กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 53.2 ก็เคยเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสา
ไม่พูดถึงถูกผิดที่เป็นบุญคุณความแค้นบนภูเขาพวกนี้อีกต่อไป เฉินผิงอันแค่ยิ้มถามว่า “ในนั้นไม่มีสักครั้งสองครั้งที่สู่หนันยวนจงใจ ให้เจ้าก่อกวนเรื่องดีของเขาได้สาเร็จ ถือว่าหาทางลงให้กับทั้งสอง ฝ่ายบ้างเลยหรือ?”
จิงเฮาตกตะลึงเล็กน้อย พยักหน้าเอ่ยว่า “เป็นเช่นนี้จริง คนที่อยู่ ในสถานการณ์มองไม่เห็น ข้าเองก็เพิ่งจะมาขบคิดถึงความนัยที่ซ่อน อยู่ได้หลังจบเรื่องไปแล้ว หลิวทุ่ยบอกว่าถ้าสวรรค์เทียนอวี๋แสวงหา การที่ “เรื่องเดิมไม่ทาซ้าสาม” ซึ่งเป็ นความยุติธรรมอันตั้งอยู่ในใจ ผู้คน ใช้วิธีเดินไปบนเส้นทางที่ถอยเพื่อรุก”
“ต่อให้ข้าจะเป็ นผู้นาแห่งทวีปในนาม แต่คอยขัดขวางเส้นทาง การเดินขึ้นสู่ที่สูงของผู้ฝึกตนในท้องถิ่นครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งสองครั้ง ยังพอเข้าใจได้ แต่จานวนครั้งมากเข้า ในสายตาของผู้ฝึกตนบน ยอดเขาของศาลบุ๋นแผ่นดินกลางและทวีปอื่น เกรงว่าก็น่าจะทิ้ง ภาพลักษณ์อันชั่วร้ายที่ว่าเป็ นคนใจคอคับแคบ ขัดขวางโชคชะตา ของทวีปอย่างแน่นอน”
ไม่เสียแรงที่เคยเป็นอื่นกวานมาก่อน มองสถานการณ์ที่ซับซ้อน เหมือนเขาวงกต ย่อมสามารถ “จับประเด็นได้ตรงจุด มองทะลุถึงแก่น สาคัญได้เสมอ
อันที่จริงช่วงเวลาที่ไปอยู่บนภูเขาลั่วพั่ว จิงเฮาไม่เคยได้พูดคุย กับเฉินผิงอัน ในเมื่อไม่เคยพูดคุยกัน จะเอาค าว่ามอบใจให้กันมา จากไหน
แน่นอนว่าไม่ใช่จิงเฮาวางตัวสูงส่ง แต่เป็นเพราะมีใจแต่ไร้กาลัง จริงๆ พูดคุยกับผู้ฝึ กตนใหญ่ เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจจะ เปลี่ยนจากการคุยเล่นเรื่องลมฟ้าอากาศไปเป็นการนั่งลงถามมรรคา ที่ไต่ถามมโนธรรมและจู่โจมสะเทือนถึงใจ อีกทั้งเพื่อรับมือกับ “เหล้า เช้า” ที่มิอาจหลบเลี่ยงได้ทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งดื่มร่วมโต๊ะ กับผู้อาวุโสชิงจู่ฝ่ ายหลังนอกจากจะเป็ นขอบเขตสิบสี่เก่าแก่ที่ “ชื่อเสียงเรื่องความดุร้ายเลื่องลือ” แล้ว ยังเป็ นเจ้าของตัวจริงของ ภูเขาชิงกง จิงเฮาจะกดดันแค่ไหน แค่คิดก็พอจะรู้ได้
