กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 51.2 ฟ้าดินมิเอ่ยค า ใครเล่าจะรู้ว่าจะ รับมือกระดาน หมากใหม่นี้อย่างไร
- Home
- กระบี่จงมา! Sword of Coming
- บทพิเศษ ตอนที่ 51.2 ฟ้าดินมิเอ่ยค า ใครเล่าจะรู้ว่าจะ รับมือกระดาน หมากใหม่นี้อย่างไร
เห็นเพียงว่าเด็กชายชุดเขียวสะบัดข้อมือ สองนิ้วประกบกัน ปาด ออกไปเบาๆ หนึ่งทีก็บังคับขวานที่ยังไม่หล่นร่วงลงพื้นให้พุ่งเข้าหา ฉางเสวียน แล้วพลันเพิ่มความเร็ว พุ่งลงไปเป็ นเส้นตรง ฟั นลงไปที่ ลาคอของชายฉกรรจ์ สับหัวอีกฝ่าย
ภาพนี้ทาให้พวกหูเหนียงเนียงที่มองดูอยู่หนังตากระตุก ชีวิตคน เหมือนต้นหญ้าจริงๆ
ในใจเด็กสาวรู้สึกสาแก่ใจขึ้นมาหน่ อย พวกเจ้าก็มีวันนี้ เหมือนกันหรือ ความบกพร่องเพียงหนึ่งเดียวในความสมบูรณ์แบบก็ คือเจ้าคนที่ลงมืออามหิตผู้นั้นก็ดูไม่เหมือนคนดีอะไร
เด็กชายชุดเขียวหัวเราะหยัน “กล้าใช้อุบายกับข้า ตอนที่ข้าผู้ อาวุโสประลองปั ญญาประลองก าลังกับผู้ฝึกตนใหญ่ ชาติก่อนเจ้ายัง สวมกางเกงเปิดก้นอยู่เลย”
หูเหนียงเนียงอยากจะพูดจาไพเราะสักสองสามประโยค คิดไม่ถึง ว่าเด็กคนนั้นจะคลายนิ้วทั้งห้าออก มันทรุดนั่งลงบนพื้น อีกฝ่ายโยน เนื้อหนังลงมาบนหัวของมัน มันมึนๆ งงๆ กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็ น กองเนื้อบด แต่กลับได้ยินอีกฝ่ ายพูดด้วยน้าเสียงไม่สบอารมณ์ว่า “รีบสวมร่างนี้กลับไปซะ”
มันรีบสวม “ชุดคลุมอาคม” ตัวนั้นให้เรียบร้อย เพียงไม่นานก็ กลับคืนมามีรูปโฉมของสตรีเรือนร่างอวบอิ่มอีกครั้ง นางรีบค้อมเอว ลง พูดอย่างชาบซึ้งใจว่า “บ่าวขอบพระคุณช่าง เซียนที่เมตตา”
เด็กชายชุดเขียวขมวดคิ้ว “เป็ นสตรีคนหนึ่ง จะดีจะชั่วก็ฝึกตน จนหลอมร่างมนุษย์ขึ้นมาได้ กลางวันแสกๆ กลับเปลือยกายล่อนจ้อน มันน่าดูเสียที่ไหน”
ในใจนางตะลึงระคนยินดี ทาสีหน้าไม่กล้าเชื่อ หรือว่าบรรพจารย์ ที่ไม่ทราบนามท่านนี้มีความคิดอยากจะ “รับอนุภรรยา” แล้ว?
เด็กชายชุดเขียวหน้าดาทะมึน ออกคาสั่งกับมันว่า “ถอนตรา ผนึกบนมือและเท้าของนังหนูนี่ออก จาไว้ว่ามือสะอาดหน่อย อย่าได้ แอบซ่อนอะไรไว้ วิชาลับของศาลเถื่อนที่ไม่เข้าขั้นบางอย่างจะ กลายเป็ นที่ขบขันของผู้อื่น จะสกปรกสายตาของข้าผู้อาวุโสเสีย เปล่า”
นางหรือจะกล้ามีปั ญหา เดินเยื้องย่างมาตรงหน้าเด็กสาว คง ไม่ใช่ว่าวันหน้าต้องเรียกขานกันเป็นพี่เป็นน้องหรอกนะ?
