กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1117.1 เซียนตำรำเด็กหนุ่มเล่มหนึ่ง
ใต้ชำยคำของกระท่อมที่หอบูชำกระบี่มีเก้ำอี้ไม้ไผ่ตัวเล็กตั้งเรียง รำยกันเป็ นแถว เด็กสำวสวมหมวกขนเตียวที่นั่งอยู่บนเก้ำอี้มีท่วงท่ำ ผ่อนคลำย นั่งเท้ำคำงท่ำมกลำงแสงอำทิตย์อัสดง
นับตั้งแต่ที่เฒ่ำหูหนวกมำสร ้ำงกระท่อมฝึกตนอยู่ที่หอบูชำกระบี่ ที่นี่ก็ครึกครื้นขึ้นเยอะมำก แน่นอนว่ำก็อำจจะมีสำเหตุจำกที่ป๋ ำย เสวียนกลับจำกสำนักเบื้องล่ำงขึ้นมำอยู่บนภูเขำด้วย พอป๋ ำยเสวียน กลับมำ เฉินหลิงจวินก็มักจะมำคุยเล่นกับเขำที่นี่เป็ นประจำ บวกกับ ที่พอเฒ่ำหูหนวกเข้ำมำอยู่ในภูเขำก็ถูกเจ้ำขุนเขำเฉินฝำก ภำระหน้ำที่อันหนักหน่วงไว้ให้ต้องคอยสื่อสำรกับเซี่ยโก่วเป็ นประจำ และเซี่ยโก่วก็ถูกเด็กชำยผมขำวลำกตัวมำให้ดื่มสุรำคำรวะกวอจู๋จิ่ว เสนอแนะให้นำงเป็ นเจ้ำประมุข นี่ก็น่ำจะเป็ นดั่งคำกล่ำวที่ว่ำฟ้ ำลิขิต ให้ผู้กล้ำมำเจอกับเหตุกำรณ์สำคัญ สหำยนั่งกันอยู่เต็มห้องโถง จึง ทำให้หอบูชำกระบี่ที่เดิมทีเงียบสงบกลำยมำเป็ น “หมู่บ้ำน” ที่แต่ละ คนเอำข่ำวสำรมำแลกเปลี่ยนกัน
วันนี้มีคนกลุ่มใหญ่มำเบียดกันอยู่ที่นี่อีกครั้ง ม้ำนั่งและเก้ำอี้ไม้ ไผ่เกือบจะไม่พอใช ้แล้ว
ที่น่ำประหลำดก็คือวันนี้ทุกคนได้แตงโมรสหวำนกันไปคนละชิ้น เอำแตงโมไปใส่ไว้ในลำธำรกลำงภูเขำก่อนประมำณหนึ่งชั่วยำม หมี่
ลี่น้อยนั่งยองอยู่ริมน้ำคอยจับตำมอง จำกนั้นก็เอำไปให้พ่อครัวเฒ่ำ มีดหั่นผักฟันฉับลงมำ จูเหลี่ยนยิ้มถำมว่ำไปได้มำจำกไหน ตอนนี้ ไม่ใช่ช่วงที่ผลไม้ชนิดนี้จะออกลูกนะ หมี่ลี่น้อยหัวเรำะฮ่ำๆ บอกว่ำ เจ้ำขุนเขำคนดีออกทะเลไปรอบหนึ่ง ไปแอบขโมยมำจำกในกอง ทรำยของเกำะแห่งหนึ่งที่มีพรรคจวนเซียนขนำดเล็กตั้งอยู่ ใต้รักแร ้ สองข้ำงเหน็บแตงโมลูกใหญ่ไว้ข้ำงละลูก ขโมยมำแล้วก็เผ่นหนี คง เป็ นเพรำะเป็ นของทั่วไปของที่นั่น ไม่มีคนคอยดูแล ก็เลยไม่มีใคร ค้นพบร่องรอยของเจ้ำขุนเขำคนดี
ตอนนั้นจูเหลี่ยนพยักหน้ำ บอกว่ำดีมำก
หมี่ลี่น้อยยิ้มกว้ำง แตงโมลูกใหญ่มองดูแล้วน่ำอร่อยมำก
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัวของเนินฝูเหยำ เจ้ำขุนเขำเฉินที่ เป็ นโจรไปรอบหนึ่งเก็บแตงโมทั้งลูกไว้ให้ตัวเอง กำลังนั่งกินอยู่ใน ระเบียง
ข้ำงกันคือนักพรตติงที่เว้นจำกกำรกินห้ำธัญพืชไปนำนแล้ว แม้ว่ำจะไม่ได้น้ำลำยสออยำกกินผลไม้ทั่วไปประเภทนี้ แต่ก็รู ้สึกว่ำ อำจำรย์เฉินมีควำมสุขเพียงล ำพังมำกเกินไป ไม่เหมือนเวลำปกติ ผิดแผกไปจำกสำมัญ
เฉินผิงอันกินช ้ำมำก แล้วก็ชอบเหม่อลอยอยู่ตลอด
นักพรตติงถำม “อำจำรย์เฉินคิดจะถ่ำยทอดวิชำบินทะยำน เมื่อไหร่?”
