กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 52.3 สามสิบปีมาตามหามือกระบี่
เฉินชิงหลิวโบกมือ เขาเองก็มอบบันไดลงให้กับอีกฝ่าย “เจ้าและ ข้าเดิมทีก็เป็ นคนบนเส้นทางเดียวกัน ไม่ทาเรื่องที่คนใกล้ชิดต้อง ทุกข์ใจ ศัตรูยินดีปรีดาหรอกนะ”
เจียงเซ่อหลุดหัวเราะพรืด “เป็ นคนบนเส้นทางเดียวกันได้ อย่างไร”
เฉินชิงหลิวกล่าว “ในใจมีเรื่องให้ต้องห่วงพะวง แข็งนอกอ่อนใน”
ในศาลาแห่งหนึ่งที่อยู่บนยอดเขา บรรยากาศตึงเครียดการต่อสู้ พร้อมปะทุทุกเมื่อเส้นเอ็นหัวใจของจิงเฮาขึงตึงสุดขีด พร้อมร่ายเวท หลบหนีทุกเวลา
หากยังพอมีแรงเหลือก็จะลากเทพวารีหวังเซี่ยนให้ไปจากที่นี่ ด้วยกัน มารดามันเถอะ วันหน้าเจ้าก็หัดอ่านรายงานภูเขาสายน้าให้ มากหน่อย!
ไม่รู้ว่าเหตุใด เจียงเซ่อที่ให้ความสาคัญกับศักดิ์ศรีหน้าตาที่สุด ไม่เพียงแต่ไม่อับอายจนพานเป็นความโกรธ กลับกันยังพยักหน้า สี หน้าคลายลงได้ เขายกสองแขนกอดอก ยืนเอียงๆ พิงราวรั้ว มองไป ยังซากปรักสนามรบแห่งนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน ราวกับว่าฟ้ าดินทั้ง แห่งล้วนเป็ นตัวประกอบของนาง คิดอยากจะเอาพวกมันมาเป็ นสิน เจ้าสาวให้นางในอนาคต
จิงเฮาคิดเป็ นร้อยตลบก็ยังไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่กล้าสืบเสาะอย่าง ส่งเดช กลัวว่าหากจิตแห่งมรรคาขยับไหวก็จะถูกเจียงเซ่อสัมผัสได้ อย่างเฉียบไว แล้วโดนอีกฝ่ายซ้อมอย่างหนักหน่วง
หวังเซี่ยนอดีตเทพวารี ทั้งไม่เคยได้ยินฉายาจึงกงไท่เป่าของหลิว เสียทวีป แล้วก็ไม่รู้ว่าบุคคลบนภูเขาที่ตามหลังเทพเซียนผู้เฒ่าจิงมา ติดๆ พวกนี้เป็นเทพเชียนจากที่ใดกันแน่
แต่อาศัยแค่วิธีการที่เทพเซียนผู้เฒ่าจึงปรบมือทีเดียวก็ตีกลอง ใหญ่ให้ดังขึ้นสามครา หวังเซี่ยนก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ต้องเป็ นบุคคล ยิ่งใหญ่ที่ร้ายกาจอย่างมากแน่นอน มีความเป็ นไปได้มากว่าคือ บุคคลที่มีน้อยจนนับนิ้วได้ของทวีปใดสักแห่ง หลิวเสียทวีปที่ตั้งอยู่ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของไพศาลหรือ?
