานพิธีบวงสรวงเช่นไหว้ในวันนี้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า เป็ นปฏิทินเหลืองเก่าแก่ไปแล้ว อันที่จริงนี่เหมือนกับขนบธรรมเนียม ของดินแดนสู่โบราณในแจกันสมบัติทวีป แรกเริ่มสุดคือเอาวันที่สิบ ห้าเดือนห้าเป็ นวันเทศกาลตวนหยาง ไม่ใช่วันที่ห้าเดือนห้า เทศกาลตวนอู่อย่างในทุกวันนี้ ภูเขาลั่วพั่วก็ถือว่าอยู่ในอาณาเขต ภูเขาสายน้าของสู่โบราณในความหมายกว้างๆ ดังนั้นข้าเดาว่าด่าน ในการฝึกตนและโอกาสในการพิสูจน์มรรคาที่ค่อนข้างสาคัญของ เจ้าในวันหน้ายังคงอยู่ที่สู่โบราณ ก่อนหน้านี้ไม่พูดเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะรู ้สึกต่อต้านเพราะข้าเป็ นคนบอกเจ้าในเรื่องนี้ ต่อ ให้รู ้ดีว่าจะเป็ นเช่นนี้ แต่เจ้ากลับจะไม่ยอมทาตามตอนนี้กลับไม่ เป็ นไรแล้ว”
“เด็กเก้าคนก็เป็ นพวกเจ้าสองคนที่ภายนอกแสดงออกว่าห่าง เหินกับข้ามากที่สุด ไม่เคยพูดคุยกันสักประโยค นับตั้งแต่บนทะเลจน
่
มาถึงใบถงทวีปและจนมาถึงแจกันสมบัติทวีปก็ชักสีหน้าใส่ข้ามา ตลอดทาง ไม่เป็ นไร ในใจข้าย่อมรู ้ดีว่าต้องท าอย่างไร ข้ามีลูกคิด เล็กๆ เป็ นของตัวเอง ดังนั้นจึงมักจะบอกตัวเองบ่อยๆ ว่าวันหน้าใคร จะสนิทกับข้าที่สุด ไม่แน่ว่าอาจเป็ นพวกเจ้าที่เคยปฏิเสธในปฏิเสธก็ เป็ นได้”
“ไม่เพียงแต่ชื่อกระบี่บิน ‘ต้าตวนหยาง” เท่านั้น แม้กระทั่งชื่อ ชิง จาง” นี้ของเจ้าก็มีข้อพิถีพิถันเช่นกัน บอกตามตรง อวี๋เยว่อาจารย์ ของพวกเจ้าหน้าไม่อาย เป็ นผู้ถวายงานแล้วยังไม่สาแก่ใจ ยังจะสอด เท้าเข้ามาแทรก พาพวกเจ้าออกไปจากภูเขาลั่วพั่ว ท าลายแผนการ อันยาวไกลมากมายของข้าและเจ้าส านักชุยไป”
เฮ้อเซียงถิงเขินอาย อวี๋ชิงจางรู ้สึกประหลาดใจ รู ้สึกว่าใต้เท้าอิ่ นกวานในเวลานี้มีกลิ่นอายของความเป็ นมนุษย์มากพอ คือคนตัว เป็ นๆ คนหนึ่ง
คราวก่อนที่ยังล่องเรือออกทะเลไปด้วยกัน อาจารย์เฉาที่นั่งแทะ แผ่นแป้ งย่างหันหลังให้พวกเขาอยู่บนหัวเรือเพียงล าพัง
ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าบางคนโดนด่าอยู่ในห้องไปหลายรอบ ผูเหอด่าว่า เขายังสู้เศษสวะไม่ได้ด้วยซ้า ซือถูจีอวี้ก็ด่าว่าเขาไม่มีคุณความชอบ ด้านการสู้รบ ไปอยู่ก าแพงเมืองปราณกระบี่ก็เหมือนขว้างก้อนหิน กระดอนไปบนผิวน้าไร ้ซึ่งประโยชน์ใดๆ แม้กระทั่งเทพธิดาซ่งที่ดื่มจน เมาก็ยังด่าเขา ท าไมถึงยังมีหน้าไปหลอกเอาเด็กสองคนมาจากภูเขา ถั่วพัวอีกเล่า ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าจึงอยากออกมาสูดอากาศ พูดคุยกับใต้
่
