กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 23.1 ไร้ศัตรูเทียมทาน
แสงกระบี่เส้นนั้นพุ่งมาด้วยพลังอนาจน่าครั่นคร้าม
นักพรตกระดูกขาวเห็นท่าไม่ดีก็ไม่กล้าอวดเก่งฝืนรับกระบี่ รีบ
ร่ายวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิต เสกให้ชุดคลุมอาคมสีม่วงกลายเป็น
ภาพมายา ถึงกับทให้สายน ้าแห่งกาลเวลาที่ไหลอยู่รอบด้านเกาะตัว
กลายเป็นน ้าแข็ง ตัดแบ่งพื้นที่ประกอบพิธีกรรมชั่วคราวมาจากฟ้า
ดิน เหมือนก่อตัวกลายเป็นแก้วใสสีม่วงก้อนใหญ่ ด้านในมีลวดลาย
ของเส้นเอ็นและเส้นชีพจร ประหนึ่งมีงูและมังกรเลื้อยลดคดเคี้ยวอยู่
ด้านใน
พริบตานั้นแสงกระบี่ก็แหวกอากาศพุ่งมาถึง ประหนึ่งแท่งเหล็กที่
เจาะทะลวงน ้าแข็งให้เกิดเป็นรอยร้าว แสงกระบี่ถูกหนวดมังกรหลาก
สีรัดพันเอาไว้
ท้องฟ้ามีเสียงน ้าแข็งปริแตกดังสนั่นหวั่นไหว เห็นเพียงว่าด้านใน
แก้วใสสีม่วงมีเงาไหวพะเยิบพะยาบ แสงกระบี่สั้นนั้นว่ายวนบุกตะลุย
อยู่ในเขตอาคม ตามหาร่องรอยเจ้าของพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอย่าง
ต่อเนื่องไม่หยุดพัก
นักพรตกระดูกขาวที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดพอจะโล่งอกได้บ้าง ยัง
ดี ตนไม่ได้ถูกกระบี่นั้นตัดหัว ด้วยนิสัยการกระทของผู้ฝึกกระบี่คน
นี้ ไม่ว่าถามกระบี่กับใครก็ไม่เคยออมแรงกระบี่แรกมีพลังตบะเช่นไร
ส่วนใหญ่แล้วกระบี่สุดท้ายก็มักจะใช้พละกลังที่ไม่ต่างกัน นี่ก็
หมายความว่ายังต่อสู้กันได้อีกเรื่อยๆ
ทันใดนั้นพลังอนาจของแสงกระบี่ก็เพิ่มทะยานขึ้นอย่างพรวด
พราด แก้วใสสีม่วงทั้งก้อนพลันระเบิดกระจัดกระจาย ร่างของนักพรต
กระดูกขาวถูกกระแทกชนออกมาจากพื้นที่ประกอบพิธีกรรม พุ่ง
เอียงขึ้นไปยังม่านฟ้า สองมือของนักพรตกระดูกขาวคว้าจับแสง
กระบี่ที่แทงมาใกล้หัวใจเส้นนั้นเอาไว้แน่น ณ ขณะนั้นไม่มีเวลามามัว
เก็บชุดคลุมสีม่วงอีกแล้ว มันได้แต่พยายามป้องกันอย่างสุดกลัง
ไม่ให้แสงกระบี่เส้นนั้นแทงทะลุร่าง แสงกระบี่กับสองมือที่เป็นกระดูก
ขาวเสียดสีกันอย่างรุนแรง ทให้เกิดสะเก็ดเปลวเพลิงจนวนนับไม่
ถ้วนสาดยิงออกไป
หนึ่งกระบี่อิงฟ้า
แสงกระบี่บดขยี้แขนทั้งสอง ปักตรึงเข้าไปในหน้าอกของนักพรต
กระดูกขาว ปลายกระบี่โผล่ทะลุออกมาจากแผ่นหลัง
ในเมื่อเจ้าต้องการให้ข้าตาย นักพรตกระดูกขาวก็ตวาดกร้าว
ด้วยสีหน้าดุดัน “เปิ่นจั้วจะหลอมกระบี่บินของเจ้า!”