เฉินชิงหลิวเป็นฝ่ ายผายมือออกมาเชื้อเชิญ “เทพวารีหวังเซี่ยน เชิญนั่งลงพูดคุยกับพวกเราได้ตามสบาย”
หวังเซี่ยนไม่ใช่คนตาไร้แววเสียหน่อย เขารีบปฏิเสธอย่างสุภาพ ติดต่อกันหลายครั้ง ขนาดเทพเซียนผู้เฒ่าจิงที่มีคุณธรรมสูงส่งอีกทั้ง ยังมีเวทคาถายอดเยี่ยมยังยืนอยู่เลยนะ ตนก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องเอา เปรียบผู้มีพระคุณ
เฉินชิงหลิวที่ขึ้นชื่อว่าทาอะไรกาเริบเสิบสานก็ไม่โกรธ ยังยิ้ม บางๆ เอ่ยว่า “ขุนเขามีสูงมีต่า น้าไหลมีสั้นมียาว จิตแห่งมรรคาที่ บริสุทธิ์ดวงหนึ่งย่อมนั่งทัดเทียมกันได้”
หวังเซี่ยนไม่กล้าตอบโต้ อันที่จริงเขาอยากพูดตามสัตย์จริง อย่างมากว่า เทพวารีตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะไปเอาจิตแห่งมรรคามาจาก ที่ใด
อยู่กับหวังเซี่ยน เฉินชิงหลิวใจดีได้อย่างน่าประหลาดใจ ดีจนทา ให้จิงเฮารู้สึกแปลกใจเห็นว่าหวังเซี่ยนไม่ยอมนั่งลงคุยกันจึงปล่อย ตามใจเขา สบายใจอย่างไรก็ทาไปอย่างนั้น ดูเหมือนว่าเฉินชิงหลิว จะเกิดแรงบันดาลใจจึงตบหัวเข่าเบาๆ พลางเอ่ยว่า “บนฟ้ าเคยมี ภูเขาสายน้าเสียเมื่อไหร่ แล้วโลกมนุษย์จะไม่มีเทพเซียนได้อย่างไร”
เฉินชิงหลิวกล่าว “การกระทาก่อนหน้านี้ ไม่เหมือนจิงเฮาเลย นะ”
จิงเฮาก้มหน้ากุมมือ “ผู้เยาว์แค่ท าไปตามความคิด ให้ความ ช่วยเหลือเท่าที่กาลังอันน้อยนิดอ านวย ไม่กล้าละโมบในคุณ ความชอบ”
เฉินชิงหลิวไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ ถามว่า “ในเมื่อเป็ นลูกพี่ ใหญ่ของหลิวเสียทวีป คิดไว้แล้วหรือยังว่าจะอธิบายเรื่องหลิวเหล่า เฉิงกับเซียนกระบี่เฉินอย่างไร?”
จิงเฮามีสีหน้าลาบากใจ ก่อนหน้านี้ไม่นานหลิวเหล่าเฉิงถูกหลิ่ว ทุ่ยล่อลวงให้ “บินทะยาน” ไปปิดด่านอยู่ที่ถ้าสวรรค์ป๋ ายฉือของหลิว เสียทวีป
ดูเหมือนว่าจะยังกวาดเอาทรัพย์สินในสานักเจินจิ้งทะเลสาบซู เจี่ยนไปจนเกลี้ยงด้วย โจรในบ้านป้องกันได้ยาก คาดว่าศาลบรรพ จารย์สานักกุยหยกคงจะทะเลาะกันดังลั่นไปถึงชั้นฟ้าแล้ว
การลงมือครั้งนี้ของหลิวทุ่ยงดงามยิ่ง ใช้คันเบ็ดยาวปล่อยเส้น เอ็นยาวรอตกปลาตัวใหญ่ เหยื่อล่อก็คือคาว่า “อมตะ” ลากเอาปลา ใหญ่อย่างหลิวเหล่าเฉิงขึ้นฝั่ งมาได้สบายๆ
เพียงแต่เดิมทีจิงเฮานึกว่าบุญคุณความแค้นบนภูเขาประเภทนี้ จะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับภูเขาชิงกง ภูเขาลั่วพั่วจะหาเรื่องก็ควร ไปหาหลิวทุ่ยและเทียนเหยาเซียง
แต่ในเมื่อผู้อาวุโสชิงจู่พูดอย่างนี้แล้ว คิดดูแล้วก็ ต้องมี ความหมายที่ลึกล้าอย่างแน่นอน เป็ นตนที่พลาดกุญแจสาคัญ บางอย่างไปหรือ?
