กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 51.1 ฟ้าดินมิเอ่ยค า ใครเล่าจะรู้ว่าจะ รับมือกระดานหมากใหม่นี้อย่างไร
- Home
- กระบี่จงมา! Sword of Coming
- บทพิเศษ ตอนที่ 51.1 ฟ้าดินมิเอ่ยค า ใครเล่าจะรู้ว่าจะ รับมือกระดานหมากใหม่นี้อย่างไร
เด็กชายชุดเขียวใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็เล่นงานฝั่ งตรงข้ามได้ สาเร็จ ใช้มือข้างเดียวหิ้วตัวจิ้งจอกเฒ่าหน้าขาวลากเดินไปด้วยกัน อีกมือหนึ่งนิ้วเนื้อหนังมังสาของสตรีที่แต่งกายด้วยชุดชาววังซึ่งเต็ม ไปด้วยกลิ่นสาบจิ้งจอก เวลาเพียงชั่วประกายไฟแลบ ทั้งจู่โจมและ ป้ องกันได้อย่างง่ายดาย แม้จะบอกว่าหูเหนียงเนียงแห่งหาดเฉาจูมี พลังตบะอยู่ไกลเกินกว่าเมื่อเป็นเช่นนี้จึงข่มขวัญพวกผีและผู้ฝึกตน จะเทียบเซินฝู่ จวินได้ติด แต่ก็เป็ นเซียนอิสระนอกรีตที่มีชื่อเสียงมา นานแล้ว นี่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แตกต่างกันมากของสองฝ่ าย เมื่อเป็ นเช่นนี้จึงข่มขวัญพวกผีและผู้ฝึ กตนนอกรีตกลุ่มนั้นให้ หวาดหวั่นขวัญผวา อากาศร้อนระอุแต่กลับเหมือนเดินเหยียบอยู่บน แผ่นน้าแข็งบางๆ ทั้งอยากจะหนีไปให้ไกล ออกไปให้ห่างจากสถานที่ อันตราย ทั้งกลัวว่าพลังตบะจะไม่มากพอ วิชาหลบหนีสู้วิชาการ โจมตีของเซียนซือเฒ่าที่มี “รูปโฉมเป็นเด็ก” ผู้นั้นไม่ได้ มีจุดจบที่ถูก สังหารตายคาที่ พวกผีหญิงที่หน้าเผือดสีกันไปนานแล้วได้แต่นาทาง อยู่เบื้องหน้าแต่โดยดี รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ ส่วนพวกคนของศาล เถื่อนหาดเฉาจูที่มีความคิดแตกต่างกันไปก็ตามมาด้านหลัง แต่ละ คนร้องโอดครวญอยู่ในใจ มาเจอกับตอแข็งที่รับมือได้ยากก็ได้แต่ เค้นสมองคิดหาวิธีปลีกตัวหนีไปให้ได้
จิ้งจอกเฒ่าที่ถูกบีบคอรีบพูดภาษาคนทันที ร้องวิงวอนติดๆ กัน ว่าซ่างเซียนโปรดไว้ ชีวิตด้วย
เฉินหลิงจวินถามมันว่าสานึกผิดไหม จิ้งจอกเฒ่าเอาแต่อ้อน วอนอย่างเดียวมหาสมุทรลมปราณในร่างเดือดปุดๆ เส้นเอ็นและ กระดูกทั่วร่างทั้งชาทั้งอ่อนยวบ ใกล้จะหลุดแยกออกจากกันแล้ว
เฉินหลิงจวินเพิ่มแรงมือ ก้มหน้าถามเสียงเย็นว่า “ข้าถามว่าเจ้า ท าผิดตรงไหน?!”