และยังมีวิธี “ยุให้ดื่มเหล้า” ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็ นวิชาลับ เฉพาะตัวของสหายจิ่งชิงหากจิงเฮาบอกว่าน่าอกสั่นขวัญผวาก็ไม่ เกินจริงเลยสักนิด
“เฉินจั่วหลิว ข้าอยู่ข้างนอกจงใจดูแคลนเจ้า เอาแต่ยกยอเทพ เชียนผู้เฒ่าทุกเรื่อง ถึงอย่างไรก็เพราะหวังดีต่อเจ้า คือเรื่องของ ความสัมพันธ์ผู้คนที่ทองพันชั่งก็ยากจะซื้อได้ เจ้าอย่าได้ไม่รู้จัก แยกแยะ
“เจ้าไม่เข้าใจในความหวังดีของพี่น้อง จะโทษว่าเจ้าเป็นตอไม้ที่ มที่อไม่ฉลาดไม่ได้ ใครให้ข้ามาเจอคนไม่ดี มาเป็นเพื่อนกับเจ้ากัน เล่า แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไรเจ้าหรอก ทว่าใต้หล้าแห่งนี้ไม่มีงานเลี้ยงใด
ที่ไม่มีวันเลิกรา วันหน้าเจ้าลงจากภูเขาออกท่องยุทธภพเพียงล าพัง ไม่มีข้าอยู่ข้างกาย ด้วยนิสัยดื้อรั้นของเจ้า ต้องเสียเปรียบแน่นอน ให้ ไวเลย รีบยิ้มดื่มสุราคารวะเทพเซียนผู้เฒ่าจึงเร็วเข้า…’
“ในอนาคตเมื่อเจ้าเตร็ดเตร่ไปถึงหลิวเสียทวีป มีเทพเชียนผู้เฒ่า จึงคอยให้การดูแลต้องได้กินดีอยู่ดีแน่นอน ข้าเองก็จะวางใจได้ เหมือนกัน…โอ้โห เจ้านี่มันเป็ นนายท่านใหญ่จริงๆ ยังจะมัวอึ้งอยู่ ทาไม ดื่มสุราคารวะเข้าสิ!”
บนโต๊ะสุรา เด็กชายชุดเขียวส่งเสียงเรอเพราะฤทธิ์สุราพลางใช้ เสียงในใจโน้มน้าว “เฉินชิงหลิว” ไปด้วย ขณะเดียวกันผู้อาวุโสชิงจู่ ก็ทาให้จิงเฮาได้ยินอย่างชัดเจนไปด้วย
จิงเฮาคิดว่าตัวเองมีจิตแห่งมรรคามั่นคงมากพอแล้ว แต่ก็ยังอด กลัวไม่ได้ว่าจู่ๆ ผู้อาวุโสชิงจู่จะชักสีหน้าไม่จาคน ลุกขึ้นคว่าโต๊ะ
เฉินชิงหลิวที่มาจากพื้นที่มงคลดอกท้อ ตอนที่อายุยังน้อยเป็ น คนเด็ดขาดไม่ลังเล มีแค้นต้องชาระ มีบุญคุณก็ต้องตอบแทน
ศึกพิฆาตมังกรเมื่อสามพันปีก่อน การเผยกายบนโลกของผีใน สามพันปีให้หลัง สวรรค์ชิงชัง สวรรค์รังเกียจ หายนะใหญ่สองครั้ง ทยอยกันถูก “สองเฉิน” กาจัดทิ้งไป
ก็จริงนะ คนประเภทนี้ เรื่องทานองนี้ ไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นเพียง ครั้งเดียวเสียหน่อย
อย่าลืมล่ะว่าเฉินผิงอันคือคนที่เดินออกมาจากถ้าสวรรค์หลีจู
นอกจากนี้สิงกวานหาวซู่ที่พกกระบี่บินทะยานจากพื้นที่มงคลห ลิงส่วงก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ เรื่องแรกที่ทาหลังกลับมายัง ไพศาลก็คือแวะไปถึงหน้าบ้าน ตัดหัวศัตรูแก้แค้นกับมือตัวเองไม่ใช่ หรือ?