เฉินชิงหลิวปรายตามองจิงเฮา “ไยต้องทาหน้าเหมือนกินอาจม ด้วยเล่า ออกจากหลิวเสียทวีปมาก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า “จิงเฮา” คือใคร ผู้เยาว์ที่เก่งแต่ในโปงผ้าห่มก็เก่งไม่เกินถ้าสวรรค์เทียนอวี๋”
จิงเฮาไม่กล้าเถียง
อันที่จริงจิงเฮาก็เป็นคนที่มีกลอุบายลึกล้า หาไม่แล้วก็ไม่มีทาง กดหัวคู่สุนัขชายหญิงแห่งถ้าสวรรค์เทียนอวี๋มาได้นานเป็นพันปี บีบ ให้จนถึงทุกวันนี้สู่หนันยวนเพิ่งจะแอบเลื่อนเป็นบินทะยานใหม่ อยู่ใน หลิวเสียทวีปเขาสะสมบารมีและอานาจไว้อย่างลึกล้า เพียงแต่ว่าอยู่
ในศาลาแห่งนี้ มาเจอกับพวกเฉินชิงหลิว จิงเฮาถึงได้ดูอึดอัดก็ เท่านั้น
ก่อนหน้านี้อยู่ที่ฝูเหยาทวีป เฉินผิงอันกับพวกผู้ฝึกกระบี่รุ่นเยาว์ ที่ออกมาจากคฤหาสน์หลบร้อนก็เคยได้สัมผัสกับมาดของเจ้าแห่ง หลิวเสียทวีปผู้นี้มาก่อน มาเยือนทวีปอื่นก็ทาเหมือนกับบรรพบุรุษ ที่มาตรวจตราอาณาเขตของสานักเบื้องล่างบ้านตัวเองอย่างไรอย่าง นั้น
พูดถึงแค่ถ้าสวรรค์ป๋ ายฉือของหลิวทุ่ยที่ตั้งอยู่ในหลิวเสียทวีปซึ่ง เป็ นสหายรักที่ค่อนข้างถูกชะตากับจิงเฮา แม้จะบอกว่าไม่ถือเป็ น สหายที่สามารถฝากชีวิตไว้ให้กันได้ แต่ก็เคยท าการค้าลับๆ ร่วมกัน อยู่หลายครั้ง พูดถึงแค่เรื่องที่หลิวทุ่ยเคยป่ าวประกาศว่าจะเป็ นบิดา ของสู่จ้งสู่ ก็พอจะรู้นิสัยคร่าวๆ ของหลิวทุ่ย รวมไปถึงความสัมพันธ์ ระหว่างเขากับถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ว่าดีหรือร้ายได้แล้ว
สู่จ้งสู่คือหนึ่งในตัวสารองคนรุ่นเยาว์สิบคนของหลายใต้หล้า แล้วก็เป็ นบุตรโทนของสู่หนันยวน คือผู้ฝึ กกระบี่ แต่กลับไปฝึ ก ประสบการณ์ที่ใต้หล้าห้าสี
เฉินชิงหลิวเอ่ย “จิงเฮา หากเจ้ายังทาเรื่องต่างๆ ด้วยนิสัยเดิม ย่อมไม่มีทางสู้หนีถังและสู่หนันยวนได้แน่นอน เจ้าพ่ายแพ้ รักษา ภูเขาชิงกงไว้ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร แต่จะให้ข้าไปฆ่าเจ้าซ้าอีกรอบก็คงไม่ ดี การประลองเวทคาถาบนภูเขาเอะอะก็กายดับมรรคาสลาย กระดูก
แหลกป่นปี้ ด้วยนิสัยของหนีถัง นางไม่มีทางเก็บโลงศพไว้ให้เจ้าลง ไปนอนหรอกนะ”
