กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 56.2 ยืนเผชิญหน้ากับฟ้าคราม
บทพิเศษ ตอนที่ 56.2 ยืนเผชิญหน้ากับฟ้าคราม
จิงเฮารู้สึกหัวโตเป็นสองเท่า รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
ของชิ้นนี้ เกรงว่าคงมีแค่ไม่กี่สถานที่เท่านั้นที่จะสามารถเก็บ รักษาไว้ได้ดี จวนราชครูต้าหลี ศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง จวนเงินจวิน ภูเขาสัยซาน จวนสุ่ยจวินมหาสมุทรบูรพา
เฉินหลิงจวินตบแขนของจิงเฮา พูดด้วยสีหน้าจริงใจว่า “นัดกัน ไว้แล้วนะ ไปถึงหลิวเสียทวีป พวกเราสองพี่น้องต้องดื่มเหล้ามื้อใหญ่ กันสักมื้อ”
จิงเฮาพยักหน้าบอกว่านั่นมันแน่อยู่แล้ว แล้วจู่ๆ ก็ถามว่า “จิ่งชิง
ไม่กลัวเจ้าขุนเขาเฉินเลยหรือ?
เฉินหลิงจวินเอียงหัว ไม่เข้าใจว่าไฉนเทพเซียนผู้เฒ่าจึงถึงได้
ถามเช่นนี้
จิงเฮายิ้มเอ่ย “แค่ถามไปอย่างนั้นเอง ไม่ต้องสนใจ”
เฉินหลิงจวินคิดแล้วก็เอ่ยว่า “นายท่านเจ้าขุนเขานิสัยดีมาก แล้วก็ใจกว้างกับข้ามากที่สุด หากแม้แต่เขาก็ยังผิดหวังในตัวข้า ก็ ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว ต้องเป็นเพราะข้าทําผิดจนไร้ทางเยียวยา
อย่างแน่นอน”
https://novel-lk.com/
ได้ยินคํากล่าวนี้ ในใจของจิงเฮาก็กระจ่างแจ้ง ใช่แล้วๆ เชิญเอา หัวใจที่ซื่อบริสุทธิ์และเรียบง่าย ร่าเริงสดใส ใจกล้า มอบให้กับวิถีทาง โลกได้เบิกตามองอย่างชัดเจนก็พอแล้ว
จิงเฮายื่นมือมาให้เฉินหลิงจวิน เฉินหลิงจวินกํามือของบิน ทะยานเฒ่าเอาไว้ สองฝ่ายกุมมือกันเบาๆ แล้วเขย่า ไม่จําเป็นต้อง เอื้อนเอ่ยอะไร สหายได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง สุดท้ายก็ต้องจาก
ลา
จิงเฮายิ้มผงกศีรษะให้กับพวกเงินจื่อซี่ เวินจื่อคารวะตามขนบ ลัทธิเต๋า เด็กสาวรีบยอบกายคารวะอย่างเคอะเขิน
รอกระทั่งเทพเซียนผู้เฒ่าจากไปแล้ว ฟู่เจิงถึงถามเสียงเบาว่า “เทพเซียนผู้เฒ่าท่านนี้คือเทพเซียนจากที่ใด? เวินเซียนซือ มีข้อ ห้ามอะไรหรือไม่ พูดได้ไหม?”
เมื่อครู่นี้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันอย่างกระตือรือร้น บรรพจารย์จึง ชิงเรียกขานคําแล้วคํา เล่าว่าพี่ใหญ่จิง เห็นได้ชัดว่าสนิทสนมกัน
มาก
เวินจื่อซี่เอ่ย “คือจิงเฮาแห่งหลิวเสียทวีป ซิงกงไท่เป่าผู้มีชื่อเสียง เลื่องลือ สูงศักดิ์เป็นถึงผู้นําแห่งมรรคาในทวีปหนึ่ง”
ฟู่เจิงขนลุกวาบ แค่ชื่อจิงเฮานี้ เด็กสาวต้องไม่รู้จักแน่นอน ทว่า ฉายา “ชิงกงไท่เป่า” ฟู่เจิงยังเคยได้ยินมาบ้าง
https://novel-lk.com/
ถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่ลูกศิษย์ผู้สืบทอดในศาลบรรพจารย์ของ
สํานักอักษรจง เคยได้ยินฉายาของผู้ฝึกตนทวีปอื่นมาบ้าง ก็ถือว่าไม่
ถึงกับหูตาคับแคบไม่รู้ข่าวสารแล้ว
ผู้เฒ่าท่าทางใจดีที่อยู่ใกล้ในระยะประชิด ถึงกับเป็นผู้ฝึกตนใหญ่
ขอบเขตบินทะยานในตํานานเลยหรือ?