แรกเริ่มจิงเฮาแทบจะถูกเฉินชิงหลิวบีบให้เป็ นสหายดื่มสุรากับ “สหายจิ่งชิง” แต่ทุกวันนี้กลับไม่รู้สึกอึดอัดแล้ว ไม่รู้สึกฝืนใจ บอกว่า ตัวเองกับสหายจิ่งชิงคือสหายที่แค่พบเจอก็ถูกชะตากัน
เป็นเพื่อนกับเฉินหลิงจวิน มีอยู่อย่างหนึ่งที่สามารถวางใจได้เลย นั่นคือไม่ต้องกลัวว่าเขาจะท าร้ายเจ้า
ผลประโยชน์ใหญ่เทียมฟ้ า ต่อให้สามารถเอาเงินเอาทองมากอง เป็นภูเขาอยู่บนโต๊ะแค่เอื้อมมือคว้าก็ได้มาครอง
เชื่อว่าเฉินหลิงจวินเห็นแล้วก็คงแค่โบกมือ บอกว่านี่ไม่ใช่เหล้า ชามนั้นที่ข้าอยากดื่ม
จิงเฮาปลุกความกล้าถามว่า “ในเมื่อเป็นการเดินลงน้าของสหาย จิ่งชิง อาจารย์เฉินไม่ควรปรากฏตัวไม่ใช่หรือ เพราะจะตกเป็นที่ต้อง สงสัยว่าวาดงูเติมขา?”
ดูเหมือนว่าจะยังคงเป็นคาพูดที่ไม่ถูกกาลเทศะ แสดงความกังขา อย่างชัดเจนว่าเฉินผิงอันประมาทเลินเล่อ จะทาให้เสียเรื่องใหญ่ เพราะมัวคานึงถึงเรื่องเล็ก
เพียงแต่เฉินผิงอันได้ยินแล้วก็ยังหันหน้ามามองจิงเฮา
ครั้งนี้สีหน้าท่าทางของเฉินผิงอันกลับทาให้จิงเฮามีความรู้สึก ผ่อนคลายสบายอารมณ์ราวกับว่า “ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนใหม่”
ถอนสายตากลับมา หมุนตัวกลับไปนั่งที่เดิม เฉินผิงอันถามว่า “สามีภรรยาคู่นั้นมีต้นกาเนิดมาจากถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ ตามหลักแล้ว ไม่ได้มีความขัดแย้งโดยตรงกับเจ้าและภูเขาชิงกง สามารถเป็นน้าบ่อ ที่ไม่ยุ่งกับน้าคลองได้ แต่ละฝ่ ายจัดการดูแลพื้นที่ประกอบพิธีกรรม ของตัวเองไป พวกเจ้ายังถึงขั้นสามารถลงนามเป็นพันธมิตร ทาเรื่อง อย่างการ “ร่วมแรงร่วมใจกันหากาไรก้อนใหญ่ ให้ฝ่ ายที่สามได้แต่ กินเศษซากน้าแกง” ได้ยินมาว่าพวกเขาสองสามีภรรยาก็ไม่ใช่คน ดื้อรั้นแข็งกร้าวอะไร การวางตัวอยู่ในสังคมก็นอบน้อมอ่อนโยน ตั้งแต่บนถึงล่างของถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ ต้อนรับขับสู้ผู้คนได้อย่าง รัดกุมรอบคอบ ผู้ฝึ กตนต่างถิ่นที่ไปฝึ กประสบการณ์ที่นั่นล้วนมี ความรู้สึกดีเหมือนได้รับการต้อนรับกลับบ้าน…อยู่ครู่หนึ่ง”
