กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1132.3 มีคำถำมที่ไม่ต้องกำรคำตอบ
บทที่ 1132.3 มีคำถำมที่ไม่ต้องกำรคำตอบ
ในตรอกข้ำงนอก ฮ่องเต้แคว้นอวิ๋นเหยียนที่รีบร ้อนเปลี่ยนเครื่อง แต่งกำยออกจำกวังกลั้นหำยใจทำสมำธิ ยืนรออยู่ในมุมกำแพงอย่ำง อดทน
ทำงฝั่งของเรือข้ำมฟำกถงอิน เซี่ยโก่วยกสองมือเท้ำเอวฉับ ลำพองใจเป็ นอย่ำงยิ่งตอนนี้นำงยิ่งรอคอยให้เสี่ยวโม่กลับมำบ้ำนเกิด แล้ว
ตอนที่เจ้ำขุนเขำบ้ำนตนบอกว่ำจะไปพบสหำยสองคน เซี่ยโก่วก็ บอกให้เขำรอสักครู่นำงมีเรื่องจะขอร ้อง เกี่ยวข้องกับกำรศึกษำหำ
วิชำควำมรู ้อยู่บ้ำง
เรื่องของกำรศึกษำหำควำมรู ้ นับแต่เด็กมำเฉินผิงอันก็เชื่อมั่นใน คำกล่ำวที่ว่ำควำมจ ำดีไม่สู้จดบันทึก ตลอดทำงจะต้องวำดภำพภูเขำ สำยน้ำหลำกหลำยรูปแบบ เขียนบรรยำยถึงขนบธรรมเนียมของ ชำวบ้ำนและรูปแบบสิ่งปลูกสร ้ำง
คงเป็ นเพรำะติดนิสัยของเจ้ำขุนเขำเฉินมำ และบำงทีก็อำจ ต้องกำรหำเรื่องสนุกทำเด็กสำวสวมหมวกขนเตียวถึงได้เอำอย่ำง ระหว่ำงทำงเวลำที่หยุดพักจึงหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมำ หันหลังให้ เฉินผิงอันแล้วก็ขีดๆ เซียนๆ อยู่เป็ นประจ ำ
เฉินผิงอันไม่เคยถำมถึงเรื่องนี้ เพียงแค่ว่ำบำงครั้งเห็นเซี่ยโก่ว แอบเกำหูเกำแก้มก็รู ้สึกว่ำค่อนข้ำงน่ำสนใจ หำกเป็ นเรื่องของกำร ฝึกตนต้องไม่ถึงขั้นทำให้เซี่ยโก่วคิดไม่ตกแบบนี้แน่นอน
ตอนนั้นเซี่ยโก่วขยุ้มหมวกขนเตียว เผยสีหน้ำเขินอำยให้เห็น อย่ำงที่หำได้ยำก ถำมหยั่งเชิงว่ำ “เจ้ำขุนเขำ ได้ยินมำว่ำท่ำนมีควำม
เคยชินในกำรเซียนบันทึกภูเขำสำยน้ำหรือ?”
เฉินผิงอันเกิดใจระแวดระวังทันใด ภูเขำบ้ำนตนไม่เคยมีเรื่องใด ที่เก็บเป็ นควำมลับได้จึงใช้กลยุทธโต้กลับทันใด “มีอะไรก็พูดมำตรงๆ อย่ำพูดวกวนอ้อมค้อม อย่ำได้เอำอย่ำงชุยตงซำน
เซี่ยโก่วกดเสียงลงต่ำ “ฮ่ำ ก็ข้ำเห็นคนมีควำมสำมำรถก็อยำกจะ ท ำให้ได้แบบเขำอย่ำงไรล่ะ ตลอดทำงมำนี้เดินทำงผ่ำนภูเขำใหญ่ สำยน้ำงดงำม คิดอยำกจะจดบันทึกเอำไว้จะได้เอำไปเล่ำให้เสี่ยวโม่ ฟัง”
“หิ ในตำรำมีคำกล่ำวที่บอกว่ำเอำตัวไปอยู่ในสถำนกำรณ์ วำด ภำพสิ่งของ บรรยำยถึงบรรยำกำศ มีชีวิตชีวำเหมือนจริง ก็เลย อยำกจะขอให้เจ้ำขุนเขำช่วยเพิ่มเติมสีสันให้หน่อย
เหมือนอย่ำงเฒ่ำตำบอด ตอนนั้นอ่ำนตำรำไปมำกขนำดนั้นก็ยัง หลอมตัวอักษรแห่งชะตำชีวิตสักตัวออกมำไม่ได้ มิน่ำเล่ำถึงได้โปรด ปรำนเจ้ำขุนเขำของพวกเรำเป็ นพิเศษ
เฉินผิงอันร ้องอ้อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยควำมคลำงแคลง เล็กน้อย แต่พอได้ยินเรื่องนี้ก็เกิดสนใจขึ้นมำทันใด ไหนเอำต้นฉบับ มำดูสิ?”
