กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1117.2 เซียนตำรำเด็กหนุ่มเล่มหนึ่ง
บนหัวกำแพงเมือของกำแพงเมืองปรำณกระบี่ ท้ำทำยเฉินชิงตู ให้ต่อสู้กันตัวต่อตัว ใช ้เวทกระบี่ปะทะเวทกระบี่
ประเด็นสำคัญเฉินชิงตูถึงกับตอบตกลงกับกำรถำมกระบี่ที่ฝีมือ ห่ำงชั้นกันครั้งนี้ด้วย
เฉินชิงตูไม่ใช่บัณฑิตชำติสุนัขบำงคน ไม่จ ำเป็ นต้องใช ้วิธีกำร ต่ำงๆ มำยกระดับผลชัยชนะเพื่อที่จะได้คุยโวกับคนอื่น
ถ้ำอย่ำงนั้นก็ไม่ใช่คำว่ำแม้จะพ่ำยแพ้แต่ก็แพ้อย่ำงสมเกียรติ อะไรมำบรรยำยได้แล้ว หำกไม่เป็ นเพรำะจิตแห่งกระบี่ของเฒ่ำหู หนวกบริสุทธิ์มำกพอ เฉินชิงตูก็ไม่มีทำงให้หน้ำใหญ่เทียมฟ้ ำนี้แก่ เขำ
เฒ่ำหูหนวกได้ต่อสู้ในครั้งนี้ก็มำกพอจะภำคภูมิใจได้อย่ำง แท้จริง
หมื่อวี้มักจะสวมชุดขำวรัดเข็มขัดหยกตลอดทั้งปี ตรงเอวห้อย น้ำเต้ำเลี้ยงกระบี่ชื่อว่ำหำวเหลียงลูกหนึ่ง
บุรุษผู้มีชื่อเสียงที่หล่อเหลำสง่ำงำม มำดของเซียนกระบี่ คู่ควร แก่กำรที่เจ้ำสำนักชุยจะเปิดบุปผำในคันฉ่องจันทรำในสำยน้ำเพื่อ เขำโดยเฉพำะอย่ำงแท้จริง
กำแพงเมืองปรำณกระบี่มีชำยงำมหลำยคนที่เป็ นที่ยอมรับของ ผู้คน ฉีถึงจี้ที่ยังคงมีรูปโฉมเป็ นหนุ่ม ซุนจวี้เฉวียน แน่นอนว่ำยังมีอู่ เฉิงเพ่ย หมี่อวี้ที่เมำมำยอยู่บนเมฆำเรืองรอง อู๋เฉิงเพ่ยเองก็มักจะถูก ผู้ฝึกตนหญิงของต่ำงถิ่นเรียกขำนคู่กับหมื่อวี้ว่ำเป็ น “หยกคู่” ส่วน คนรุ่นเยำว์ก็มีพวกผังหยวนจี้ เฉินซำนชิว
เด็กชำยผมขำวที่เป็ นขุนนำงผู้เรียบเรียงตำรำนั่งยองอยู่ในมุม นำงจดบันทึกเรื่องนี้ลงไปเงียบๆ
เฉินผิงอันพลันเผยกำยที่หอบูชำกระบี่ บอกว่ำตัวเองอำจจะต้อง ปิดด่ำนอย่ำงแท้จริงช่วงระยะเวลำหนึ่ง
ช่วงนี้ที่เนินสู่เหยำนอกจำกหมี่ลี่น้อยที่ยังลำดตระเวนภูเขำ เหมือนเดิมแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่ต้องไปกินน้ำแกงประตูปิดที่นั่น
ไม่ได้ขี่กระบี่หรือหดย่อพื้นที่กลับเนินฝูเหยำ เฉินผิงอันเลือกจะ เดินเท้ำลงจำกภูเขำก่อนจะลงได้เรียกเด็กสำวสวมหมวกขนเตียวที่มี ท่ำทำงเกียจคร ้ำน และเด็กชำยผมขำวที่ชูแขนตะโกนก้องอวยพรให้ บรรพบุรุษอิ่นกวำนปิดด่ำนรำบรื่น ออกจำกด่ำนได้เป็ นบินทะยำน ตลอดทำงไปด้วยกัน
เห็นภำพเหตุกำรณ์นี้ และยังได้ยินเสียงคำเรียกขำนว่ำบรรพ บุรุษอิ่นกวำนค ำแล้วค ำเล่ำ ใบหน้ำเฒ่ำหูหนวกยังคงเป็ นปกติ แต่ แท้จริงแล้วกลัดกลุ้มใจอย่ำงมำก