สตรีที่แต่งกายด้วยชุดชาววังเค้นรอยยิ้มส่งไปให้ เอ่ยประโยคว่า ล่วงเกินแล้ว น้องสาวอย่าได้ขุ่นเคือง
เพียงไม่นานก็ถอดโซ่ตรวนให้เด็กสาว แล้วยังถอนตราผนึกสอง ชั้นบนร่างของเด็กสาวออกด้วย แค่ลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ถือเป็ น วิชาที่ถนัด
เด็กสาวที่ชื่อว่าฟู่ เจิงมองเด็กชายชุดเขียวที่มีสีหน้านิ่งเฉย นี่ หมายความว่าอย่างไร?
เฉินหลิงจวินเอ่ย “เจ้าเดินทางไปทางเหนือ ไปรอที่อาเภอซึ่งอยู่ ใกล้กับที่นี่ที่สุด จัดการกับเซินฝู่จวินเรียบร้อยแล้ว ข้าผู้อาวุโสจะรับ เจ้าขึ้นเขา หากว่าเจ้ามีฐานกระดูกก็จะมอบวาสนาที่แม้แต่คิดเจ้าก็ยัง ไม่กล้าคิดให้ครั้งหนึ่ง”
ฟู่เจิงถามอย่างสงสัย “เซียนจวินไม่กลัวว่าข้าจะหนีไปหรือ?” เฉินหลิงจวินยิ้มเอ่ย “คาตอบอยู่ในคาถามอยู่แล้ว”
สตรีปิดปากหัวเราะเสียงหวาน “น้องสาวก็เรียกเขาว่าเซียนจวิน แล้ว เขายังจะกลัวว่าเจ้าจะหนีไปอีกหรือ? อีกอย่างขอแค่สามารถ ติดตามเซียนจวินไปฝึ กตนได้ ทาให้สตรีที่ใส่ใจเรื่องรูปโฉมอย่าง พวกเราคงความเยาว์ไปได้ตลอดกาล จะเป็นเรื่องยากอะไร น้องสาว ต้องถูกผีดลใจถึงเพียงใดถึงจะปล่อยให้พลาดโอกาสเช่นนี้ไปเปล่าๆ ใช่หรือไม่?”
เด็กชายชุดเขียวสะบัดชายแขนเสื้อบอกเป็นนัยแก่จิ้งจอกเฒ่าว่า อย่าพูดมาก จากนั้นหยิบยันต์กระดาษเหลืองแผ่นหนึ่งโยนให้เด็ก สาว “ถือยันต์ทาลายสิ่งกีดขวางแผ่นนี้ออกเดินทางไปเสีย ข้าผู้ อาวุโสจะไปงัดข้อกับเซินฝู่จวินดูสักหน่อย หึ!”
เขาเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “พวกผีที่แสวงหามหามรรคาอย่าง ยากล าบากก็ควรหลบซ่อนตัวทาตัวเป็นหลานไปแต่โดยดี ไหนเลยจะ
มีคุณสมบัติได้ออกมาเห็นแสงตะวัน ถึงกับกล้าสังหารลูกศิษย์ผู้สืบ ทอดของสหายรักของข้าผู้อาวุโส ถ้าอย่างนั้นก็คือการไม่ไว้หน้าข้าผู้ อาวุโส ไม่ไว้หน้าข้าผู้อาวุโสก็อย่ามาโทษที่จะตอบแทนไมตรี มอบ สุราลงทัณฑ์ให้เขาดื่มจนท้องแตก”
สีหน้าของเด็กชายคลายลงได้หลายส่วน “พวกเจ้าไม่รู้อะไร เซิน ฝู่ จวินผู้นั้นไม่เหมือนที่เล่าลือกันภายนอก เขาไม่ใช่คนไร้ฝีมือจริง คือก่อกาเนิดใหม่ที่เก็บหัวเก็บหางหลบซ่อนตัวไอ้หมอนี่มีแผนการ ใหญ่หลวง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะเข้าใจได้ ข้าผู้อาวุโสเตรียมตัว มาแล้วย่อมไม่กลัวเขาแม้แต่น้อย แต่มีเจ้าอยู่ข้างกายก็ย่อมเกะกะ เขียนดินประลองเวทคาถากันไม่เหมือนคนทั่วไป อาจจะลามไป เดือดร้อนคนใกล้เคียงอย่างเลี่ยงไม่ได้”
“ไม่แน่ว่าซากปรักสนามรบแห่งนี้อาจต้องพังพินาศวอดวายอย่าง สิ้นเชิงแล้ว”
เด็กชายกวาดตามองไปรอบด้าน โบกมือ เอ่ยอย่างหมดความ อดทนว่า “รีบไปซะ”
ฟู่เจิงชั่งน้าหนักผลได้ผลเสียอยู่ครู่หนึ่งก็เหมือนว่าจะตัดสินใจได้ แล้ว นางจะออกไปจากสถานที่ชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยอันตรายแห่งนี้ ก่อนแล้วค่อยพูดถึงเรื่องอื่น
นางขยับมือขยับเท้ายืนยันให้แน่ใจว่าไม่มีตราผนึกอะไรแล้ว จริงๆ ครั้นจึงดีดปลายเท้าเรือนกายพุ่งไปเหนือยอดหญ้าอย่างว่องไว ปราดเปรียว
จากนั้นเด็กชายชุดเขียวก็ยื่นนิ้วชี้ไปยังคนหนุ่มที่แต่งกาย เหมือนตัวละครในงิ้ว “ไป ไป จัดการเจ้าโล้นที่ขวางหูขวางตานั่นเสีย ลูกน้องของเซินฝู่จวินล้วนมีแต่สตรี แต่เขากลับพกไอ้จ้อนมาด้วย ได้ เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าแล้วย่อมมีคานินทา แพร่ออกไปต้องไม่ น่าฟั งแน่ วันหน้าเจ้าจะยังอยู่บนมรรคาได้อย่างไร”
เฉินหลิงจวินมองเรือนกายบอบบางของเด็กสาวที่ค่อยๆ เล็กลง เหมือนเมล็ดงาก็วางใจได้แล้ว
นางมียันต์แผ่นนั้นติดกายก็ไม่มีทางที่จะเกิดความเข้าใจผิดอะไร กับจงเชี่ยน
ได้รับคาสั่งจากซ่างเซียน สตรีไม่พูดพร่าทาเพลงร่างก็สะบัด ออกไปพร้อมลมโชยกลิ่นหอมกรุ่น ฝ่ามือของนางตบลงบนหัวใจของ ชายหนุ่มหนักๆ ชัดให้ฝ่ายหลังไม่ทันจะร้องวิงวอน เส้นชีพจรหัวใจก็ ขาดไปทีละขุ่น เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด
เฉินหลิงจวินพยักหน้า “ท าอะไรคล่องแคล่วว่องไว ถูกใจข้ามาก อีกเดี๋ยวจัดการกับเซินฝู่จวิน เก็บกวาดเรื่องเละเทะแล้ว ข้าผู้อาวุโสก็ จะไม่ใจร้ายต่อเจ้า สมบัติในพื้นที่ประกอบพิธีกรรม เจ้าเลือกได้ตาม สบาย ส่วนศาลเถื่อนอะไรนั่นถือเป็ นการปฏิบัติต่อหาดเฉาจูอย่าง
ย่าแย่ หลังจบเรื่องนี้ข้าผู้อาวุโสจะไปขอเอกสารราชการฉบับหนึ่งมา จากฮ่องเต้แคว้นใกล้เคียง ให้เจ้าได้เป็นเหนียงเนียงเทพวารีที่แท้จริง ก็ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ”
สตรีที่แต่งกายด้วยชุดชาววังน้าตาคลอเจียนจะหยด รีบค้อมกาย เอ่ยขอบคุณติดๆ กัน
นางเห็นเด็กชายที่กลอุบายลึกล้าผู้นั้นไม่แม้แต่จะมองศพสองร่าง ที่อยู่บนพื้น เพียงเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “อย่าให้เซินฝู่จวินต้องรอนาน”
สตรีถอนหายใจอยู่ในใจเบาๆ พวกคนที่วางอานาจบาตรใหญ่บน ยอดเขาเหล่านี้ต่างหากถึงจะใจดาอามหิตอย่างแท้จริง บางครั้งที่ลง มาจากภูเขาก็มักจะทาเรื่องป่าเถื่อนตามใจชอบ
เดินทางกันไปได้ระยะหนึ่ง จุดที่สายตามองเห็นยังคงเป็นสภาพ ซากปรักทรุดโทรมที่มีกระดูกขาวกระจายอยู่ตามหย่อมหญ้า
สตรีแต่งกายด้วยชุดชาววังที่เดินอยู่ข้างกายเด็กชายชุดเขียว อย่างนอบน้อมมาโดยตลอด เรือนกายของนางสายไหวอย่างมี ชีวิตชีวาตามจังหวะก้าวเดิน พูดคุยถึงเรื่องราวของเซินฝู่ จวินที่เป็น “โอสถทองปลอม ก่อก าเนิดจริง” ความผิดของเขามากมายมหาศาล จนเขียนบันทึกเท่าไรก็ไม่หมด ผีงามที่นาทางอยู่ด้านหน้าสุดทั้ง หวาดกลัวทั้งเจ็บแค้น กลัวว่าเด็กคนนั้นจะทาลายพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมจนย่อยยับจริงๆ เจ็บแค้นที่หูเหนียงเนียงแว้งกลับมาท าร้าย กันเอง…ดวงตาทั้งคู่ของสตรีฉายประกายระยิบระยับ แต่ทันใดนั้นนาง
กลับยกขาขึ้นเหวี่ยงขาฟาดใส่ลาคอของเด็กชายชุดเขียวด้วย พละกาลังที่หนักหน่วง ขณะเดียวกันชายแขนเสื้อสองข้างก็พลิกตลบ แสงสีทองหลายเส้นพุ่งออกมาเหมือนเงาตามติด จู่โจมไปที่เด็กชาย พริบตานั้นก็ชัดให้ร่างสีเขียวหล่นลงไปในหลุมใหญ่ ฝุ่ นคลุ้งตลบ อบอวล กลิ่นอายชั่วร้ายคละคลุ้งปกคลุมเขาเอาไว้
นางร่ายวิชาน้าแห่งชะตาชีวิตกระแทกเข้าไปในหลุมใหญ่พลาง ตวาดใส่ผีงามเหล่านั้นด้วยว่า “ยังมัวยืนอึ้งกันอยู่ทาไม?! ช่วยกัน จัดการเขาสิ!”
