กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 53.4 ก็เคยเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสา
เฉินผิงอันตีหน้าเคร่งเอ่ยว่า “เฝ้ าต้นทางให้ดี อย่าละเลย หากมี ลมพัดต้นไม้ไหวก็รีบหันหน้ามารายงาน”
หมี่ลี่น้อยเอาสองเท้าประกบกันยืนตัวตรงทันใด “รับคาสั่ง!”
ภาพนี้ทาให้เทพวารีหวังเซี่ยนอึ้งตะลึง
หมี่ลี่น้อยวิ่งไปที่ม้านั่งยาว ฟุบตัวลงบนราวจ้องมองไปยังทิศที่ตั้ง ของซากปรักสนามรบ อันที่จริงตามหลักแล้วขอบเขตของนางตอนนี้ ไม่สูง ความสามารถในการมองไม่ได้ดีนัก แล้วก็มองไม่เห็น ทัศนียภาพอะไรด้วย แต่ความคิดจินตนาการอันบรรเจิดของหมี่ลี่ น้อยมักแตกต่างจากคนทั่วไป อย่างเช่นนางมีคากล่าวที่ใคร่ครวญ ออกมาได้ด้วยตัวเองบอกว่า ในเมื่อดวงตาเห็นใครก็มอง “มองเห็น” ถ้าอย่างนั้นในใจคิดถึงใคร อีกทั้งเชื่อว่าจะต้องได้พบเจอกันอย่าง แน่นอน ก็คือการได้ “พบเจอ” เรียกอีกอย่างว่าการ “นัดพบ” มีชื่อ เล่นว่า “ความคิดถึง” ฉายา…ตอนนี้ยังไม่ได้คิด วันหน้าย่อมต้องได้ พบเจอกับมันอยู่แล้ว
จิงเฮาชินมานานแล้ว เขาแทะเมล็ดแตงอย่างคุ้นเคย เอ่ยเนิบช้า ว่า “การที่ไม่ถูกกับถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ แรกเริ่มสุดเป็นเพราะมีเด็กรุ่น ศิษย์หลานเกิดความขัดแย้งกันเล็กน้อย เพื่อแย่งชิงตาแหน่งของเงิน เหรินผู้พิทักษ์แคว้น ฝ่ายหนึ่งมีที่พึ่ง ทาอะไรหยิ่งผยองกาเริบเสิบสาน
มาจนชิน อีกฝ่ายหนึ่งก็กาลังเลือดร้อนพุ่งพล่าน ไม่ยอมแพ้ภูเขาชิง กงมานานแล้ว แรกเริ่มทั้งสองฝ่ายต่างก็ค่อนข้างจะควบคุมตัวเองอยู่ บ้าง ใช้การประลองสมอง หลบอยู่เบื้องหลัง ต่างฝ่ายต่างใช้หุ่นเชิดที่ ชักใยประลองกันเบื้องหน้าอย่างดุเดือด ต่อมาก็พากันลงสนามต่อสู้ กันด้วยตัวเอง สุดท้ายก็สู้กันจนเจ้าตายข้าดับ ความขัดแย้งที่ คล้ายคลึงกันนี้พอมีมากเข้า ทั้งสองฝ่ายก็เปลี่ยนจากการช่วงชิงด้าน ผลประโยชน์มาเป็นการช่วงชิงกันด้วยอารมณ์กลายเป็นการช่วงชิง บนมหามรรคา”
“เจ้าท าให้ข้าเจ็บตัว ข้าก็ท าให้เจ้าเจ็บใจ เจ้าเจ็บใจก็จะต้องท า ให้ข้าสูญเสียตบะ ข้าก็จะท าให้เจ้ากายดับมรรคาสลาย ข้ากายดับ มรรคาสลายก็ย่อมต้องมีคนมาท าให้การสืบทอดของเจ้าขาดสะบั้น เป็นอย่างนี้ซ้าแล้วซ้าเล่าเกิดเป็นวงจรไม่หยุดพัก ชีวิตการฝึกตนของ ทุกคนก็ถือว่า…แข็งแกร่งอยู่เหมือนกัน”