เท้าอิ่นกวานและลูกศิษย์สองคน ผลคือเท้าข้างหนึ่งของผู้เฒ่าเพิ่งจะ เดินข้ามธรณีประตูออกมาก็ได้ยินค าบ่นของเจ้าขุนเขาเฉินผู้ฝึ ก กระบี่เฒ่าจึงได้แต่เก็บเท้าข้างนั้นไป หวนกลับไปที่ห้องโถงใหญ่ ตัดสินใจว่าจะไม่ออกไปหาเรื่องซวยใส่ตัวเด็ดขาด
เฉินผิงอันพูดคาพูดที่อัดอั้นมานานพวกนี้ออกไปแล้ว สีหน้าก็ สดชื่นปลอดโปร่งขึ้นหลายส่วน ยกน้าเต้าบรรจุเหล้าสีชาดใบนั้นขึ้น จิบเหล้าหนึ่งคา ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “จักรวาลในชายแขนเสื้อของเจ้า ส านักชุยทรมานใจคน หลังจากซุนชุนหวังและป๋ ายเสวียนแล้วก็ เป็ นอวี๋ชิงจางที่ยืนหยัดได้นานที่สุด ภายหลังหมื่อวี่เห็นพวกเจ้า เขา แอบสังเกตการณ์อยู่นานมากก็ยังรู ้สึกว่าหากพูดกันโดยภาพรวม แล้ว อวี๋ชิงจางสามารถอยู่อันดับสามได้”
อวี๋ชิงจางไม่กล้าเชื่อ
ลาดับรายชื่อสูงขนาดนี้เลยหรือ?
“รู้สึกประหลาดใจระคนยินดีมากเลยใช่ไหม อดไม่ไหวอยากถาม ตัวเองว่า “ที่แท้ข้าก็แข็งแกร่งถึงเพียงนี้” หรือไม่?”
เฉินผิงอันยิ้มช่วยพูดคลี่คลายความข้องใจที่อัดแน่นอยู่ในใจ จากนั้นค่อยบอกคาประเมินของตน “ข้าเองก็รู้สึกว่าคุณสมบัติ ของอวี๋ชิงจางไม่เลว นิสัยก็ดีมาก มีความอดทนดีเยี่ยม”
เพราะบ้านเกิดอยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ ดังนั้นผู้ฝึกกระบี่รุ่น เยาว์แทบทุกรุ่นต่างก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจอะไร
่
ในประวัติศาสตร ์ผู้แข็งแกร่งที่สมชื่ออย่างแท้จริง คนมีพรสวรรค์ ของแท้มีมากมายมากจนพวกผู้มีพรสวรรค์ไม่กล้าคิดว่าตัวเองคือผู้มี พรสวรรค์
เฉินผิงอันแกว่งกาเหล้าในมือ ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “ก็เหมือนกับเหล้า บางอย่างที่ฤทธิ์เหล้ารุนแรงในตอนท้าย”
อวี๋ชิงจางพูดไม่ออก
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “แต่ความเห็นของพวกเราล้วนไม่อาจ และ แน่นอนว่าพวกเราเองก็ไม่ยินดีที่จะมองผลสาเร็จในอนาคตของพวก เจ้าให้ “ตายตัว’ พูดถึงแค่เฮ้อเซียงถิง ทุกวันนี้ขอบเขตก็สูงกว่าเจ้า แล้ว เพราะอ่านต าราเหมือนกัน เฮ้อเซียงถิงสามารถอ่านต าราทุกเล่ม จากหนาให้บางได้ อวี๋ชิงจางที่ชอบอ่านตาราเหมือนกันกลับขาด ความสามารถในด้านนี้ เฮ้อเซียงถิงเข้าใจหลักการเหตุผลมากมาย จากในตาราที่ใจตัวเองให้การยอมรับ นางเริ่มให้การยอมรับใต้หล้า ไพศาลอย่างมีขีดจ ากัด แต่อวี๋ชิงจางกลับยังคงสงสัยหลักการเหตุผล ในต าราและวิถีทางโลกนอกตารา บางทีนอกจากเรื่องราวและบุคคล เรื่องสองเรื่องแล้ว ส่วนลึกในใจก็อาจจะผลักไสทุกสิ่งทุกอย่าง นอกเหนือจากกาแพงเมืองปราณกระบี่อยู่ตลอดเวลาด้วย”
เฮ้อเซียงถิงเอ่ยอย่างเขินอาย “อาจารย์เฉา วิธีการอ่านต าราของ ข้าดีขนาดนั้นจริงๆ หรือ?”