เฉินผิงอันคืนสติ ยิ้มเอ่ยว่ำ “รอให้ข้ำกินเสร็จก่อน”
นักพรตติงได้ยินก็รู ้สึกเหมือนเผชิญหน้ำกับศัตรูตัวฉกำจ รีบท ำ จิตแห่งมรรคำให้มั่นคงทันใด นั่งขัดสมำธิ สองมือวำงทับซ ้อนกันไว้ ตรงหน้ำท้อง ลมหำยใจทอดยำว แม้ว่ำจะอยู่ที่นี่มำพักหนึ่งแล้ว อำจำรย์เฉินก็ยังไม่เคยพูดเข้ำเรื่อง ทว่ำนักพรตติงรออยู่ที่นี่ด้วย จิตใจที่สงบสุข ต่อให้วันๆ จะไม่มีอะไรทำก็ไม่รู ้สึกว่ำสิ้นเปลืองเวลำไป อย่ำงเสียเปล่ำ เขำหลอมลมปรำณตำมระยะเวลำที่กำหนด บำงครั้งก็ เปิดตำรำ เวลำผันผ่ำนไปอย่ำงเชื่องช ้ำ ปลำยฤดูใบไม้ผลิปิดประตู ค้นหำบทกวี รอคอยดูดอกเหมยหลังหิมะตก
ตอนที่ยังไม่มำ มักจะรู ้สึกว่ำรอคอยอย่ำงยำกลำบำก พอถึงเวลำ เข้ำจริงๆ กลับรู ้สึกตื่นเต้น
นักพรตติงอดไม่ไหวมองแตงโมอีกหลำยที ไม่ว่ำอย่ำงไรก็เป็ น อำหำรดับร ้อนที่ชำวบ้ำนธรรมดำกินในหน้ำร ้อนซึ่งมีค่ำแค่เงินไม่กี่ แดงเท่ำนั้น
อีกทั้งเจ้ำขุนเขำเฉินยังกินแตงโมโดยไม่คำยเมล็ด ข้ำงกำยมี เปลือกแตงโมกองอยู่ กินเสร็จก็ปัดมือตบหน้ำท้อง
เฉินผิงอันลูบปำก ยิ้มบำงๆ บอกว่ำ “กำรฝึ กตนไร ้มลทินไร ้ ข้อบกพร่อง ยำมที่ฝึกจิตใจก็หมั่นปัดเป่ำจิตใจให้สะอำดอยู่เสมอ คำ ว่ำถำมใจก็คือกำรปัดกวำดห้องห้องหนึ่ง ปัดกวำดด้ำนที่มืดมนให้ถึง
ทุกซอกทุกมุม ไม่ให้เหลือพื้นที่ใดๆ ให้พลิกตัวให้ย้อนกลับ แล้วยัง ต้องแยกแยะให้ออกว่ำอะไรคือไม้กวำด ที่ตักผง อะไรคือฝุ่นผง”
เจ้ำขุนเขำเฉินที่กินแตงโมไปทั้งลูกมีสีหน้ำสุขุมเยือกเย็น คำพูด เรียบนิ่ง เนื้อหำที่พูดก็เป็ นถ้อยคำบ้ำนๆ ที่พูดกันเป็ นปกติ ทว่ำ นักพรตติงยิ่งฟังก็ยิ่งชำไปทั้งหนังศีรษะ ยิ่งฟังก็ยิ่งใจฝ่อ
บอกว่ำเป็ นกำรถ่ำยทอดวิชำบินทะยำนครั้งหนึ่ง อำจำรย์เฉินที่ คอยปกป้ องมรรคำและพิศมรรคำอยู่ด้ำนข้ำงผู้นี้คิดจะลงมืออำมหิต เอำจริงเอำจังกับตนแล้วหรือ?!