บนภูเขานอกภูเขา ต่างฝ่ ายต่างหลอกลวงกัน วางแผนชิงไหวชิง พริบน้าหั่นกันอย่างเจ้าเล่ห์ ไหนเลยจะมีชีวิตอิสระดุจเมฆคล้อยน้า ไหลอย่างแท้จริง ในโลกโลกีย์อันเต็มไปด้วยกิเลส กระแสแห่งเวลาอัน ผันผวนแปรปรวน เหตุบังเอิญและความจาเป็ นที่สลับซับซ้อนพัน เกี่ยวกัน สุดท้ายมีเพียงจิตใจของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก
จิงเฮาทอดถอนใจ ย้อนกลับมามองภูเขาลั่วพั่วก็คือสถานที่ที่ ประหลาดอย่างมากแล้วอย่างเช่นทาให้จิงเฮาแค่เห็นโต๊ะก็อดไม่ไหว คิดถึงสุรามื้อเช้า ทุกครั้งที่เดินผ่านเรือนของผู้ดูแลใหญ่จูเหลี่ยนก็อด
ไม่ไหวจะต้องแวะเข้าไปพูดคุยด้วยสองสามประโยค ตอนกลางคืน ออกมาเดินเล่น บางครั้งก็พอจะมองเห็นกลุ่มคนที่แต่ละคนคาบไม้จิ้ม ฟั นไว้ในปาก….ลงจากภูเขาไป บินทะยานเฒ่าก็รู้สึกคิดถึงอยู่ เหมือนกัน ออกมาจากแจกันสมบัติทวีปแล้วก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะคิด อยากกลับไปที่ภูเขาลูกนั้น แต่พอกลับไปถึงหลิวเสียทวีป เทพเซียน ผู้เฒ่ากลับไม่ค่อยกล้าดื่มเหล้ากับใครเท่าไรจริงๆ เพราะมักจะรู้สึกว่า ไร้รสชาติ
เฉินผิงอันแทะเมล็ดแตง ถามเรื่องราวภูเขาสายน้าที่คนนอกของ หลิวเสียทวีปยากจะพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือเท็จ
เทพเซียนผู้เฒ่าที่มีชีวิตอยู่มาเกินพันปี มีใครบ้างที่ไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกร็ ประวัติศาสตร์และขนบธรรมเนียมโบราณ?
ซากปรักสนามรบที่หญ้าขึ้นรกชัฏ กองกระดูกกลาดเกลื่อนเต็ม ทั่วบริเวณ มีพันธมิตรสองคนเดินออกมาจากกองทัพใหญ่ของเซินฝู่ จวิน พวกเขาได้รับคาสั่งให้ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับทางหม่าซู่อู่กันแน่
เผยเฉียนผงกปลายคางไปเบื้องหน้า เอ่ยว่า “เจ้าสองคนนี้ สามารถถือโอกาสจัดการไปพร้อมกันได้เลย”
จงเชี่ยนมองแล้วก็เอ่ยว่า “มองแล้วไม่เหมือนคนดีอะไรจริงๆ ขอ แค่อย่าให้ถูกข้าฆ่าผิดตัวก็แล้วกัน”
เผยเฉียนกล่าว “ไม่มีทางผิด”
จงเชี่ยนไม่เหลือความลังเลอีกต่อไป เผยเฉียนอายุไม่มาก แต่ กลับเป็นคนเก่าแก่ในยุทธภพอย่างแท้จริงแล้ว