่
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ข้าคือลูกศิษย์ปิดสานักของสายเหวินเซิ่งนะ แล้วยังเป็ นวิญญูชนที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางเลือกตัวมาด้วยตัวเอง จะ พูดเหลวไหลในเรื่องของการศึกษาหาความรู ้ได้หรือ?”
อวี๋ชิงจางเงียบไปพักหนึ่ง ใช ้สองมือขยี้ใบหน้าตัวเองอย่างแรง เอ่ยเสียงเบาว่า “จ าได้ว่าท่านลุง และยังมีผู้ถ่ายทอดเวทกระบี่ให้ข้า ก่อนที่พวกเขาจะออกนอกเมืองไปลงสนามรบครั้งนั้น อันที่จริงพวก เขาต่างก็เลื่อมใสในตัวอาจารย์เฉาอย่างมาก ชื่นชมท่านอย่างมาก คนหนึ่งบอกว่าเถ้าแก่รองคือคนต่างถิ่นที่ยินดีมองกาแพงเมืองปราณ กระบี่สูงอย่างแท้จริง อีกคนหนึ่งเสียดายที่บุรุษที่หนิงเหยาถูกใจไม่ใช่ ผู้ฝึกกระบี่ ท่านปู่ของเฮ้อเซียงถิงเองก็มีความคิดเห็นที่ไม่ต่างกัน”
ภายหลังผู้ฝึ กกระบี่อย่างพวกเขาขัดคาสั่งทางการทหารที่ คฤหาสน์หลบร ้อนส่งกระบี่บินมาแจ้งด้วยถ้อยคาเฉียบขาดดุดัน ออก จากนครไปสู้รบโดยพลการ เหนือหัวก าแพงเมืองเห็นคนจะตายแล้ว ไม่ยอมช่วยเหลือ ไม่มีผู้ฝึกกระบี่คนใดให้ความช่วยเหลือ
เฉินผิงอันเพียงแค่เงียบงัน ไม่ให้ความคิดเห็น ไม่ได้พูดถึง ความถูกและความผิดอย่างละเอียดกับเด็กน้อยทั้งสอง บนเส้นทาง ของการเติบโต คนที่เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง จ าเป็ นต้องคลาย ปมในใจด้วยตัวเอง
อวี๋ชิงจางและเฮ้อเซียงถิงถูกอาจารย์เฉาที่เป็ น “ตัวการร ้าย” พา ออกจากบ้านเกิด เด็กทั้งสองคนท่องเที่ยวไปในต่างบ้านต่างเมือง
่
ด้วยกัน อันที่จริงก็เริ่มเข้าใจการกระทาของอิ่นกวานหนุ่มในเวลานั้น แล้ว
ปัญหานั้นอยู่ที่ว่ารอกระทั่งพวกเขาเริ่มเข้าใจในการตัดสินใจนั้น ของคฤหาสน์หลบร ้อน ในใจของพวกเขากลับยิ่งรู ้สึกแย่กว่าเก่า
คงเป็ นเพราะเรื่องราวทางโลกก็มักจะแปลกประหลาดเช่นนี้
รู ้ว่าถูกหรือผิด ถึงได้มีด่านทางใจ
จาได้ว่าห่านขาวใหญ่เคยเอ่ยประโยคหนึ่งที่พวกเขาเข้าใจอย่าง ครึ่งๆ กลางๆ คนที่ไม่แยกแยะดีชั่ว คนที่ดีแต่ใช ้ผลประโยชน์มาตัดสิน ความถูกความผิด ก็ได้แต่พบเหตุการณ์ ไม่ได้พบเจอตัวเอง
