กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 18.2 ออกเดินทาง
ในสายตาของเจิ้งจวีจง เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก เปลี่ยวร้างไม่
อาจแข็งแกร่งเกินไป แต่จะอ่อนแอเกินไปก็ไม่ได้เหมือนกัน หาก
แข็งแกร่ง ไพศาลจะสูญเสียทหารก าลังพลอย่างสาหัส ไม่ทันระวังลม
และน ้าจะหมุนเวียนเปลี่ยนฝั่ง หากอ่อนแอก็ง่ายที่จะถูกครอบครองใต้
หล้า ด้วยนิสัยใจคอ วิธีการและประสบการณ์ในการอยู่ในสังคมของ
ผู้ฝึกตนไพศาลแล้วการกระท าของพวกเขาในเปลี่ยวร้างมีแต่จะยิ่ง
เป็น “เผ่าปีศาจ” มากยิ่งกว่าเผ่าปีศาจ นี่ไม่ใช่ว่าไพศาลกลายมาเป็น
เปลี่ยวร้าง เปลี่ยวร้างกลายมาเป็นไพศาลหรอกหรือ?
แน่นอนว่าเหล่าปีศาจใหญ่ที่เป็นราชาบนบัลลังก์ใหม่จ านวนมาก
นอกจากที่จะเพิ่มพูนพลังตบะของตัวเองแล้ว แต่ละคนต่างก็จับจอง
พื้นที่ไว้เป็นของตน
หากผสานมรรคาได้โดยเร็วย่อมดีที่สุด แต่ถ้าตอนนี้ยังไม่มีโชค
วาสนานี้ก็จะพยายามหาพันธมิตรที่พึ่งพาได้ ครอบครองนครใหญ่
ยักษ์ หักเงินเทพเซียนและวัตถุดิบวิเศษแห่งฟ้าดินให้กลายมาเป็น
ศักยภาพที่แท้จริงบนสนามรบ
ศึกที่แจกันสมบัติทวีปได้สอนหลักการเหตุผลที่นองไปด้วยเลือด
แต่จับต้องได้จริงที่สุดให้กับเปลี่ยวร้าง อาศัยแค่กองก าลังระดับสูงสุด
สองสามแห่ง คิดจะจับมือกันไปท่องเที่ยวเดินกร่างท าตัววาง
อ านาจบาตรใหญ่ ฉีกทิ้งท าลายภูเขาสายน ้าในโลกมนุษย์นั้นไม่ยาก
แต่หากคิดจะบุกตีใต้หล้าและรักษาใต้หล้าเอาไว้ให้ได้ก็อย่าได้คิดเลย
รอกระทั่งไพศาลยกทัพใหญ่แว้งกลับมาโจมตีเปลี่ยวร้าง ปีศาจใหญ่
ที่เคยเปิดฉากเข่นฆ่าไปทั่วสารทิศอยู่ในทวีปทั้งหลายของไพศาล
พวกนี้ เมื่อกองทัพของไพศาลลงใต้มาอย่างต่อเนื่อง เหล่าปีศาจใหญ่
ราชาบนบัลลังก์ใหม่เก่าทั้งหลายก็กลัวว่าจะถูกคิดบัญชีย้อนหลังไป
ทีละคน และบัญชีเหล่านั้นก็ต้องคิดลงมาบนหัวของพวกมัน
เจิ้งจวีจงถาม “พวกเจ้าคิดว่าท าไมโจวมี่ถึงได้แต่งตั้งให้เฝยหราน
เป็นผู้ครองเปลี่ยวร้าง?”
จินตันถามหยั่งเชิง “คุณสมบัติของเฝ่ยหรานดีพอ? อายุน้อย
พอ?”