ทุกครั้งที่พ่อครัวเฒ่าซึ่งอารมณ์ไม่ดีง่วนทางานอยู่ในห้องครัว ขอแค่ถูกใครชวนให้พูดถึงเรื่องน่าอายของเผยเฉียนตอนที่นางยัง เป็ นเด็ก ในห้องครัวก็มักจะมีเสียงหัวเราะดังขึ้นลงเป็ นระลอกเสมอ ภายหลังในที่สุดพวกจงเชี่ยนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เฉินหลิง จวินที่ชอบความครึกครื้นที่สุดมักเอาแต่ตีหน้าเคร่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ ยอมหลุดหัวเราะออกมาสังเกตเห็นว่าหมี่ลี่น้อยก็เบิกตากว้าง มอง พวกเขาคล้ายก าลังเลือกตัวขุนพล ต่อให้เวินจื่อซี่ก็ยังรู้ว่าในนี้ต้องมี หลุมพรางอย่างแน่นอน แล้วก็จริงดังคาด ทุกคนถูกพ่อครัวเฒ่า หลอกเข้าให้แล้ว
หม่าซู่อู่เห็นว่าอยู่ดีๆ จงเชี่ยนก็ลงไปนอนอยู่บนพื้นก็ตกใจสะดุ้ง โหยง ยังนึกว่าถูกใครลอบโจมตีเสียอีก
แน่นอนว่าหม่าซู่อู่ต้องรู้จักเจ้าคนสกปรกโสมมสองคนที่กาลังมุ่ง หน้ามาทางนี้ กลัวว่าพวกเขาจะแอบซ่อนฝีมือที่แท้จริงเอาไว้ ไม่ใช่ ห้าขอบเขตกลางทั่วไป แต่เป็นเซียนดิน
ห่างไปไกลมีพันธมิตรสองคนของเซินฝู่ จวินเดินมา คนหนึ่งคือ สตรีที่เดินนวยนาดชายกระโปรงลากระพื้น อีกคนหนึ่งคือคุณชาย หัวไหล่ยกสูงเหมือนเหยี่ยวสวมเสื้อคลุมขนนกกระเรียน สีหน้ามืด ทะมึน
สตรีก็คือหนึ่งในชู้รักของเซินฝู่ จวิน นางชื่อว่าจ้าวซินอิง มี น้องชายแท้ๆ ชื่อว่าจ้าวขุยนางกับหูเหนียงเนียงแห่งหาดเฉาจูคือ พี่สาวน้องสาวร่วมสาบานที่ผูกพันกันอย่างมาก
คุณชายไหล่เหยี่ยวเป็ นกังวล ใช้เสียงในใจเอ่ยว่า “ฮูหยินจ้าว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ ายไม่ใช่พวกลูกกระจ๊อกไร้ฝีมืออะไร ค่อนข้างจะ รับมือได้ยากนะ เจ้าและข้าไปที่นั่นจะเป็นโชคหรือเคราะห์ก็ยังบอกได้ ยาก”
จ้าวซินอิงยิ้มหวานอย่างเย้ายวน “กลัวอะไรเล่า สถานการณ์ไม่ ถูกต้องก็แค่ถอยกลับออกมา เจ้าและข้าต่างก็มีเวทหลบหนีที่ไม่แย่ ไม่ใช่หรือ”
คุณชายไหล่เหยี่ยวเจ้าชู้เสเพลจนเป็นนิสัย มักจะอดไม่ไหวชอบ เอ่ยคาพูดสัปดน “หากอยู่ในสนามรบแห่งอื่น จ้าวฮูหยินคนเดียวต่อสู้ กับศัตรูสามคนจะเป็นเรื่องยากอะไร”
จ้าวซินอิงชม้ายชายตามองคุณชายไหล่เหยี่ยว “ดูจากท่าทาง แล้วเจ้าก็คงดูดีแต่ภายนอก แท้จริงภายในไร้ประโยชน์ แค่สองสามที ก็คงโยนหมวกถอดเสื้อเกราะ ยอมปราชัยแล้ว”
พวกเขาเดินเคียงกันไป ต่างฝ่ ายต่างใช้เสียงในใจพูดคุย แล้วก็ ไม่กลัวว่าเซินฝู่จวินจะได้ยิน
คุณชายไหล่เหยี่ยวทาหน้าชื่นกระหาย “ยังไม่เคยลองมาก่อน จ้าวฮูหยินอย่าได้ดูแคลนความสามารถของข้า”
จ้าวซินอิงหลุบตามองลงต่า ปิดปากหัวเราะคิก “ดูแคลน?”