นอกจากอวี๋เยว่ผู้เป็ นอาจารย์จะถ่ายทอดเวทกระบี่ให้แล้ว ระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวเดินผ่านสถานที่ต่างๆ ก็มักจะเล่าให้พวก เขาฟังถึงขนบธรรมเนียมของสถานที่นั้นๆ คนที่เป็ นอาจารย์กลับ แทบไม่เคยอธิบายหลักการเหตุผลกับพวกเขา มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือตอนที่ไปถึงหลิวเสียทวีปที่เขาจงใจพูดนอกเรื่องด้วยน้าเสียง ง่ายๆ สบายๆ เรื่องเดียวกัน แต่คนที่ทาต่างกัน คนที่ทาดี ไม่แน่เสมอ ไปว่าจะถูก คนที่ทาไม่ดี ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะผิด
เฮ้อเซียงถิงกล่าว “อาจารย์เฉา วันหน้าพวกเราจะกลับไปที่ภูเขา ลั่วพั่วบ่อยๆ”
อวี๋ชิงจางก็ส่งเสียงอืมคล้อยตาม
่
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “อยู่ที่หลิวเสียทวีปก็ต้องขยันฝึกตน ฝ่ าทะลุ ขอบเขตให้ได้อย่างมั่นคง ในอนาคตอาจารย์เฉาจะได้กอดขาใหญ่ ของพวกเจ้าได้ อาณาเขตภูเขาสายน้าของสามทวีปทางทิศตะวันตก นี้กว้างขวาง ปิ ดบังชื่อแซ่ออกท่องยุทธภพ เพียงแค่บอกชื่อเซียน กระบี่อวี๋และเซียนกระบี่เฮ้อออกไปก็ไม่ต้องลงมือ คลี่คลายปัญหาให้ ราบรื่นได้แล้ว”
อวี๋ชิงจางยิ้มกว้าง “ตอนนี้ยังทาไม่ได้ แต่สามารถบอกชื่อ อาจารย์ของพวกเราไปก่อนได้”
เฮ้อเซียงถิงกลอกตามองบน เรื่องไหนไม่พูด ดันมาพูดเรื่องนี้ อาจารย์ท่านผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องโถงถูกด่าจนแทบจะใกล้โงหัวไม่ ขึ้นอยู่แล้ว
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ยสัพยอก “จาไว้ว่าก่อนจะเป็ นเซียนกระบี่ วัน หน้าไม่ว่าจะออกท่องเที่ยวเพียงลาพังหรือเรียกหาสหายพรรคพวกไป ด้วยกัน นอกจากที่หลิวเสียทวีปแล้ว หากเจอกับตาเฒ่าคนใดที่ตาไร ้ แวว ขอบเขตไม่ต่า ใครกล้าไม่เห็นอาจารย์ของเจ้าอยู่ในสายตาพวก เจ้าก็บอกไปว่าตัวเองมีอาจารย์น้อยที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่ออยู่คน หนึ่ง แซ่เฉินนามผิงอัน ให้พวกเขาลองชั่งน้าหนักกันเอาเอง”
เฮ้อเซียงถิงกะพริบตาปริบๆ “อาจารย์เฉา บอกชื่อพี่หญิงหนิง ออกไป ให้นางสวมรอยเป็ นอาจารย์น้อยของพวกเราจะไม่ได้ผลกว่า หรอกหรือ?”
่
เฉินผิงอันร ้องเฮ้อด้วยน้าเสียงที่เป็ นเอกลักษณ์ของเขา “ในใต้ หล้าไพศาล ขุนเขาสายน้าเก้าทวีป ชื่อของข้าต้องพอให้ใช ้แน่นอน”
หนิงเหยาเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ นั่งลงข้างกายเฮ้อเซีย งถิง “ยังดีอยู่ไหม?”