ชุดคลุมอาคมสีม่วงที่แหลกยับกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยนับพัน
หมื่นเหมือนได้รับคสั่ง ประหนึ่งมียันต์ใหญ่จากยุคบรรพกาลหลาย
แผ่นแปะลงไปบนแสงกระบี่
นักพรตกระดูกขาวไม่จเป็นต้องใช้คพูดหรือเสียงในใจ ปลาย
นิ้วของสองมือเคาะตีไปบนแสงกระบี่อย่างว่องไว มอบคาถา “เสียง
สวรรค์” ของสนักเมฆาเก้าชั้นบรรพกาลบทหนึ่งไปให้ อะไรคือเสียง
สวรรค์ ภูเขาสายน ้าที่ก่อขึ้นเป็นรูปร่าง ใช่ มหาสมุทรกว้างใหญ่ที่
กลายเป็นผืนนา ใช่ ลน ้าใหญ่ในโลกมนุษย์เปลี่ยนแปลงเส้นทางก็
ใช่ ถึงขั้นที่ว่าการหล่อหลอมเรือนกายของเผ่าปีศาจบรรพกาล กาย
ธรรมของเซียนดินก็ล้วนใช่
นิ้วมือของนักพรตกระดูกขาวสร้างน ้าวนแก้วใสห้าสีสิบลูกขึ้นมา
บนแสงกระบี่ที่คล้ายกับแข็งแกร่งมิอาจพลังทลาย
ผู้ฝึกกระบี่สวีเซี่ยทจิตแห่งมรรคาให้มั่นคง
จู่ซู่ที่ชมศึกอยู่ไกลๆ เช่นเดียวกันรู้สึกสะเทือนแก้วหู ไม่รู้สึกถึง
ความฉุนเฉียวพลุ่งพล่านเลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นว่ากระบี่บิน
แห่งชะตาชีวิตเล่มนั้นของนางส่งเสียงอึงอลอยู่ในฟ้าดินร่างกาย
มนุษย์คล้ายกลังร้องเพลง คล้ายกลังขานับ
จู๋ซู่เพิ่งจะเลื่อนเป็นขอบเขตเชียนเหรินกลับมีโชควาสนาเช่นนี้
รอคอยนางอยู่?
นางรีบจดจ “จังหวะทนองแห่งมหามรรคา” เหล่านั้นเอาไว้
ทันใด ทยอยใช้เวทกระบี่คัดลอกพวกมันเอาไว้ให้กลายมาเป็น
เหมือนภาพลายน ้าที่มีคลื่นโถมขึ้นลง
เพียงแค่ชมศึกอยู่ข้างๆ ก็ได้รับผลประโยชน์บนวิถีกระบี่เช่นนี้
เหมือนเป็นการหลอมกระบี่ครั้งแรกหลังออกจากด่านของเซียนกระบี่
ใหญ่จู๋ซู่
นักพรตกระดูกขาวรู้สึกอกสั่นขวัญผวามากขึ้นเรื่อยๆ ไฉนแสง
กระบี่เส้นนี้ถึงได้…ขยับเข้าใกล้มรรคาขนาดนี้?
ต้องรู้ว่ามันแสร้งแสดงท่าทีอ่อนแอมาโดยตลอด รอกระทั่งไอ้
หมอนั่นปล่อยกระบี่ออกมา ในที่สุดนักพรตกระดูกขาวก็ไม่เก็บง
ฝีมืออีกต่อไป มือหนึ่งรับเวทกระบี่ มองดูเหมือนสภาพค่อนข้าง
กระเซอะกระเซิง แต่แท้จริงแล้วมันกลับใช้วิชาอภินิหารใหญ่สาม
ชนิดอย่างเวทกักกระบี่ มนตราบรรพกาลและวิชาการหล่อหลอมของ
ยุคโบราณติดๆ กัน
ร่างของมันได้ถูกสร้างให้เป็นเตาหลอมแห่งหนึ่งที่มี “ต้นฉบับ มา
จากสระจแลงมังกรถูกกักขังมานานหมื่นปี มันไม่ได้อยู่นิ่งเฉยรอ
ความตาย แต่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ในการหล่อหลอมเตา
หลอมนี้ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแท่นประกอบพิธีกรรม อนุมานไปยัง “การ
สร้างหยินหยาง” อย่างต่อเนื่อง ยกระดับขั้นให้สูงขึ้น แสวงหาสองค
ว่า “ฟ้าดิน” ยกระดับให้ถึงขีดสูงสุด นี่ก็คือ “มรรคา”!