คุณชายไหล่เหยี่ยวคันยิบๆ ในหัวใจ คงไม่ใช่ว่ามีโอกาสหรอก นะ? แต่พอคิดถึงเซินฝู่จวินก็รู้สึกเหมือนโดนน้าเย็นๆ ราดรดหัว
เขาถามอย่างใคร่รู้ “จ้าวฮูหยิน ข้าได้ยินข่าวลือเล็กๆ มา บอกว่า เพิ่งซูก็คือกากเดนเก่าของราชวงศ์จูอิ๋งอย่างนั้นหรือ?”
พอได้ยินชื่อนางชั้นต่าผู้นั้น จ้าวซินอิงก็มีโทสะ สีหน้าเปลี่ยนมา เป็นเยียบเย็นเหมือนน้านิ่ง สองปีมานี้ก็เป็นนังเฟิงซูผู้นั้นที่ได้รับความ โปรดปรานมากที่สุด ก่อนหน้านี้เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานกับนาง แพศยานั่น นางก็เคยโน้มน้าวหูเหนียงเนียงว่าให้ปรนนิบัติเซินฝู่ จวิน ด้วยกัน เดิมทีพวกนางก็เชี่ยวชาญศาสตร์บนเตียงอยู่แล้ว พี่น้อง นอนร่วมเตียงกันจะได้มีลูกเล่นมากขึ้นไม่ใช่หรือ ตอนแรกน้องสาว ยังกระอักกระอ่วน เพียงแต่ทนรับเสียงร้องไห้คร่าครวญของจ้าวซินอิง ไม่ไหว อีกทั้งนอกจากที่อีกฝ่ ายจะปาดน้าตาร้องระบายความทุกข์ แล้วก็ยังพูดถึงผลประโยชน์ที่จับต้องได้จริง หูเหนียงเหนียงจึงตอบตก ลง บอกว่าจะปล่อยให้พี่สาวถูกเซินฝู่ จวินสั่งขังอยู่ในตาหนักเย็น ปล่อยให้คนนอกมาคว้าผลประโยชน์ทั้งหมดไปไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าพอ เซินฝู่ จวินได้ยินว่ามีเรื่องดีเช่นนี้เขากลับปฏิเสธ นางตอแยไม่เลิกใช้ ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง กลับถูกเขาตบบ้องหูเต็มแรง ตบจนนางกลิ้งหล่นลง จากเตียง นางทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว ในใจเคียดแค้นอย่างหนัก ไม่ รู้จักอารมณ์เสน่หาก็แล้วไปเถอะ แต่ยังเป็นเจ้าชาติสุนัขใจจืดใจด า อีกด้วย
จ้าวซินอิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห พูดด้วยสายตาอามหิต “ใช่แล้วล่ะ หากไม่เป็ นเพราะเห็นแก่ส่วนรวม ข้าคงสั่งให้คนเอาไปฟ้ องเมือง หลวงสารองต้าหลีนานแล้ว ให้มาจับตัวนังหญิงสาส่อนนี่ไปรับโทษ ฆ่าทิ้งให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไป!”