ชิวอวิ๋นส่ายหน้ากล่าว “เพียงแค่เพราะโจวมี่รู้สึกว่าเขาจะต้อง
หวนกลับมายังโลกมนุษย์ได้อีกครั้งแน่นอน ต้องให้เฝ่ยหรานช่วย
จัดการดูแลใต้หล้าช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แค่เฝ่ยหรานไม่มีคุณ
ความชอบและไม่มีความผิดพลาดก็พอแล้ว”
หลิวป๋ายพยักหน้า
ชิวอวิ๋นยิ้มตาหยีมองหลิวป๋าย หลิวป๋ายขมวดคิ้วมุ่นทันใด เจ้าชิ
วอวิ๋นผู้นี้ปากเหม็นจริงๆ
จู๋เชี่ยรู้สาเหตุที่หลิวป๋ายกับชิวอวิ๋นไม่ชอบขี้หน้ากัน ชิวอวิ๋น
พูดจาอะไรมักจะชอบใช้ค าพูดทิ่มแทงใจหลิวป๋ายมากเป็นพิเศษ
อย่างเช่นว่าชิวอวิ๋นเคยเอ่ยประโยคหนึ่งที่อ ามหิตอย่างมาก บอก
ว่าหลิวป๋ายคือคนรักที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อของใต้เท้าอิ่นกวาน
เด็กหนุ่มชุดขาวที่เป็นผู้ฝึกตนสายแผนภูมิฟ้าของเปลี่ยวร้าง
เหมือนกับหลิวป๋ายและจื่ออู่ยู่เพิ่งผู้นี้จ้องมองหลิวป๋ายที่เงียบขรึมพูด
น้อย เขาพูดด้วยท่าทางที่คล้ายจะพึงพอใจอย่างมาก “พี่หญิง
หลิวป๋าย ชีวิตคนไม่ว่าที่ไหนก็พบเจอกันได้เสมอ ครั้งนี้กลับไม่
เหมือนคราวก่อนที่มาถึงอย่างเชื่องช้า ชอบเปิดตัวในช่วงปิดงาน
หรือ”
คราวก่อนพวกเขาล้อมฆ่าชิงมี่ หลิวป๋ายก็คือคนสุดท้ายที่มาถึง
หลิวป๋ายแสร้งท าเป็นไม่ได้ยิน ในบรรดาผู้ฝึกตนสายแผนภูมิฟ้า
อีกเก้าคนที่เหลือหลิวป๋ายเกลียดคนผู้นี้มากที่สุด ชอบท าหน้ายิ้ม
ทะเล้น พูดจาปลิ้นปล้อนกลับกลอก แต่เวลาท าอะไรกลับอ ามหิต
โหดเหี้ยม ไม่มีจิตใจของผู้ฝึกตนเลยสักนิด ชวนให้คนชิงชังโดยแท้
ผู้ฝึกกระบี่หลิวป๋าย นางเป็นทั้งหนึ่งในลูกศิษย์ผู้สืบทอดของโจว
มี่ แล้วก็ยิ่งเป็น “หลิวป๋าย’ (เว้นช่องว่างในงานเขียนหรือศิลปะ เพื่อ
เปิดพื้นที่ให้จินตนาการ) ที่โจวมี่จงใจทิ้งไว้ในโลกมนุษย์
“ถ ้าสวรรค์หางปลา’ ชุดคลุมอาคมบนร่างของหลิวป๋ายตัวนั้นคือ
สมบัติล ้าค่าอย่างสมชื่อ ถูกขนานนามให้เป็น “พื้นที่บินทะยานของ
เซียนทอง” เล่าลือกันว่าผู้ฝึกตนขอบเขตก่อก าเนิดสวมไว้บนร่างจะ
สามารถมองเมินจิตมาร หลบพ้นจากทัณฑ์สวรรค์ เลื่อนเป็นห้า
ขอบเขตบนได้อย่างราบรื่น ใครบ้างจะไม่น ้าลายสออยากได้ ใครบ้าง
จะไม่ตาแดงก ่าอยากครอบครอง?
ดังนั้นจึงมีปีศาจใหญ่ราชาบัลลังก์ใหม่ตนหนึ่งป่าวประกาศ
ออกมาแล้ว่า “ชุดคลุมอาคม ข้าต้องการ เจ้าคนนี้ ข้าก็ต้องการ!”