สุดท้ายหลอมช่องโพรงลมปราณสามร้อยหกสิบห้าแห่งให้
กลายเป็นเตาหลอมหนึ่งเตาได้สเร็จ นักพรตกระดูกขาวเชื่อมั่นใน
ตัวเองว่าเมื่อร่ายแท่นประกอบพิธีกรรมนี้ออกมา ไม่ว่าอะไรก็หลอม
ได้หมด ต่อให้เจ้าจะเป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่ แต่พอมาเยือนแท่น
ประกอบพิธีกรรมแห่งนี้ก็ยังต้องถูกทลายกระบี่บินแห่งชะตาชีวิต คน
ที่พลังตบะอ่อนด้อยกว่านี้ กระบี่บินก็สามารถถูกหลอมได้ทันที่ กลาย
มาเป็นเสบียงบนมหามรรคาของซานย่วนฝ่าจู่ผู้นี้
สวีเซี่ยใช้เสียงในใจเอ่ย “กระดูกขาวร่างนี้ต้องมีที่พึ่งอย่าง
แน่นอน ถึงได้กล้ากเริบเสิบสานขนาดนี้”
หากเปลี่ยนมาเป็นตนจะไม่มีทางยินดีเห็นเฉินผิงอันเป็นศัตรูใน
จินตนาการอย่างเด็ดขาด ถอยไปพูดหมื่นก้าว ต่อให้ตนคิดว่าโอกาส
ชนะมีสูงมาก แต่ขอแค่ไม่อาจเอาชนะได้อย่างมั่นคง ไม่สามารถเล่น
งานอีกฝ่ายได้ถึงตาย หาไม่แล้วสวีเซี่ยก็จะไม่มีทางลงมือกับเฉินผิง
อันแน่นอน
เฉาสื่อถามอย่างไม่แน่ใจ “น่าจะอยากอาศัยปณิธานหมัด
ขอบเขตสิบเอ็ดของเฉินผิงอันมาช่วยเคาะเปลือกแห่งอวิชชาของ
มหามรรคาให้แตกออก ถึงจะกลับคืนไปยังขอบเขตสิบสี่ได้?”
ก่อนหน้านี้นักพรตกระดูกขาวที่สถานะไม่แน่ชัดเจอหมัดเฉินผิง
อันไปหลายหมัด มันจงใจไม่ร่ายเวทอพรางตาใดๆ สามารถ
ซ่อมแซมร่างทองได้อย่างรวดเร็ว คือการท้าทายอย่างหนึ่งโดยแท้
ต้องรู้ว่าวิชาเทพตีกลองสายฟ้าของเฉินผิงอันสามารถเคาะตี
กระดองเต่าของผู้ฝึกตนใหญ่บนยอดเขาได้ดีที่สุด
สวีเซี่ยพยักหน้า “เป็นไปได้ สามารถเอาหินของภูเขาลูกอื่นมา
ขัดกลึงเป็นหยกของตน คาดว่าคงจะใช้วิธีของเซียนสละศพ ทการ
ผสานมรรคาเป็นครั้งที่สอง?”
เงียบกันไปครู่หนึ่ง สวีเซี่ยก็พลันเอ่ยว่า “เฉาสือ จะมีความเป็นไป
ได้หรือไม่ว่า นักพรตบรรพกาลของเมื่อหมื่นปีก่อน สภาพจิตใจไม่ได้
ซับซ้อนอย่างพวกเรา ไม่ได้มีเล่ห์กลมากมายสารพัดรูปแบบเหมือน
พวกเรา?”