คุณชายไหล่เหยี่ยวสะบัดชุดคลุมขนนกกระเรียน “จ้าวฮูหยิน ข้า จะไปเจอพวกเขาก่อนไม่รักตัวกลัวตายเช่นนี้ จะไม่จดจาไว้ในใจ ไม่ได้นะ”
จ้าวซินอิงคลี่ยิ้มหวาน “ฟั งเจ้าพูดเข้าสิ รอให้งานเลี้ยงฉลองวันนี้ จบลง พี่สาวก็คงไม่ไปหาเรื่องใส่ตัวกับคนบางคน แต่จะรีบกลับจวน ทันที เจ้าอย่าไปลืมไปพูดคุยความในใจกับพี่สาวด้วยล่ะ”
สายตาของคุณชายไหล่เหยี่ยวฉายประกายเร่าร้อน เหลือบมอง ริมฝีปากสีแดงสดของจ้าวฮูหยิน ถูมือเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นตอนอยู่ใน งานเลี้ยงข้าจะดื่มให้น้อยหน่อย”
จ้าวซินอิงสายตาหวานเยิ้ม เม้มริมฝีปาก
คุณชายไหล่เหยี่ยวดีดปลายเท้า ร่างทะยานไปข้างหน้า ระหว่าง ที่ทะยานลม เขาเพ่งสายตามองร่างหญิงสาวที่อยู่ในรูปโฉมของวัย กลางคนให้ชัดเจนอีกครั้ง หน้าตาไม่ค่อยงดงามเท่านักใด กินข้าว นิ่มอย่างผีงามที่อยู่ใต้บัญชาการณ์ของเซินฝู่ จวินมาจนชินแล้ว ทุก วันนี้จึงกินข้าวหยาบที่ยากจะกลืนลงคอเช่นนี้ไม่ลงจริงๆ
พายุลูกหนึ่งพลันพัดกระโชกมาปะทะใบหน้า
แค่หมัดเดียวนี้ระหว่างฟ้ าดินก็ไม่เหลือร่องรอยของคุณชายไหล่ เหยี่ยวอีกต่อไป ชุดคลุมขนนกกระเรียนหรือเรือนกายอะไร ล้วน แหลกสลายกลายเป็นผุยผงทั้งหมด
หลังจากความอึ้งตะลึงผ่านพ้นไป จ้าวซินอิงหมุนตัวได้ก็ถอยหนี ทันที นางร่ายเวทหลบหนีเฉพาะตัว กลายร่างเป็ นควันสีชมพูกลุ่ม หนึ่ง ไหนเลยจะมีเวลามาสนใจว่าคุณชายไหล่เหยี่ยวเป็ นหรือตาย เมื่อครู่นี้นางเหลือบมองแวบเดียว เห็นเพียงว่าบุรุษที่สะพายห่อผ้า เอียงๆ มายืนอยู่ในตาแหน่งที่คุณชายไหล่เหยี่ยวยืนอยู่ก่อนหน้านี้
อีกหมัดหนึ่ง ปณิธานหมัดเหมือนมังกรเลื้อย บดขยี้สังหารกลุ่ม หมอกควันสีชมพูจนสิ้นซาก เสียงปั งดังหนึ่งครั้ง เรือนกายอรชรที่ เลือดเนื้อพร่าเลือนก็หล่นร่วงลงพื้น สุดท้ายสิ่งที่สตรีมองเห็นก็คือพื้น รองเท้าที่…พุ่งตรงเหยียบลงมาบนหน้านาง
เท้ากระทืบศีรษะนั้นจนแหลก จิตใจของจงเชี่ยนไม่มีริ้วคลื่น กระเพื่อมไหวแม้แต่น้อยปณิธานหมัดของทั้งร่างยังคงหนาข้น กลั่น หลอมจนเหมือนแม่น้ายิ่งใหญ่อลังการสายหนึ่งที่ไหลริน
จงเชี่ยนเงยหน้ามองเรือข้ามฟาก สุดท้ายก็ยังข่มกลั้นความ วู่วามเอาไว้ได้ แม้จะบอกว่าห่างจากทะเลเมฆมาไกลมาก แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีวิธีที่จะขึ้นไปบนนั้น
หม่าซู่อู่อึ้งค้างไร้คาพูด
แผ่นหลังของผู้ฝึ กยุทธชุดเขียวคนนั้นเหมือนภูเขาสูง เหมือน หน้าผาสูงชัน
เผยเฉียนกล่าว “หม่าซู่อู่ เจ้าเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธเต็มตัว สามารถ ลองเรียนรู้ดูได้ ดูกระบวนท่าหมัดไม่สู้มองดูลมปราณ มองดูลมปราณ ไม่สู้มองดูความหมาย”
หม่าซู่อู่พึมพา “เห็นไม่ชัด เรียนไม่เป็น”
เผยเฉียนถลึงตาใส่ตามจิตใต้สานึก “ว่าไงนะ?!”