หนีถังคนรักของสู่หนันยวนก็คือขุนนางผู้มีคุณูปการใหญ่สุดที่ ช่วยให้เขาได้ครอบครองถ้าสวรรค์เทียนอวี๋
ผู้ฝึกตนหญิงอายุมากบนภูเขาเมื่อมีทายาท ส่วนใหญ่ก็มักจะถูก เรียกหยอกเย้าว่าเป็นหอยแก่ที่เก็บไข่มุกไว้กับตัว
จิงเฮาเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ผู้อาวุโสชิงจู่ ข้าไม่เคยแล้วไม่กล้า ดูแคลนหนีถังป้องกันนางมานานแล้ว”
จิงเฮาดูแคลนสู่หนันยวน แต่กลับไม่กล้าดูถูกสตรีออกเรือนแล้ว ที่จิตใจล้าลึก วิธีการสูงส่งผู้นี้ คือคนอามหิตที่หากไม่บรรลุถึง เป้าหมายก็จะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด ยอมทุ่มศักดิ์ศรีหน้าตาได้อย่าง ไม่เสียดาย หลิวทุ่ยเคยพูดความลับเรื่องหนึ่งให้จิงเฮาฟั ง บอกว่าหนี ถังเคยมาหาเขา บอกเป็นนัยกับหลิวทุ่ยว่านางยินดีพาตัวมานอนร่วม เรียงเคียงหมอน หวังเพียงให้มีลูกกันอย่างลับๆ ในอนาคตบุตรนอก สมรสระหว่างนางกับหลิวทุ่ยก็จะได้ครอบครองทั้งถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ และป๋ ายฉือในเวลาเดียวกัน แค่ต้องอบรมบ่มเพาะเขาให้มาก วางแผนระยะยาว จะต้องช่วงชิงสถานะเจ้าแห่งทวีปมาจากมือของจิง เฮาได้แน่นอน
ต่อให้เป็ นจิงเฮาก็ยังตกตะลึง ถามหลิวทุ่ยอย่างใคร่รู้ว่า สู่ หนันยวนไม่ถือสาเรื่องนี้เลยหรือ? หรือจะบอกว่าหนีถังมั่นใจว่าจะ ปิดบังเรื่องนี้ไว้ได้?
หลิวทุ่ยส่ายหน้าบอกว่าไม่แน่ใจในความจริงนัก จิงเฮายิ้มอย่างมี เลศนัย ถามว่าเนื้อชิ้นโตยื่นส่งมาถึงปาก อดทนได้อย่างไร? ตอนนั้น หลิวทุ่ยหน้าดาทะมึน บอกว่าคนที่พาตัวมาส่งถึงบ้านประเภทนี้ เขา กลืนไม่ลงจริงๆ แล้วก็กลัวว่าจะร้อนลวกคอด้วย กลัวที่สุดว่าความ โลภที่อยากได้ของถูกจะทาให้ตนต้องเสียเปรียบครั้งใหญ่ วันใดอาจ ถูกนางเคี้ยวจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
นอกจากนี้สู่หนันยวนที่มีฉายาว่าเจียวหมิง ยังเป็ นหนึ่ งใน สมาชิกของศาลบรรพจารย์บางแห่งด้วย
แน่นอนว่าเรื่องนี้เฉินผิงอันรู้แล้ว เพราะเซียนกระบี่สวี่เซี่ยเป็นคน บอก
เฉินชิงหลิวยิ้มถาม “เป็นนกพิราบที่ยึดรังนกกางเขนอย่างภูเขา ชิงกง เป็นเรื่องดีหรือว่าเรื่องร้าย?”