เฉาสือยิ้มเอ่ย “สวีจวิน เกรงว่าข้าคงตอบคถามประเภทนี้ไม่ได้”
สวีเซี่ยอึ้งงัน ก็จริงนะ จิตใจของเฉาสือใสกระจ่าง มีแค่วิถีวรยุทธ
อย่างเดียวเท่านั้น
หากจะเอ่ยคว่าท่านรูปงามดุจหยก สวีเซี่ยก็รู้สึกว่าเฉาสือที่อยู่
ข้างกายคือหนึ่งในบุคคลจนวนน้อยนิดที่คู่ควรกับคกล่าวนี้
ทางทิศเหนือของภูเขาลั่วพั่ว ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเปลือก
หอยของภูเขาฮุยเหมิง เสี่ยวโม่ที่นั่งอยู่บนเบาะมีเลือดไหลออกจาก
ทวารทั้งเจ็ด ชุดคลุมอาคมเปียกซึมไปด้วยเลือดแต่สีหน้าท่าทางกลับ
ยังเป็นปกติดังเดิม
เขาใช้จิตแห่งมรรคาบังคับแสงกระบี่เส้นนั้น ในพื้นที่ประกอบ
พิธีกรรมหยกขาวที่ใสกระจ่างแวววาว ปราณแห่งมรรคาเข้มข้น
เหมือนสายน ้า คลื่นสีเขียวมรกตแผ่กระเพื่อม
แสงกระบี่เส้นหนึ่ง “ออกจากถ ้าสถิต” ไปแล้วก็ส่ายไหวเบาๆ
ปณิธานกระบี่ที่เปี่ยมล้นกระเพื่อมไปชนกแพงแล้วถอยกลับ เสียงดัง
อึงอลเหมือนเสียงเป่าสังข์ทพิธี
นักพรตกระดูกขาวทอดถอนใจอย่างเศร้าอาลัย ปล่อยให้แสง
กระบี่เส้นนั้นพุ่งทะลุเรือนกาย แท่นประกอบพิธีกรรมก็ยังกักขังไว้ไม่
อยู่ เปลืองแรงเปล่า กลับกันจะกลายเป็นการเปิดเผยท่าไม้ตายที่เป็น
วิชากันกรุให้คนอื่นรู้เสียเปล่าๆ
ทมุทรามือเดียวสร้างความมั่นคงให้กับช่องโพรงลมปราณสาม
ร้อยกว่าแห่ง หลีกเลี่ยงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อรากฐานมหามรรคาของ
แท่นประกอบพิธีกรรม นักพรตกระดูกขาวพลิกหมุนเรือนกาย ปล่อย
ให้แสงกระบี่ฟันร่างมาในแนวเฉียง มือข้างหนึ่งจะเก็บเศษซากชุด
คลุมอาคมสีม่วงที่กลายไปเป็นยันต์กักกระบี่พวกนั้นมา
ทว่าเวลานี้เอง สตรีร่างเล็กบางสวมชุดคลุมมังกรสีทอง สวม
มงกุฎจักรพรรดิก็เผยกายอย่างเงียบเชียบตรงจุดตัดระหว่างทะเลกับ
พื้นดิน ก็คือหวังจูสุ่ยจวินแห่งมหาสมุทรบูรพา
นางมีดวงตาสีทอง ในมือถือแท่นฝนหมึกโบราณที่ขุดเอาหินมา
จากภูเขาจีจู่ของแจกันสมบัติทวีป ในแอ่งฝนหมึกเก็บหยดน ้าหยด
หนึ่งที่เอามาจากวัดหนันชานของอุตรกุรุทวีปเอาไว้ นี่ก็คือวิธีในการ
สร้างสระมังกร สร้างบ่อมังกรหลังจากที่ก่อนหน้านี้เลื่อนเป็นขอบเขต
สิบสี่
เวลานี้หวังจูยกแท่นฝนหมึกขึ้นสูง หยดน ้าในแอ่งของแท่นฝน
หมึกขยับเคลื่อนเบาๆ ก็มีรัศมีแสงศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาเป็นระลอก
เก็บของที่หล่นอยู่ข้างทาง ใครทไม่เป็นบ้างเล่า
ชุดคลุมอาคมสีม่วงที่เพิ่งจะประกอบกันได้สมบูรณ์ตัวนั้นพุ่งสวบ
หนึ่งที่ ไม่ได้พุ่งไปอยู่บนร่างของนักพรตกระดูกขาว แต่ตรงดิ่งไปยัง
ริมทะเลของแจกันสมบัติทวีป
นักพรตกระดูกขาวตกใจอย่างหนัก รีบกางเล็บทั้งห้าออก
เหมือนทการชักคะเย่อหมายจะดึงเอาชุดคลุมอาคมตัวนี้ไปเก็บไว้ใน
ช่องโพรงแห่งชะตาชีวิต