จิ้งจอกเฒ่าหลุบตาลงต่าพูดเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสารว่า “พันไม่ ควรหมื่นไม่ควร ไม่ควรล่วงเกินซ่างเซียน ไม่ควรรบกวนการเดินทาง ของท่าน”
ในใจของมันโมโหนังคนชั้นต่าที่หาเรื่องใส่ตัวพวกนั้นเหลือเกิน หากวันนี้สามารถทาให้เรื่องร้ายกลายเป็ นดีได้ จะต้องฉีกร่างพวก นางเป็นชิ้นๆ ถึงจะคลายความแค้นในใจได้
เฉินหลิงจวินกระตุกมุมปาก พูดกับตัวเองว่า “คิดแล้วก็ไม่เข้าใจ เลยจริงๆ ว่าพวกเจ้าคิดอย่างไร”
จิ้งจอกเฒ่าสัมผัสได้ถึงปราณสังหารเข้มข้นของคนชั่วผู้นี้ ในใจ ก็ทั้งเดือดดาลทั้งเศร้าสลด วันนี้ชีวิตข้าคงถึงกาลสิ้นแล้ว
เฉินหลิงจวินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าหัวโล้น ทัดบุปผาที่อยู่ข้างหลังกับผู้ชายเจ้าเล่ห์ถือขวานคนนั้น คู่ชู้อย่างพวก
เจ้าวางแผนได้แล้วหรือยังว่าจะใช้วิธีลอบโจมตีข้าจากข้างหลัง อย่างไร?”
เด็กสาวที่ถูกสวมตรวนไว้บนข้อมือและข้อเท้าคงจะเป็ นคนใจ ใหญ่ นางขาดก็แค่ไม่ได้หลุดหัวเราะออกมาเท่านั้น ซ่างเซียนผู้นี้ พูดจาบาดหูเหลือเกิน
คนหนุ่มท่าทางอามหิตที่แต่งกายเป็ นคุณชายในละครงิ้วรู้จัก สังเกตการณ์มากที่สุดไหนเลยจะกล้าถือสาคาพูดทุเรศที่บอกว่าชู้ไม่ ชู้อะไรนั่น ได้แต่เอ่ยเสียงสั่นว่า “มิกล้า มิกล้า ซ่างเซียนมอบความ กล้าให้ข้าน้อยร้อยเท่า ข้าน้อยก็ไม่กล้าเอาไข่ไปกระทบหิน รนหาที่ ตาย”
เฉินหลิงจวินหัวเราะหยัน “เจอกับ ‘ซ่างเซียน” ที่ผ่านทางมา อย่างข้าถึงจะถือว่ารนหาที่ตายหรือ? พวกเจ้าทั้งโง่ทั้งชั่วจริงๆ”
คนหนุ่มสะอึกอึ้ง ตกใจกับคาพูดที่เปี่ ยมไปด้วยปราณสังหารนี้ แทบตาย หางตาของเขาคอยเหลือบมองเพื่อนร่วมงานในศาลเถื่อนที่ อยู่ข้างกายตลอดเวลา ใช้เสียงในใจถามหยั่งเชิงว่า “ฉางเสวียน เจ้า กับข้าร่วมมือกันอย่างจริงใจ จะมีโอกาสชนะหรือไม่?”
ชายฉกรรจ์ได้ยินก็ไม่ตอบกลับ ในใจนินทาไม่หยุด โง่เง่าจริงๆ ขนาดหูเหนียงเนียงยังถูกเจ้าเด็กนั่นลากไปแล้ว แววตาน้อยนิดแค่นี้ เจ้าก็ยังไม่มีเลยหรือ? ยังไม่ต้องพูดว่าบุ่มบ่ามลงมือ จุดจบก็ถูกลิขิต มาแล้วว่าต้องอนาถมากอย่างแน่นอน พูดถึงแค่พวกเราสองคนที่รู้ไส้
รู้พุงกันดี นิสัยใจคอเป็ นอย่างไร เอาอะไรมาพูดเรื่องการร่วมมือกัน อย่างจริงใจ? คิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบที่หลอกได้ง่ายหรือ?