ชิวอวินยิ้มเอ่ย “โชคดีที่ได้ติดตามเจิ้งจวีจง ไม่อย่างนั้นล าพังแค่
บินทะยานสองคนอย่างศิษย์พี่ศิษย์น้อง ต่อให้พวกเขาจะต่อสู้เก่งแค่
ไหนก็คงไม่อาจดูแลเจ้าให้อยู่รอดปลอดภัยได้ตลอดชีวิต”
หลิวป๋ายเพียงแค่เงียบงันไม่เอ่ยอะไร
จินตันถามค าถามที่เป็นกุญแจส าคัญ “เลี่ยนเยี่ยนคือแกนกลาง
ส าคัญของค่ายกลใหญ่แผนภูมิฟ้าเปลี่ยวร้างของพวกเราชส านักต้า
หลี พูดได้หรือไม่ว่าใครหานางพบก็เท่ากับสามารถพบพวกเรา
ทั้งหมด? ใครอยากจะครอบครองแผนภูมิฟ้าเปลี่ยวร้างทั้งหมดก็ไม่มี
ทางอ้อมผ่านเลี่ยนเยี่ยนไปได้?”
โจวชิงเกาพยักหน้า “ดังนั้นถึงได้บอกว่ามาพูดคุยกับพวกเจ้าก็
แค่แวะมาเท่านั้น ต่อจากนี้ไปพบเลี่ยนเยี่ยนถึงจะเป็นกุญแจส าคัญ
ที่สุด”
ชิวอวิ๋นถามอย่างสงสัย “สืบสาวราวเรื่องกันแล้ว ในเมื่อพวกเจ้า
ยังอยากจะคว้าแผนภูมิฟ้าของเปลี่ยวร้างมาไว้ในมือ ก็มีแค่ข้าและ
เลี่ยนเยี่ยนเท่านั้นที่จะขาดไปไม่ได้ ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ถูกลิขิต
มาแล้วว่าจะหาใครมาแทนที่ไม่ได้ หากพวกเจ้าดึงตัวเลี่ยนเยี่ยนมา
เป็นพวกได้ส าเร็จ ถ้าอย่างนั้นข้าควรจะไปอยู่ที่ไหน? เมื่อครู่นี้ท าไม
เจิ้งจวีจงถึงได้ยอมปล่อยข้ากับจินตันไป เพราะจงใจพูดจาน่าฟังมอม
เมาใจคนอย่างนั้นหรือ?!”
โซ่วเฉินเอ่ย “ขอแค่จัดการเลี่ยนเยี่ยนได้ เจ้าก็ไม่มีประโยชน์
ตามไปด้วย พวกเราสามารถสร้างแผนภูมิฟ้าของเปลี่ยวร้างใหม่
เอี่ยมขึ้นมาได้อีกครั้ง”
โจวชิงเกายิ้มกล่าว “พูดง่ายๆ ก็คือขอแค่ชิวอวิ๋นเลือกความ
อิสระ เลี่ยนเยี่ยนก็ไม่ต้องเลือกอะไรแล้ว นางต้องตายอย่างไม่ต้อง
สงสัย”
สีหน้าของจินตันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ใบหน้าของชิวอวิ๋นก็
เต็มไปด้วยความคิดไม่ตก เพียงแค่เพราะจินตันกับเลี่ยนเยี่ยนคือ
เพื่อนรักที่สนิทสนมกันมาก เคยท่องเที่ยวไปในเปลี่ยวร้างด้วยกัน
เคยร่วมทุกข์ร่วมตกยากมาด้วยกัน คือมิตรภาพที่มอบชีวิตให้กันได้
ดังนั้นพวกเขาจึงคิดที่จะจัดงานเลี้ยงมงคลในการผูกสมัครเป็นคู่
บ าเพ็ญเพียรกันอย่างเรียบง่าย แล้วก็จะเชิญเลี่ยนเยี่ยนมาแค่คน
เดียว มารดามันเถอะ นี่ก็คือ “ราคาที่ต้องจ่ายส าหรับความอิสระ
ชั่วคราว” “ทุกประโยคล้วนเป็นจุดส าคัญ” ที่เจิ้งจวีจงพูดถึงอย่างนั้น
หรือ? เจ้าชาติสุนัข ไหนบอกว่าไม่ยอมรับในประโยคที่ว่า “ถ้อยค ามี
ที่สิ้นสุด แต่ความหมายยังคงไร้ที่สิ้นสุด’ อย่างไรล่ะ?
“หากจินตันไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ชิวอวิ๋นไม่เคยซักถาม พวกเจ้าก็
ไม่จ าเป็นต้องล าบากใจขนาดนี้”
โจวชิงเกายิ้มพลางหยิบยกประโยคโบราณขึ้นมาพูด “มีคนถาม
ว่าภูเขาเงียบเหงาเวิ้งว้าง จะทนอยู่นานได้อย่างไร? แท้จริงแล้วก็
เพราะดอกไม้และนกทั้งหลายต่างมีใจผูกพันไม่ยอมปล่อยผู้คนจาก
ไป พวกเราอย่าท าลายบรรยากาศดีๆ การดื่มสุราดีๆ ไปอย่างเสีย
เปล่าเลย ต้องปลุกคู่รักที่เป็นดั่งยวนยางเล่นน ้าคู่นั้นให้สะดุ้งตื่นจาก
ห้วงรักอันละเมียดละไม”
เคยมีการพบเจอกันบนทางแคบที่เป็นความลับมิอาจแพร่งพราย
บอกใคร จนถึงวันนี้ใต้หล้าทั้งสองแห่งต่างก็ไม่มีการป่าวประกาศถึง
เรื่องนี้ สองฝ่ายที่คุมเชิงกัน นอกจากผู้ฝึกตนอิสระชิงมีและเจ้าคน
บางคนที่บอกว่าตัวเองชื่อเปิงเลอะเจินจวินแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลืออีกสิบ
เก้าคนต่างก็เป็นคนรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดของสองใต้หล้า ภารกิจ
แรกเริ่มสุดของพวกหลิวป๋ายคือฟังค าสั่งจากเฝยหรานผู้ครองใต้หล้า
คนใหม่ รับหน้าที่ดักสังหารขอบเขตบินทะยานที่ติดตามอาเหลียง
แฝงตัวลึกเข้ามาในพื้นที่ใจกลางของเปลี่ยวร้างอย่างเฝิงเซวี่ยเทาผู้
ฝึกตนอิสระแห่งธวัลทวีป
หากไม่เป็นเพราะ “คนวัยเดียวกัน” กลุ่มของเฉาสือสอดเท้าเข้า
มาก่อกวน หัวของผู้ฝึกตนอิสระขอบเขตบินทะยานผู้นั้นก็น่าจะต้อง
ถูกทิ้งไว้ที่เปลี่ยวร้างแล้ว ทุกวันนี้เพฝิงเซวี่ยเทา “มีชื่อเสียงเลื่องลือ”
อยู่บนภูเขาของใบถงทวีป ละทิ้งตัวตนของผู้ฝึกตนอิสระ หันไปเป็นผู้
ถวายงานของส านักกุยหยก จากนั้นถูกชุยตงซานใช้วิธียั่วยุด้วยการ
เอ่ยค าพูดไม่กี่ค า ครั้นมีปณิธานที่มุ่งสู่การหลอมรวมกับมรรคาแล้ว…
เรื่องอื่นใดก็ไม่ต้องกล่าวถึงอีก
“ผู้ฝึกตนอิสระ? อย่างไรถึงจะเรียกว่าผู้ฝึกตนอิสระที่เก่งกาจที่สุด
เจ้ารู้หรือไม่? นั่นก็คือการผสานมรรคาได้ส าเร็จ กลายเป็นผู้ฝึกตน
อิสระที่เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตสิบสี่!”