ถ้าสวรรค์นั้นหมายถึงถ้าหรือพื้นที่ลับที่เชื่อมโยงไปถึงสวรรค์ คือ จุดศูนย์กลางสาคัญของฟ้ าดินที่ลี้ลับมหัศจรรย์ คือแกนกลางแห่งห ยินหยาง มาฝึกตนอยู่ที่นี่จะเหนื่อยเพียงครึ่งแต่ได้ผลเป็นเท่าตัว เป็น สถานที่ให้ผู้แสวงมรรคาพานักเพื่อหลีกเลี่ยงภัยสงคราม มุ่งแสวงหา หนทางแห่งความเป็นอมตะอายุยืนยาว ส่วนพื้นที่มงคลก็เป็นเหมือน ชื่อเรียก หากพักอยู่ที่นี่นานเข้าจะได้รับมงคลโชคดี ฝึ กตนจน กลายเป็นเทพเซียนพสุธาได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกตนที่สามารถแหวกสิ่งกีดขวางบนมหา มรรคาของพื้นที่มงคล “บินทะยาน” ไปยังใต้หล้าแต่ละแห่ง ความสาเร็จต้องไม่ต่าแน่นอน
เพียงแค่เพราะเซียนดินของพื้นที่มงคลแห่งหนึ่ง เพียงแค่เพราะ ตาแหน่งเซียนดินที่ประสบความสาเร็จสูงสุดของ “ใต้หล้า” กับเซียน ดินที่หลอมลมปราณสร้างโอสถ บ่มเพาะทารกก่อก าเนิดของใต้หล้า แห่งหนึ่ง มองดูเหมือนขอบเขตเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วกลับมีสอง ความหมาย
ก็เหมือนเฉินผิงอันถามแขกที่ไม่ได้รับเชิญถึงเรื่องบ้านเกิดของ อีกฝ่ายว่า “ในพื้นที่มีผู้ฝึกกระบี่หรือไม่”
แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้มีความพิเศษมาก คือสถานที่ที่เป็ นจุด เชื่อมต่อระหว่างถ้าสวรรค์กับพื้นที่มงคล
อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า “มีเซียนกระบี่แต่ไม่มีผู้ฝึกกระบี่” เฉินผิง อันก็พอจะเข้าใจคร่าวๆ แล้ว คิดดูแล้วก็น่าจะเกิดจากการถูกสยบ การาบจากมหามรรคาที่มองไม่เห็น
พื้นที่มงคลเจ็ดสิบสองแห่งของโลกมนุษย์ นับแต่โบราณตราบ จนปั จจุบัน มีเรื่องราวของผู้คนที่มีเสน่ห์กี่มากน้อยที่สุดท้ายแล้วต่าง ก็ถูกคาว่า “ฟ้า” ขวางกั้นให้อยู่ในโลกมนุษย์
ก่อนหน้านี้ได้รับคาสั่งอย่างลับๆ จากอาจารย์ ให้มอบที่นี่ให้เฉิน หลิงจวินจัดการ
เดิมทีเผยเฉียนก็แค่แวะมาดูหมี่ลี่น้อย ไม่ตั้งใจจะแย่งชิงความมี หน้ามีตาอะไรกับเฉินหลิงจวิน นางจึงไม่รีบร้อนปล่อยหมัดต่อยให้ผู้ ฝึกยุทธที่อยู่ตรงหน้าให้ล้มคว่า
เพียงแต่ว่าเผยเฉียนกดขอบเขตแล้วกดขอบเขตอีก ชายฉกรรจ์ หนวดเหลืองที่สวมชุดกางเกงยาวผ้าต่วนสีเขียวตัวเดียวกลับเหมือน จะรีบร้อนอยากสร้างผลงาน เห็นได้ชัดว่าใช้พรสวรรค์ด้านการ เรียนวรยุทธตลอดชีวิตที่มี ปลดปล่อยทุกวิธีการออกมา ควงกริชเป็น กระบวนท่าต่างๆ มากมาย