ทว่าแสงกระบี่เส้นนั้นกลับตวัดวงโค้งขนาดใหญ่ยักษ์มาจาก
กลางอากาศสูง แล้วพลิกกลับ ตรงดิ่งลงมาเป็นเส้นตรง แทงมายังหัว
ของนักพรตกระดูกขาว
ถูกศัตรูโจมตีทั้งหน้าทั้งหลังจริงๆ นักพรตกระดูกขาวทั้งต้องดึง
รั้งชุดคลุมอาคมไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของโจรชั่วผู้นั้น แล้วยังต้อง
ต้านทานแสงกระบี่ที่เป็นดั่งวิญญาณตามติดไม่ยอมเลิกราด้วย
ชุดคลุมอาคมสีม่วงลากเส้นยาวเป็นหมื่นลี้อยู่กลางอากาศ
ประหนึ่งแม่น ้าแห่งสวรค์สีม่วงที่ลอยแขวนอยู่บนฟ้าคราม
เพียงชั่วพริบตา นักพรตกระดูกขาวก็ร่ายวิธีการไปแล้วสารพัด
รูปแบบ บนเส้นทางที่แสงกระบี่พุ่งทะยานไปข้างหน้าจแลงออกมา
เป็นวิชาอภินิหารหลายสิบชนิดที่ช่วยให้มันรับกระบี่ได้ เห็นเพียงว่า
ระหว่างนักพรตกระดูกขาวกับแสงกระบี่มีมหาบรรพตบรรพกาลที่ส่อง
แสงเรืองรองไกลหมื่นจังตั้งตระหง่านขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า
มีกระถางสามขาทองสัมฤทธิ์ที่บรรจุเลือดสดของปีศาจบรรพกาลไว้
เต็มกระถางลอยขึ้นมา มีไม้บรรทัดหยกที่แกะสลักอักขระไว้นับไม่
ถ้วน มีเหล่าเทพธิดาเหินฟ้าสวมภูษาหลากสีพลิ้วไสวพุ่งออกมาทีละ
นาง…
ทว่าทั้งหมดนี้ล้วนถูกแสงกระบี่ฟันจนแหลก
แสงกระบี่ที่พลังอนาจราวกับผ่าลไม้ไผ่เส้นนั้นยังคงพุ่งตรงมา
ที่หัวของมัน
นักพรตกระดูกขาวร้อนใจราวไฟลน ชั่งน ้าหนักผลได้ผลเสีย
อย่างรวดเร็ว ได้แต่คลายนิ้วทั้งห้าออก ปล่อยให้โจรผู้นั้นขโมยชุด
คลุมไป หันไปต้านรับแสงกระบี่อย่างเต็มกลังแทน
ไม่เหลือพลังใดๆ มาฉุดรั้ง ชุดคลุมอาคมยาวหมื่นจังก็พุ่งไปที่
ทะเลอย่างว่องไว ยิ่งมันขยับเข้าใกล้แท่นฝนหมึกที่หวังจูชูขึ้นสูงก็ยิ่ง
หดเล็กลง สุดท้ายขมวดรวมจนกลายมาเป็นเหมือนฝุ่นที่มองไม่เห็น
เม็ดหนึ่ง หลอมรวมเข้ากับหยดน ้าใน “บ่อมังกร” แอ่งฝนหมึก แสงที่
แผ่ออกมาจากแท่นฝนหมึกก็ยิ่งพร่างพราวสว่างไสว
หวังจูเก็บชุดคลุมสีม่วงไปแล้วก็ก้มหน้าลงมอง ในหยดน ้าหนึ่ง
หยด เจียวหลงและเผ่าพันธ์น ้านับพันหมื่นตนที่จแลงมาจากปราณ
มังกรล้วนพากันกลับไปยังมหาสมุทรใหญ่
สายตาของนางอ่อนโยน พึมพประโยคหนึ่งว่า กลับบ้านแล้ว
หวังจูเก็บรอยยิ้ม เงยหน้ามองนักพรตกระดูกขาวที่เจ็บปวดรวด
ร้าวปานจะขาดใจอยู่บนสนามรบแถบนั้น นางรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
เก็บแท่นฝนหมึกไว้ในชายแขนเสื้อ ร่ายเวทน ้ากลับไปยังจวนของ
ตัวเอง เรียกได้ว่าได้ของกลับไปเต็มไม้เต็มมือ
ตอนนี้นักพรตกระดูกขาวไม่มีเวลาไปหาเรื่องสตรีเจ้าเล่ห์ผู้นั้น
แล้ว แค่จดจกลิ่นอายแห่งมรรคาของนางเอาไว้เงียบๆ มันสะบัดไหล่
หนึ่งทีก็มีกายธรรมใหญ่โตโอฬารร่างหนึ่งโผล่มา ใช้ฝ่ามือยันต้าน
แสงกระบี่ที่ถูกขับดันให้ดูเบาบางราวกับเส้นไหม “จงแหลกลาญให้
เปิ่นจั้ว!”
กายธรรมกระดูกขาวยื่นแขนไปข้างหน้า ฝ่ามือก็พลันมีหมอก
ขาวลอยแผ่อวล ล้วนเป็นปณิธานกระบี่ที่ท่วมท้นทรงพลัง แสงกระบี่
งอลงแต่ไม่หัก ตรงกลางฝ่ามือของกายธรรมจึงเหมือนมีงูขาวบรรพ
กาลตัวหนึ่งที่นอนขดตัวเป็นชั้นๆ
นักพรตกระดูกขาวหมุนตัวกลับ โบกฝ่ามือ ตรงกลางฝ่ามือของ
กายธรรม ‘รวบรวมเอาแสงกระบี่ที่มากขึ้นเรื่อยๆ มาไว้ด้วยกัน ดู
เหมือนว่านักพรตต้องการลบร่องรอยของแสงกระบี่ที่อยู่ระหว่างฟ้า
ดินเส้นนี้ให้หมดสิ้นไปถึงจะยอมเลิกรา มันหัวเราะเสียงดังลั่น “สหาย
เป็นเจ้าที่ปล่อยกระบี่ออกมาก่อน ก็อย่ามาโทษว่าเปิ่นจั้วสังหารเจ้า!”
ตรงฝ่ามือของมันเหมือนมีหิมะกองใหญ่ ทอดสายตามองไปยัง
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมบนภูเขาแห่งนั้น ยกมือขึ้นสูง ปราณกระบี่ตรง
ฝ่ามือเหมือนดวงตะวันที่ส่องแสงเจิดจ้าบาดตา “เปิ่นจั้วจะต้องทให้
เจ้าแหลกสลายกลายเป็นผุยผงถึงจะคลายความเคียดแค้นที่อยู่ในใจ
ได้”
สิ่งที่มันหวาดเกรงคือไม่ได้เจอกันหมื่นปี ด้วยศักยภาพและกลัง
ความสามารถในการศึกษามรรคาของอีกฝ่าย มีความเป็นไปได้อย่าง
ยิ่งว่าจะเลื่อนเป็นขอบเขตสิบสี่แล้ว ตอนนี้ลองมองดูแล้ว แสงกระบี่
เส้นนี้ร้ายกาจก็จริง แต่เจ้าของแสงกระบี่ สหายที่เคยชอบจับคู่เข่นฆ่า
กับคนอื่นมากที่สุดผู้นั้นต้องยังไม่ใช่ขอบเขตสิบสี่อย่างแน่นอน! อีก
ทั้งพอรู้ว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บไม่เบา ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุอะไร ป๋ายจิ่ง
ขอบเขตถดถอย เขาบาดเจ็บสาหัส คงไม่ใช่เพราะฟ้าดินเชื่อมโยง
นั่นหรอกกระมัง?