มีผู้ฝึกตนอิสระคนใดที่ได้ยินค าลวงสะกดวิญญาณนี้แล้วจะไม่
หวั่นไหว?
หลิวเหล่าเฉิงเองก็ไม่ใช่ว่าถูกหลิวทุ่ยใช้ค าว่า “พิสูจน์มรรคาบิน
ทะยาน” หลอกให้ไปอยู่ที่ถ ้าสวรรค์เทียนฉือของหลิวเสียทวีปหรอก
หรือ?
แล้วนับประสาอะไรกับที่เพิ่งเซวี่ยเทายังเป็นผู้ฝึกตนอิสระที่ติด
ค้างอยู่ในขอบเขตบินทะยานมานานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หลังจากติดตามอาเหลียงไปเยือนเปลี่ยวร้างมารอบหนึ่ง ถูกปีศาจ
ใหญ่จ านวนมากล้อมกักตัวเอาไว้ เหตุผลที่อาเหลียงให้เขาถอย
ออกไปก่อน ถึงกับเป็นเหตุผลที่ว่ากลัวจะพลาดท าร้ายเขาให้บาดเจ็บ
ไปด้วย….
อันดับแรกก็ถูกจั่วโย่วที่อยู่ในศาลบุ๋นแผ่นดินกลางปล่อยกระบี่
ใส่ โดนฟันจนไม่มีเรี่ยวแรงให้เอาคืน ติดตามอาเหลียงไปเปลี่ยวร้าง
ได้เห็นทัศนียภาพที่แตกต่างออกไป จากนั้นได้รับความช่วยเหลือ
จากคนหนุ่มกลุ่มของเฉาสือที่ยอมเผชิญอันตรายอย่างไม่ลังเล ลืม
ความตายกล้าสละชีวิต ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากวงล้อม
ดังนั้นค าลวงสะกดวิญญาณของชุยตงซาน แท้จริงแล้วก็แค่ช่วย
ให้เฟิงเชวี่ยเทาพบเหตุผลที่สามารถโน้มน้าวตัวเองได้ ข้าผู้อาวุโส
ต้องผสานมรรคา!
แน่นอนว่าเฝิงเซวี่ยเทาเชื่อว่าชุยตงซานสามารถช่วยงานใหญ่
ได้ เรื่องนี้ส าคัญอย่างมาก หาไม่แล้วก็คงเหมือนแมลงวันไร้หัวที่พุ่ง
ชนสะเปะสะปะ เฝิงเซวี่ยเทาที่หมดก าลังใจไปแล้วยากมากที่จะท า
ส าเร็จได้ในรวดเดียว ยิ่งเป็นพวกที่จิตแห่งมรรคาแข็งแกร่งมากเท่าไร
จ านวนครั้งในการชนก าแพงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น แล้วก็ยิ่งรู้ถึงความ
ยากล าบากในการท าลายคอขวด ความตรากตร าในการแสวงหา
มรรคามากเท่านั้น สวีเสี่ยวเฉียวแห่งส านักกระบี่หลงเฉวียนก็เป็น
เช่นนี้
“การจับคู่เข่นฆ่า” ที่ดูเหมือนว่าสองใต้หล้าประชันกันในเรื่อง
รากฐานของคนรุ่นเยาว์ใต้หล้าเปลี่ยวร้างก็คือแผนภูมิฟ้าของเปลี่ยว
ร้างที่โจวมี่สร้างขึ้นมา โดยมีจู๋เชี่ย หลิวป๋าย ชิวอวิ๋น อวี่ซู่ เหย่าเที่ยว
จื่ออู่เมิ่ง จินตัน หยวนอิง อวี้ผู เลี่ยนเยี่ยน
ทางฝั่งใต้หล้าไพศาลก็มีเฉาสือแห่งราชวงศ์ต้าตวน ฟู่จิ้นลูก
ศิษย์คนแรกและกู้ช่านลูกศิษย์คนเล็กของเจิ้งจวีจง หยวนพางจาก
สายเหวินเซิ่ง อวี่เจวี่ยนฟูผู้ฝึกยุทธหญิงของราชวงศ์เสวียนมี่ ฉุนชิง
แห่งถ ้าสวรรค์จู๋ไห่ จ้าวเหยากวงแห่งจวนเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์