เพียงแต่ว่ำจู่ๆ ทะเลสำบหัวใจก็มีเสียงของผู้อำวุโสป๋ ำยจิ่งดัง ขึ้นมำ “ไม่ดื่มเหล้ำเก่ำแก่กำนี้ของเจ้ำเปล่ำๆ หรอก ครำวหน้ำจะ ถ่ำยทอดเวทกระบี่สองบทให้เจ้ำ แต่จะเรียนรู ้เป็ นหรือไม่ จะฝึกส ำเร็จ หรือไม่ ข้ำไม่สนหรอกนะ”
เฒ่ำหูหนวกซำบซึ้งใจยิ่งนัก ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้ำจริงจัง ไม่พูด ไม่จำก็หันไปก้มหัวกุมหมัดให้กับเส้นทำงภูเขำ
ป๋ ำยเสวียนกับเฉินหลิงจวินมองหน้ำกันตำปริบๆ เฒ่ำหูหนวกที่ หัวทึบที่สุด ไฉนถึงเปลี่ยนมำเป็ นคนรู ้ควำมเข้ำใจเรื่องรำวทุกอย่ำงดี อย่ำงนี้ หรือว่ำถูกเทพเซียนผู้เฒ่ำเจี่ยสิงร่ำงเข้ำให้แล้ว?
เมื่อเทียบกับเฒ่ำหูหนวกที่ขึ้นเขำมำช ้ำกว่ำแล้ว ผู้ฝึ กยุทธจง เชี่ยนที่มำร่วมวงควำมครึกครื้นที่นี่พร ้อมกับพี่น้องที่รัก อันที่จริงก็มำ อยู่ภูเขำลั่วพั่วได้แค่ไม่กี่วันเท่ำนั้น หำกจะพูดถึงควำมสำมำรถด้ำน กำรทะเลำะถกเถียง ก็ยังห่ำงชั้นกับเฒ่ำหูหนวกไม่ใช่แค่พันลี้หมื่นลี้ เท่ำนั้น แต่จงเชี่ยนที่ลำพังฟังแค่ชื่อก็ง่ำยที่จะทำให้คนเข้ำใจผิดคิด ว่ำเป็ นสตรี บุคคลอันดับหนึ่งด้ำนกำรเรียนวรยุทธของพื้นที่มงคล ดอกบัว ปรมำจำรย์ใหญ่จง อยู่ที่ภูเขำลั่วพั่วกลับเหมือนปลำได้น้ำ ก่อนหน้ำนี้อยู่ที่โต๊ะกินข้ำว จงเชี่ยนก็เคยถำมถึงสถำนะของผู้ถวำย งำนกำนถังที่อยู่หอบูชำกระบี่ว่ำหำกขอบเขตต่ำงกันไม่มำกก็จะ หมำยควำมว่ำตนเองก็สำมำรถเป็ นผู้ถวำยงำนได้ใช่หรือ? ผลคือพ่อ ครัวเฒ่ำบอกว่ำเฒ่ำหูหนวกคือผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบินทะยำน…จง เชี่ยนก็เลยกินข้ำวเพิ่มอีกสองชำม
วันนั้นพ่อครัวเฒ่ำเป็ นฝ่ ำยผัดกับแกล้มแกล้มสุรำเพิ่มให้อีกสอง สำมชำมด้วยตัวเองอย่ำงที่หำได้ยำก ดึงจงเชี่ยนมำดื่มเหล้ำด้วยกัน คุยเล่นกันอยู่หลำยประโยค
จูเหลี่ยนถำมจงเชี่ยนว่ำรู ้ข้อดีข้อเสียของตัวเองหรือไม่ จงเชี่ยน บอกว่ำตัวเองไม่มีข้อดีหรือข้อเสียอะไร อยู่ในยุทธภพนี่นะ ก็คือกำร เอำตัวรอด
จูเหลี่ยนจึงยิ้มเอ่ยว่ำบนโลกมีคนที่จิตใจขถึงดึงคล้ำยว่ำทั้ง ร่ำงกำยและจิตใจล้วนขดตัวอยู่ ก็มักจะต้องมีคนที่มีอิสระเสรีกำยใจ ผ่อนคลำยอยู่เสมอ