พวกเจ้าไม่ช่วยโจวมี่ แต่กลับจะช่วยเจ้าคนแซ่เฉินหรือ? ดีๆๆ
สมควรตายจริงๆ! สันดานไม่ต่างจากป๋ายเจ๋อเลยสักนิด ล้วนสมควร
ตาย
สะบัดแขนหมายจะขว้างแสงกระบี่เส้นนั้นกลับไปยังถ ้าสถิตที่ผู้
ฝึกกระบี่อยู่
หยุดชะงักไปเล็กน้อย กายธรรมกระดูกขาวก้าวเท้าออกไป
ข้างหน้าหนักๆ หนึ่งที่ กายธรรมโน้มไปด้านหน้า แขนหันไปทางถ ้า
สถิตซึ่งเป็นจุดกเนิดของแสงกระบี่
ทว่ายังไม่ได้เห็นภาพที่แสงกระบี่กระแทกใส่พื้นที่ประกอบ
พิธีกรรม มันหันกลับไปมองมือข้างนั้นยังคงค้างอยู่ในท่าที่หันฝ่ามือ
เข้าหาถ ้าสถิต แต่กลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
ที่แท้ข้อมือก็ขาดสะบั้น ฝ่ามือกับแขนแยกออกจากกันไปแล้ว
นักพรตกระดูกขาวไม่ลังเลเลยสักนิด เก็บปราณแห่งมรรคา
ทั้งหมดมา ร่ายวิชาอภินิหารบรรพกาลหลบหนีเข้าไปในเรือไม้ท่อน
เดียว แล้วก็พากันหายวับไปทั้งคนทั้งเรือ
เป็นวิธีการที่ดีสมกับคว่ากาลเวลาแล่นผ่านไปเหมือนกระสวย
จริงๆ
หากเผชิญหน้ากับผู้ฝึกกระบี่คนเดียว นักพรตกระดูกขาวก็ไม่
ถือสาหากจะต้องเล่นเป็นเพื่อนเขานานหน่อย ผู้ฝึกกระบี่บรรพกาลที่
มีชื่อเสียงอย่างมากผู้นี้ ต่อให้ร้ายกาจแค่ไหน ไม่พูดถึงบาดแผลที่อยู่
บนร่าง ทุกวันนี้อย่างมากก็เป็นแค่ขอบเขตบินทะยานขั้นสมบูรณ์
แบบ ทว่าวิธีการของป๋ายจิ่งกลับมีมากจนไร้เหตุผล ต่อให้นาง
ขอบเขตถดถอยแล้ว นักพรตกระดูกขาวก็ไม่ยินดีจะพัวพันอยู่กับ
นางมากเกินไปนัก หากพวกเขาร่วมมือกัน ถึงอย่างไรก็ค่อนข้างจะ
ยุ่งยาก ไม่สู้หลบเลี่ยงประกายเฉียบคม วันหน้าค่อยมาคิดบัญชีให้ถี่
ถ้วนกันอีกครั้ง
แสงกระบี่กลุ่มนั้นพลันยืดขึ้นตรง บดขยี้ฝ่ามือข้างนั้นให้แหลก
เละ แสงกระบี่ว่ายวนไปบริเวณรอบๆ กลางอากาศเหนือฟ้าคราม เริ่ม
ตามหาร่องรอยของนักพรตกระดูกขาว
สวีเซี่ยเห็นภาพนี้ก็ทอดถอนใจที่ตัวเองสู้ไม่ได้ แสงกระบี่เส้นนี้มี
พลังพิฆาตได้ถึงเพียงนี้ แข็งแกร่งยืดหยุ่นถึงเพียงนี้ หากผู้ถวายงาน
ของภูเขาลั่วพั่วท่านนั้นยังคงเป็นขอบเขตสิบสี่สีสันแห่งการส่งกระบี่
จะเป็นเช่นไร?
เซียนกระบี่สวีจวินท่านนี้ขวัญกลังใจยังไม่ตก กลับกันยังมี
กลังใจเพิ่มขึ้นด้วย ผู้ฝึกกระบี่ก็ควรจะมีความสามารถและพละกลัง
ถึงระดับนี้จึงจะไม่ผิดต่อคว่าบริสุทธิ์
หันมามองเฉาสือ แน่นอนว่าความสนใจของเขายังคงเป็นสอง
ฝ่ายที่ถามหมัดกัน
ส่วนเวทคาถาวิชาอภินิหารบนวิถีกระบี่เป็นเช่นไร เฉาสือก็มอง
อยู่หลายที่ ลองเอาตัวเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ ลองจินตนาการดูว่า
หากเป็นตัวเองควรจะปล่อยหมัดอย่างไรแบบคร่าวๆ
ทางฝั่งของแท่นบูชาเทพ เฉินผิงอันแลกหมัดกับหมอผีโบราณ
ต่างฝ่ายต่างถอยกรูดออกไป บนหอสูงที่เหมือนผิวกระจกไม่แปด
เปื้อนฝุ่นสักเม็ดแห่งนั้น สองเท้าลากครูดให้เกิดร่องสองเส้น ทันใด
นั้นเศษหิมะก็ปลิวปราย เพียงแต่ว่าเศษเสี้ยวที่เหมือนปุยนุ่นเหมือน