พวกผีสาวพากันคืนสติกลับมา ต่างคนต่างร่ายวิชาอภินิหาร ขุน นางหญิงกอดผีผาที่เป็ นผู้น าโยนสมบัติอาคมออกไปสูงๆ พวกนาง พากันระบายความแค้นที่อยู่ในใจอย่างไม่สนสิ่งใด
สตรียกฝ่ามือขึ้นปิดปากที่อ้าหาว “เจ้าตะพาบน้อยมีน้าหนักแค่กี่ จินกี่ตาลึงก็กล้าอวดเก่ง แสร้งท าเป็นขอบเขตก่อก าเนิดอะไร เหล่า เหนียงเกือบจะถูกเจ้าหลอกตบตาได้แล้วจริงๆ”
ที่แท้เด็กน้อยที่แสร้งทาเป็นหลอกผีหลอกเจ้าก็ได้เผยพิรุธให้เห็น สองครั้ง เผยให้เห็นลางของลมปราณที่ไม่มั่นคง ก็แค่พยายามจะ ประคับประคองมาดของยอดฝี มือไว้อย่างสุดกาลังเท่านั้น อีกทั้ง ตาแหน่งที่พวกนางอยู่ในเวลานี้ก็ห่างจากพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของ เซินฝู่ จวินแค่ร้อยลี้เท่านั้น เชื่อว่าพวกคนที่ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงก็น่าจะเห็นเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นที่นี่แล้ว แผ่พลังจิต ออกไปตรวจสอบในหลุมใหญ่ เหลือลมปราณที่อ่อนจางอยู่เล็กน้อย
ในใจนางก็มั่นใจอย่างมากแล้ว ไม่กลัวว่าเจ้าเด็กน้อยที่โชคดีรอด ตายมาได้จะเล่นลูกไม้อะไรได้อีก
เห็นสาวใช้คนหนึ่งของศาลเถื่อนที่ยืนอึ้ง ไม่ได้ลงมือ หูเหนียง เนียงขมวดคิ้วมุ่น รู้ว่าสาวใช้ชั้นต่าผู้นี้เป็ นคนใจอ่อน หากเป็ นใน อดีตย่อมต้องถูกนางสั่งสอน เพียงแต่หาดเฉาจูขาดแม่ทัพใหญ่สอง คนไปอย่างเสียเปล่าแล้ว ช่างเถอะ เข้าร่วมงานเลี้ยงสุราของเซินฝู่ จวินก่อนแล้วค่อยมาคิดบัญชีกับนางแพศยาที่ไม่ได้เรื่องผู้นี้
ภาพเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น น้าไหลสายเล็กเส้นหนึ่งพลัน แหวกอากาศออกมาจากในหลุม แหวกทะลุฝุ่ นดินออกมาแล้วพุ่ง ทะลวงศีรษะของคนมากมาย ไล่ฆ่าไปทีละคน
โบกชายแขนเสื้อหนึ่งครั้งสลายฝุ่นที่อยู่รอบด้านทิ้งไป เห็นเพียง ว่าเด็กชายชุดเขียวที่ไม่บาดเจ็บใดๆ ยืนอยู่กลางอากาศ สีหน้าเฉย เมย มือหนึ่งทุบทาลายพวกอาวุธอย่างผีผาครั้นจึงดีดนิ้ว ขุนนาง หญิงที่เป็ นผู้นาซึ่งพยายามจาแลงร่างกลายเป็ นควันดาเผ่นหนีไปก็ ถูกทะลวงหัวใจ กายดับมรรคาสลาย เรือนกายอรชรกลายเป็ นน้า หนองกองหนึ่งด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
คราวนี้สตรีแต่งกายชุดชาววังขวัญกระเจิงอย่างแท้จริงแล้ว
แม้กระทั่งท่าทางอ่อนแอนั้นก็ยังเป็นการเสแสร้งหรือ? ในเมื่อพลัง ตบะสูงส่งลึกล้าถึงขั้นนี้ ไยต้องปั่ นหัวตนเช่นนี้ด้วย?