จิงเฮาหลุดปากพูดออกไปว่า “แน่นอนว่าต้องเป็ นเรื่องดีใหญ่ เทียมฟ้ า หากไม่มีสายสืบทอดของภูเขาชิงกง ไม่แน่ว่าจิงเฮาอาจเป็น หนึ่งในโครงกระดูกท่ามกลางกอหญ้าของซากปรักสนามรบแห่งนั้น ไปนานแล้ว ก็แค่ว่าต้องเปลี่ยนสถานที่เท่านั้น พวกคนอย่างสู่ หนันยวน ต่อให้ขวัญกล้าเทียมฟ้ าก็ไม่เคยกล้าลงมือถึงตายกับข้า
ไม่กล้าแตะต้องภูเขาชิงกงแม้แต่น้อย สืบสาวราวเรื่องกันแล้วไม่ใช่ กลัวว่าจะพินาศวอดวายไปพร้อมกับข้า ก็แค่กริ่งเกรงผู้อาวุโสชิงจู่ที่ ผลุบๆ โผล่ๆ เท่านั้น”
เฉินชิงหลิวถามว่า “ปรบมือตีกลองสามครั้ง คือเรื่องใหญ่หรือ เรื่องเล็ก?”
| จิงเฮาเอ่ยอย่างไม่ลังเลว่า “เรื่องเล็ก” เฉินชิงหลิวยิ้มเอ่ย “ไม้ผุท่อนหนึ่ง” |
เวลานี้จิตแห่งมรรคาของจิงเฮากลับไม่เหลือความหวาดกลัวอีก แล้ว กลับกันยังปลาบปลื้มดีใจ อย่างน้อยในสายตาของผู้อาวุโสชิงจู่ ตนก็ยังมีค่าพอให้ด่า สามารถสั่งสอนได้
ซากปรักสนามรบนอกภูเขา บริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมแห่งนั้น หลุบตาลงมองก็เหมือนไส้เดือนตัวหนึ่งที่เลื้อยคด เคี้ยวไปด้านหน้า
เซินฝู่ จวินที่สวมชุดวุ่นวางมาดจักรพรรดิอย่างเคร่งขรึม บน ศีรษะสวมมงกุฎสีม่วงทองนั่งตัวตรงอยู่ในราชรถ นาพากองทัพหยิน หลายพันนายที่อยู่ใต้อาณัติระดมกาลังกันออกมาจัดขบวน เสื้อ เกราะสีสด พริบตานั้นหอกและง้าวรวมกลุ่มกันเหมือนต้นไม้ในผืนป่า เหล่าพันธมิตรคอยช่วยคุมขบวนทัพอยู่ข้างๆ เสียงรัวกลองดังไม่หยุด มุ่งหน้าบุกเข่นฆ่าผู้ฝึกตนจากต่างถิ่นที่กล้าบุกเข้ามาที่แห่งนี้
สาวงามผู้เลอโฉมที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายดวงตาปรือปรอย นอนฟุบตัวอยู่บนหน้าอกของเซินฝู่จวิน ทั้งยังสวมชุดคลุมอาคมที่ไม่ เข้ากับรูปร่างอย่างยิ่ง จุดที่ผ้าแพรต่วนรัดแน่นยิ่งทาให้ดูกลมกลึง แค่ หายใจก็แทบจะปริออกมา
ในขบวนที่อยู่ใกล้เคียงกับราชรถ มีคุณชายไหล่ผายดุจนก เหยี่ยว สวมเสื้อคลุมขนกระเรียนท่ามกลางฤดูร้อนอันร้อนระอุซึ่งก็คือ หนึ่งในแขกผู้สูงศักดิ์ของเซินฝู่ จวิน คือพันธมิตรที่ไว้ใจได้ หางตา เขาเหลือบมองไปบนร่างของหญิงงามคล้ายกลัวว่าคุณภาพของชุด คลุมอาคมบนร่างพี่สาวคนนี้จะแย่จนถูกดันให้ปริออกมา
กองทัพใหญ่ที่มีกาลังทหารแข็งแกร่งแหวกออกจากกัน บน เส้นทางเต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้ง
ทหารลาดตระเวนหวนกลับมารายงานสถานการณ์ เล่าให้ฟั ง ก่อนว่าข้างกายเด็กชายชุดเขียวมีผู้ช่วยเพิ่มมาคนหนึ่ง สะพายห่อ ผ้า ขอบเขตไม่แน่ชัด
จากนั้นจึงบอกว่าห่างออกไปสามสิบลี้มีสตรีที่มวยผมทรงกลม เพิ่มมา ตรงเอวพกทั้งดาบและกระบี่ จูงม้ามาด้วยหนึ่งตัว ไม่เหมือนผู้ ฝึกตนท าเนียบ กลับเหมือนคนในยุทธภพมากกว่า บนคอของนางมี แม่นางน้อยชุดดาท่าทางเซ่อซ่านั่งขี่อยู่ คอยชี้ไม้ชี้มือมาทางพวกเขา อยู่ห่างกันเกินไปจึงฟั งได้ไม่ชัดว่าพวกนางคุยอะไรกัน
เซินฝู่ จวินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ยิ้มถามว่า “สหายคนไหนจะยอม เป็นทัพหน้าออกไปตรวจสอบจริงเท็จก่อน?”
