กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 44.2 บนโต๊ะสุรา
ยืนอยู่บนภูเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนยอดเขา มองความรุ่งโรจน์ และเสื่อมถอยของราชวงศ์ในโลกมนุษย์ เหมือนจอมปลวกและรังมด เล็กๆ บนเนินดินอย่างแท้จริง เพียงแต่ว่ามองนานเข้า มองมากเข้าก็ น่าเบื่อ
เฉินชิงหลิวยิ้มบางๆ “เทพเซียนผู้เฒ่าจิง ใช้ชีวิตบนภูเขาที่กินดี อยู่ดี สูงศักดิ์กว่าเหล่าราชาของโลกมนุษย์มาจนเคยชินแล้ว พอนั่ง ลงที่โต๊ะ กวาดตามองจานอาหาร ต่อให้มอบตะเกียบคู่หนึ่งให้เจ้า ก็ ยังรู้สึกว่าไม่รู้จะคีบอะไรขึ้นมากินใช่หรือไม่?”
จิงเฮาพูดไม่ออก จะบอกว่าใช่ ก็ไม่เหมาะกาละเทศะ จะบอกว่า ไม่ใช่ นั่นก็คือการหาเรื่องใส่ตัว เขาหรือจะกล้าหลอกผู้อาวุโสชิงจู่ที่ เล่าลือกันว่ามีชาติกาเนิดต่าต้อยผู้นี้
เฉินชิงหลิวหันหน้าไปเรียกว่าศิษย์พี่หญิงเซี่ย
เซี่ยสือจีจึงไปหยิบชามและตะเกียบมาจากห้องครัว จิงเฮารีบลุก ขึ้นยืนเอ่ยขอบคุณ รับชามและตะเกียบมาด้วยสองมือ
เฉินชิงหลิวบอกเป็นนัยแก่จิงเฮาว่ารีบกิน เขายิ้มเอ่ยว่า “สรรพ เรื่องราวในโลกมนุษย์แค่ท าให้พอเป็นพิธีก็พอ”
จิงเฮาคีบเต้าหู้แห้งผัดพริกหยวกกับหมูเค็มขึ้นมา เอ๊ะ รสชาติไม่ เลวเลยนี่นา?
เฉินชิงหลิวหัวเราะ “ตอนอายุยังน้อย คิดแต่จะหาเงิน ความ ฉลาดอยู่แค่ที่คาพูด มีสหายวัยเดียวกันอยู่คนหนึ่งที่เพื่อความร่ารวย สูงศักดิ์แล้ว นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าอามหิตอย่างแท้จริง”
“ต่างคนต่างชะตา เขาเข้าไปอยู่ในวังหลวง ข้าขึ้นเขาอย่างมึนๆ งงๆ ภายใต้โชควาสนาอานวยก็ถือว่าพอจะฝึกตนได้ประสบผลสาเร็จ เล็กน้อยกระมัง ระหว่างนั้นก็มีคลื่นมรสุมบางอย่างเกิดขึ้น มีการขัด เกลาตัวเองหลากหลายรูปแบบ ไม่ถือเป็นอะไร ผู้ฝึกกระบี่“ขอบเขต สิบสี่” คนหนึ่ง สวรรค์ไม่เคยติดค้างอะไรข้า แล้วยังมอบให้เยอะมาก ด้วย”
นอกจากค าว่า “การขัดเกลาตัวเองหลากหลายรูปแบบ” แล้ว เฉินชิงหลิวก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่ออีก
“พกกระบี่บินทะยาน เดินทางจากพื้นที่มงคลมายังฟ้ าดินแห่งนี้ พเนจรร่อนเร่อยู่หลายปี สุดท้ายเลือกดินแดนของสู่โบราณในแจกัน สมบัติทวีป พวกเจ้าเรียกว่าพิสูจน์มรรคา บรรลุมรรคา แต่สาหรับข้า แล้วก็แค่เรื่องหนึ่งที่จาเป็นต้องทาเท่านั้น”
จิงเฮาจิบเหล้าเล็กน้อย คีบอาหารแกล้มสุรา ฟั งค าพูดของผู้ อาวุโสชิงจู่ไปด้วย ไม่รู้ว่าเป็ นเพราะฤทธิ์สุราปลุกความกล้าหรือไม่ แต่จิงเฮาก็เกิดอารมณ์อยากพูดคุยขึ้นมา จึงเล่าเรื่องเก่าบางอย่างบน