ผู้ฝึกยุทธอย่างเราทาตัวท้อแท้แบบนี้ได้ด้วยหรือ? ไม่กลัวว่าจะ ถูกเล่นงานอย่างเอาเป็นเอาตายหรือไร?!
หม่าซู่อู่สะดุ้งโหยง พลันคืนสติ หญิงสาวข้างกายผู้นี้ก็คือเผย เฉียนที่ยืนอยู่บนยอดสูงสุดของวิถีวรยุทธในแจกันสมบัติทวีป!
เผยเฉียนสูดลมหายใจเข้าลึก พูดเนิบช้าว่า “ก็เพราะเรียนรู้ได้ ยากถึงต้องเรียนรู้ ได้เจอกับหมัดที่ดีก็ต้องเบิกตาให้กว้าง ใช้ใจมอง”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังอานาจของนางโชติช่วงเกินไปหรืออย่างไร หม่าซู่อู่ถึงเข่าอ่อนยวบ น้าตาร้อนๆ เอ่อคลอดวงตา เกือบจะลงไปนั่ง โขกหัวกราบนางเป็นอาจารย์
บนเรือข้ามฟากตระกูลเซียนที่เลียนแบบเรือกระบี่ของต้าหลีก็มี คนสนิทของเซินฝู่ จวินอยู่ด้วยคนหนึ่ ง ไม่ใช่คนแกร่งกร้าวที่ จงรักภักดีอะไร และเซินฝู่จวินก็ไม่ไว้ใจให้อีกฝ่ายควบคุมท่าไม้ตายนี้
เพียงแต่ว่าด้านล่างเรือข้ามฟากครึกครื้นอย่างมากแล้ว ขบวนทัพ ใหญ่ของเซินฝู่ จวินเกือบจะถูกโจรชั่วไม่กี่คนที่บุกเข้ามาในพื้นที่ ต้องห้ามโดยพลการพวกนั้นเข้าประจันหน้าต่อสู้กันในระยะประชิด แล้ว ไอ้หมอนี่ถึงกับยังมีอารมณ์มาทาตัวตื่นกระหายกลางวันแสกๆ ในห้องบนตัวเรือ บนเตียงหลังใหญ่ เห็นเพียงเท้าขาวนวลเหมือน หยกข้างหนึ่งเหยียดเกร็งออกมาจากม่านมุ้ง
ก็ไม่รู้ว่าเจ้าของของมันก าลังทุกข์ทรมานกับการลงทัณฑ์แบบใด สตรีส่งเสียงร้องอู้อี้ขึ้นจมูกคล้ายกาลังร้องไห้
รองแม่ทัพใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งที่อยู่ข้างนอกเร่งรุดมารายงาน บอกว่าเด็กชายชุดเขียวที่จัดการหูเหนียงเนียงทะยานลมมาอาละวาด บนเรือแล้ว สังหารทหารหนุ่มแข็งแรงอย่างกาเริบเสิบสานไปหลายคน แล้ว
บุรุษตวาดอย่างเดือดดาล “จะตื่นตระหนกทาไม?!”
เขาผลักเรือนกายเปล่าเปลือยสองร่างออก ลุกขึ้นนั่ง ขยา หน้าอกของอนุภรรยาร่างบอบบางที่อยู่ฝั่ งซ้ายอย่างเต็มแรง เจ็บจน สตรีสีหน้าบูดเบี้ยว แล้วจึงตีกันของสตรีร่างอวบอิ่มที่อยู่อีกด้าน ก้น ขาวนวลแวววาวสั่นไหว เขาเปลือยเท้าลุกขึ้นสวมเสื้อเดินออกมา คว้าหอกยาวทาจากเหล็กด้ามหนึ่งจากชั้นวางอาวุธมากาไว้ในมือ “น าทางไป!”