มีชายฉกรรจ์หนวดเหลืองเรือนกายกายาคนหนึ่งเดินออกมา ทันที บนร่างของเขาเปล่าเปลือยไม่สวมเสื้อผ้าและเสื้อเกราะ สวมแค่ กางเกงขายาวผ้าต่วนสีเขียวตัวเดียว เขากุมหมัดเอ่ยว่า “เซินฝู่จวิน ผู้น้อยยินดีเป็นทัพหน้า!”
และชายฉกรรจ์ก็ไม่ถืออาวุธ มีเพียงมือเท้าเปล่าๆ ยามที่ก้าวเดิน ทุกฝีเท้าของเขาจะต้องเหยียบให้ดินเป็นหลุมเว้าลึกเสมอ
เซินฝู่ จวินขมวดคิ้วน้อยๆ คนมุทะลุอย่างเจ้าจะมาร่วมวงความ ครึกครื้นอะไร หากแพ้กลับมา ทาให้พื้นที่ประกอบพิธีกรรมต้องเสีย หน้า แต่หากตายขึ้นมา ต้องให้ข้าไปช่วยเก็บศพให้เจ้าด้วยหรือไร
เพียงแต่ว่าภายใต้สายตาของคนมากมายที่จับจ้องมองมา เซินฝู่ จวินไม่อาจถอนคาสั่งได้ ได้แต่บอกให้ทหารรักคนสนิทผู้นี้ระมัดระวัง ให้มากหน่อย ไม่จาเป็นต้องต่อสู้โรมรันกับอีกฝ่ายนานเกินไป
พันธมิตรมากมายอย่างพวกคุณชายไหล่เหยี่ยวต่างก็ยินดีที่จะ ได้เห็นลูกน้องที่รักอันดับหนึ่งของเซินฝู่จวินผู้นี้พาตัวไปตาย
อันที่จริงพวกเขาไม่หวังให้สองฝ่ ายมีศักยภาพแตกต่างกันมาก เกินไป ทางที่ดีที่สุดคือต่อสู้กันจนบาดเจ็บล้มตายไปทั้งสองฝ่ าย นก ปากซ่อมกับหอยกาบทะเลาะกัน ชาวประมงได้ผลประโยชน์ พวกเขา จึงจะมีโอกาสให้ฉกฉวย
เซินฝู่ จวินย่อมต้องรู้ความคิดสกปรกของพันธมิตรพวกนี้ ไม่ เป็นไร ในอนาคตรอให้เรื่องสาเร็จ คนพวกนี้ก็จะกลายมาเป็นเสบียง บนมหามรรคาของตนแล้ว
เส้นทางการบรรลุมรรคาของผีอย่างเซินฝู่ จวินผู้นี้มีความพิเศษ อย่างมาก ของที่กินเป็ นอาหารตรงกันข้ามกับควันธูปบริสุทธิ์ที่สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าต้องการพอดี
มันมองทหารผีฝีมือดีใต้บัญชาการณ์ ฟั งเสียงเสื้อเกราะเหล็ก กระทบกันและเสียงฝีเท้าม้าดังเป็นระลอก มองด้วยสายตาหยิ่งผยอง ค่อนข้างล าพองใจอย่างมาก