เส้นทางการฝึกตน ล้วนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลังจากที่กินดื่มอิ่มหนาแล้ว ก็มีฝนตกลงมาอีก ฝนเริ่มมีแววว่าจะตกหนัก เสียงสายลมบนผิวน้า เหมือนเสียงคลื่น จากนั้นก็เป็นท้องฟ้าโปร่งใสหลังฝนตก ต้นไม้ที่อยู่ ห่างไปไกลท่ามกลางก้อนเมฆ ทัศนียภาพหลากหลายรูปแบบ มากมายจนบรรยายไม่หมด ประตูไม้ของร้านสุรานั้นงดงามราวกับ ภาพเขียนที่ถูกเข้ากรอบประดับไว้
ภายหลังเฉินชิงหลิวก็พาพวกเขาไปยังวัดแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง นับแต่โบราณตราบจนปั จจุบัน หาได้ยากนักที่ตัวอักษรใหญ่แกะสลัก บนหน้าผาจะมีผลงานใดเลิศเลอ ระหว่างเส้นทางของภูเขาลูกนี้ก็ ไม่ใช่ข้อยกเว้น วัดโบราณที่สร้างไว้บนยอดเขาสูงเหนือหมู่เมฆ ไม่ ถูกยุงและแมลงวันมารบกวน เหล่าผู้มีจิตศรัทธาทอดสายตามองไกล ออกไปนอกภูเขาก็มีความรู้สึกเหมือนได้เข้าฌาน ราวกับว่าเดิน มาถึงจุดสิ้นสุดของภูเขาสายน้าแล้วก็นั่งลงมองเมฆเคลื่อนคล้อย ภิกษุในภูเขานุ่งห่มจีวรผ้าฝ้ ายเนื้อบางสาหรับหน้าร้อน ส่วนบัณฑิต ที่มาพักอาศัยในวัดสวมเสื้อกั๊กบุผ้าฝ้ าย “หลบร้อน” ใช้ที่นี่เป็ น สถานที่ศึกษาค้นคว้า วางพู่กันเก็บต ารา เปิดหน้าต่างให้ภูผานับพัน หลั่งไหลเข้ามา ชวนให้เพลิดเพลินตาอิ่มใจ เฉินชิงหลิวเดินเข้าไปใน ตาหนักใหญ่ แม้ว่าจะไม่ได้นั่งคุกเข่าลงบนเบาะ แต่กลับก้มหน้าลง พนมสิบนิ้วกราบสามครั้ง
หลังจากนั้นผู้เฒ่าชุดเขียวก็เดินวนรอบเจดีย์หลายรอบ อ่าน “กฎระเบียบเกี่ยวกับพิธีบวช” อยู่หลายครั้ง สุดท้ายถือไม้เท้าและสวม หมวกสานไผ่ ร่าลาพระภิกษุในภูเขา
ออกจากประตูภูเขา เดินมาถึงตีนเขา เฉินชิงหลิวพูดที่อยู่แห่ง หนึ่งขึ้นมา บอกว่ารบกวนเทพเซียนผู้เฒ่าเฮาลาบาก แวะไปเยือนอีก
| สักรอบ …… |
ชั้นสองของเหลาสุราแห่งหนึ่งริมลาคลองชางผู คนหนุ่มร่างอ้วน รอยยิ้มอ่อนโยนคนหนึ่งมองกิจการที่ซบเซาของเหล่าเพื่อนร่วม อาชีพที่อยู่ฝั่ งตรงข้ามของลาคลอง เหวยฉงหันหน้ามากุมหมัดเอ่ย สัพยอกกับเด็กสาวที่อยู่ข้างกาย “แม่นางเฉินซี เจ้าคือดาวนาโชค ของเหลาสุราพวกเราจริงๆ เจ้าดูสิ พอเจ้ามาอยู่ กิจการของเหลาสุรา ก็ดีขึ้นมาทันทีเลย”
เด็กสาวเขินอาย เถ้าแก่เหวยล้อเล่นแล้ว นางปาดเหงื่อบน หน้าผาก คนสิบกว่าคนที่อยู่ในห้องครัวด้านหลังล้วนมีนางเป็นผู้ดูแล กิจการของเหลาสุราไม่เลวจริงๆ แล้วนับประสาอะไรกับที่ในดวงตา นางก็มักจะมองเห็นงานอยู่เสมอ อยู่เฉยไม่เคยได้ เพราะสิ่งที่นางยัง ต้องมองดูอย่างจริงใจและเรียนรู้อย่างตั้งใจยังมีอีกเยอะมาก