ต้องรู ้ว่ำในตำรำเต๋ำบำงส่วนมีถ้อยคำบำงอย่ำงที่จงใจพูดให้ ยิ่งใหญ่ ให้คนอ่ำนตกใจกลัว ยกตัวอย่ำงเช่นวิถีอะไรบำงอย่ำงที่ต้อง ให้มีคนตำยถึงจะมีชีวิตอย่ำงร่ำเริงสดใส
อะไรที่บอกว่ำต้องค้นหำทำงรอดชีวิตท่ำมกลำงควำมตำย ตัวอยู่ ท่ำมกลำงคมมืดนับพันหมื่น ต้องมีจิตใจเด็ดเดี่ยวกล้ำหำญและควำม พยำยำมอันยิ่งใหญ่ บุกเบิกดินแดนใหม่ที่เปี่ ยมไปด้วยพละกำลัง ขึ้นมำด้วยตัวเอง
เมื่อก่อนนักพรตติงไม่ได้สัมผัสกับหลักกำรเหตุผลเลื่อนลอย พวกนี้อย่ำงลึกซึ้งนัก เพรำะคุณสมบัติในกำรฝึกตนดีจึงไม่เคยมี… ควำมเจ็บปวดที่สัมผัสด้วยตัวเองประเภทนี้
เฉินผิงอันยิ้มบำงๆ “นักพรตติง ก่อนหน้ำนี้ช่วยเปิดเตำเล็กให้กับ เจ้ำ ต้องระมัดระวังให้มำก ต้องรู ้จักสังเกตให้ดี จดจำไว้ให้ขึ้นใจ จำ
ไว้ว่ำกำรมุ่งเอำตัวรอดโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีคุณธรรมท่ำมกลำงกลียุค วุ่นวำย คำว่ำ “มุ่งเอำตัวรอด” นี้จะมีพลังมหำศำล โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง ต้องจดจำไว้ว่ำควำมเอำใจใส่ต่อชีวิตนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงร่ำงกำย แต่หมำยถึงสิ่งลึกซึ้งในชีวิตด้วย”
นักพรตติงมองอำจำรย์เฉินที่กำชับตนด้วยควำมห่วงใย รู ้สึกว่ำ ตนในสำยตำของเฉินผิงอันก็คือคนตำยแล้ว
เฉินผิงอันพลันเปลี่ยนสีหน้ำมำเป็ นอ่อนโยนเป็ นมิตร ยิ้มถำมว่ำ “หำกจะบอกว่ำสิ่งที่ประสบพบเจอในชีวิตมนุษย์ก็คือตำรำเล่มหนึ่ง นักพรตติงต้องกำรให้มีบทน ำอย่ำงไร? ให้ชีวิตทำงบ้ำนยำกจนหน่อย หรือว่ำเริ่มต้นได้สูงหน่อย? ให้มีโชคดีเร็วหน่อยหรือว่ำช ้ำหน่อย?”
นักพรตติงได้แต่อึกอักพูดไม่ออก
เฉินผิงอันพูดพึมพำกับตัวเอง “ชื่อของตำรำเล่มนี้ ข้ำช่วยคิดไว้ ให้สหำยเรียบร ้อยแล้วให้ชื่อว่ำ “เด็กหนุ่ม”
นักพรตติ้งรู ้ว่ำท่ำไม่ดีแล้ว
สำยตำเฉินผิงอันมีเลศนัย เอ่ยว่ำ “เรื่องเกิดขึ้นแล้ว มิอำจหลบ เลี่ยงได้อีก จิตแห่งมรรคำถอยหนี เป็ นสิ่งที่ไม่ควรเลย”
นักพรตติงขนลุกชัน
พริบตำนั้นเสียงตุ๊บก็ดังขึ้น ร่ำงของนักพรตติงนอนหงำยไป ด้ำนหลัง กำรหลับครั้งนี้กว่ำจะตื่นก็ไม่รู ้ว่ำเป็ นยำมใดแล้ว
นักพรตติงที่ล้มไปกองอยู่กับพื้นลุกไม่ขึ้น หมดสติหลับใหลไป อย่ำงสิ้นเชิงแล้ว ข้ำงหูได้ยินประโยคสุดท้ำยที่เปี่ยมไปด้วยปรำณ สังหำร
“ถอนกำลังทัพในยำมที่ต้องลงสนำมรบ? ตำมกฎแล้วควร ประหำร!”