เซี่ยโก่วหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมำจำกชำยแขนเสื้อ ยกส่งให้ด้วย สองมือ ชูขึ้นเหนือศีรษะ “น่ำขำยหน้ำแล้ว น่ำขำยหน้ำแล้ว
เฉินผิงอันรับสมุดมำ เปิดออกอ่ำน ตัวอักษรใหญ่มำก กระดำษ แผ่นหนึ่งเซียนตัวอักษรไว้แค่ไม่กี่ตัว ก็ดีเหมือนกัน เขำจะได้ไม่ต้อง แสร ้งทำท่ำว่ำตั้งใจอ่ำน
วันใดออกจำกเมืองแห่งใด ไม่แน่ใจว่ำเดินไปได้ระยะทำงกี่ลี้ เจอ ภูเขำสูงลูกหนึ่ง ช่ำงสูงใหญ่จริงๆ ไปถึงบนยอดเขำแล้วมองไปที่ตัว
เมือง ก็รู้สึกว่ำช่ำงเล็กนัก
ทะเลเมฆผืนใหญ่อย่ำงมำก สีขำวหิมะ เหมือนกับปุยฝ้ ำย…ข้ำง วัดแห่งหนึ่งมีต้นไม้ที่ไม่รู ้ว่ำชื่ออะไร มองดูแล้วอำยุก็ไม่น้อยแล้วจริงๆ ใกล้จะกลำยเป็ นภูตได้แล้ว
วันหนึ่งเดินผ่ำนจุดพักม้ำที่ถูกทิ้งร ้ำงแห่งหนึ่ง พบว่ำบนผนัง เขียนกลอนต่ำโหยวไว้ หลำยบท คัดลอกมำได้ประโยคดังนี้…
เซี่ยโก่วถำมเสียงเบำ “เจ้ำขุนเขำ อ่ำนแล้วรู้สึกอย่ำงไร?”
เฉินผิงอันมีสีหน้ำเป็ นปกติ แต่กลับใช้ควำมคิดอย่ำงว่องไว กว่ำ จะหลุดค ำว่ำ “ตัวอักษรค่อนข้ำงจะเรียบง่ำย” ออกมำได้ไม่ใช่เรื่อง ง่ำย
เดิมอยำกเพิ่มคำว่ำ “ตื้นเขินน่ำเอ็นดู’ เข้ำไปด้วย แต่พูดไม่ออก จริงๆ ผิดต่อมโนธรรมในใจเกินไป ไม่ใช่ว่ำเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็ น กำรรำดน้ำเย็นใส่หน้ำเซี่ยโก่ว ไม่ให้ทำลำยควำมกระตือรือร ้นใน ด้ำนกำรเซียนบทควำมของนำงแล้วจะพูดจำส่งเดชอย่ำงนี้ได้
เซี่ยโก่วพยักหน้ำอยู่กับตัวเอง “สมกับคำกล่ำวที่ว่ำลำยมือ สะท้อนตัวตนของผู้เขียนต่อให้บีบพู่กันจนแตกก็ไม่อำจเซียนเนื้อหำ ที่ฉูดฉำดพวกนั้นออกมำได้
เฉินผิงอันมองข้ำมคำพูดพวกนี้ไปโดยอัตโนมัติ ถำมว่ำ “ทำไม ถึงมีแต่ค ำว่ำวันใดสถำนที่ใดเต็มไปหมดเลยล่ะ?”