เขาไม่สวมเสื้อและไม่ใส่เสื้อเกราะ ร่างท่อนบนเปลือยเปล่า กล้ามเนื้อเป็นมัด แขนข้างหนึ่งใหญ่เท่าขาเด็ก หากไปขายยาหม่อง ที่ใต้สะพาน ลาพังแค่เรือนกายนี้ คาดว่าคงสามารถข่มขู่พวก อันธพาลที่คอยหาเรื่องคนอื่นหวังเงินทองได้อย่างแน่นอน ชาย ฉกรรจ์สีหน้าดุร้าย ในมือถือกริช ใช้อาวุธและวิชาหมัดได้อย่าง ชานาญ เป็นเรื่องดั่งน้ามาลาคลองก่อเกิด เห็นเพียงว่าเขาขยับเข้า มาใกล้ ต่อยมาที่ลาคอ โจมตีมาที่หัวใจ แทงลาคอ กริชนั้นพุ่งไป เฉพาะจุดสาคัญของหญิงสาวที่มัดมวยผมเป็ นก้อนกลมอย่างเดียว เท่านั้น
เผยเฉียนเพียงแค่ขยับเท้าหลบอยู่ในพื้นที่แคบๆ นางคล้ายกาลัง ก้าวเดินอย่างผ่อนคลาย บางครั้งก็ใช้ข้อศอกโจมตีอีกฝ่าย หรือไม่ก็ ใช้ฝ่ามือมีดแทงไปที่หน้าผากของชายฉกรรจ์ สามารถท าให้อีกฝ่ าย ถอยร่นไปได้อย่างง่าย จากนั้นชายฉกรรจ์ก็พลิกตัวหมุนตลบอย่าง
ปราดเปรียว เรือนกายคล่องแคล่วผิดปกติ ไม่ให้ความรู้สึกว่าตกเป็น รองเลยแม้แต่น้อย อย่างแม่นางน้อยชุดดาที่นั่งชมศึกอยู่บนหลังม้า ข้างๆ ก็มักจะคอยลุ้นแทนเผยเฉียนอยู่เสมอ
เผยเฉียนมีสีหน้าปั้ นยาก แม้จะบอกว่านางกดขอบเขตจนถึง ขอบเขตร่างทองแล้ว อีกทั้งตอนนี้ยังไม่มีความคิดที่จะสังหารอีกฝ่ าย แต่แม่ทัพบู๊ที่มีรากฐานเป็นผีตรงหน้าผู้นี้ร่ายกระบวนท่าสังหารที่เป็น วิชาก้นกรุออกมา กลับไม่เห็นจิตสังหารของเขาแม้แต่น้อย
อยู่บนสนามรบ แต่กลับทาเป็นเล่นเช่นนี้ อยากตายหรือไร?
เผยเฉียนคร้านจะเล่นสนุกเป็ นเพื่อนเขาอีก ใช้หลังมือปั ดแขน ข้างที่ที่ชายฉกรรจ์ถือกริชกลับด้าน หมายจะแทงมาที่หัวใจของนาง “เบาๆ”
กระทบเบาๆ หนึ่งที
ทันใดนั้นก็ทาให้ชาญฉกรรจ์แขนขาด มองไม่เห็นเลือดเนื้อเส้น เอ็นและกระดูก มีเพียงควันดากลิ้งหลุนๆ พริบตาเดียวก็กลับคืนมา เป็นปกติ
ชายฉกรรจ์เดือดดาลอย่างหนัก บิดหมุนข้อมือ ใช้กริชแทงไปที่ ใบหน้าของเผยเฉียนตวาดกร้าวว่า “สตรีร้ายกาจเจ้าเล่ห์พอจะมีฝีมือ อยู่บ้าง ข้าผู้เป็นแม่ทัพประมาทไปเอง”
ขณะเดียวกันมันก็พูดคุยลับๆ อย่างว่องไวว่า “แม่นางระวังเรือ กระบี่ที่ซ่อนอยู่ในทะเลเมฆ!”
“เรือกระบี่เป็นของปลอม หน้าไม้สิบกว่าคันที่สร้างด้วยกรรมวิธี ลับบนเรือกลับเป็นของจริงแท้แน่นอน ร้ายกาจอย่างมาก! พวกมันคือ ศาสตราวุธร้ายกาจของกองทัพชายแดนต้าหลีในอดีต จะมองเป็ น ของธรรมดาทั่วไปไม่ได้เด็ดขาด”