ไม่มองนักพรตที่ถูกโยนให้ไปพิสูจน์มรรคำ
“ในที่สุดก็กล้ำขโมยกินแตงโมแล้วหรือ”
เฉินผิงก้มหน้ำลงมองเปลือกแตงโมที่อยู่ข้ำงเท้ำ เงยหน้ำมองไป ยังทิศไกล พูดพึมพ ำกับตัวเองว่ำ “สิ่งที่ข้ำกินก็น่ำจะเป็ นควำมอิสระ”
นอกฟ้ ำ ผู้เฒ่ำสองคนก ำลังแสดงละครกันอยู่
อวี๋เสวียนเอ่ยชื่นชมว่ำสหำยเฉินกล้ำคิดกล้ำทำ ซิ่วไฉเฒ่ำเอ่ย ว่ำที่ไหนกัน ที่ไหนกัน
เจินเหรินผู้เฒ่ำบอกว่ำสำยเหวินเซิ่งจะต้องเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น แล้วจริงๆ จิ๋วไฉเฒ่ำก็บอกว่ำภูเขำเถำฝูของพวกเจ้ำต่ำงหำกที่จะ เจริญรุ่งเรื่องในทุกๆ วัน
กู้ชิงซงฉำยำเซียนฉำอยู่ว่ำงไม่มีอะไรทำก็เลยเตร็ดเตร่ไปทั่ว อย่ำงส่งเดช บังคับเรือล ำเล็กท่องไปในทะเลดวงดำว เดิมอยำกจะไปที่ ซำกปรักสรวงสวรรค์เก่ำ ไปพูดคุยกับอำจำรย์ของอำจำรย์สักหน่อย บอกอีกฝ่ำยว่ำล ำบำกแล้ว
น่ำเสียดำยที่เส้นทำงยำวไกลเกินไป กู้ชิงซงเองก็ไม่มีวิธีในกำร เดินทำงที่ดีกว่ำนี้ จึงได้แต่ย้อนกลับไปทำงเดิม เนื่องจำกอำรมณ์ไม่ดี จึงอยำกจะไปพูดคุยกับอวี๋เสวียนสักหน่อย
ผลคือไปเห็นว่ำซิ่วไฉเฒ่ำกับตำเฒ่ำอวี๋กำลังดื่มเหล้ำกันอย่ำง เอร็ดอร่อย พี่น้องสองคนอำรมณ์ดีมีควำมสุขกันมำก
ซิ่วไฉเฒ่ำรีบโบกมือ เอ่ยทักทำยบอกว่ำพี่ใหญ่เซียนฉำมำดื่ม เหล้ำด้วยกันสิ
กู้ชิงซงมองเทพเซียนผู้เฒ่ำอวี๋ที่ไม่เอ่ยอะไรสักคำแล้วโบกมือ “ข้ำขอบเขตต่ำ แล้วก็ไม่มีสถำนะเหวินเซิ่งเหมือนอย่ำงซิ่วไฉเฒ่ำ งำนเลี้ยงสุรำที่รวมกันแล้วได้ขอบเขตยี่สิบแปดประเภทนี้ สูงส่งเกิน กว่ำที่ข้ำจะอำจเอื้อมได้ กระโดดตัวก็ยังเอื้อมไม่ถึงหน้ำโต๊ะสุรำขอ งอวี๋สิบสี่เลย”
กู้ชิงซงหันหัวเรือไปพร ้อมกับทิ้งประโยคหนึ่งไว้ว่ำ “ข้ำถ่อเรือ เก่ำๆ ของข้ำ พวกเจ้ำก็ดื่มเหล้ำสถำนะของพวกเจ้ำกันไปเถอะ”
เจินเหรินผู้เฒ่ำที่ได้ฉำยำ “อวี๋สิบสี่” มำเปล่ำๆ สะอึกอึ้ง มำรดำ มันเถอะ ก็ผินเต้ำไม่กล้ำพูดอะไรนี่นำ
รอกระทั่งคนถ่อเรือหน้ำตำบูดบึงผู้นั้นถ่อเรือออกไปไกลแล้ว อวี๋ เสวียนก็เอ่ยอย่ำงปลงอนิจจังว่ำ เจ้ำลัทธิลู่ไม่กล้ำรับคนผู้นี้ไว้เป็ นลูก ศิษย์ก็ใช่ว่ำจะไม่มีเหตุผลจริงๆ