เซี่ยโก่วเบิกตำกว้ำง “วันเวลำและสถำนที่ก็ต้องเซียนระบุให้แน่ ชัดด้วยหรือ? ข้ำไม่ได้อยำกอำศัยกำรจัดพิมพ์ตำรำเล่มนี้มำหำเงิน เสียหน่อย แค่อยำกจะเซียนให้กระชับเรียบง่ำยสักหน่อย เขียนแค่ เรื่องที่สำคัญเท่ำนั้น
เฉินผิงอันพยำยำมรักษำรอยยิ้มน้อยๆ เอำไว้ “เรื่องที่สำคัญก็ ล้วนสำคัญทั้งนั้นเลย
เซี่ยโก่วถำมหยั่งเชิง “ยังมีจุดที่สำมำรถแก้ไขได้ ใช่ไหม?”
เฉินผิงอันได้แต่นั่งลงบนพื้น หยิบพู่กันและกระดำษออกมำจำก วัตถุฟำงชุ่น ช่วยปรับแก้เนื้อหำให้มีสีสันมำกขึ้น “ขอแก้สักเล็กน้อย ไม่ว่ำอะไรใช่ไหม?”
เซี่ยโก่วยิ้มเอ่ย “เซียนได้เลย จุดประสงค์หลักเพียงหนึ่งเดียวก็ คือเจ้ำขุนเขำเขียนถึงตัวข้ำและกำรเดินทำงครั้งนี้ได้ดีมำกเท่ำไรก็ เซียนให้ดีเท่ำนั้นได้เลย
นำงนั่งยองอยู่ด้ำนข้ำง เห็นว่ำเจ้ำขุนเขำเพียงแค่หยุดคิดครู่หนึ่ง ก็ตวัดพู่กันรำวกับบินเปิดฉำกมำก็เป็ นคำว่ำ “ข้ำชอบกำรท่องเที่ยว” เด็กสำวสวมหมวกขนเดียวเห็นแล้วก็พยักหน้ำเบำๆ ถูกใจข้ำยิ่งนัก
หลักๆ คือเนื้อหำเรียบง่ำยมำกเหมือนกัน ดูท่ำควำมสำมำรถและ พรสวรรค์ของเจ้ำขุนเขำจะสูสีกับข้ำเลยนะ ไม่ต้องให้ค่ำตอบแทน ส ำหรับกำรช่วยเขียนแล้ว
วันที่สองของเดือนลงจำกภูเขำไปพร ้อมสหำย ไม้เท้ำหนึ่งอันกับ หมวกหนึ่งใบ สวมรองเท้ำสำน จิตใจในกำรถำมมรรคำแข็งแกร่ง เมฆ และน้ำล่องลอย ท่องเที่ยวอย่ำงอิสระเสรีวันที่ยี่สิบเดินทำงผ่ำนอำณำ เขตของจวนชิงผิง ข้ำงทำงคือป้ ำยบอกเขตที่พังภินท์ ภูเขำสำยน้ำ ของในทวีปจมดิ่ง เกือบยี่สิบปีมำนี้หลำยแคว้นเจอกับอุทกภัย ภัยแล้ง ภัยจำกฝูงตั๊กแตน ไฟจำกสงครำม เกิดขึ้นต่อเนื่องกันไม่ขำดสำย ชำวบ้ำนที่อยู่ล่ำงภูเขำลำบำกยิ่งกว่ำหญ้ำแห้ง ในภูเขำก็ไม่อำจ กล่ำวได้ว่ำสงบสุข สิบยี่สิบปีที่ผ่ำนมำ เหมือนฟ้ ำผ่ำฟ้ ำแลบเพียงชั่ว พริบตำก็ผ่ำนไปแล้ว พวกเรำจะกล้ำไม่หวงแหนวิถีของตน กล้ำไม่ เก็บสะสมก ำลังตบะได้อย่ำงไร ในเขตเมืองชีวิตควำมเป็ นอยู่ย่ำแย่ ตลำดว่ำงเปล่ำ ผู้คนบนถนนหลำยคนมีสีหน้ำซีดเซียว ออกนอก เมืองไปสิบลี้หยุดพักที่จุดพักม้ำ สำมสิบลี้ เดินเลียบริมทะเลสำบต้น