เจ้าอ้วนเหวยมองเห็นว่าด้านนอกเหลาสุราบ้านตนมีแขกมาอีก กลุ่มหนึ่งก็ร้องโอ้โหรีบพูดชื่อแซ่และสถานะของแขกสูงศักดิ์กลุ่มนั้น
ให้เด็กสาวฟั ง ในบรรดานั้นมีคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักอยู่สี่ห้าคน และเจ้าอ้วนเหวยก็ไม่กล้าเดาส่งเดช เขากระวีกระวาดวิ่งลงจากหอไป รอรับลูกค้าที่หน้าประตู
เมืองหลวงต้าหลีในตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาอันดีในการจัดงานเลี้ยง จริงๆ
พูดถึงแค่กิจการเหลาสุราของล าคลองชางผู ในอดีตผู้คนและรถ ม้าสัญจรขวักไขว่คึกคัก เบียดเสียดเนืองแน่น แต่กลับกลายเป็นเงียบ เหงาจนกางตาข่ายจับนกหน้าประตูได้ภายในค่าคืนเดียว เพราะถึง อย่างไรใครก็ไม่ใช่คนโง่ ทุกวันนี้กรมอาญา ที่ว่าการเหนือสานัก ตรวจการและศาลต้าหลี่ พวกเขาแต่ละฝ่ ายต่างก็แอบจับตามองที่นี่ อยู่อย่างเงียบเชียบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ว่าการเหนือที่สร้างชื่อในศึกเดียว คืนนั้น พวกเขาถึงกับน าพากาลังพลไปโอบล้อมตรอกทั้งหลายซึ่งมีตรอกอี้ ฉือและถนนฉือเอ๋อร์เป็นหนึ่งในนั้น คนที่เปิดประตูเดินออกมาเองยัง ไม่เท่าไร แต่ใครที่กล้าไม่เปิดประตูก็จะถูกบุกเข้าไปโดยตรง วงการ ขุนนางในทุกวันนี้เมื่อเอ่ยถึงชื่อหงจี้ ใครบ้างที่ไม่หวาดกลัว?
ดังนั้นเวลานี้ยังจะกล้าเรียกพรรคเรียกพวกมารวมตัวกัน จัดงาน เลี้ยงชนจอกสุรากันอย่างโจ่งแจ้ง ก็แทบไม่ต่างจากการแปะกระดาษ เขียนประโยคว่า “แน่จริงก็มาตรวจสอบข้าสิ’ ไว้บนหน้าผากตัวเอง
แต่สาหรับพ่อค้าเหลาสุราที่เปิดประตูทาการค้าแล้ว ตามหลัก แล้วต่อให้กลัวว่ากิจการจะไม่ดี แต่ก็ไม่อาจปิดประตูปิดร้านได้จริงๆ ควรจะเปิดประตูพอเป็ นพิธี แต่ปั ญหานั้นอยู่ที่ว่าหลายวันมานี้เหลา สุราที่ลาคลองชางผูทยอยกันปิดร้านไปยี่สิบกว่าร้านแล้วเจ้าของตัว จริงที่อยู่เบื้องหลังซึ่งซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆและสายหมอกอัน คลุมเครือเป็นใครกันแน่ ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะพอเดาได้เจ็ดแปดส่วน แล้ว
คนมีเงินในอดีตที่ชอบไปหลบรับไอเย็นอยู่ใต้ต้นไม้ ในใจก็ยิ่ง ตระหนกลน
ที่พึ่งในอดีตที่แข็งแกร่งปานหินผาก็พึ่งพาไม่ได้แล้ว