ซิ่วไฉเฒ่ำพูดกลั้วหัวเรำะเบำๆ ว่ำ “ไม่เป็ นแบบนี้ กู้ชิงซงจะต้อง กังวลว่ำอำจำรย์ของเขำจะหลงลืมลูกศิษย์ที่เดิมทีก็ไม่ได้รับกำร บันทึกชื่ออย่ำงเขำไปน่ะสิ”
อวี๋เสวียนพยักหน้ำ เห็นด้วยอย่ำงยิ่ง
อวี๋เสวียนใช ้เสียงในใจถำม “วิชำบินทะยำนบทนั้นของสหำยเฉิน ผินเต้ำพอจะเดำออกได้คร่ำวๆ แล้ว”
ซิ่วไฉเฒ่ำลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่ำ “ในเรื่องนี้ ก่อนหน้ำนั้น ตอนอยู่ที่เรือนด้ำนหลังร ้ำนยำของหยำงเหล่ำโถว มรรคำจำรย์เต๋ำได้ เอ่ยสองสำมประโยคที่มีควำมสำคัญอย่ำงมำก”
อวี๋เสวียนถึงได้ถอนหำยใจโล่งอก
ซิ่วไฉเฒ่ำหัวเรำะร่วน “คำกล่ำวของมรรคำจำรย์เต๋ำไม่ถือว่ำเป็ น กำรจุดประกำยอะไรได้แต่ถือว่ำเป็ นกำรสรุปใจควำมส ำคัญของ แนวคิดเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว เต๋ำและเส้นทำงสองฝ่ ำยสอดคล้อง ต้องกัน”
อวี๋เสวียนสูดลมหำยใจดังเฮือก
บนยอดเขำฮวำอิ่งของภูเขำเที่ยวอวี๋ เด็กหนุ่มเด็กสำวแปดคนมี ค ำประเมินต่ออำจำรย์แต่ละคนที่มำถ่ำยทอดวิชำให้แตกต่ำงกันไป
กำนถังที่ว่ำกันว่ำเป็ นผู้ถวำยงำนของภูเขำลั่วพั่ว อำจำรย์ผู้เฒ่ำ กำนตั้งใจถ่ำยทอดวิชำ ไม่เคยพูดคุยเรื่องวิชำควำมรู ้นอกเหนือจำก
เรื่องที่สอน สำมำรถอธิบำยหลักกำรเหตุผลยิ่งใหญ่ลึกซึ้งให้เข้ำใจ ง่ำย มีควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดวิชำอย่ำงมำก
นักพรตเหลียงเฉำกวำนสอนหนังสือมักจะชอบพูดติดส ำเนียง อ่อนนุ่มของบ้ำนเกิดภำษำที่ใช ้กระชับรวบรัด ไม่ต้องเปิดอ่ำนตำรำ ใดๆ ก็สำมำรถพูดได้เป็ นคุ้งเป็ นแคว ดึงดูดควำมสนใจของคนได้ดี น้ำเสียงของป๋ ำยเฟิ่งไม่มีแบ่งโทนสูงต่ำ ทำให้คนง่วงนอน
หลู่ปี้อวี๋ถ่ำยทอดวิชำได้อย่ำงน่ำเบื่อ ตอนสอนเขำตื่นเต้นกว่ำคน แปดคนที่เป็ นผู้เรียนเสียอีก แค่เปิดปำกพูดก็มีเหงื่อซึมออกมำบน หน้ำผำก
แต่หำกอยู่นอกคำบเรียน คนทั้งแปดไปขอควำมรู ้จำกเขำ เขำ กลับเหมือนเปลี่ยนไปเป็ นคนละคน มีควำมรู ้ลึกซึ้งและรสนิยมสง่ำงำม หลักกำรเหตุผลถึงแก่นแท้ ไม่ยึดติดกรอบเดิมๆ บำงครั้งก็มีคำ ล้อเลียนหยอกเย้ำ มำดแตกต่ำงไปจำกในห้องเรียนอย่ำงสิ้นเชิง