หลวงจีนซวีหมี ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อสวี่ป๋าย
ร้านเหล้าข้างทางที่ไม่สะดุดตาแห่งนี้ เวลานี้มีสี่คนในแผนภูมิฟ้า
ของเปลี่ยวร้างอย่างหลิวป๋าย จินตัน ชิวอวิ๋นและจู๋เชี่ยมารวมตัวกัน
เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว
เจิ้งจวีจงยื่นมือไปรับตะเกียบไผ่เขียวคู่หนึ่งที่โจวชิงเกายื่นมาให้
จุ่มสุราในชามแล้วจิ้มไปบนโต๊ะ
“โจวมี่ไม่ได้แตะต้องรากฐานของเปลี่ยวร้างพวกเจ้า นี่ถือว่า
ถูกต้อง เขาคิดอยากจะรีบรบรีบจบ ยึดครองพื้นที่ของสามทวีปใน
ไพศาลโดยเร็ว บุกโจมตีไปยังแจกันสมบัติ ฮุบกลืนหลิวเสีย บีบ
ให้ธวัลทวีปที่ให้ความส าคัญกับทรัพย์สินเงินทองไม่ให้ความส าคัญ
กับคุณธรรมน ้าใจเป็นฝ่ายยอมสวามิภักดิ์ จงใจใช้ทักษินาตยทวีป
เป็นเหยื่อล่อ ใช้อุตรกุรุทวีปเป็นสถานที่ประลองยุทธที่ใช้ฝึกทหารซ ้า
แล้วซ ้าเล่า สุดท้ายโอบล้อมทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางเอาไว้ นี่ก็
ถูกต้องเช่นกัน”
“ในระหว่างนี้ก็โจมตีท าลายฝูเหยาทวีปไปด้วยซึ่งจะช้ากว่าเวลา
ที่คาดการณ์ไว้เกือบสองเดือน ดังนั้นจึงมีการล้อมสังหารป๋ายเหย่ที่
โจวมี่วางแผนไว้อย่างตั้งใจ กลับเป็นใบถงทวีปที่เร็วกว่าที่คาดการณ์
ไว้ประมาณสามเดือน ความเร็วนี้ท าให้เกิดปัญหาใหญ่ ส าหรับแจกัน
สมบัติทวีปที่แม้กระทั่งผู้ฝึกตนของใบถงทวีปก็ยังดูแคลนแล้ว ก็จะยิ่ง
ประมาทมากกว่าเดิม สภาพจิตใจที่ไม่ควรมีประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าแม่ทัพ
ใหญ่ของกระโจมแห่งต่างๆ พูดจาไม่กี่ค า เปิดการประชุมไม่กี่ครั้งก็จะ
สามารถจัดการให้ยุติลงได้อย่างราบรื่น”
ชิวอวิ๋นพยักหน้า “นครมังกรเฒ่าที่ต้าหลีสร้างจวนที่พ านักเอาไว้
ชั่วคราว เมืองทั้งเมืองถึงกับระเบิดพังพินาศ ความเสียหายลุกลามไป
ไกลนับพันลี้ ท าให้กระโจมทั้งหลายที่ขึ้นฝั่งมาอย่างไม่ง่ายพลังต้น
ก าเนิดเสียหาย สิ่งที่เสียหายไม่ได้มีแค่ก าลังทหารเท่านั้น ยังมีพลังใจ
ของทหารด้วย ทางฝั่งของฝูเหยาทวีปก็ท าสงครามกันอย่างดุเดือด
เช่นกัน แต่ก็ยังไม่วิปริตเท่า….แจกันสมบัติทวีป บวกกับสงครามใหญ่
ที่ตีนเขาจื่อถงมหาบรรพตทักษิณหลังจากนั้น แม่ทัพบู๊แซ่ซูคนหนึ่ง
รบตาย สงครามใหญ่สองครั้งติดที่เสียเปรียบอย่างหนัก พวกเราท า
สงครามกันอย่างสุดชีวิตจริงๆ”
โจวชิงเกาเอ่ย “ชูเกาซานทูตผู้ตรวจการของต้าหลี”
เขายกชามขึ้นดื่มเหล้า มือหนึ่งตบโต๊ะเบาๆ “ณ จุดที่หักกิ่งหลิว
อ าลาจาก ควรดื่มสุราให้สาแก่ใจ ดีดพิณเหล็กส่งเสียงขับร้อง เพื่อ