บนภูเขา หากไม่ได้ใช้เวทอาพรางตา แต่เป็ นผู้ฝึกตนเฒ่าที่รูป โฉมแท้จริงเป็ นเด็ก ก็คือคนที่รับมือได้ยากมากที่สุด ทั่วทั้งแจกัน สมบัติทวีป เซียนจวินที่สามารถเปลี่ยนจากแก่มาเป็นเด็กได้อย่างใน ตานาน มีน้อยจนนับนิ้วได้ บรรพจารย์แห่งศาลลมหิมะคือคนหนึ่งใน นั้น ช่วงหลายปี ที่ผ่านมานี้ก็มีข่าวลือเล็กๆ อยู่อย่างหนึ่งบอกว่า เทียนจวินฉีเจินแห่งสานักโองการเทพมีเค้าลางว่าจะเป็ นเช่นนี้ เหมือนกัน เล่าลือกันว่าทุกครั้งที่ปิดด่านและออกจากด่าน หน้าตา จะต้องอ่อนเยาว์กว่าเดิมหลายปี ผู้ฝึกตนอิสระได้ยินเข้าย่อมไม่สบ อารมณ์อิจฉาริษยายิ่ง แต่ถึงอย่างไรแผ่นฟ้ าก็กว้างไกล ฮ่องเต้อยู่ ไกลตัว เซินฝู่จวินจึงอดที่จะพูดเหน็บแนมฉีเจินไม่ได้ อย่างเช่นบอก ว่าหากแน่จริงก็คลานกลับเข้าไปในท้องแม่เสียเลยสิ
ผู้ฝึ กยุทธแห่งยุทธภพที่มีชื่อว่าฉางเสวียนถือเป็ นวีรบุรุษผู้ แข็งแกร่งที่ชื่อเสียงดุร้ายเลื่องลืออยู่ภายนอก เมื่อหลายปีก่อนทาผิด ร้ายแรงอยู่ในแคว้นของตัวเอง ถูกทางการประกาศจับ ได้แต่หลบหนี ออกจากพื้นที่ ระเหเร่ร่อนไปตลอดทางจนมาสวามิภักดิ์กับหูเหนียง เนียงแห่งศาลเถื่อนหาดเฉาจู เดิมทีคิดอยากจะให้จิ้งจอกเฒ่าช่วย แนะน าตัวเองให้กับเซินฝู่จวิน ในเมื่อต่างก็ทางานที่ต้องเฝ้าบ้านดูแล เรือนให้ผู้อื่น ก็ควรจะหาเรือนหลังที่ใหญ่ที่สุด คิดไม่ถึงว่าหูเหนียง เนียงจะเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อน ไม่ยอมปล่อยเขาจากไป เนื่ องจาก
ช่วงเวลาระหว่างนั้นฉางเสวียนเคยเสียเปรียบไปครั้งหนึ่งจึงไม่กล้า ติดต่อไปหาเซินฝู่จวินอีก
หากไม่เป็นเพราะตบะมีความแตกต่าง สถานการณ์ไม่เอื้ออานวย หาไม่แล้วฉางเสวียนก็อยากจะใช้ขวานฟั นลงบนท้ายทอยด้านหลัง ของเด็กชายชุดเขียว ฟั นให้มันสมองของอีกฝ่ายกระจายออกมาเลย จริงๆ
อันที่จริงเฉินหลิงจวินคอยลอบสังเกตเด็กสาวที่ประสบเคราะห์คน นั้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ยังไม่แน่ใจในรากฐานของอีกฝ่ าย ไม่ สะดวกจะให้การช่วยเหลือ หากเป็นคนเลวที่ต้องให้คนเลวจัดการล่ะ? นั่นไม่เท่ากับว่าปล่อยเสือกลับภูเขา เท่ากับปล่อยโจรไว้ที่นี่ ทิ้งเหตุ แห่งหายนะให้กับที่อื่นหรอกหรือ? เหตุการณ์ผิดปกติต้องมีเรื่องไม่ดีซ่อนอยู่ ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ กลับกลายเป็นว่านางคือคนที่นิ่งที่สุด ผิดปกติ