ส่วนเซี่ยโก่วที่บอกว่ำตัวเองมีฉำยำว่ำป๋ ำยจิ่ง นำงยังแต่งตั้ง ต ำแหน่งให้ตัวเองท ำนองว่ำอำจำรย์ใหญ่ หัวหน้ำครูผู้ฝึกสอน สิ่งที่ นำงสอน คนทั้งแปดฟังไม่ค่อยเข้ำใจนัก เรียนรู ้กันไม่ค่อยเป็ น
ทำงฝั่งของหอบูชำกระบี่ แบ่งแตงโมกันกินไปแล้ว เซี่ยโก่วที่วันนี้ ค่อนข้ำงง่วงมำกพลันอ้ำปำกหำว นั่งตัวตรง พูดออกคำสั่งว่ำ “กำน ธรรมดำ ก่อนหน้ำนี้ได้ยินเจ้ำขุนเขำบอกว่ำสำเหตุที่เจ้ำสำมำรถ เลื่อนติดอันดับเซียนกระบี่บนยอดเขำของกำแพงเมืองปรำณกระบี่ได้
คล้ำยจะไม่ธรรมดำอย่ำงมำก เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ้ำขุนเขำไม่ได้เล่ำให้ ฟังมำกนัก ช่วยอมพะน ำไว้แทนเจ้ำ บอกว่ำเหล้ำเก่ำยิ่งหมักนำนก็ยิ่ง หอมอะไรสักอย่ำง แต่เจ้ำก็อย่ำมัวเก็บง ำอยู่อีกเลย ไหนลองเล่ำให้ฟัง หน่อยสิ”
หำกเอำแต่ชอบเรียกเฒ่ำหูหนวกว่ำผู้ถวำยงำนทั่วไปจะทำให้ดู เป็ นว่ำตนเสพติดกำรเป็ นขุนนำงมำกเกินไป เซี่ยโก่วจึงเอำอย่ำงป๋ ำย เสวียนที่ชอบตั้งฉำยำให้ผู้อื่น จึงตั้งฉำยำนี้ให้กับเฒ่ำหูหนวก
เฒ่ำหูหนวกนินทำในใจไม่หยุด เจ้ำขุนเขำเฉินปำกมำกเกินไป แล้ว
บนใบหน้ำแก่ชรำที่เต็มไปด้วยรอยยับย่นกลับคลี่ยิ้มรำวบุปผำ ผลิบำน “ก็ไม่มีอะไรมีค่ำให้พูดถึง ก็แค่ว่ำตอนที่เป็ นหนุ่มนิสัยบุ่มบ่ำม ระหว่ำงที่สองทัพประจัญบำนกัน ดื่มเหล้ำสำมจอกลงท้องอยู่ใน กระโจมใหญ่ ถูกคนพูดยั่วยุด้วยคำพูดไร ้สำระไม่กี่ประโยค ข้ำก็พก กระบี่บุกเดี่ยวไปบนหัวกำแพงเมือง เรียกชื่อเฉิน…เซียนกระบี่ใหญ่ผู้ อำวุโส ท้ำสู้กันตัวต่อตัวเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อำวุโสก็ตอบตกลง”
ป๋ ำยเสวียนกล่ำวอย่ำงตกตะลึง “ไม่ได้ถูกเซียนกระบี่ใหญ่ผู้ อำวุโสฟันตำยด้วยกระบี่เดียวหรือ?”
เฉินหลิงจวินยิ่งกล่ำวอย่ำงตกตะลึงมำกยิ่งกว่ำ “เป็ นคำถำมที่ดี!”
คนปกติไหนเลยจะถำมคำถำมที่แสบสันแบบนี้
ป๋ ำยเสวียนร ้องอ้ออยู่กับตัวเอง “ก็ถูกนะ ฟันตำยไปแล้ว เฒ่ำหู หนวกก็ไม่อำจมำแสร ้งทำตัวเป็ นนำยท่ำนใหญ่อยู่ที่นี่ได้แล้ว”
ถึงอย่ำงไรป๋ ำยเสวียนก็คือป๋ ำยเสวียน เขำยื่นมือไปป้ องข้ำงปำก หันหน้ำไปถำมเสียงเบำว่ำ “เขี่ยอันดับรอง เฒ่ำหูหนวกใช่ผีตนหนึ่งที่ วิญญำณหยินไม่สลำยหำยไปไหนหรือไม่?”