นาทีถัดมาสตรีก็ยิ่งอกสั่นขวัญหาย เรือนกายโงนเงนล้มลง คุกเข่าอยู่กับพื้น นางกาลังจะเปิดปากขอร้องให้ซ่างเซียนที่นิสัยยาก จะคาดเดาให้อภัย…ในศาลเถื่อนของหาดเฉาจูเวลานี้มีผู้ฝึกตนชุด เขียวคนหนึ่งที่รูปโฉมอ่อนเยาว์สีหน้าเย็นชาปล่อยจิตหยินออกจาก ช่องโพรงเดินทางมาถึงที่นี่ ทุบทาลายเทวรูปดินเผาให้แหลกสลาย หาวัตถุแห่งชะตาชีวิตของหูเหนียงเนียงเจอจากในห้องลับแล้วบีบมัน ให้แตก ร่างของจิตหยินจึงลอยขึ้นกลางอากาศสูงกวาดตามองไป รอบด้าน ก่อนจะอ้าปากสูดหนึ่งที ถึงกับไม่สนใจว่าจะเป็นการผลาญ ตบะของตัวเองหรือไม่ เขาสูดเอากลิ่นอายสกปรกทั้งหมดที่อยู่ใน อาณาเขตของขุนเขาสายน้ารอบศาลมาไว้ในท้องของตัวเอง จากนั้น ก็หวนกลับมายังซากปรักสนามรบ กลับคืนสู่ร่างจริงผสานร่างเป็ น หนึ่งเดียวกันอีกครั้ง
ร่างทองในศาลของจิ้งจอกเฒ่าหน้าขาวตัวนี้ถูกทุบแหลกไปแล้ว วัตถุแห่งชะตาชีวิตที่ใช้ดูดซับควันธูปก็ถูกบีบแตก ท่ามกลางความ สิ้นหวัง มันไม่โขกหัวขอร้องอีกต่อไป ตัดสินใจเด็ดขาดจะสู้ตายกับ อีกฝ่ าย แต่กลับค้นพบด้วยความตกตะลึงว่าเนื้อหนังมังสานี้เหมือน กลายมาเป็นคุกน้าที่ถูกผู้บรรลุมรรคาคนหนึ่งหล่อหลอมอย่างตั้งใจ จิตวิญญาณของนางจึงแหลกสลายไปนับแต่นี้ สุดท้ายบนพื้นก็เหลือ แค่ร่างของสตรีผู้มีรูปโฉมสะคราญที่ห่อหุ้มซากศพแห้งเหี่ยวของ จิ้งจอกเฒ่าเอาไว้
เฉินหลิงจวินพลิ้วกายลงพื้น เก็บเวทน้าบทนั้นมา เขาถอน หายใจ ยังมีผู้รอดชีวิตอีกสองคน คนหนึ่งคือผีงาม อีกคนหนึ่งคือสาว ใช้ของศาล
เฉินหลิงจวินเอ่ย “พวกเจ้าไปซะเถอะ จ าไว้ว่าเดินทางไปทาง เหนือ อย่าได้เดินผิดทิศหากไม่ไปเจอกับฟู่ เจิงที่อาเภอแล้วจับกลุ่ม เดินทางไปด้วยกัน เชื่อว่าเมื่อเดินไปถึงบริเวณใกล้เคียงกับลาน้า ใหญ่ก็จะปลอดภัยแล้ว หากได้เจอกับแม่นางน้อยชุดดาคนหนึ่งกับ บุรุษทาทางเอ้อระเหยลอยชายระหว่างทางก็ย่อมดีที่สุด บอกกับ ปรมาจารย์แห่งยุทธภพแซ่จงคนนั้นไปโดยตรงได้เลยว่าทางฝั่ งของ ข้าราบรื่นดี ไม่ต้องเป็ นห่วง เขาย่อมปกป้ องพวกเจ้าไม่ให้เจอกับ หายนะที่มาเยือนโดยไม่คาดฝั น”
ฝ่ ายหลังไม่ยอมทาตามคาสั่งของจิ้งจอกเฒ่า ร่วมกันซ้าเติมใน ยามที่ผู้อื่นเดือดร้อน ฝ่ ายแรกก็ยิ่งอยู่เหนือความคิดคิด ยังพอจะ เยียวยาได้อยู่บ้าง