หิมะปลิวพวกนี้กลับไม่ห่างไปไกลตามสายลม กลับกันยังพากันร่วง
กลับลงบนพื้น แท่นบูชาเทพกลับคืนมาเป็นปกติ ไม่เพิ่มและไม่ลดลง
แม้แต่เสี้ยวเดียว
เฉินผิงอันเคาะตรงหัวใจเบาๆ ถึงกับกระเทือนให้อักขระบรรพ
กาลสีทองที่มีจนวนมากนับหมื่นสลายหายไป อีกฝ่ายปล่อยหมัด
เหมือนการวาดยันต์ มหัศจรรย์จนเกินบรรยายขอบเขตปลายทาง
ทั่วไป หากมองอีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธเต็มตัวอย่างเดียว สังเกตเห็น
ได้ช้าเกินไปแค่ครู่เดียว อักขระพวกนี้ก็จะแทรกซึมเข้าไปในเลือดลม
ปะปนอยู่ในจิตวิญญาณ เกรงว่าคงต้องถูกอีกฝ่ายสลักจารึกลงบน
รากภูเขาในร่างกายตัวเอง
สายตาของเฉินผิงอันฉายประกายร้อนแรง นี่ก็คือการเรียนวร
ยุทธวิชาโบราณตามความหมายที่แท้จริงแล้ว เห็นได้ชัดว่าศึกร่วม
สังหาร เจียงเซ่อไม่ได้เปิดเผยฝีมืออย่างเต็มที่แล้วก็แน่นอนว่าบางที
อาจเป็นเพราะวรยุทธของเจียงเซ่ออยู่คนละเส้นทางกับหมอผี หรือไม่
ก็ถูกเจียงเซ่อหล่อหลอมให้กลายมาเป็นกระบวนท่าหมัดของตัวเอง
จึงเปลี่ยนแปลงรูปโฉมไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะอย่างไร วิชาหมัด
ของวรยุทธโบราณมีหลายส่วนที่น่าชื่นชม และมีหลายอย่างที่ควรค่า
แก่การนไปใช้หรือเอาเป็นแบบอย่าง!
ผู้ที่เรียนวรยุทธในรุ่นหลัง คิดอยากจะสืบเสาะหาต้นกเนิด
เหมือนผู้ศึกษามรรคายากเกินไปแล้วจริงๆ ผ่านการเปลี่ยนแปลง
วิวัฒน์ยาวนานนับหมื่นปี ยิ่งนานวันวิชาหมัดก็ยิ่งเพี้ยนผิดรูป
บิดเบือนคลาดเคลื่อนลงไปทีละขั้น ความเกี่ยวข้องระหว่างวิชา
อภินิหารยุคบรรพกาลกับคาถาอาคมตระกูลเซียน แม่น ้าสายหลัก
และแม่น ้าสายรอง ผู้ฝึกตนบนยอดเขาที่มีทั้งความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่
มีทั้งวาสนาที่ยิ่งใหญ่ยังมีโอกาสที่จะสามารถเอาพวกมันมาผสาน
รวมกัน แต่วิถีวรยุทธบรรพกาลเหมือนยอดเขาเดียวดายที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่บนพื้นดิน เมื่อปืนถึงยอดเขาลูกนี้แล้วก็ค่อยหันไปมอง
ภูเขาลูกอื่น ผู้ฝึกยุทธเต็มตัวในรุ่นหลังควรจะอาศัยลมปราณที่
แท้จริงเฮือกหนึ่งรวบรวมกลุ่มยอดเขาให้เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร?
และด้วยสภาพการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนของเฉินผิงอันในเวลา
นี้ เนื่องจากได้ครอบครองร่างกายของผู้ฝึกยุทธขอบเขตสิบเอ็ด หัน
กลับมาฝึกตนเดินขึ้นฟ้าใหม่อีกครั้งจึงเป็นเรื่องยาก แต่บนเส้นทาง
ของการเรียนวรยุทธเหมือนกั้นเขตยึดพื้นที่เป็นของตน แบ่งภูเขามา
ไว้ในอาณาเขตฟ้าดินของร่างกายตัวเอง ใช่ว่าเฉินผิงอันจะไม่ใส่ใจ
เรื่องของการศึกษามรรคา ไม่อยากเปลี่ยนจากขอบเขตหนึ่งเป็น
ขอบเขตสอง แต่นี่คือเรื่องยากซ้อนยาก
เพียงแต่ว่าเรื่องใดก็ตามที่ช่วงเริ่มต้นยิ่งยาก หากบังเอิญท
สเร็จได้ ผลตอบแทนย่อมยิ่งมหาศาล