เซี่ยโก่วส่ำยหน้ำ “คนตัวเป็ นๆ เลยล่ะ”
เดิมป๋ ำยเสวียนอยำกจะตอบโต้ผู้ถวำยงำนอันดับรองว่ำเฒ่ำหู หนวกถือว่ำเป็ นคนได้ที่ไหน แต่พอคิดว่ำเซี่ยโก่วเองก็มีชำติก ำเนิด มำจำกเผ่ำปีศำจของเปลี่ยวร ้ำงก็คิดว่ำช่ำงเถิดจะได้ไม่เป็ นกำรท ำ ร้ำยกันเอง
หมี่อวี้หัวเรำะหยันเอ่ยว่ำ “ขอบเขตไม่พอ แต่ควำมกล้ำพอถูไถ ยืดคอยำวไปบนคมกระบี่ของเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อำวุโสอย่ำงนั้นหรือ? หรือว่ำขอให้เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อำวุโสถือกระบี่ด้วยมือข้ำงเดียวหันมำ ข้ำงหน้ำ แต่กลับไม่จำเป็ นต้องออกกระบี่ เจ้ำก็เดินก้ำวใหญ่ๆ ไปหำ พุ่งเข้ำใส่ปลำยกระบี่ด้วยตัวเอง แทงทะลุหัวใจของตัวเองให้เป็ นรู?”
สำหรับคำพูดเหน็บแนมของเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ เฒ่ำหูหนวก แสร ้งท ำเป็ นไม่ได้ยินเพียงแค่ยืดเอวตรงตำมจิตใต้ส ำนึก สองมือก ำ เป็ นหมัดหลวมๆ วำงไว้บนหัวเข่ำ ใบหน้ำเผยแววคิดค ำนึงออกมำ เสี้ยวหนึ่ง
ก็เหมือนสุรำเลิศรสนำนปีกำหนึ่งที่ฤทธิ์สุรำแรงมำกจริงๆ ข้ำม พ้นไปคืนหนึ่ง คนดื่มเหล้ำขยับปำกก็คล้ำยว่ำจะยังมีรสชำติ หลงเหลืออยู่
ในที่สุดเฒ่ำหูหนวกก็ตัดใจแกะผนึกดินเหล้ำเก่ำกำนี้ออกแล้ว เอำมำดื่มร่วมกับทุกคน
กำรรำลึกควำมหลังในครั้งนี้ เขำเรียกชื่อของเซียนกระบี่ใหญ่ผู้ อำวุโสออกมำตรงๆ
“เฉินชิงตูที่ไม่เคยถำมกระบี่กับคนอื่น และยิ่งไม่ถูกคนอื่นถำม กระบี่มำนำนหลำยปีพอยกมือขึ้นก็เรียกกระบี่ยำวมำตรฐำนเล่มหนึ่ง ออกมำ บอกว่ำให้ข้ำเชิญร่ำยเวทกระบี่ที่ภำคภูมิใจที่สุดในชีวิตนี้ ออกมำได้เลย”
“พิทักษ์เมืองมำห้ำสิบกว่ำปี ระหว่ำงนั้นเฉินชิงตูปล่อยกระบี่ ออกไปสองครั้ง แน่นอนว่ำจงใจยอมให้ข้ำ”
“ไม่ว่ำจะอย่ำงไร ในประวัติศำสตร ์หมื่นปีของกำแพงเมืองปรำณ กระบี่ก็มีเรื่องรำวทีเป็ นของข้ำโดยเฉพำะ”
ต่อให้เป็ นผู้ฝึ กกระบี่ในท้องถิ่นที่เวลำปกติไม่เคยเห็นเฒ่ำหู หนวกอยู่ในสำยตำอย่ำงป๋ ำยเสวียนและเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ พอได้ยิน เรื่องนี้ก็รู ้สึกว่ำเฒ่ำหูหนวกไม่เลวเลย
เซี่ยโก่วน่ำจะเป็ นคนเดียวที่ฟังด้วยควำมเบื่อหน่ำย เพียงแต่ว่ำ กำนถังที่อยู่บนยอดเขำฮวำอิ่งไม่มีคุณควำมชอบก็มีคุณควำม เหนื่อยยำก นำงจึงไม่ได้พูดอะไร