อยู่กับพวกพ่อครัวเฒ่า เจิ้งต้าเฟิงนานวันเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับห่านขาวใหญ่ที่พอมาถึงภูเขาลั่วพั่ว เวลาพูดคุยกันก็มักจะเล่า เรื่องบนยอดเขาที่ลี้ลับแปลกประหลาดให้ฟั งเป็นประจา ตอนนั้นเฉิน หลิงจวินย่อมฟั งเป็นเรื่องเล่าขุนเขาสายน้าที่มีความกวนซับซ้อน ไม่ คิดจะขัดคอหาข้อต าหนิ แล้วยังคอยให้การสนับสนุนอย่างถูกจังหวะ เป็นระยะ เอ่ยชื่นชมห่านขาวใหญ่ที่รอคอยเสียงปรบมือตาปริบๆ สอง สามประโยค พอถึงคราวที่ตนมาอยู่นอกภูเขา เผชิญกับยุทธภพที่
อันตรายใจคนยากจะคาดเดา เฉินหลิงจวินก็รู้สึกว่าสมองและวิธีการ ของตัวเองล้วนไม่พอให้ใช้
หากจะพูดถึงเมื่อก่อนก็ดูเหมือนว่าไม่ได้เหมือนถูกมัดมือมัดเท้า ขนาดนี้ เฉินหลิงจวินเริ่มหงุดหงิด ทั้งกลัวว่าจะไปเจอกับคนดุร้ายที่ สามารถต่อยตนให้ตายด้วยหมัดสองหมัด ทั้งกลัวว่าตนยึดหลักที่ว่า “ตัดหญ้าต้องถอนโคน กาจัดภัยร้ายให้สิ้นซากในคราเดียว’ ผลกลับ กลายเป็ นว่าเนื่องจากตนคิดพิจารณาไม่รอบคอบ แยกแยะดีชั่วไม่ ออก กลายเป็นพลาดท าร้ายคนดี
เด็กชายชุดเขียวอัดอั้นไม่เป็นสุข หากนายท่านของตนอยู่ด้วยก็ ดีน่ะสิ
เห็นสีหน้าบูดบึงของซ่างเซียน ในใจของจิ้งจอกเฒ่าหน้าขาวก็ เป็นกังวล มันสามารถยึดครองหาดเฉาจูมาได้นานหลายปี แน่นอน ว่าต้องไม่ใช่คนที่ยื่นคอรอให้ใครมาตัดแต่โดยดี มันใช้ความคิดอย่าง ว่องไว ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ลงมือสังหารกันอย่างโหดเหี้ยม นั่นก็แสดง ว่ายังสามารถปรึกษากันได้? น่าเสียดายที่อีกฝ่ ายมองดูเหมือนคน อามหิตที่ลงมือทาร้ายสตรีได้อย่างไร้ปราณี เคล็ดวิชาบนเตียงที่ สามารถทาให้คนแดดิ้นแทบเป็นแทบตายได้พวกนั้นจึงไม่มีพื้นที่ให้ เอามาใช้งาน คงไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายมีเป้าหมายอยู่ที่เซินฝู่จวินหรอกนะ? คือบรรพ บุรุษบ้านใดที่ลูกหลานมาเสียเปรียบอยู่ที่นี่ กลับไปฟ้องเขา เขาก็เลย
มาหาเรื่องเซินฝู่จวิน? ถ้าอย่างนั้นการที่ตนแสดงตัวออกหน้าก็ไม่ใช่ ว่าช่วยต้านเคราะห์ให้กับเซินฝู่จวินหรือไร?