หลิวไหวเอน เดินท่ำมกลำงร่มไม้เขียวสด ผ่ำนสันเขตแดน เดินตำม เส้นทำงเทพขึ้นภูเขำอำรำมในเขำถูกทิ้งร ้ำง เข้ำไปจุดไฟหุงข้ำว หลังจำกกินข้ำวก็ปื นขึ้นยอดเขำทอดสำยตำมองไปเบื้องล่ำง มองเห็นทะเลสำบกว้ำงใหญ่ไพศำล เห็นเมืองชิงผิงอยู่เบื้องล่ำงเพียง เอื้อม แต่ทันใดนั้นลมพัดเมฆหมุนวนปกคลุมจนมองไม่เห็น ไกล ออกไป หวนนึกถึงเมื่อก่อน กำรเดินทำงยำกล ำบำกนัก มักไม่ได้เห็น ร่องรอยผู้คน ต้องเผชิญสัตว์ร ้ำยทั้งหมำป่ ำ เสือ แรด นก และสัตว์ พิสดำร ภูตผีปีศำจทั้งบนภูเขำและในสำยน้ำ กลำยเป็ นเรื่องปกติไป เสียแล้ว รุ่งเช ้ำวันที่สำมของเดือน เดินเท้ำลงภูเขำเป็ นระยะร ้อยลี้ หยุดพักที่ร ้ำนตระกูลหยำง พักผ่อนชั่วครู่ซื้อเสบียงแห้ง ใช ้เงินไปแค่ แปดเฟิน ผ่ำนสะพำนเซียน ฝนกระหน่ำฉับพลัน เส้นทำงเละไปด้วย โคลน เดินต่ออีกสิบห้ำลี้ถึงหำดหย่ำปำ ฝนหยุดอำกำศแจ่มใส ขึ้น เรือเดินทำงตอนกลำงคืน ผู้โดยสำรบนเรือเล่ำขำนเรื่องผีปีศำจและ เรื่องรำวพิสดำรอย่ำงสนุกสนำน โดยไม่รู ้เลยว่ำคนพำยเรือก็คือพ่อปู่ ลำคลองที่จำแลงกำยมำ ลงเรือแล้วเดินทำงบนบกอีกแปดสิบลี้ผ่ำน ทุ่งดอกไม้สีเหลือง บนถนนเรียงรำยด้วยต้นกระวำนนำนำพันธุ์ เสียดำยมิใช่ฤดูใบไม้ร่วง เจอผู้เดินทำงมำสักกำระภูเขำเพียงไม่กี่คน ภูเขำแถวนั้นไม่มียอดเขำหลักใดๆ แต่ละยอดเขำล้วนได้รับควำม เคำรพทั้งหมด ขึ้นยอดเขำไปนั่งสมำธิหนึ่งคืน เห็นดวงตะวันแดงลอย ขึ้นฟ้ ำ แม่น้ำใหญ่คล้ำยเข็มขัด จิตใจกว้ำงใหญ่โล่งเบำ วันที่ห้ำ เดินทำงถึงเมืองหลิ่วเหอ ถูกคนที่อ้ำงตนเป็ นทหำรในท้องถิ่นรีดไถ เงินสองตำลึง ผ่ำนไปเจ็ดสิบลี้ เห็นภูเขำแห่งหนึ่ง บรรยำกำศรอบ
ภูเขำยิ่งใหญ่อลังกำร เดินตำมลำธำรในภูเขำไปพร ้อมสหำย น้ำใส เห็นปลำแหวกว่ำยชัดเจน กลำงภูเขำมีเนินเล็ก หลังจำกนั้นเส้นทำง ที่ขึ้นไปสู่ยอดเขำก็เหลือเพียงทำงคดแคบเหมือนไส้แกะ สูงชัน อันตรำย เจำะหน้ำผำทำเป็ นขั้นบันไดคดเคี้ยวขึ้นไปแทบไม่มีที่ยืน ได้แต่เดินหันหน้ำเข้ำหำหน้ำผำ ระหว่ำงทำงเห็นต้นสนโบรำณต้น หนึ่ง ลำต้นเก่ำแก่คล้ำยร่ม ฝูงลิงกระโดดเล่นระหว่ำงกิ่งใบ บนยอด สูงสุดเป็ นที่รำบ มีทะเลสำบเล็กๆ ริมต้นกกต้นอ้อมีเพิ่งเล็กหลำยแห่ง ล้วนเป็ นของผู้ฝึกบ ำเพ็ญตน แม้สีหน้ำจะเรียบเฉยร่ำงกำยผอมแห้ง แต่ดวงตำแจ่มใส ถำมทำงจำกเขำ พูดคุยอย่ำงสนุกสนำนเกี่ยวกับ เซียนอรหันต์และปรมำจำรย์ในภูเขำ พูดคุยกันอย่ำงละเอียด จึงคิด อยำกจะเซียนบันทึกภูเขำขึ้นมำ อำศัยแสงจันทร ์ ยืนชมทิวทัศน์ริม หน้ำผำ มองเห็นภูเขำและแผ่นดินกว้ำงใหญ่ วันที่เจ็ดท้องฟ้ ำแจ่มใส เดินทำงอย่ำงรวดเร็ว เข้ำไปในภูเขำลึกอีกครั้ง ผ่ำนสถำนที่ที่ จักรพรรดิผู้ก่อตั้งรำชวงศ์เคยเรียนหนังสือ แต่ไหนแต่ไรมำเกำจ วินมักจะเลือกมำซ่อนตัวและปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ เหนือกึ่งกลำงภูผำ อำกำศเย็นยะเยือกดุจฤดูหนำว บรรดำโบรำณสถำนและทิวทัศน์งำม วิจิตรล้วนถูกหิมะกลบฝังจนมิด ชวนให้เสียดำยที่มิอำจได้เห็นควำม งำมแท้จริง ถึงวันที่เก้ำ เดินผ่ำนซำกสนำมรบเก่ำ บนเนินเขำเล็กๆ เห็นนักพรตสวมกวำนสูงนั่งขัดสมำธิบนเสื่อกก ดวงตำปิดสนิท ลม หำยใจพ่นออกเป็ นเส้นขำวเชื่อมกับหมอกเมฆรอบกำย บรรยำกำศ รอบข้ำงดุจคลื่นลมปั่นป่วนแต่กลับรวมตัวมิแยกสลำย มิกล้ำรบกวน จึงหยุดอยู่ห่ำงรำวยี่สิบก้ำว นักพรตผู้นั้นพลันลืมตำ เอื้อนเอ่ยถ้อยคำ
อันสูงส่ง นักพรตมีจิตใจอันเมตตำ ตอนเอ่ยคำอำลำได้พร่ำกำชับซ้ำ แล้วซ้ำเล่ำว่ำเรำผู้ศึกษำมรรคำต้องระวังอยู่ให้ห่ำงไกลตัณหำ เหมือน ฟำงแห้งเมื่อเจอไฟย่อมเผำไหม้ในบัดดล เซียนและมนุษย์ธรรมดำ มิได้ต่ำงกัน หำกรู ้ผิดแล้วแก้ไข ก็เหมือนคนป่วยที่เหงื่อออก ร่ำงกำย ก็จะค่อยๆ หำยดี ใจต้องมุ่งหำมรรคำ ฝึ กตนอย่ำงมำนะหมั่นเพียร อย่ำได้ปล่อยใจให้ลุ่มหลงในลำภยศชื่อเสียง จงจำเอำไว้ให้ดี วันที่สิบ สอง แดดแรงแผดเผำดังฤดูร ้อน ต้องเข้ำไปหลบร ้อนในภูเขำ ป่ ำไผ่ กับต้นป่ ำยเขียวครึ้มร่มเงำปิดแผ่นฟ้ ำ ระหว่ำงทำงได้ยินเสียงกลอง ยำมเย็นจำกแว่วมำไกลๆ จึงรู ้ว่ำมีวัดโบรำณตั้งอยู่ตรงนั้น รำชวงศ์ ก่อนเป็ นผู้สั่งสร ้ำง แต่ปัจจุบันควันธูปเทียนบำงเบำ ภำยในวัดมีพระ สองรูป ล้วนมีลักษณะเหมือนอรหันต์ ตบะสูงล้ำ พืชผลในเขตภูเขำ ขำดแคลน ชีวิตแร ้นแค้นต้องลงเขำบิณฑบำตเพื่อดำรงชีพ สองภิกษุ ถนัดสนทนำเรื่องนิกำยฌำนและนิกำยสุขำวดี กล่ำวว่ำท่ำมกลำงยุค เสื่อมแห่งธรรมะ มีเพียงนิกำยสุขำวดีเท่ำนั้นที่มั่นคงและรวดเร็วที่สุด วันที่สิบห้ำ เจอผู้ลี้ภัยอพยพกว่ำร ้อยคนบนถนนหลวง ร่วมเดินทำง ไปไกลกว่ำร ้อยลี้ แยกกันที่โรงทำนโจ๊ก เดินต่อไปอีกยี่สิบลี้ ท้องฟ้ ำ มืดมัว กลำงวันรำวกับกลำงคืน พักกินข้ำวกลำงวันที่ร ้ำนสุรำริมเขต แดนสองอำเภอ เจอกับจอมยุทธพเนจรพกดำบคนหนึ่งในร ้ำน รูปร่ำง ใหญ่โตกำยำ พลังอำนำจบีบคั้นผู้คน เชื้อเชิญให้มำนั่งร่วมโต๊ะดื่ม สุรำ พลำงเตือนว่ำทุกวันนี้โจรผู้ร ้ำยดำษดื่น ฆ่ำไม่หวำดไม่ไหว ต้อง หำทำงเลี่ยงไป จอมยุทธพเนจรผู้นั้นบอกว่ำตนมีสี่มหำสมุทรเป็ นบ้ำน จูงม้ำแก่ที่ทั้งผอมแห้งทั้งขำเป๋ ตัวหนึ่งร่วมเดินทำง ชีวิตเร่ร่อนไม่มี
หลักแหล่ง ชวนให้ทอดถอนใจ ครั้นถึงครำวที่ต้องจ่ำยเงินถึงเพิ่งรู ้ว่ำ จอมยุทธพเนจรผู้นั้นอ้ำงตนว่ำเป็ นสหำยแล้วฉวยโอกำสเชื่อเงินหนี ไปแล้ว ทิ้งหนี้ไว้เบื้องหลัง ข้ำกับสหำยเพียงหันมำสบตำกันแล้ว หัวเรำะ ไม่ได้ใส่ใจ วันที่สิบหก ค่ำมืดผ่ำนด่ำนเข้ำสู่เมืองใหญ่ของ แคว้นอื่นเมืองนั้นคึกคักพลุกพล่ำน ผู้คนหนำแน่น สินค้ำอุดม สมบูรณ์ แตกต่ำงจำกเมืองก่อนหน้ำรำวฟ้ ำกับดิน ค้ำงแรมในอำรำม ถำนฮวำของตัวเมือง เจ้ำอำรำมให้กำรต้อนรับด้วยไมตรีพำไป สักกำระทุกวิหำรด้วยตนเอง เอ่ยอย่ำงหนักแน่นว่ำ ควำมคิดลุ่มหลง ย่อมพลุ่งพล่ำนดุจฟองน้ำที่ผุดขึ้นไม่รู ้สิ้นในมหำสมุทร ส่วนควำม ใคร่นั้น เพียงแรกเกิดก็รำวเปลวเพลิงลำมทุ่ง แพร่กระจำยไม่อำจห้ำม ปรำม ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรอย่ำงพวกมิอำจละเลยเหตุผลข้อนี้ อีกทั้งเอ่ย ถ้อยคำธรรมดำสำมัญว่ำ พูดนั้นง่ำย แต่กำรลงมือทำกลับยำกนัก พำนักในเมืองหนึ่ งวัน วันที่สิบแปด เดินทำงต่อ เห็นภูเขำ สลับซับซ ้อน น้ำไหลคดเคี้ยว เดินๆ หยุดๆ พบเด็กหนุ่มสำมคนที่ตีน เขำแห่งหนึ่ง ปฏิญำณหนักแน่นว่ำหำกไม่ได้เป็ นเซียนจะไม่กลับบ้ำน เกิดเด็ดขำด ภำยหลังเห็นศิลำจำรึกเคอโต่ว