เผยเฉียนแสร้งทาเป็นไม่ได้ยิน ตอนที่หันหน้าหลบประกายเฉียบ คมของกริชนางกลับพยักหน้ารับอย่างไม่ให้เป็นที่สังเกต ทว่ามือเท้า กลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าเดิม ในขณะที่อีกฝ่ ายจะปาดกริชไปในแนว ขวาง เผยเฉียนก็ใช้ศอกกระแทกจนมันกระเด็นออกไป ร่างของชาย ฉกรรจ์ถอยกรูดไปข้างหลัง รู้สึกจุกตรงหัวใจเหมือนถูกค้อนทุบลงมา หนักๆ ตรงหน้าอกแต่ในใจกลับแอบชื่นชม กลัวว่าอีกฝ่ ายจะไร้ ประสบการณ์ เดิมทียังนึกอยากจะเอ่ยเตือนให้อีกฝ่ายรู้แค่เรื่องนี้ก็พอ อย่าได้เผยพิรุธ ผลคือพอนางใช้กระบวนท่า สองฝ่ายต่อสู้กันอย่างรู้ ใจจึงมีความหมายของการร่วมมือกันได้อย่างไร้ช่องโหว่
ชายฉกรรจ์เห็นว่าอีกฝ่ายมีฝีมือสูงส่งอย่างแท้จริงก็ไม่จงใจออม มืออีกต่อไป ปลดปล่อยฝีไม้ลายมืออย่างเต็มที่ รู้สึกเพียงว่าได้มาเจอ กับคนมากพรสวรรค์ สาแก่ใจยิ่งนักเหมือนดื่มเหล้าหมักตระกูลเซียน
เผยเฉียนเองก็ประเมินความสามารถความตื้นลึกของฝี มืออีก ฝ่ ายได้แล้ว มือนางขยับไม่หยุด ฝ่ ามือข้างหนึ่งยกขึ้น วางลง ก็ตบ ศีรษะของชายฉกรรจ์ให้ระเบิดแตกได้แล้ว ลมปราณสกปรกชั่วร้าย แผ่กระจายออกไป จากนั้นก็มารวมตัวกันเป็นศีรษะใหม่อีกครั้ง
แม้ว่าร่างของชายฉกรรจ์จะเป็นร่างของผี แต่เจอฝ่ามือนี้เข้าไปก็ เวียนหัวตาลายเหมือนกัน เรือนกายโงนเงนอยู่หลายที อดไม่ไหว นินทาสตรีผู้นี้ในใจว่ามองดูเหมือนสีหน้าอ่อนโยน แต่ลงมือกลับไม่ รู้จักหนักเบาเอาเสียเลย
เผยเฉียนกระตุกมุมปากด้วยความเคยชิน เพียงแต่ผ่านไปครู่ หนึ่ง นางก็ยังเอ่ยขออภัยว่า “ข้าจะกดขอบเขตลงอีกขั้น”
ชายฉกรรจ์ยังคงเอ่ยเตือนว่า “ต่อให้เจ้าจะเป็นปรมาจารย์วิถีวร ยุทธที่ขัดเกลาเส้นเอ็นและกระดูกได้ถึงขีดสุด หรือเป็นพวกเซียนดิน ที่ไม่ขาดสมบัติอาคมที่ใช้ในการป้ องกัน แต่หากไม่ระวังให้ดีก็อาจ ต้องเสียเปรียบครั้งใหญ่เหมือนกัน จาไว้ว่าอย่าได้ทิ้งระยะห่างจากข้า มากเกินไป แล้วยังต้องระวัง…แม่นางน้อยที่อยู่บนหลังม้าด้วย ระวังว่า นางจะถูกการระดมยิงของหน้าไม้บนเรือท าให้เจ็บตัวไปด้วย”
เผยเฉียนพูดคุยอย่างลับๆ “น้าใจนี้ข้ารับไว้แล้ว”
ขณะเดียวกันก่อนที่เฉินหลิงจวินจะไปถึงเรือกระบี่ก็ใช้เสียงในใจ เตือนเผยเฉียนว่า “ไอ้หมอนี่ชื่อว่าหม่าซู่อู่ ตามค ากล่าวของผีหญิง จากหน่วยงานพิธีการที่หวังดีคนหนึ่ง ดูเหมือนหม่าซู่อู่จะไม่ใช่คนชั่ว ร้ายอะไร แต่ว่าใจคนมีแค่หนังหน้าท้องกั้นขวางเท่านั้น เจ้ายังต้อง ระวังอยู่ดี สามารถช่วยกันพิสูจน์ได้อีกรอบหนึ่ง”
เห็นสตรีผู้นั้นพลันหยุดเท้า ถามว่า “หากฝี มือข้าสู้ผู้อื่นไม่ได้ แม้กระทั่งด่านของเจ้าก็ยังผ่านไปไม่ได้ จะท าอย่างไร? เจ้าจะท า อย่างไร?”