เฉินหลิงจวินพลันพูดอย่างดุดันว่า “เลือกวันฤกษ์ดีไม่สู้วันฤกษ์ สะดวก ในเมื่อพวกเจ้าต่างก็ต้องการไปแสดงความยินดีกับเซินฝู่จวิน ดีๆๆ จัดงานเลี้ยงใหญ่โต สหายนั่งกันอยู่เต็มห้องโถง ถ้าอย่างนั้นข้า ก็ใช้จังหวะบังเอิญนี้ได้พอดี ต่างก็พูดกันว่ามากมารยาทไม่มีใคร รังเกียจ ถ้าอย่างนั้นก็จะมอบหาดเขาจูที่ว่างเปล่าให้เขาเป็นของขวัญ ใต้อาณัติหรือพันธมิตรอะไรนั่น ถึงอย่างไรก็ไม่ดีเท่ากลายเป็ นพื้นที่ ของตัวเอง”
จิ้งจอกเฒ่าหน้าขาวตะลึงงัน ทุกข์ใจเหลือเกินแล้ว วิธีการต้อง ป่าเถื่อนขนาดนี้ด้วยหรือ? หรือว่าไม่ใช่ผู้ฝึกตนทาเนียบ แต่เป็นพวก ปลาหลุดลอดหว่างแหของทะเลสาบซูเจี่ยน?
เฉินหลิงจวินหลุดหัวเราะพรีด “หากเซินฝู่จวินรู้จักกาลเทศะ ข้า ก็จะไว้หน้ายอมดื่มเหล้าเขาจอกสองจอก ทาให้พื้นที่ประกอบ พิธีกรรมห่างไกลที่แม้แต่นกก็ยังไม่มาชี้แห่งนี้ได้รับเกียรติสักครั้ง หากพูดคุยกันสองสามประโยคแล้วไม่ตรงใจก็อย่าโทษว่าข้าเอาอย่าง การกระทาของจอมยุทธในนิยายสืบสวน จัดการพวกเจ้าไปพร้อมกัน ทั้งหมด วันหน้าก็จะได้มีเรื่องเล่าบนโต๊ะสุราเพิ่มมาอีกเรื่องหนึ่ง”
เด็กสาวที่สีหน้าอ่อนระโหยโรยแรงหรี่ตาลงทันใด
เฉินหลิงจวินสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงลมปราณบนร่างของ นางอย่างเฉียบไว ดังนั้นจึงคิดคานวณในใจอย่างรวดเร็ว
แม้จะไม่ได้ยินเสียงในใจของคนอื่น แต่พ่อครัวเฒ่าก็ชอบด่าสาย อาหารมื้อดึกของพวกเขาว่ามีแต่พวกไร้ประโยชน์ที่ไร้จิตสานึก ทว่า ถึงอย่างไรขอบเขตก่อก าเนิ ดของเฉิ น หลิงจวินก็ไม่ใช่แค่ เครื่องประดับ
เด็กสาวคนนั้นยกมือขึ้น ตรวนบนข้อมือกระทบกันเสียงดัง นาง เป็นฝ่ ายเปิดปากเอ่ยว่า “เทพเซียนผู้เฒ่าผู้มีวิชาอภินิหารยิ่งใหญ่ที่ อยู่เบื้องหน้า ฟั งจากน้าเสียงคือมาจากทางเหนือหรือ? คนบ้าน เดียวกันครึ่งตัวเลยนะ ไม่สู้ถือโอกาสนี้ช่วยเหลือข้าไปด้วย”
เฉินหลิงจวินแสร้งตีหน้าเคร่งหันไปมองนาง “นังหนูน้อย ดูท่าเจ้า เองก็น่าจะเป็ นผู้ฝึกตนทาเนียบที่ผ่านการฝึกตนขั้นพื้นฐานมาแล้ว ไฉนถึงมีสภาพเช่นนี้ได้?”
เด็กสาวบ่นอย่างไม่พอใจ “ตบะตื้นเขินแต่ดันฝืนออกหน้า ฝีมือสู้ คนอื่นเขาไม่ได้ ทุกสิ่งที่ทามาล้วนเสียเปล่า ถูกจิ้งจอกแพศยาตัวนี้ จับตัวมาได้ เซียนจวินมีจิตใจเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์ ได้โปรดปล่อย ข้าไปเถอะ ช่วยชีวิตคนได้บุญยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ในอนาคตข้า จะต้องสร้างศาลคนเป็นแห่งหนึ่งไว้ให้กับซ่างเซียน ตั้งป้ายวิญญาณ จุดธูปกราบไหว้ทุกวัน…”
ไม่รอให้เฉินหลิงจวินพูดอะไร จิ้งจอกเฒ่าหน้าขาวก็แฉเบื้องลึก เบื้องหลังของเด็กสาวทันที นางเอ่ยอย่างขอความดีความชอบว่า “ซ่างเซียน อย่าได้ถูกนังหนูที่พูดจาไหลลื่นผู้นี้หลอกเอา อะไรที่บอก ว่า “คนบ้านเดียวกันครึ่งตัว” หาดเฉาจูตรวจสอบเอกสารผ่านด่าน ของนางแล้ว นางชื่อฟู่ เจิง เป็นคนของราชวงศ์ป๋ ายซวงเก่า แม้ว่าจะ เป็นผู้ฝึกตนท าเนียบจริง แต่ระบบสืบทอดไม่แน่ชัด มาจากพรรคเล็ก ที่ไม่เข้าขั้น ไม่มีบรรพจารย์เซียนดินอยู่ในพรรค ซ่างเซียนอย่าเห็น ว่านางอายุไม่มาก ขอบเขตไม่สูง ยามที่ลงมือฆ่าคนนางอามหิตมาก นัก ก่อนหน้านี้ทาให้หาดเฉาจูของข้าต้องสูญเสียลูกน้องมือดีไปตั้ง หลายคน”
เด็กสาวพูดอย่างมีเหตุมีผลว่า “ทุกคนต่างก็เป็ นคนของแจกัน สมบัติทวีปเหมือนกัน หนึ่งเหนือหนึ่งใต้ ดังนั้นข้าถึงได้บอกว่าเป็นคน บ้านเดียวกันครึ่งตัว จะมีใจหลอกลวงกันได้อย่างไร จิ้งจอกเฒ่าอย่าง เจ้าหาเรื่องกันชัดๆ ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย”
จิ้งจอกเฒ่าเย้ยหยัน “ดูจากการฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาของเจ้า เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกหยิ่งยโสที่เวลาปกติทาเรื่องชั่วร้ายมาจนชิน ไย ต้องแสร้งท าเป็ นคุณหนูน้อยไร้เดียงสาด้วยซ่างเซียนสายตาเฉียบ แหลมถึงเพียงใด มีหรือจะถูกเจ้าหลอกเอาได้”
คาพูดประจบเอาใจที่เอ่ยมาอย่างไม่ได้กลั่นกรองนี้ ดูเหมือนจะ ใช้ได้ผลกับเด็กชายชุดเขียวเป็นอย่างดี เขาสะบัดเนื้อหนังที่อยู่ในมือ หัวเราะร่วนเอ่ยว่า “ก่อนจะขึ้นเขา ในอดีตข้าเคยอยู่แถวอาณาเขต
ของแม่น้าอวี้เจียงแคว้นหวงถึงมาก่อน คือสถานที่เล็กๆ น้าในแม่น้า ทะเลสาบตื้น พวกเจ้าอาจจะไม่เคยได้ยิน”
เด็กสาว คุณชายฝ่ ายบู๊และชายฉกรรจ์หน้าตาหยาบกระด้างที่ เป็ นผู้ติดตามหูเหนียงเนียงแห่งหาดเฉาจูต่างก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน พวกเขาจึงไม่รู้จักหนักเบา ทว่าพวกผีงามลูกน้องของเซินฝู่ จวินที่ เดินนาทางอยู่เบื้องหน้าเงียบๆ กลับหน้าเผือดสี หันมามองหน้ากัน มาจากทางเหนือจริงๆ ด้วย แบบนี้ก็ยุ่งยากมากแล้ว ต้องรู้ว่าทาง เหนือของลาน้าใหญ่ล้วนเป็นแผ่นดินของสกุลซ่ง ดูเหมือนว่าแคว้น หวงถึงจะเป็ นหนึ่งในแคว้นใต้อาณัติแห่งแรกสุดของตาาหลี ส่วน แม่น้าอะไรนั่น ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าใดนัก การที่เคยได้ยินมาก่อนยังเป็น เพราะที่เมืองลั่วจิงเมืองหลวงสารองของต้าหลีมีเจ้ากรมเว่ย เว่ยหลี่ที่ กุมอานาจสาคัญอยู่คนหนึ่งซึ่งดูเหมือนเขาจะมาจากแคว้นหวงถึง