ขนบธรรมเนียมเป็ นอย่ำงไร กฎระเบียบเข้มงวดหรือไม่ ส่วนใหญ่ ก็ต้องดูว่ำคนที่เป็ นประมุขตระกูลมีนิสัยอย่ำงไร และนี่ก็เป็ นเหตุผล ที่ว่ำทำไมลูกหลำนตระกูลใหญ่หลำยคนที่ตระกูลมีอ ำนำจมีบำรมี เวลำอยู่ในบ้ำนถึงไม่กล้ำแม้แต่จะหำยใจแรง ไม่ว่ำจะก้ำวเดินพูดจำ กินอำหำร เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนก็มักจะระมัดระวังรอบคอบอยู่ เสมอ ไม่กล้ำเถียงผู้อำวุโสแม้แต่ครึ่งคำ แต่พอออกจำกบ้ำนกลับ เหมือนเป็ นคนละคน กำรกระท ำสลับสับเปลี่ยน ดื้อรั้นก้ำวร ้ำวไร ้ มำรยำท นิสัยดุร ้ำยอ ำมหิต ในระดับใหญ่แล้วก็คือกำรระบำย ควำมแค้นอย่ำงหนึ่ง คือกำรแก้แค้นอย่ำงหนึ่ง และยิ่งเป็ นกำรชดเชย ที่ไม่รู ้ตัวอย่ำงหนึ่ง
ตอนนั้นเด็กชำยชุดเขียวและเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ต่ำงก็อยู่ด้วย เฉินหลิงจวินหัวเรำะชอบใจ ยื่นมือมำตบโต๊ะ บอกว่ำปรมำจำรย์ใหญ่
จงไม่เข้ำใจเรื่องพวกนี้ พ่อครัวเฒ่ำเจ้ำก็อย่ำได้ชม้ำยชำยตำให้คน ตำบอดอีกเลย
หำกจงเชี่ยนได้ยินคำพูดพวกนี้แล้วโกรธก็คงไม่ใช่จงเชี่ยนแล้ว เขำหัวเรำะหึหึ บอกว่ำจิ่งชิงเข้ำใจข้ำ คนที่เข้ำใจข้ำล้วนต้องเป็ นชำย โสด
ตอนนั้นเฉินหลิงจวินเกือบจะแสดงฝีมือใส่จงเชี่ยน สองพี่น้องมำ วัดสูงต่ำกันด้ำนวิชำหมัดให้รู ้ด ำรู ้แดงกันไปเลย
แน่นอนว่ำเป็ นกำรทำยหมัด
หมี่อวี้กลับทำท่ำเหมือนกระจ่ำงแจ้ง ตั้งใจว่ำจะไม่แสร ้งทำเป็ น เกียจคร ้ำนตลอดทั้งวันอีกต่อไปแล้ว
จูเหลี่ยนพูดอีกว่ำไม่แน่เสมอไปว่ำพวกเรำจะเป็ นผู้ร ้องทุกข์ที่ดี ขณะเดียวกันก็ไม่แน่เสมอไปว่ำจะเป็ นผู้รับฟังที่ดีเหมือนกัน
บำงทีพวกเรำอำจจะเข้ำใจว่ำคนอื่นเอ่ยประโยคนี้หมำยถึงอะไร ในค ำพูดซุกซ่อนอะไรอยู่ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่ำพวกเรำจะรู ้ว่ำท ำไม พวกเขำถึงได้เอ่ยประโยคนี้ ทำเรื่องนี้
ไหลไปตำมกระแสอย่ำงถูกกระทำ กับเป็ นฝ่ ำยเข้ำเมืองตำหลิ่ว หลิ่วตำตำมด้วยตัวเองคือคนละเรื่องกัน
เข้ำใจควำมวกวนอ้อมค้อมของผู้คนและวิถีทำงโลกพวกนี้ หลังจำกนั้นก็นั่งลงข้ำงโต๊ะของบ้ำนตัวเอง ยกชำมเหล้ำขึ้น จะพูด
เปิดเผยอย่ำงตรงไปตรงมำหรือจะเก็บกลั้นไว้ในใจ ก็เป็ นเรื่องของแต่ ละคน
ไม่อย่ำงนั้นก็ถูกผู้คนและเรื่องรำวทำงโลกเอำกระสอบป่ำนครอบ หัว เอำไม้ทุบตี มักจะถูกคนแบบเดียวกัน เรื่องรำวแบบเดียวกันขัดขำ สะดุดล้มหัวทิ่มเหมือนกัน เจอกับควำมยำกล ำบำกเหมือนกัน
จงเชี่ยนฟังมำถึงตรงนี้ ในที่สุดก็อดไม่ไหวเปิดปำกถำมว่ำ พ่อ ครัวเฒ่ำหวังให้ข้ำตั้งใจฝึกหมัดให้ดี อย่ำได้เสียต ำแหน่งบุคคลอันดับ หนึ่งวิถีวรยุทธของพื้นที่มงคลใช่หรือไม่?