ในกำลเวลำยุคบรรพกำลที่ป๋ ำยจิ่งกับเสี่ยวโม่พกกระบี่เดิน ทำงไกลอยู่โลกมนุษย์ เฉินชิงตูในเวลำนั้น อันที่จริงไม่ได้แข็งแกร่ง อะไรขนำดนั้น
ไม่ได้พูดว่ำเวทกระบี่ของเฉินชิงตูตอนนั้นไม่ร ้ำยกำจ แต่เป็ น เพรำะเขำไม่อำจทิ้งระยะห่ำงจำกผู้ฝึ กกระบี่ในโลกมนุษย์ไประดับ ใหญ่ได้
อีกอย่ำงดูเหมือนว่ำสถำนะของเฉินชิงตูจะพิเศษ ผู้ฝึกกระบี่บน เส้นทำงเดียวกันหลำยคนต่ำงก็พยำยำมจะบดบังกำรเติบโตของเฉิน ชิงตู โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งยังจงใจหักลบระดับครั้งที่เฉินชิงตูถำมกระบี่ กับนักพรตยุคบรรพกำลไปหลำยครั้ง
นอกจำกนี้คนในยุคเดียวกันก็ยังมีผู้นำวิถีกระบี่ที่สถำนะไม่แน่ ชัดคนนั้นอยู่ด้วย เพรำะถึงอย่ำงไรเขำต่ำงหำกที่ถึงจะเป็ นบุคคลโดด เด่นเป็ นหนึ่งในสิบผู้กล้ำของใต้หล้ำที่เป็ นตัวแทนของผู้ฝึกกระบี่ทุก คนในโลกมนุษย์ นี่จึงเป็ นเหตุให้เขำต่ำงหำกที่ได้รับกำรยอมรับว่ำ เป็ นบุคคลอันดับหนึ่ง
อีกทั้งตอนนั้นข้ำงกำยเฉินชิงตูยังมีพวกหยวนเซียง หลงจวินอยู่ ด้วย เวทกระบี่ของพวกเขำล้วนสูงกันมำก ต่อให้จะสู้เฉินชิงตูไม่ได้ แต่ระยะห่ำงก็ไม่ได้เด่นชัดนัก
เนื่องจำกศึกเดินขึ้นฟ้ ำ ป๋ ำยจิ่งท ำอะไรโดยใช ้อำรมณ์ นำงจึง บำดเจ็บไม่เบำ จ ำต้องหลับสนิทไปนำนหมื่นปี เป็ นเหตุให้นำงพลำด เรื่องรำวไปมำกมำย
ดังนั้นเซี่ยโก่วในทุกวันนี้จึงไม่ได้สนใจมำกนักว่ำทำไมในหลำย ใต้หล้ำของหมื่นปีให้หลังถึงได้เลื่อมใสเฉินชิงตูรำวกับเห็นเขำเป็ น เทพเจ้ำอย่ำงนั้น
เฉินหลิงจวินเอ่ยชื่นชม ปรบมือร ้องให้กำลังไม่หยุด “พี่ใหญ่หลง เชียง เจ้ำสร ้ำงวีรกรรมยิ่งใหญ่ที่มำกพอจะเขียนต ำรำเล่มใหญ่ขนำด นี้แล้ว ทำไมถึงได้…เงียบงันเช่นนี้ หำกเป็ นข้ำในอดีตก็คงตีฆ้องร ้อง ป่ำว ตะเบ็งเสียงตะโกนพูดให้ดังๆ ไปแล้ว”
วีรกรรมบำงอย่ำงที่เรียกได้ว่ำมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ใช่ว่ำเฉินหลิง จวินไม่อยำกจะโอ้อวดกับคนอื่น แต่เป็ นเพรำะเขำ “พูดไม่ออก” อย่ำง แท้จริง
เพรำะถึงอย่ำงไรก็อำศัยพึ่งพำอยู่ใต้ชำยคำของคนอื่น มำทำงำน อยู่ที่ภูเขำลั่วพั่วแล้วเฒ่ำหูหนวกจึงฝืนนิสัย เอ่ยไปตำมมำรยำทว่ำ “รักและหวงแหนในสิ่งที่เป็ นของตนไม่จ ำเป็ นต้องพูดออกมำ”