ตระกูลเว่ยแห่งตรอกอี้ฉือ แม้จะไม่ถือว่าเป็นตระกูลจานวนน้อยที่ อยู่ระดับสูงสุดของต้าหลี แต่ตระกูลกาลังอยู่ในช่วงเรื่องอานาจอย่าง ชัดเจน คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอดาวเคราะห์อย่างเว่ยเจีย ถือว่าดวงซวย แปดชาติอย่างแท้จริง ไม่พูดถึงว่าเว่ยเจียถูกโบยจนตายอยู่ในศาล บรรพชน ท่านลุงใหญ่ของตระกูลเว่ย เว่ยเหล่ยที่มีฐานะเป็ นรอง เจ้ากรมฝ่ ายซ้ายกรมโยธา เดิมทีก็รอให้การประเมินครั้งนี้สิ้นสุดลง แล้วจะถือโอกาสย้ายจากกรมโยธาไปอยู่กรมพิธีการ แค่ต้องอดทน ฝึกประสบการณ์ไปอีกไม่กี่ปีก็จะสามารถเข้าร่วมการประชุมเล็กใน ห้องทรงพระอักษรได้แล้ว ว่ากันว่าเวลานี้ไปกินข้าวคุกเป็นเพื่อนมู่เห ยียนเจ้ากรมคลังแล้ว
เป็ นรองเจ้ากรมเหมือนกัน เว่ยเหล่ยสามารถท าให้รองเจ้ากรม ฝ่ายขวาที่มีระดับขั้นเท่าเทียมกันเจอหน้าแล้วยอมท าตัวเป็นหลานแต่ โดยดี อีกทั้งเขายังไม่ละโมบในเงินทอง ขึ้นชื่อว่ามือสะอาดอยู่ใน วงการขุนนาง แต่กลับต้องเข้าคุกไปแล้ว
เจ้าอ้วนเหวยเพิ่งจะพาลูกหลานชนชั้นสูงเหล่านั้นเข้ามาในหอ สุรา เพียงไม่นานก็มีแขกอีกกลุ่มหนึ่งมาเยือน
รู้จักแค่คนเดียว คือผู้ช่วยนายอาเภอของอาเภอเจียอวี่ การที่จา ได้ ไม่ใช่เพราะคนผู้นี้มาเป็นประจ า แต่เป็นเพราะในอดีตอีกฝ่ายเคย เมาอาละวาดในเหลาสุรามาก่อน พอเมาเหล้าก็ร้องไห้คร่าครวญ เสียงดัง เอะอะจนแขกที่อยู่ในห้องติดกันราคาญ สุดท้ายเขาถูกสหาย แบกกลับไป เดือดร้อนให้สหายโดนพูดเหน็บแนมใส่ แต่ก็ไม่ได้มี คลื่นมรสุมไปมากกว่านั้น
อาณาเขตของอาเภอแห่งนี้ไม่ใหญ่ แต่กลับมีความสัมพันธ์ที่ ซับซ้อนพัวพันกันยุ่งเหยิง เพียงแค่เพราะช่วงสามสิบปี ที่ผ่านมานี้ อาเภอเจียอวี๋มีแม่ทัพญีหลายคนที่ทุกวันนี้มีสถานะสูงส่ง กุมอานาจที่ แท้จริงอยู่ในเขตและเมืองของท้องถิ่น ลาพังแค่แม่ทัพและรองแม่ทัพ ประจามณฑลก็มีถึงสองคนแล้ว นั่นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม่ทัพที่ติดตาม ซ่งจ่างจิ้ง ลั่วอ๋องซ่งมู่ ไปยังเปลี่ยวร้าง ดังนั้นการที่อาเภอแห่งนี้มี เมล็ดพันธ์แม่ทัพอยู่ทั่วทุกหนแห่ง อีกทั้งยังมีพรรคอยู่ในยุทธภพเยอะ จึงมีคาเรียกว่า “อาเภอที่สี่” อยู่ในวงการขุนนางต้าหลี
คิดอยากจะเป็ นขุนนางดุจบิดรมารดาของอาเภอเจียอวี่ให้ได้ดี ไม่ได้สบายไปกว่าเหวยอีแห่งอ าเภอฉางหนิงและหวังหย่งจินแห่ง อ าเภอหย่งไท่เท่าใดนัก
ส่วนอันดับที่สาม แน่นอนว่าต้องเป็ นอาเภอไหวหวงที่ ไม่สน กฎระเบียบในวงการขุนนางมากที่สุด
สามารถควบคุมภูเขาลั่วพั่วหรือสามารถควบคุมภูเขาพีอวิ๋นได้ ล่ะ?
ยังไม่ต้องพูดถึงภูเขาสองลูกนี้ แค่จวนวารีแม่น้าเถี่ยฝูของฉาง ชุนโหวแห่งลาน้าใหญ่และจวนผู้ตรวจการงานเตาเผาของผีขี้เหล้า เฉาแห่งกรมขุนนาง จะสามารถควบคุมพวกเขาได้หรือ?
ที่แท้เป็นโจวก้งที่พาแยนโย่วตามสหายร่วมรบคนหนึ่งที่เป็ นขุน นางอยู่ในอาเภอเจียอวี๋นัดหมายกันมาดื่มเหล้าที่นี่ ฝ่ ายหลังพาลู่ฮุย มือปราบประจาอาเภอที่เป็นเพื่อนร่วมงานในที่ว่าการอ าเภอเดียวกัน มาด้วย
ภายหลังเจ้าอ้วนเหวยก็ยุ่งจนหัวหมุนเป็นลูกข่าง โชคดีที่เขาตา แหลม มองเห็นคนหนุ่มสองคนที่บุคลิกสุภาพอ่อนโยน กาลัง สอบถามลูกจ้างในร้านถึงห้องของเหลาสุราอย่างมีมารยาท แล้วพวก เขาก็เดินขึ้นมาชั้นบนด้วยตัวเอง เจ้าอ้วนเหวยรีบพุ่งตัวเข้าไปหา กุม หมัดยิ้มเอ่ย “สวินชวี่ปั น!”
สวินชวี่รีบกุมหมัดคารวะกลับคืน “เถ้าแก่เหวย”
ไม่ต้องให้เจ้าอ้วนเหวย “สร้างบรรยากาศให้คึกคัก” คนหนุ่มที่ อยู่ข้างกันก็กุมหมัดตามสวินชวี่ “คารวะเถ้าแก่เหวย”
เหวยฉงจะพาพวกเขาขึ้นไปข้างบน แต่สวินชวี่กลับปฏิเสธอย่าง สุภาพ เหวยฉงก็ไม่ได้ยืนกราน สวินชวี่ปั นมีนิสัยใจคอและ ความสามารถเช่นไร เขาพอจะรู้อยู่บ้าง อีกฝ่ายคือวิญญูชนตัวจริง
ห่างไปไกลมีลูกค้ามาอีกสองคน ดูจากท่าทางแล้วก็คือพ่อลูก
เจ้าอ้วนเหวยไม่มีความสามารถอย่างอื่น มีเพียงการมอง “กลิ่น อายขุนนาง” บนร่างของผู้อื่นที่มีสุดยอดเคล็ดลับติดตัวอย่างแท้จริง
มองบุรุษที่ดูคล้ายจะแต่งกายเรียบง่าย สีหน้าอบอุ่นคนนั้นแล้ว ต้องมีต าแหน่งขุนนางที่ไม่เล็กแน่
เพียงแต่ว่าในอาณาเขตของเมืองหลวง สิ่งที่ไม่ขาดมากที่สุดก็ คือคนเป็ นขุนนางกับคนมีเงิน คนที่เหลาสุราต้องคอยต้อนรับขับสู้ ตลอดทั้งปี หากไม่ใช่คนรวยก็คือคนสูงศักดิ์ ไม่ว่าจะอย่างไร เหวยฉง เองก็เป็นลูกหลานผู้ดีที่มาจากตรอกอี้ฉือ แล้วนับประสาอะไรกับที่คน รุ่นท่านปู่ยังเป็นขุนนางคนสาคัญของต้าหลีที่มีคุณสมบัติได้เข้าร่วม การประชุมเล็กด้วย
บอกตามตรง เจ้าอ้วนเหวยเดินอยู่ในระเบียงก็มักจะได้ยินพวก ลูกค้าที่อยู่ในห้องคุยโวจนแทบทะลุฟ้า นี่ก็เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง ของเขาเหมือนกัน