พ่อครัวเฒ่ำนับว่ำมีควำมตั้งใจอันดี เห็นตนเป็ นผู้เยำว์ในตระกูล จริงๆ สินะ ดังนั้นตอนนั้นจงเชี่ยนจึงรู ้สึกอบอุ่นในใจ ซำบซึ้งใจอย่ำง มำก
ผลคือจูเหลี่ยนทนแล้วทนอีก สุดท้ำยก็ทนไม่ไหว เริ่มชี้หน้ำด่ำ จงเชี่ยน ข้ำผู้อำวุโสให้เจ้ำหัดมีแววตำเสียบ้ำง มีใจเสียหน่อย อย่ำ เอำแต่เห็นที่นี่เป็ นโรงอำหำร!
หมื่อวี้ที่ทุกวันจะต้องมำดื่มเหล้ำมื้อเช ้ำที่นี่พ่นเหล้ำพรวดออก จำกปำกทันใด เฉินหลิงจวินก็มักจะมำกินอำหำรมื้อดึกที่นี่เป็ นประจำ มือหนึ่งกุมท้องหัวเรำะก๊ำก อีกมือหนึ่งตบโต๊ะรัวๆ
รอกระทั่งพ่อครัวเฒ่ำที่กำลังด่ำกรำดย้ำยสำยตำมองไปที่พวก เขำ พวกเขำถึงได้ลุกขึ้นขอตัวลำจำกไปอย่ำงขลำดๆ ไม่ลืมลำกจง เชี่ยนไปด้วยกันด้วย
จงเชี่ยนเดินไปถึงหน้ำประตูก็เอ่ยว่ำเดี๋ยวตอนกลำงคืนพวกเรำพี่ น้องจะมำกินอำหำรมื้อดึก วันนี้เปลี่ยนรสชำติเสียหน่อย ช่วยข้ำทำ น้ำแกงหมำล่ำที่มีพร ้อมทั้งเนื้อและผักสักชำมใหญ่ๆ
ตอนนั้นมีขุนนำงผู้เรียบเรียงตำรำคนหนึ่งค้อมตัวแอบอยู่ในมุม กำแพงด้ำนนอก เพรำะมีหน้ำที่ให้ต้องรับผิดชอบจึงหยิบกระดำษและ พู่กันออกมำบันทึกบุญคุณควำมแค้นในครั้งนี้ลงไป
บนเส้นทำงภูเขำ เฉินผิงอันเอ่ยว่ำ “ตอนที่ข้ำกลับมำจำกฝูเหยำ ทวีปได้รับค ำเตือนจำกเจินเหริน เดินทำงผ่ำนจวนสุ่ยจวินของ มหำสมุทรบูรพำ ได้เจอกับคนพิฆำตมังกรที่เดิมทีคิดจะระดมก ำลังท ำ เรื่องใหญ่โต”
เซี่ยโก่วหัวเรำะฮ่ำๆ “มีข้ำอยู่ข้ำงกำย อยู่ใกล้กันขนำดนี้ ต่อให้ เจ้ำขุนเขำพูดถึงเฉินชิงหลิวกับหวังจูก็สำมำรถเรียกชื่อของพวกเขำ ได้เลย”
ขุนนำงผู้เรียบเรียงต ำรำคนแรกของภูเขำลั่วพั่วอย่ำงเด็กชำยผม ขำวคือคนที่ทำอำชีพอะไรก็รักในอำชีพนั้นอย่ำงแท้จริง เขำถำม อย่ำงตั้งใจว่ำ “ขอถำมบรรพบุรุษอิ่นกวำน วันและเวลำที่พวกท่ำนทั้ง สองได้พบหน้ำกันคือตอนไหน?”