เสริมความฮึกเหิมของจิตวิญญาณ ใต้จันทร์กระจ่างบนหอสูง วีรบุรุษ
ผู้เมามายควรมีธงโบกสะบัดเคียงข้างเพื่อเพิ่มพูนความเร่าร้อนและ
ความกล้าหาญ”
บ้านเกิดที่เปลี่ยวร้างจะต้องมีวีรบุรุษผู้สง่างามใจกว้างที่มีวีรกรรม
อันมีเสน่ห์ที่คล้ายคลึงกันนี้เช่นกัน น่าเสียดายที่ไม่มีตัวอักษรที่
ยิ่งใหญ่ไพศาลเช่นนี้
เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร้างเคยได้เจอกับแสงกระบี่ดุจแม่น ้ายาวที่
ยิ่งใหญ่เกรียงไกรของก าแพงเมืองปราณกระบี่มาก่อน
บนพื้นที่ราบอันกว้างใหญ่นอกภูเขาจื่อถง กองทัพนับล้าน
ของต้าหลีตั้งขบวน ภายใต้แสงตะวันที่สาดส่องเกิดประกาย
ระยิบระยับสีขาวโพลน
นั่นคือขบวนทัพที่เกิดจากการใช้เงินเทพเซียนจ านวนนับไม่ถ้วน
สร้างขึ้นมา ทหารม้าทุกนายล้วนสวมเสื้อเกราะยันต์บนภูเขาไว้บน
ร่างกันทุกคน อาวุธจ านวนมากมายเหลือคณานับของส านักโม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีผู้ฝึกตนติดตามกองทัพจ านวนหลายพันเข้า
ไปอยู่ข้างใน บ้างก็คอยคุมท้ายขบวน บ้างก็คอยวางแนวป้องกัน และ
ด้านหลังของพวกเขาก็คือมหาบรรพตทักษิณที่อาศัยก าลังคนสร้าง
ขึ้นมาทั้งหมด บนภูเขาที่หันหน้าเข้าหาทิศใต้มีแต่แสงสว่างเจิดจ้าที่
รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น
บนสนามรบที่กินอาณาบริเวณเป็นพันลี้ได้ถูกราชส านักต้าหลี
หลอมเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของส านักการทหารมานานแล้ว
ค่ายกลใหญ่ทั้งหลายที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ดินทับซ้อนกันเหมือนดินที่ก่อ
ซ้อนกัน
เผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร้างไม่กล้าเชื่อ แล้วก็มิอาจจินตนาการได้
เลยจริงๆ ว่าจะมีกองทัพม้ากองหนึ่งที่สามารถเปิดฉากโจมตีกับเผ่า
ปีศาจแห่งเปลี่ยวร้างที่ล่างภูเขาได้!
พวกคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นลองประมาณการณ์ดูคร่าวๆ ใน
สนามรบครั้งนี้ คาถาวิชาอภินิหารที่ผู้ฝึกตนของฝ่ายต้าหลีร่ายใช้
คล้ายคลึงกับการโปรยถั่วเป็นกองทัพ มัลละโพกศีรษะด้วยผ้าเหลือง
และการอัญเชิญเทพของลัทธิเต๋ ร่างทองที่ผ่านการปลุกเสกจาก
มังกรและคชสารของลัทธิพุทธ มีหลากหลายประเภท มากถึงสองพัน
กว่ารูปแบบ
ชิวอวิ๋นถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “โจวมี่กับบรรพจารย์ผู้เฒ่าของ
ภูเขาหัวเยว่มีข้อตกลง “ลามกลยุทธ” กันอยู่จริงหรือ?”