บุคคลมีอานาจที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้ า ร้อนแรงจนแตะต้องแทบ ไม่ได้ระดับนี้ แค่ยื่นนิ้วออกมานิ้วเดียวก็บดขยี้พวกนางให้ตายได้แล้ว
แน่นอนว่าข้าหลวงท้องถิ่นคนสาคัญของต้าหลีอย่างพวกเว่ยหลี่ ไม่มีทางทาเรื่องประเภทนี้ด้วยตัวเอง คงกลัวว่าจะทาให้มือตัวเอง สกปรก
เฉินหลิงจวินยกคอของจิ้งจอกเฒ่าขึ้น ถามว่า “ใครเป็นอาจารย์ ที่ช่วยวางแผนให้กับหาดเฉาจูของพวกเจ้า?”
ฉางเสวียนที่ถือขวานกับคุณชายบู๊อึ้งค้างกันไปทันที ไม่ได้แข่ง กันแย่งชิงความโปรดปรานจากหูเหนียงเนียงเหมือนในอดีตอีกแล้ว ตอนนี้รู้สึกเพียงว่าสันหลังเสียววาบๆ
นี่คือการเรียกชื่อเสียที่ไหน นี่มันคือการเปิดสมุดเป็นตายชัดๆ
สีหน้าของหูเหนียงเนียงคิดไม่ตก เด็กชายชุดเขียวพลันงอนิ้วทั้ง ห้าเป็นตะขอ เจ็บจนหูเหนียงเนียงชักดิ้นชักงอ ไม่กล้าปิดปากเป็นคน ใบ้อีกต่อไป นางรีบตะโกนออกมาว่า “ฉางเสวียน เป็นเขาที่มักจะให้ คาแนะนา กิจการที่ได้กาไรเยอะล้วนมีเขาเป็ นคนจัดการ แม้ฉาง เสวียนจะเป็ นคนบนวิถีวรยุทธ แต่กลับฉลาดมาก มีเขาช่วยออก ความเห็น หลายปี มานี้หาดเฉาจูถึงได้เจริญรุ่งเรื่องทุกวัน ได้รับ ความสาคัญจากเซินฝู่จวิน ถูกมองเป็นหนึ่งในผู้ช่วยของเขา”
สหายตายผินเต้าไม่ตาย หูเหนียงเนียงย่อมมีความคิดที่จะโยน ความผิดไปให้ผู้อื่น
เฉินหลิงจวินหันหน้ามายิ้มเอ่ย “ไม่ผิดจากที่คาดจริงๆ ตัวการ หลักที่อยู่เบื้องหลังก็คือคนหยาบกระด้างอย่างเจ้า”
จาได้ว่ามีครั้งหนึ่ งตอนกินอาหารมื้อดึก พ่อครัวเฒ่าเคย ยกตัวอย่างเรื่องเล่าในตาราประวัติศาสตร์และในนิยายให้ฟั ง แจกแจง ถึงความเฉลียวฉลาดและร้ายกาจของพวกเขา ยังบอกด้วยว่าเวินจื่อ ซี่ที่ฉายประกายเฉียบคมไม่ฉลาดเท่าจงเชี่ยนที่มึนๆ งงๆ เวินจื่อซี่ไม่ ตอบโต้ จงเชี่ยนกลอกตามองบน เจิ้งต้าเฟิงท าหน้าน้อยใจ ไม่ชอบใจ
แล้ว อย่าลืมข้าสิ ข้าเองก็เป็ นคนที่มีสติปั ญญาเฉลียวฉลาด เหมือนกันนะ…ทุกคนหัวเราะดังลั่น เฉินหลิงจวินกลับเอาแต่จ้วง ตะเกียบเร็วราวกับบิน
เฉินหลิงจวินเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็เด็ดหัวของเจ้าก่อน ไปหาเซินฝู่ จวินแล้วค่อยเอามาเป็นกับแกล้มแกล้มสุรา…”
ชายฉกรรจ์ที่พกอาวุธรู้ว่าท่าไม่ดี ไม่เหลือพื้นที่ให้ถอยหลังกลับ อีกแล้ว!