เฉินผิงอันไม่รู ้ว่ำโทสะผุดมำจำกไหน ยกมือขึ้นสูง สองนิ้วประกบ กัน
เด็กชำยผมขำวหดคอ รีบขับเรือตำมกระแสลมทันใด “ช่ำงเถิด ในเมื่อบรรพบุรุษอิ่นกวำนตั้งใจจะปิ ดบัง ผู้น้อยก็ไม่บันทึกลงใน เอกสำรก็ได้”
เฉินผิงอันเอ่ยเสียงเบำ “เหล้ำที่ดื่มในร ้ำนยำจุ้ยตรอกฉีหลงก่อน หน้ำนี้ เจ้ำเขียนบรรยำยขั้นตอนอย่ำงละเอียดอีกหน่อย ดูว่ำมีอะไร ตกหล่นหรือไม่”
เด็กชำยผมขำวเอ่ยอย่ำงน้อยใจ “ฟ้ ำดินเป็ นพยำน ไม่มีตกหล่น ไปแม้แต่ค ำเดียวเลยนะ”
อีกอย่ำงก่อนหน้ำนี้ที่รำยงำนข่ำวให้ท่ำน ตนก็ต้องเพิ่ม รำยละเอียดแต่งเติมสีสันเข้ำไปไม่น้อย หวังจูผู้นั้นเลิกคิ้วอย่ำงไร คลี่ ยิ้มงดงำมอย่ำงไร เป็ นบรรพบุรุษอิ่นกวำนเองที่ท่ำนทนร ำคำญฟัง ไม่ได้ถึงได้เอ่ยมำประโยคหนึ่งว่ำอย่ำพูดมำก
ป๋ ำยจิ่งยิ้มตำหยี “ดูเหมือนข้ำจะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มำก่อน หัวหน้ำสำขำคงโหวรีบเล่ำมำให้หัวหน้ำส ำนักใหญ่ฟังสิ ครำวหน้ำข้ำ จะช่วยขอคุณควำมชอบจำกเจ้ำประมุขกวอให้เจ้ำเอง จะจดลงบัญชี เอำไว้”
พวกเขำดึงกวอจู๋จิ่วมำสร ้ำงภูเขำลูกเล็กด้วยกัน ควำมสัมพันธ ์ ลึกซึ้งแนบแน่น ไม่ต่ำงจำกพี่น้องที่รักที่ทำพิธีเป็ นพี่น้องร่วมสำบำน แลกเปลี่ยนคำสัตย์ปฏิญำณต่อกันเลย
ที่บ้ำนเกิดของเจ้ำขุนเขำเฉินและบรรพบุรุษอิ่นกวำน คืนวันที่ สำมสิบของเมืองเล็กมีประเพณีที่จะต้องแวะเวียนไปตำมบ้ำนต่ำงๆ เพื่อถำมถึงอำหำรมื้อค่ำ พวกคนแก่ชำยหญิงจะตั้งโต๊ะสุรำไว้ตัวหนึ่ง รับผิดชอบคอยรับรองแขกอยู่ในบ้ำน พวกผู้ใหญ่ที่อยู่บ้ำนใกล้เรือน เคียงจะเข้ำมำนั่งดื่มเหล้ำ เด็กๆ จับกลุ่มกัน พอเข้ำประตูมำได้ก็ ตะโกนขอผลไม้และอำหำรทำนเล่น ปีก่อนที่ตรอกฉีหลง สือโหรวพำ เจ้ำใบ้น้อยนั่งเฝ้ ำคืนอยู่ข้ำงกระถำงไฟด้วยกันก็เจอกับหวังจูที่เป็ น ฝ่ ำยแวะเวียนมำถำมอำหำรมื้อค่ำด้วยตัวเอง เดิมทีสือโหรวแค่เอ่ยไป ตำมมำรยำทว่ำแม่นำงจื้อกุยจะนั่งลงดื่มเหล้ำด้วยกันหรือไม่ คิดไม่ถึง ว่ำหวังจูที่สูงศักดิ์เป็ นถึงสุ่ยจวินแห่งมหำสมุทรบูรพำแล้วจะถึงกับตอบ ตกลงจริงๆ เอ่ยชื่นชมปลำเก๋หมักของสือโหรวจำนนั้น ไม่รู ้ว่ำเหตุ ใดสือโหรวถึงได้รู ้สึกว่ำตอนนั้นหวังจูอำรมณ์ไม่เลว ภำยหลังเด็กชำย ผมขำวที่ยืนอยู่บนม้ำนั่งทำยหมัดกับคนอื่นอยู่บ้ำนข้ำงๆ ก็มำร่วมวง ควำมครึกครื้นด้วยได้เจอกับสุ่ยจวินแห่งมหำสมุทรบูรพำซึ่งโชคดีได้ เป็ นเพื่อนบ้ำนกับบรรพบุรุษอิ่นกวำนมำนำนหลำยปีเป็ นครั้งแรก ได้ พูดคุยควำมในใจกันไปหลำยประโยค มีเรื่องหนึ่งที่เด็กชำยผมขำว พูดไปถึงเฉินชิงหลิวคนพิฆำตมังกร ควำมเห็นของเด็กชำยผมขำว ค่อนข้ำงจะ “ธรรมดำ” ถือเป็ นควำมรู ้สำมัญของผู้ฝึกตนทั่วไป นำง ยกตัวอย่ำงให้ฟัง รู ้สึกว่ำมังกรที่แข็งแกร่งยังกดข่มงูเจ้ำถิ่นไม่ได้ แล้ว นับประสำอะไรกับที่หวังจูก็คืองูเจ้ำถิ่น เฉินชิงหลิวเป็ นแค่มังกรข้ำม แม่น้ำมำเท่ำนั้น ไม่จำเป็ นต้องไปกลัวเขำ
แต่คำตอบของหวังจูในเวลำนั้นกลับน่ำสนใจอย่ำงมำก นำงพูด อย่ำงตรงไปตรงมำ ควำมหมำยคร่ำวๆ ก็คือต่อให้วันใดนำงเลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่ได้ แต่ขอแค่ได้เจอกับคนพิฆำตมังกร หำกไม่หนีก็ต้อง ตำย
นี่ทำให้เด็กชำยผมขำวตกใจไม่น้อย คนตรงหน้ำนี้กับสำว ใช ้จื้อกุยแห่งตรอกหนีผิงในภำพจำของตน คนหนึ่งคือฟ้ ำคนหนึ่งคือ ดินโดยแท้ มีควำมรู ้ควำมเข้ำใจในตัวเองได้ดีจริงๆ
กำรที่เด็กชำยผมขำวเป็ นฝ่ ำยชวนคุยหัวข้อต้องห้ำมที่ไม่เป็ นที่ ชื่นชอบนี้ก็เพรำะก่อนหน้ำนั้นตอนที่อยู่บนเรือรำตรี อู๋ช่วงเจี้ยงเคย ก ำชับนำงให้พยำยำมพูดโน้มน้ำวให้หวังจูออกไปจำกใต้หล้ำไพศำล ไปสวำมิภักดิ์ตำหนักสุ่ยฉู น่ำเสียดำยที่เด็กชำยผมขำวไม่ถนัดเป็ น คนกลำง เป็ นถนัดผูกพันธมิตรสักเท่ำไร แล้วก็จริงดังคำด ดูเหมือน หวังจูจะเดำตัวตนของเด็กชำยผมขำวได้จึงเป็ นฝ่ ำยพูดถึงหอกว้ำน เชวี่ย เด็กชำยผมขำวหรือจะกล้ำยอมรับเรื่องนี้ควำมหมำย นอกเหนือจำกค ำพูดของหวังจูก็น่ำจะหมำยควำมว่ำนำงต้องกำร ปฏิเสธกำรเชื้อเชิญของตำหนักสู้ยฉูอย่ำงอ้อมๆ แล้ว
เซี่ยโก่วฟังมำถึงตรงนี้ก็จับประคองหมวกขนเตียว ใบหน้ำแฝงไว้ ด้วยควำมเย้ยหยัน “ไม่หนีก็ตำย? นี่คือคำพูดเดิมของหวังจูเองหรือ?”