โชคดีไป
ไม่ถูกตนสังหารไปพร้อมกัน
เฉินหลิงจวินหยิบยันต์สองแผ่นออกมาจากชายแขนเสื้อ “ยันต์ ทาลายสิ่งกีดขวางแผ่นหนึ่งเอาไว้ติดตัว ป้องกันเรื่องไม่คาดฝั นยาม เดินทางไปตามซากปรักต่างๆ ส่วนยันต์หดย่อพื้นที่แผ่นนี้ก็อย่าได้ดู แคลน เป็นฝีมือของผู้ถวายงานเชี่ยบ้านข้าเอง ค่อนข้างจะล้าค่า น่า
เสียดายที่ตอนนี้ขอบเขตของพวกเจ้ายังไม่มากพอ ตอนนี้ยังไม่อาจ ใช้ได้ แต่กลับใช้เป็นของแทนตัวได้ เดินทางขึ้นเหนือครั้งนี้จะช่วยให้ พวกเจ้าไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย ไปถึงบริเวณใกล้เคียงกับลาน้า ใหญ่ ยันต์สองแผ่นนี้จะเก็บรักษาไว้หรือเอาไปขายก็ได้ทั้งนั้นตามใจ พวกเจ้า แต่อย่าขายในราคาต่า ทางที่ดีที่สุดหาท่าเรือตระลเชียนที่ อยู่ทางเหนือของลาน้าใหญ่ เรียกราคาให้สูงเข้าไว้”
สาวใช้ของศาลเถื่อนนิสัยนุ่มนวล พลันไม่รู้ว่าควรจะทาอย่างไรดี แต่ผีหญิงที่สีหน้าเฉยเมยกลับเป็นคนเด็ดขาด รับยันต์สองแผ่นมาไว้ อย่างไม่ลังเล พูดด้วยสีหน้าหนักแน่นว่า “ซ่างเซียนไม่จากไปพร้อม พวกเราหรือ? เซินฝู่ จวินผู้นั้นคือผี ต้องไม่มีทางตัดใจไปจากพื้นที่ ประกอบพิธีกรรมที่ตั้งใจดาเนินการอย่างยากลาบากมานานหลายปี แห่งนี้แน่นอน ในเมื่อจวนไม่มีขา ซ่างเซียนก็สามารถไปตามหาคน มาช่วยได้ หาสหายบนภูเขาที่คุ้นเคยกัน มาช่วยกันรับมือกับมัน”
ดวงตาเฉินหลิงจวินเป็ นประกาย รู้สึกว่าดูเหมือนหัวสมองของ นางจะดีกว่าตน เขายิ้มกว้างเอ่ยว่า “ไม่ต้องหาคนช่วย บุกเดี่ยวไปใน รังโจรมีมาดของวีรบุรุษมากยิ่งกว่า”
หากจะพูดถึงการใช้สมอง เขาไม่ถนัดจริงๆ แต่เรื่องต่อยตี เขา เคยขี้ขลาดเมื่อไหร่กัน?
ผีหญิงตนนั้นอึ้งตะลึง ในใจรู้สึกนับถือยิ่งนัก รู้สึกเพียงว่าซ่าง เซียนที่มีรูปโฉมเป็นเด็กน้อยคนนี้ทั้งเฉลียวฉลาดแล้วยังกล้าหาญ!
เฉินหลิงจวินถาม “พวกเจ้ามีจุดอ่อนอะไรตกอยู่ในมือคนชั่ว หรือไม่?”
สาวใช้ส่ายหน้าทันใด ผีหญิงก็ส่ายหน้า “เซินฝู่ จวินไม่ จาเป็นต้องทาเช่นนี้ ก่อนหน้าวันนี้ ฟ้ าดินกว้างใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว กลับไม่มีพื้นที่เหลือให้พวกเราได้หยัดยืน”
คาพูดนี้ไม่ได้โกหก เพียงแต่ว่าผีอย่างนางจะไปอยู่ที่ไหนได้? เคยมีพื้นที่แคบๆ สักแห่งเหลือให้นางด้วยหรือ?