หม่าซู่อู่เอ่ยอย่างเฉยชาว่า “นอกจากฆ่าเจ้า ยังจะท าอะไรได้อีก? หรือว่าจะให้ทุ่มสุดชีวิตช่วยให้เจ้าหนีไปจากที่นี่? ภายใต้สายตาของ คนมากมายที่มองมา เจ้าคิดว่าพวกเซินฝู่ จวินเป็ นไก่ไม้หรือไร? ไม่ ต้องคิดเลย หากกล้าทาตัวเป็นวีรบุรุษที่นี่จริง ข้าก็ต้องมีจุดจบที่ถูก ฆ่าไปพร้อมกับเจ้าด้วย”
หม่าซู่อู่ถอนหายใจ ยังดี เวลานี้ดวงตาคู่นั้นของหญิงสาวไม่มี ความไม่เข้าใจ เหยียดหยันและความเจ็บแค้นที่ต้องการบอกว่า “เจ้า พูดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร
หม่าซู่อู่กดข่มอารมณ์ที่ซับซ้อนในใจลงไป กวาดตามองไปรอบ ด้าน พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเจ้าไม่ควรนุ่มบ่ามทะเล่อทะล่า เข้ามาเลย หากอยากแก้ไขปั ญหาจริงๆ อย่างน้อยที่สุดก็ให้จวนเซียน ระดับสูงอย่างพวกภูเขาอวิ๋นซียวหรือไม่ก็พรรคหวงเหลียงรู้เรื่องนี้ หากสามารถเชิญขุนนางเทพที่มีอานาจในที่ว่าการบางแห่งของ ขุนเขากลางมาได้ ถ้าอย่างนั้นก็ดีที่สุดแล้ว ข้าหมายถึงมหาบรรพต กลางของแจกันสมบัติทวีปอย่างภูเขาเช่อจื่อ ไม่ใช่ขุนเขากลางของ แคว้นอื่น”
“อย่างเจ้า วันนี้ตกมาอยู่ในกามือของข้า ถึงอย่างไรก็ได้ตายเร็ว หน่อย ตายไปแล้วดวงวิญญาณถูกกักไว้ที่นี่ กลายเป็นผี แม้ว่าจะมี
หายนะที่ยากจะข้ามพ้นไปได้….แต่ถึงอย่างไรก็ดีว่าตอนเป็นและหลัง ตายล้วนถูกหมิ่นเกียรติ”
“สถานที่บ้าๆ แห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อคนอยู่หรอกนะ”
นิสัยของเซินฝู่ จวินโหดเหี้ยมอามหิต ทุกครั้งที่เมาอาละวาด จะต้องสังหารสตรีอย่างทารุณ ใช้แส้ฟาดโบยจนร่างของพวกนาง ขาดออกเป็นสองท่อน ถึงอย่างไรก็เป็นผี ไม่ต้องกังวลว่าร่างของพวก นางจะแหลกสลาย พักฟื้นสักระยะหนึ่งก็กลับคืนมามีร่างกายอรชร อ้อนแอ้นได้อีกครั้ง งดงามเหมือนเดิม เล่นจนเบื่อแล้วก็ยกให้กอง ก าลังพันธมิตรฝ่ ายใดฝ่ ายหนึ่งเป็นรางวัล…ไม่ใช่ว่าใครก็จะออกหน้า ทาตัวเป็นวีรบุรุษในเรื่องนี้ได้
คืนสติกลับมา หม่าซู่อู่กาลังจะเตือนนางว่าอย่ายืนอึ้ง ระวังเซินฝู่ จวินจะรู้ความจริง
แต่หม่าซู่อู่กลับเห็นว่าในดวงตาของนางกลับมีความไม่เข้าใจที่ คิดเป็ นร้อยตลบก็ยังไม่กระจ่าง ก่อนจะตามมาด้วยแววตาของการ ยอมรับ ชื่นชม
เผยเฉียนยิ้มเอ่ย “ไม่ต้องแสดงละครต่อไปแล้ว”
นางผงกปลายคางไปทางทะเลเมฆบนฟ้ า “บรรพจารย์จิ่งชิงบ้าน ข้าพบร่องรอยของเรือกระบี่แล้ว และเซินฝู่ จวินก็ย้ายพลังจิตออกไป จากพวกเราแล้ว เพราะต้องจับตามองสถานการณ์ของทางนั้นเป็ น พิเศษ”