อักษรบนหินลบเลือน เกือบหมด จึงหยุดยืนคัดลอกมีคำเล่ำขำนบอกว่ำมีพระธุดงค์รูปหนึ่ง เคยมำเซียนตัวอักษรอยู่ที่นี่ น่ำเสียดำยที่ชีวิตนี้คงยำกที่จะกลับมำ เยือนอีกครั้ง บนยอดเขำมีหินก้อนหนึ่งตั้งตระหง่ำนเหมือนพระเถระ ชรำ แต่เพิงฟำงเก่ำถูกหญ้ำรกปกคลุม เหลือเพียงบ่อน้ำโบรำณ ริม บ่อนั้นยังมีต้นกุยช่ำยเขียวชอุ่มงอกงำม เบื้องบนเห็นทะเลหมอกกว้ำง ใหญ่ มีหนึ่งยอดเขำโผล่โดดเดี่ยว ตระหง่ำนกลำงทะเลเมฆ รำวกับ
เสำหลักค้ำจุนฟ้ ำดิน ประหนึ่งภูเขำเคลื่อนไหว แต่หมอกเมฆหำได้
เคลื่อนไหวไม่… เผยเฉียนเดินนิ่งเสร็จก็ออกมำจำกห้อง แสงจันทร ์ใสกระจ่ำง เห็น
ว่ำเซี่ยโก่วยังยืนอยู่ที่หัวเรือ ท่ำทำงมีควำมสุขอยู่เพียงล ำพัง เซี่ยโก่วหันกลับมำมองหญิงสำว ท ำหน้ำผีใส่ฝ่ ำยหลัง เผยเฉียน
ไม่ถือสำ ชินไปแล้วก็ดีเอง
เซี่ยโก่วเดินย่องมำหยุดอยู่ตรงหน้ำนำง ทำท่ำยกมือขึ้นเหมือน ท่ำยกจอกเหล้ำดื่มหัวเรำะร่ำถำมว่ำ “เผยเฉียน พวกเรำดื่มกันไป พลำงคุยกันไปดีไหม? มีเรื่องบำงอย่ำงที่ถึงเวลำควรจะให้เจ้ำรู ้ได้ แล้ว”
ดูเหมือนเผยเฉียนจะจงใจหลีกเลี่ยงหนักให้เป็ นเบำ พูดด้วยสี หน้ำคลำงแคลงว่ำ “เมื่อครู่นี้พวกเรำก็ดื่มเหล้ำกันไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยโก่วร ้องเฮ้อเลียนแบบเจ้ำขุนเขำ “รอบที่สองสิ!”
เผยเฉียนส่ำยหน้ำ “ไม่ล่ะ”
เซี่ยโก่วยังจะพูดอะไรต่อ เผยเฉียนกลับหมุนตัวเดินไปที่ห้องของ ตัวเองแล้ว เซี่ยโก่วทำท่ำจะพูดแต่ก็หยุดไป สุดท้ำยก็ไม่ได้พูดรั้งอีก ฝ่ ำยเอำไว้ นำงกระโดดขึ้นไปบนรำวรั้วแกว่งขำสองข้ำง พึมพ ำกับ ตัวเองเหมือนคนเมำ เมื่อยังไม่ถึงเวลำ ก็มิต่ำงจำกอสรพิษซ่อนตัวใน พงไพร แต่เมื่อถึงเวลำย่อมได้โลดแล่นยิ่งใหญ่บนแผ่นดิน
เซี่ยโก่วหันไปมองแผ่นหลังนั้น ถำมว่ำ “ข้ำมีคำถำมข้อหนึ่ง เจ้ำ ไม่ต้องตอบก็ได้หลำยปีมำนี้สบำยดีใช่ไหม?”
เผยเฉียนหันหน้ำมำมอง ในดวงตำที่สว่ำงไสวคู่นั้นคล้ำยจะมี ค ำตอบอยู่แล้ว ก่อนจะเจออำจำรย์พ่อ ชีวิตเป็ นอย่ำงไร ไม่จ ำเป็ นต้อง ไปพูดถึงมัน แต่หลังจำกที่ได้เจออำจำรย์พ่อนั่นก็คือดีที่สุดแล้ว