ออกไปจากซากปรักสนามรบโดยพลการ ไม่แน่ว่านั่นอาจจะเป็น ทางตายก็ได้
เฉินหลิงจวินพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
พวกนางยอบกายคารวะ ล้วนมีความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณจาก ใจจริง แต่ไม่กล้าอยู่ที่นี่นาน กังวลว่าจะเดือดร้อนให้ซ่างเซียนไม่อาจ ร่ายวิชาอภินิหารได้อย่างเต็มที่ จึงพากันจากไป
เฉินหลิงจวินยืดแขนบิดขี้เกียจ เดินเนิบช้าไปทางพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมที่ปราณชั่วร้ายพุ่งทะยานฟ้ าแห่งนั้น ครู่หนึ่งต่อมา เขาหัน ไปมองจุดหนึ่งแล้วเอ่ยอย่างมีโทสะว่า “ยังจะกลับมาท าไม?!”
ที่แท้ก็คือเด็กสาวที่จากไปคนแรกสุด นางโผล่ออกมาจากกอ หญ้า พูดอย่างโง่งมว่า “หนีไปกะทันหัน ถือว่าไร้คุณธรรมน้าใจ”
เฉินหลิงจวินสั่งสอนว่า “บุกเข้าไปในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของ เซินฝู่จวินคือเรื่องเล่นๆ อย่างนั้นหรือ?!”
ฟู่ เจิงยกรองเท้าข้างซ้ายขึ้นมาถูกับน่องขวา ก่อนหน้านี้ฉาง เสวียนถือขวานกระโจนเข้าสังหารเด็กชายชุดเขียว นางแอบยื่นเท้า ออกไปพยายามจะขัดขาเขา ช่วยเด็กชายถ่วงเวลา เพียงแต่ว่าตอน นั้นมีตราผนึกหนาชั้นอยู่บนร่าง นางจึงทาเรื่องนี้ไม่สาเร็จ ตอนนี้เท้า ซ้ายจึงบวมแดงเหมือนหมั่นโถว
เฉินหลิงจวินถลึงตาใส่ “เป็ นแม่นางน้อยตัวเล็กๆ คนหนึ่ ง หลักการที่ว่ามังกรแข็งแกร่งไม่อาจกดหัวงูเจ้าถิ่นได้ ผู้ใหญ่ในสานัก ไม่สอนเจ้าบ้างหรือ? ไม่สอนอะไรเลย สอนแค่เวทคาถาบางส่วนก็ กล้าให้เจ้าลงจากภูเขามาหาประสบการณ์เพียงล าพังแล้ว? ทั้งๆ ที่ เสียเปรียบตอนอยู่หาดเฉาจูไปครั้งหนึ่งแล้ว ยังไม่รู้จักจาอีกหรือไร?”
ฟู่ เจิงถามอย่างใคร่รู้ “เซินฝู่ จวินไม่ใช่ว่าเพิ่งสร้างโอสถ แต่เป็น ก่อก าเนิดจริงๆ หรือ? สู้ได้ไหม?”
เฉินหลิงจวินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “สู้ได้ไม่ได้ พูดลอยๆ ย่อม ไม่น่าเชื่อถือ ต้องต่อสู้กันก่อนถึงจะรู้ได้”
เขาโบกมือ “ฟั งคาของข้าเถอะ รีบไปจากที่นี่ซะ ไปที่ตัวอาเภอ พร้อมกับพวกนาง เดินทางไปด้วยกันจะได้ช่วยดูแลกัน”
“ชีวิตคนไม่ใช่นิยายที่โรงพิมพ์วางขายที่แม้จะเจออันตรายราย ล้อมแต่กลับหนีรอดไปได้ทุกครั้ง ทุกคนมีชะตาเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ เรื่องเล่นๆ!”