โจวชิงเกาพยักหน้า “มีเรื่องนี้อยู่จริง”
ปีนั้นโจวมี่ขึ้นไปบนภูเขาทัวเยว่เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์ในใต้
หล้า มีสามกลยุทธ กลยุทธชั้นสูงส าหรับใต้หล้าเปลี่ยวร้างก็คือกล
ยุทธอันดับล่างของมหาสมุทรความรู้โจวมี่
คิดจะยึดครองใต้หล้าก็ต้องมีคนที่ถูกเลือกให้มาปกครองใต้หล้า
นอกจากการแบ่งผล ประโยชน์ที่พูดคุยกับพวกราชาบนบัลลังก์เก่า
มาเรียบร้อยก่อนแล้ว โจวมี่ยังมีตัวเลือกที่ให้มารับหน้าที่ดูแลทวีป
ต่างๆ ของไพศาลอีกสองคน คนหนึ่งคือเฝยหรานที่เลื่อมใสวิชา
ความรู้ของหลี่เซิ่งอย่างมาก อีกคนหนึ่งก็คือโซ่วเฉินลูกศิษย์คนแรก
ของเขา
หนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊ ก าหนดกฎระเบียบของไพศาลขึ้นมาใหม่
จินตันที่ถูกบีบให้ต้องเผยรูปโฉมที่แท้จริง บนใบหน้าอันงดงาม
นั้นถูกประกายแสงอันอ่อนโยนของไข่มุกสีทองเม็ดนั้นส่องสว่างให้
ใบหน้ายิ่งแบ่งแยกมืดและสว่างออกจากกันอย่างชัดเจน
หากมองอย่างละเคียด คิ้วทั้งสองข้างของนางก็ยังมีความต่างกัน
มองแค่ใบหน้าซีกเดียว ด้านหนึ่งเหมือนสตรียั่วยวนที่มีนิสัยเปิดเผย
โจ่งแจ้ง อีกด้านหนึ่งเหมือนสตรีผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน สง่างามแบบ
กุลสตรีในห้องหอ นี่ก็คือหนึ่งใบหน้าสองรูปโฉมอย่างที่เขียนบันทึก
ไว้บนต าราโหงวเฮ้งตามแบบฉบับแล้ว
จินตันมองไปทางผนังภูเขาที่แกะสลักอักษรบนคัมภีร์ตัวใหญ่ ใน
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความคิดถึงค านึงหาอย่างสุดซึ้ง
เพราะถึงอย่างไรโจวมี่ก็เป็นคนสร้างแผนภูมิฟ้าของเปลี่ยวร้าง
ขึ้นมาด้วยตัวเอง เป็นเหตุให้ผู้ฝึกตนสิบคนต่างก็ได้รับการประทาน
รางวัลแห่งวิถีเทพที่มาจากโจวมี่แทบทุกคนส าหรับการที่ความ
พยายามทั้งหมดของโจวมี่ต้องสูญเปล่า กายดับมรรคาสลายอยู่ใน
โลกมนุษย์ พูดถึงแค่พวกชิวอวิ๋น พวกเขาต่างก็ผิดหวังกันอย่างมาก
จ าต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกับโจวมี่ โจวมี่ก็
คือผู้ถ่ายทอดมรรคาและผู้ปกป้องมรรคาที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา
อย่างอู่จื่อเมิ่งที่ต่อให้นางท าตัวขวัญกล้าเทียมฟ้า กล้าขโมยล า
คลองอู่ติ้งที่เป็นหนึ่งในสายแยกที่ส าคัญที่สุดของล าคลองเย่ลั่ว
เพราะมีโจวมี่เป็นผู้ปกป้องมรรคา ถึงได้ไม่ต้องรับผลที่ตามมาอะไร