วันนี้มันวันอะไรกันนะ ทาไมถึงได้รู้สึกเหมือนพวกเขานัดหมาย กันมาอย่างไรอย่างนั้น นี่คือพากันมามอบเงินให้เหลาสุราบ้านตน อย่างนั้นหรือ
อย่างเช่นก่อนหน้านี้ก็มีการชุมนุมของกลุ่มคนหนุ่มฝ่ ายน้าใส ในอนาคตจะต้องเป็นเหล่าผู้สูงศักดิ์อย่างกลุ่มของหยางส่วง พวกเขา ก็เลือกเหลาสุราบ้านตน เมื่อก่อนคือเรื่องที่ไม่กล้าแม้แต่จะคิด เจ้า อ้วนเหวยใส่ใจในเรื่องนี้มาก อย่างเช่นว่าตอนที่เข้าห้องไปดื่มสุรา คารวะ รวมๆ กันแล้วก็เอ่ยอยู่แค่ไม่กี่คา โผล่หน้ามาให้เห็น เอ่ย ขอบคุณ ดื่มเหล้าเสร็จแล้วเขาก็ถอยออกไปอย่างรู้กาลเทศะ จะไม่ รบกวนความรื่นรมย์ของพวกเขาเด็ดขาด
และเหวยฉงเองก็ไม่กล้าแอบจ่ายเงินให้พวกเขาเป็นการส่วนตัว อาหารบางมื้อ เหลาสุราสามารถยกค่าเหล้าให้ได้ ถือว่า “พวกสหาย” ให้เกียรติมาอุดหนุน เขาก็ให้เกียรติ “สหาย” ที่เป็ นเจ้าภาพผู้นั้น เช่นกัน
แต่สุราบางมื้อ ต่อให้เหวยฉงจะใจกว้าง กระเป๋ าเงินจะตุงแน่นแค่ ไหนก็ “เลี้ยง” ไม่ไหว
เพราะง่ายที่จะได้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม กลับกันจะไปทาให้ ขุนนาง “สะอาด” ที่มีปณิธานอยู่ในการเข้าร่วมการประชุมเล็กห้อง ทรงพระอักษรเหล่านี้ขุ่นเคือง
ถึงท้ายที่สุดเจ้าอ้วนเหวยก็ยังไม่รู้ตัวตนของพ่อลูกคู่นั้น ไม่สน แล้ว ผู้ที่มาเยือนล้วนคือแขก ก็แค่อาศัยความสามารถและมโนธรรม ในใจหาเงินเท่านั้น ไม่สนหรอกว่าพวกเขามีสถานะอะไร
ต่อให้เป็นขุนนางใหญ่แค่ไหน ข้าเจ้าอ้วนเหวยก็เคยพบเคยเจอ มาก่อนทั้งนั้น! ตอนนั้นอยู่ที่ทะเลสาบเหล่าอิงก็ยังได้พูดคุยกับอีก ฝ่ายต่อหน้าไปหลายประโยคนะ
อยากจะพูดคุยอีกครั้งหรือไม่? เจ้าอ้วนเหวยไม่อยากเลยจริงๆ!
เปลืองแรงอย่างมาก ด้วยสมองอันน้อยนิดของตน ไม่มากพอจะ เอามาใช้เลยจริงๆ
ริมลาคลอง บุรุษมองเหลาสุราเบื้องหน้าที่กิจการรุ่งเรืองด้วย ความสนใจ ปรายตามองป้ ายหน้าร้าน ถึงกับเป็ นตัวอักษรของ เจ้ากรมจ้าวแห่งกรมพิธีการ มีหน้ามีตาไม่น้อย จึงถามว่า “จะกินข้าว ที่นี่หรือ? เผยจิ่ง เจ้าของร้านที่อยู่เบื้องหลังเหลาสุราร้านนี้คือใคร? ถึงได้ใจกล้าขนาดนี้? รู้หรือไม่ว่าเบื้องหน้าและเบื้องหลังแบ่ง ผลประโยชน์กันอย่างไร?”