รองแม่ทัพที่ก้มหน้ากุมหมัดถอนสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว พา แม่ทัพใหญ่ไปที่หัวเรือ ทหารบู๊ที่ควบตาแหน่งเจ้าของเรือผู้นี้ยกหอก ยาวขึ้นชี้ไปยังเด็กชายชุดเขียวที่เอามือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ พูด เสียงเหี้ยมว่า “เจ้าเด็กน้อยอย่าคิดจะมาอาละวาด โอ้อวดวิชาคาถา กับท่านปู่ที่นี่!”
เฉินหลิงจวินรู้ว่าแม่ทัพใหญ่ของเรือข้ามฟากลานี้คือคนสนิท อันดับหนึ่งของเซินฝู่จวินชื่อว่าจ้าวขุย แม้กระทั่งผีหญิงหวงเย่ก็ยังไม่ รู้พื้นฐานและความแข็งแกร่งอ่อนด้อยของคนผู้นี้บอกแค่ว่าคนผู้นี้ โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ วิธีการก็ยิ่งอามหิตทารุณ กับสตรีอย่างพวกนาง ก็ยิ่งใช้วิธีการโหดร้าย ตอนนั้นหวงเย่ให้คาประเมินแค่ประโยคเดียว ว่า หากเขียนชื่อเจอคนผู้นี้ ถ้าฆ่าได้ก็ฆ่า ไม่มีทางที่จะฆ่าผิดตัวอย่าง แน่นอน
จ้าวขุยเอ่ยเสียงเย็น “ผู้ฝึกตนทาเนียบผายลมสุนัขอะไรกัน มีคน ตาไร้แววกี่มากน้อยที่ต่างก็ถูกท่านปู่ จัดการได้อย่างง่ายดาย ควัก หัวใจเอามากินเป็นกับแกล้มแกล้มสุรา ตายซะเถอะ!”
ฝีเท้าก้าวเร็ว หอกทิ่มแทงไปที่หัวของเด็กชาย ปลายหอกเยียบ เย็นพุ่งเป็นเส้นตรง
เฉินหลิงจวินอยู่บนภูเขาลั่วพั่วมานานหลายปีขนาดนี้ เขาเคย ชินกับความสามารถเฉพาะตัวของปรมาจารย์วิถีวรยุทธแต่ละสายมา นานมากแล้ว
อย่างเช่นสุภาษิตแห่งยุทธภพกล่าวไว้ว่า “หอกกลัวการส่ายหัว ไม้พลองกลัวการแตะจุด” อาวุธนั้นเปรียบดังส่วนต่อขยายของแขน ผู้ใช้ โดยเฉพาะวิชาหอกที่ใช้การหมุนวน สามารถทาให้ท่วงท่าที่ ตายตัวกลับมีชีวิตขึ้นมาได้
วิชาหอกของเจ้าคนตรงหน้าผู้นี้แย่เสียจนเฉินหลิงจวินไม่ อยากจะทนมอง
เฉินหลิงจวินก็ไม่คิดจะเปลืองน้าลายกับมัน เพียงแค่เอาสองมือ สอดไว้ในชายแขนเสื้อยืนนิ่งไม่ขยับ ไม่หลบไม่เลี่ยง ยังถึงขั้นเอาหัว โหม่งไปข้างหน้า
พริบตานั้นก็โหม่งชนจนปลายหอกหักออกไปทีละขุ่น
จ้าวขุยเห็นว่าหอกยาวปริแตกไม่หยุด ในใจก็ตกตะลึงอย่างหนัก แต่กระนั้นก็ยังเพิ่มแรงลงไป ไม่เชื่อว่าผู้หลอมลมปราณคนหนึ่งที่เป็น แค่เวทคาถาขูดฉาดจะมีเรือนกายที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้? จ้าวขุย ตวาดกร้าวอย่างเดือดดาล โยกเอาลมปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์เฮือก หนึ่งมา กรอกเทปณิธานหมัดทั้งหมดไว้ในแขน พุ่งผ่านตัวหอกไป เกินครึ่ง ต่อให้เป็นร่างทองมิพ่ายก็จะแทงทะลุร่างเจ้าให้จงได้!