เสื้อเกราะและอาวุธพวกนี้ล้วนเป็ นของดีที่แอบซื้อมาจากคลัง ยุทโธปกรณ์ของกรมอาญาแคว้นต่างๆ รอบด้าน
หวนนึกถึงปีนั้น กองทัพม้าเหล็กต้าหลีก็อาศัยพวกมันมาคุมเชิง กับเผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร้างที่เกิดมาก็มีกายเนื้อที่แข็งแกร่ง ชักคะเย่อ กันบนสนามรบซ้าไปซ้ามา
ผู้เฒ่าผู้รอบรู้ของบางแคว้น หลังสงครามก็เคยมีการเปรียบเปรย ที่ทาให้คนอยากอาเจียน แต่กลับเป็ นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพ อย่างยิ่ง บอกว่าบนสนามรบที่ตีกลองเรียกทหารกลับคืนแห่งนั้น หาก อยู่ในจุดสูงแล้วมองลงมา ภายใต้แสงแดดสาดส่อง ก็คือเขียงอันใหญ่ หนึ่งอันกับเนื้อสับเละๆ หนึ่งกอง แทรกซอนไปด้วยแสงเยียบเย็น กระจัดกระจายอยู่มากมาย
เมื่อเป็นเช่นนี้กลับต้องขอบคุณราชครูคนใหม่แซ่เฉินผู้นั้นให้ดี
หากไม่เป็ นเพราะท่าทีแข็งกระด้างที่เขาแสดงออก เกรงว่ากรม อาญาสองเมืองของต้าหลีก็คงไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาอีกครา เมื่อ เป็ นเช่นนี้จึงช่วยเหลือเซินฝู่ จวินไว้ไม่น้อย ท าให้พวกกษัตริย์ของ แคว้นเล็กทั้งหลายตกใจจนไม่กล้านั่งลงเรียกร้องราคาอีก รีบขาย อาวุธให้กับเซินฝู่ จวินด้วยราคาต่า แทนที่จะถูกสกุลซ่งต้าหลีริบ กลับไปโดยไม่จ่ายเงินสักเหรียญเดียวก็ไม่สู้รีบขายออกไป ได้เงิน เทพเซียนก้อนใหญ่มาเสริมคลังแคว้น
ขายให้แคว้นใกล้เคียงง่ายที่จะเกิดปั ญหา แต่หากจะบอกว่าขาย ให้กับเซินฝู่จวินที่ร่ารวยเงินทอง อีกทั้งยังเป็นผีตนหนึ่งก็ไม่มีภัยแฝง อะไรเลยจริงๆ ทาไม เขายังกล้าจะตั้งตัวเป็นฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ? คิด จริงๆ หรือว่ากฎระเบียบของสานักศึกษาศาลปุ่ นเป็ นแค่ภาพลวงตา ส่วนการตรวจสอบลาดตระเวนของกองงานต่างๆ ของเหล่าเสินจวิน ห้ามหาบรรพตก็เป็นแค่เครื่องประดับ?