พริบตานั้นใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตะลึงระคนยินดี มองไปทางผีงามตะโกนเสียงดังว่า “เซินฝู่จวิน?!”
เมื่อความตะลึงผ่านพ้นไป ความยินดีก็วาบผ่านในใจของหู เหนียงเนียงเช่นกัน เซินฝู่ จวินมาแล้วหรือ? ในขณะที่เด็กชายชุด เขียวจะหันหน้าไปมอง ฉางเสวียนก็ลงมืออย่างดุร้าย ยกขวานขึ้น ควงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เดินก้าวเร็วๆ ใช้ขวานฟั นไปยังหัวของเด็ก น้อยตัวเล็กเตี้ย หูเหนียงเนียงเพ่งสายตามองให้ชัด มีเซินฝู่จวินเสียที่ ไหน นาทีถัดมาหูเหนียงเนียงที่ถูกบีบคอก็รู้สึกเพียงว่าร่างลอยคว้าง แล้วหัวก็สะบัด ดวงดาวสีทองหมุนติ้วอยู่ตรงหน้า ปวดหัวราวหัวจะ แตก ที่แท้เจ้าเด็กนั่นก็เอาหัวของนางโหม่งกระแทกขวานให้กระเด็น ออกไปก่อนจะใช้หมัดต่อยเข้าที่หน้าอกของฉางเสวียน เสียงระเบิด ดังปั ง
ร่างของฉางเสวียนเหมือนว่าวสายป่านขาดที่ลอยกระเด็นออกไป ไปหล่นกระแทกพื้นแรงๆ สีหน้าของชายพกอาวุธกลายเป็ นสีซีด กระอักเลือดไม่หยุด
ผู้ฝึ กยุทธคนนี้เบิกตากว้าง มองท้องฟ้ าที่เป็ นสีเทา ในใจไม่ ยินยอม อนาคตอันยาวไกล ชะตาไม่ควรขาดสะบั้น เขายังอยากจะ ฝ่าทะลุคอขวด กลายเป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตหก ชีวิตนี้เขายังอยากจะ ไปชมทัศนียภาพของสามขอบเขตหลอมจิตวิญญาณของวิถีวรยุทธ สักวันหนึ่งจะกลายเป็ นปรมาจารย์ ต่อให้อายุขัยของผู้ฝึ กยุทธมี จากัด ยากที่จะหลีกเลี่ยงชะตาที่ต้องตายตกกลายไปเป็นผีได้ แต่ขอ แค่เข้าตาเซินฝู่จวินก็สามารถใช้ร่างของผีฝึกวรยุทธต่อไปได้ เขาจะ ไปดูบนยอดสูงสุดแห่งวิถีวรยุทธ ไปพบเจอสี่ปรมาจารย์ใหญ่ที่ได้รับ การประเมินด้านวิถีวรยุทธของแจกันสมบัติทวีป ต้องการนั่งทัดเทียม กับพวกเขา มองทั้งทวีปจากบนยอดเขาด้วยกัน…