เฉินผิงอันใช ้ความเร็วที่ฟ้ าผ่าไม่ทันป้ องหูเก็บน้าเต้าบรรจุเหล้า ลงไป เอ่ยด้วยท่าทางฮึกเหิมสดชื่นว่า “ไม่ได้ดื่มเยอะ เหล้าน้อยนิด แค่นี้เหมือนฝนโปรยๆ เท่านั้น”
เฮ้อเซียงถิงที่ถูกจับได้อย่างจังรีบเรียกอวี๋ชิงจางที่ไม่รู ้กาลเทศะ ให้ลุกขึ้นยืนแล้วพากันบอกลาจากไป
ตอนที่พวกเขาเดินข้ามธรณีประตูไปด้วยกันได้หันหน้าไปมอง ทางขั้นบันไดนอกประตูพร ้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พบว่าเฉินผิงอันก็หันหน้ามามองพวกเขาพอดี
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “อาจารย์ของเจ้าดื่มเหล้าเก่งมาก ช่วยกันเหล้า ไว้ให้ เซียนกระบี่ซือถูผู้นั้นแสร ้งทาเป็ นเมา ความสามารถในการดื่ม ของเขาเป็ นอย่างไร ข้ารู้ชัดเจนดี เขาแสร้งท าเป็ นเมาเพื่อด่าคน หรอกนะ”
เซียนกระบี่บางคนที่เดินออกมาจากรังสาวงาม บอกว่าตัวเองเมา แล้วจริงๆ พลางพูดถ้อยคาไม่น่าฟังไปด้วย ด้านหนึ่งก็ยุให้คนอื่นดื่ม เหล้าอย่างฮึกเหิม พอได้ยินประโยคนี้ก็รีบทิ้งตัวนอนหงายไปทันที
่
ก่อนหน้านี้เฉินผิงอันไปเยือนภูเขาเจินอู่ ได้เจอกับหวนซู่ผู้เติม น้ามันตะเกียงในศาลบรรพจารย์ที่ตีนเขา ลาดับอาวุโสของเขาสูง มาก ถึงกับเป็ นบรรพจารย์อาของเจ้าขุนเขาเยว่ติ่ง
นี่หมายความว่าหากหวนซู่ไม่ใช่ศิษย์น้องของบรรพจารย์บุกเบิก ภูเขาของภูเขาเจินอู่แจกันสมบัติทวีป ก็ต้องเป็ นอริยะปราชญ์ผู้มี เทวรูปตั้งวางอยู่ในศาลบีบางคนของปฐมสานักการทหารแผ่นดิน กลางที่ถูกส่งตัวมาที่แจกันสมบัติทวีป
พูดง่ายๆ ก็คือหากหวนซู่ยินดีจัดการเรื่องต่างๆ จริง ไม่เพียงแต่ ภูเขาเจินอู่เท่านั้น กิจธุระในศาลลมหิมะ เขาก็สามารถควบคุมได้ เช่นกัน
ภูเขาหลงจี๋ที่เป็ นของภูเขาเจินอู่ หินลับกระบี่สามส่วนที่ยังไม่ถูก ขุดเจาะล้วนถ่ายโอนไปให้ภูเขาลั่วพั่ว ทางฝั่งภูเขาเจินอู่มีข้อเสนอ อยู่สามข้อ ข้อหนึ่งในนั้นก็เกี่ยวข้องกับนครบินทะยานของใต้หล้าห้า สี
หนิงเหยาพยักหน้าตอบตกลง “เรื่องเล็ก แล้วก็เป็ นเรื่องดี”
พันธะสัญญาบนภูเขาเชื่อถือได้มากกว่าสัญญารักของชายหญิง ในหมู่ชาวบ้านมากนัก
เฉินผิงอันถาม “เฉินจีคิดดีแล้วหรือยังว่าจะออกจากภูเขา เมื่อไหร่?”
หนิงเหยากล่าว “ยังเฝ้ าสังเกตการณ์อยู่กระมัง”
่
คนผู้หนึ่งที่ร่ารวยขึ้นมากะทันหัน ส่วนใหญ่แล้วมักจะอาศัยชะตา ชีวิตอาศัยดวงเพราะบุญกุศลที่บรรพบุรุษสั่งสมมา มีร่มเงาบรรพบุรุษ ปูทางไว้ให้ ลูกหลานรุ่นหลังจึงมองดูคล้ายโชคดีได้ร่ารวยนับแต่บัดนี้
น้าเส้นเล็กไหลยาวของตระกูลหรือพรรคแห่งหนึ่ง การปักหลัก ก้าวเดินอย่างมั่นคงนั้นเห็นผลได้ยิ่งกว่า
หนิงเหยากล่าว “ในเมื่อจัดงานเลี้ยงสุราวันที่ห้าเดือนห้า ถ้าอย่าง นั้นข้าก็จะพยายามมาถึงที่นี่ก่อนล่วงหน้าสักสองสามวัน”
เฉินผิงอันเกาหน้าเหมือนหมี่ลี่น้อยโดยไม่รู ้ตัว พวกเจ้าช่างเดา กันได้แม่นย านัก มีแต่ข้าเท่านั้นที่เป็ นคนโง่
หนิงเหยายิ้มถาม “ต้องการให้ข้าเป็ นเพื่อนเจ้าสาวให้เซอเยว่
หรือไม่?”
เฉินผิงอันรีบพยักหน้า “ต้องการสิ ต้องการมากๆ