ยื่นมือมาบีบแก้มนิ่มของสาวงามในอ้อมกอดตามอาเภอใจ เซิน ฝู่ จวินรับปากเรื่องหนึ่ งกับนางว่า “ในอนาคตเมื่อสถานการณ์ เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางทีอาจจะให้เจ้าได้ลองเป็นแม่ทัพหญิงดู”
สาวงามหัวเราะคิก บิดร่างจนคอเสื้ออ้าออก เผยให้เห็นร่องลึก ขาวนวล
เซินฝู่ จวินชอบเรียกตัวเองว่าแม่ทัพผู้ทรงปั ญญาที่กล้าหาญ เชี่ยวชาญการสู้รบมาโดยตลอด ผ่านการด าเนินงานอย่าง ยากลาบากมาสิบกว่าปี ดึงตัวผู้ถวายงานและเค่อชิงที่หนีภัยมาถึงที่นี่ สามสิบกว่าคน ในอดีตต่างก็เคยเป็ นคนดุร้ายอามหิตของบ้านเกิด ตัวเอง แล้วยังเลี้ยงผีกลุ่มใหญ่ไว้เป็ นพลทหาร ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พันธมิตรบนภูเขาอีกเจ็ดแปดฝ่ายที่ไม่ด้อยไปกว่าศาลเถื่อนหาดเฉา จู เซินฝู่จวินคิดว่าขอแค่ตนไม่ไปหาเรื่องภูเขาอวิ๋นเซียวที่สูงเสียดฟ้ า หรือไปท้าทายพรรคหวงเหลียงด้วยตัวเอง ก็ไม่น่าจะมีปั ญหาอะไร เกิดขึ้นแล้ว โชคดีที่พื้นที่ประกอบพิธีกรรมสองแห่งนี้ห่างจากอาณา เขตของบ้านตัวเองไกลมาก เชื่อว่ารอให้พวกเขาสืบเจอเบาะแส เซิน ฝู่ จวินก็มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นตนก็ต้องบรรลุมรรคาแล้ว จะไม่ใช่ผี นอกรีตที่คนจากฝ่ ายธรรมะอย่างพวกเขาจะบังคับควบคุมได้ตามใจ อีกต่อไป
ลองนึกถึงทะเลสาบซูเจี่ยนในตอนนั้น ไร้กฎไร้ระเบียบถึงเพียงใด เพียงแค่เพราะมีหลิวเหล่าเฉิงที่เป็นห้าขอบเขตบนนั่งบัญชาการณ์ ก็ ไม่ทาให้พวกผู้นาฝ่ายธรรมะทั้งหลายต้องยอมฝืนใจหลับตาข้างหนึ่ง ลืมตาข้างหนึ่งอยู่ดีไม่ใช่หรือ?
ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างราชสานักต้าหลีซึ่งกรีฑาทัพกองทัพม้าเหล็ก ลงใต้ สานักกุยหยกที่เป็นมังกรข้ามแม่น้า ก็ได้แต่เกลี้ยกล่อมให้ยอม สวามิภักดิ์เท่านั้น แต่ไม่ใช่ถอนรากถอนโคนพวกเขา เป็ นเหตุให้ พวกคนไร้ศักดิ์ศรีจากเกาะอันเสื่อมทรามเหล่านั้นสะบัดตัวเปลี่ยนร่าง
กลับกลายมาเป็นผู้ฝึกตนทาเนียบของพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอักษร จง
หากเทียบกับความสามารถในการหาครรภ์มาเกิดและความสูง ต่าของชาติกาเนิดแล้วคือเรื่องที่น่าจนใจที่สุด เซินฝู่จวินไม่อาจไปงัด ข้อกับลั่วอ๋องซ่งมู่ในเรื่องนี้ได้
แต่หากจะพูดถึงคุณูปการที่ผ่านเวลาไปร้อยปีพันปีแล้วค่อยมา ท าการให้ข้อสรุปแบบตอกปิ ดฝาโลงกัน ลมและเมฆย่อมเกิดการ แปรเปลี่ยน กษัตริย์ขุนนาง แม่ทัพเสนาบดี ไยเลยจะมีสายเลือด ก าหนดไว้แต่ก าเนิดเล่า เซินฝู่จวินไม่คิดจริงๆ ว่าสักวันหนึ่งตนจะไม่ สามารถพูดคุยต่อหน้ากับคนแซ่เฉินได้
เซินฝู่ จวินเต็มไปด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่ห้าวเหิม รอกระทั่งตน กลายเป็นผีห้าขอบเขตบนก็จะได้รับการคุ้มครองจากโชคชะตาของ ภูเขาสายน้าในหนึ่งทวีปอย่างที่มองไม่เห็นแล้ว