เด็กชำยผมขำวพยักหน้ำรับอย่ำงแรง “ไม่ตกหล่นไปแม้แต่ค ำ เดียว!”
วันนี้ไม่เหมือนกับครำวก่อน เด็กชำยผมขำวลังเลอยู่พักหนึ่งก็ยัง ยอมพูดเรื่องวงในมำกขึ้นหน่อย ใช ้เสียงในใจบอกเล่ำแผนกำรและ ควำมคิดของอู๋ซวงเจี้ยงออกไป
เฉินผิงอันเป็ นคนที่ไม่ชอบเรื่องเยอะ ในเมื่อตั้งใจเรียกตนกับป๋ ำ ยจิ่งลงจำกภูเขำมำด้วยกัน ตนก็จ ำเป็ นต้องปฏิบัติต่อบรรพบุรุษอิ่นก วำนด้วย…ควำมจริงใจมำกเป็ นพิเศษแล้ว
เด็กชำยผมขำวเอ่ยอย่ำงละอำยใจว่ำ “เฉินผิงอัน เพรำะก่อน หน้ำนี้ข้ำไม่ได้พูดเรื่องนี้ก็เลยทำให้เหตุกำรณ์ทำงฝั่งของเจ้ำเกิด ข้อผิดพลำดหรือ?”
เฉินผิงอันส่ำยหน้ำ “ไม่ได้เกี่ยวกันมำกนัก ถอยไปพูดหนึ่งก้ำว ต่อให้เกี่ยวข้องกัน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้ำ”
เด็กชำยผมขำวเอ่ยอย่ำงอัดอั้น “วันหน้ำหำกมีเรื่องทำนองนี้อีก ข้ำจะไม่ตัดพูดเอำแต่ประเด็นส ำคัญแล้ว”
เฉินผิงอันกล่ำว “ไม่ต้อง”
เด็กชำยผมขำวยังอยำกจะพูดอะไรบำงอย่ำง
เซี่ยโก่วกลับยิ้มพูดปลอบใจว่ำ “เรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว ผ่ำน มำแล้วก็ปล่อยให้มันผ่ำนไป อย่ำได้ทำตัวห่ำงเหินกันแบบนี้เลย”
เฉินผิงอันจมเข้ำสู่ภวังค์ควำมคิด แน่นอนว่ำเขำไม่รู ้เรื่องวงในที่ อำพรำงไว้ลึกซึ้งยิ่งกว่ำนั้น
ขอแค่ตัวหวังจูเองไม่ยินดีพูด ไม่ว่ำใครก็ไม่มีทำงรู ้ควำมจริง บำงอย่ำง
ที่แท้ฉีจิ้งชุนเคยเป็ นฝ่ ำยไปหำหวังจู มอบประโยคที่เป็ นคำ ท ำนำยบนมหำมรรคำให้นำงว่ำ “ขึ้นหอกว้ำนเชวี่ยฟ้ ำสูงแผ่นดิน กว้ำงใหญ่ ลงหอกว้ำนเชวี่ยต้นกำเนิดน้ำไกลสำยน้ำไหลยำว
ฉีจิ้งชุนยังถึงขั้นเคยสอนนำงว่ำควรจะรับมือกับเฉินชิงหลิว อย่ำงไร สอนนำงว่ำควรจะข้ำมผ่ำนหำยนะอักษรคำว่ำพิฆำตที่มองดู เหมือนจะผ่ำนพ้นไปไม่ได้อย่ำงไร
ไปสวำมิภักดิ์อู๋ซวงเจี้ยงที่ตำหนักสุ่ยฉู ฝึกตนอยู่ที่หอกว้ำนเชวี่ย มีอนำคตบนมหำมรรคำ นี่ก็น่ำจะเป็ นแผนกำรระดับบนของนำง
อยู่ต่อที่ใต้หล้ำไพศำล หลบเลี่ยงเฉินชิงหลิว ก็ถือว่ำเป็ นแผน ระดับกลำง
สรุปก็คือนำงจะอยู่หรือไปก็ได้
แต่หวังจูกลับไม่ยอมทำเช่นนี้ นำงดึงดันจะงัดข้อกับบัณฑิตที่ผม ตรงจอนหูสองข้ำงเป็ นสีดอกเลำให้จงได้
เหมือนเด็กเกเรคนหนึ่งที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ที่ คร่ำครึ จะต้องแง่งอนเอำแต่ใจ ท่ำนอยำกให้ข้ำท ำอะไร ข้ำก็จะท ำ ในทำงตรงกันข้ำม
สุดท้ำยฉีจิ้งชุนยิ้มให้คำแนะนำนำงว่ำ หำกเจอกับอุปสรรคอะไร ที่ข้ำมผ่ำนไปไม่ได้จริงๆ ก็ให้ไปหำศิษย์น้องเล็กของเขำ เจ้ำสำมำรถ บอกกับเขำได้ว่ำ นี่คือคำขอร ้องของศิษย์พี่ฉี
นี่ก็น่ำจะเป็ นแผนระดับล่ำงกระมัง?
ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนของสำยเหวินเซิ่งนี้ คนหนึ่งคือคนที่ช่วย ให้นำงหลุดพ้น อีกคนหนึ่งคือคนที่ผูกพันธะสัญญำกับนำง
ต่อให้นำงจะไม่เข้ำใจ ไม่ยอมรับกำรอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมของ พวกเขำสองคนแค่ไหน หรือแม้กระทั่งกำรตัดสินใจบำงอย่ำงของ พวกเขำที่ต่อให้นำงจะเข้ำใจ แต่ก็ยอมรับไม่ได้
แต่หวังจูผู้เย่อหยิ่งก็จำต้องยอมรับว่ำพวกเขำสองคนคือคนที่ สำคัญที่สุดบนเส้นทำงชีวิตที่ได้หวนกลับมำเดินใหม่อีกครั้งของตน
ฉีจิ้งชุนขอร ้องเฉินผิงอันที่เป็ นศิษย์น้องเล็ก?!
เฉินผิงอันขอไม่ให้เฉินชิงหลิวปล่อยกระบี่?!
ดังนั้นตอนอยู่ในตำหนักใหญ่ หวังจูถึงได้เสียสติถึงเพียงนั้น
นำงยอมรับกระบี่นั้น ยอมรับทัณฑ์ตัดหัวยังดีกว่ำ แต่จะไม่ยอม ให้เฉินผิงอันต้องก้มหัวขอร ้องใคร
บนเส้นทำงภูเขำ คนทั้งสำมต่ำงก็เงียบงัน ก่อนที่เด็กชำยผมขำว จะถำมอย่ำงสงสัยใคร่รู ้ว่ำ “ก่อนที่เจ้ำจะไปช่วย ในเมื่อพวกเขำปะทะ
กันแล้ว ศัตรูคู่แค้นเจอหน้ำกันย่อมโกรธแค้นมำกเป็ นพิเศษ ได้ตีกัน หรือไม่?”
เฉินผิงอันส่ำยหน้ำ “ไม่ได้ตีกัน”
หวังจูไม่มีควำมกล้ำที่จะงัดข้อกับเฉินชิงหลิวด้วยซ้ำ ไม่มีเลยสัก นิด
เซี่ยโก่วไม่ปิดบังสีหน้ำดูแคลนของตัวเองแม้แต่น้อย “แล้วบอก ว่ำเป็ นขอบเขตสิบสี่ ขี้ขลำดชะมัด”
คงเป็ นเพรำะครำวก่อนพูดคุยกับหวังจูได้ไม่เลว เด็กชำยผมขำว จึงช่วยอธิบำยแทนมังกรที่แท้จริงตัวนี้ “เจียวหลงเจอกับคนผู้นั้นก็ เหมือนผู้ฝึกกระบี่บนโลกเจอกับเฉินชิงตู แล้วก็เหมือนผู้ฝึกกระบี่ยุค บรรพกำลเจอกับผู้ครองกระบี่”
เซี่ยโก่วกลอกตำมองบน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เสี่ยวโม่บ้ำนตนก็เป็ น อย่ำงนี้ไม่ใช่หรือ?