บรรพจารย์จิ่งชิงคบหาสหายกว้างขวางจริง
กบหากับคนบน
ยอดเขาได้อย่างชํานาญ
เวินจื่อซี่เอ่ยสัพยอกว่า “วันหน้ามีโอกาสไปเยือนภูเขาลั่วคั่ว ได้
ไปอยู่ที่นั่นสักช่วงเวลหนึ่ง ความรู้ป
บการณ์และความกล้าหาญก็
จะเพิ่มมากขึ้นเอง”
ฟู่เจิงเอ่ยด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว “หากข้าไปเยือนอาณาเขต แคว้นต้าหลีที่อยู่ทางเหนือของลําน้ําใหญ่ ตัดสินใจว่าจะไม่เป็น
สายลับแล้ว ก็จะไปเดินเล่นที่อําเภอไหวหวง แค่ถือโอกาสแวะไปดู ประตูภูเขาของภูเขาลั่วมั่วก็พอ แต่หากตัดสินใจว่าจะสืบทอดวิชา ของท่านอาจารย์ผู้อาวุโส ก็คงไม่ไปแล้ว”
เวินจื่อซี่พยักหน้าเอ่ยชื่นชม “แม่นางฟูเหมาะกับการอยู่ใน
วงการขุนนางจริงๆ”
ฟู่เจิงขมวดคิ้วไม่พูดไม่จา
เวินจื่อซี่สอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ เอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า
“บัณฑิตอย่าอายที่จะพูดเรื่องเศรษฐกิจ ผู้บําเพ็ญเพียรอย่าอายที่จะ
https://novel-lk.com/
เอ่ยถึงสายสืบทอดของตน ส่วนคนที่คลุกคลีในวงราชการก็ต้องสร้าง
ชื่อเสียงให้ได้ ให้ไอ้พวกเลวบางคนไม่มีที่ยืน”
ฟู่เจิงถาม “ทําไมเวินเซียนซือไม่แอบหาเวลาว่างไปเป็นขุน นางในที่ว่าการบ้างล่ะ?”
เวินจือซี่ยิ้มเอ่ย “เป็นคนตรงไปตรงมาเกินไป”
com
ฟู่เพิ่งหันหน้าไปอีกทางแล้วกลอกตามองบน
จิงเฮาร่ายเวทหดย่อพื้นที่ มาที่เหนือทะเลเมฆผืนหนึ่ง สองนิ้ว ประกบกันเขียนตัวอักษรเป็นคําว่า “เรือข้ามฟากไหวซวี่” ตัวอักษร
หมึกสีชาดลอยอยู่กลางอากาศแยกย้ายกันออกไปแล้วก่อตัวขึ้นมา
เป็นรูปร่างของเรือข้ามฟากลําหนึ่ง แสงเปล่งวาบหนึ่งครั้งมันก็พุ่งตรง ไปยังทิศทางหนึ่ง ราวกับว่าถูกชักนําไป จิงเฮาก้าวเดินอย่างผ่อน คลาย ไล่ตามเส้นแสงไปเรื่อยๆ ครู่หนึ่งก็มองเห็นเรือข้ามฟากขนาด ไม่ใหญ่ลําหนึ่ง ทํามุทราอําพรางตัวตน ขึ้นเรือไปแล้วก็ลอดทะลุ กําแพง ตรงดิ่งไปยังห้องเก็บเอกสารของเรือข้ามฟากลํานั้น เริ่มเปิด บันทึกของผู้โดยสารที่ขึ้นเรือมาในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน ใช้นิ้วไล่ไป
ตามชื่อและพื้นที่ประกอบพิธีกรรม หาเจอแล้ว
พริบตานั้นบินทะยานเฒ่าก็มาถึงนอกภูเขาลูกหนึ่ง ภูเขาไม่ใหญ่
คือพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่เพิ่งย้ายมา ศาลบรรพจารย์เพิ่งสร้างเสร็จ ดูจากภาพบรรยากาศรอบด้าน ระบบสืบทอดก็ไม่น่าจะถือว่านาน
เท่าใดนัก จิงเฮาไปเยือนพื้นที่ลับที่สายผู้คุมกฎของพรรคเป็นผู้ดูแล
https://novel-lk.com/
อย่างเงียบเชียบ ใช้สําหรับเก็บทําเนียบหยกทองของผู้ฝึกตนใน พรรค เหอโยวผู้นี้ ชาติกําเนิดธรรมดา คุณสมบัติธรรมดา การสืบ ทอดก็ธรรมดา ประสบการณ์หลายครั้งที่ติดตามผู้อาวุโสในสํานัก
ออกไปหาประสบการณ์ก็ธรรมดา คําประเมินที่ทางพรรคมีต่อเหอ โยวไม่สูงไม่ต่ํา นิสัยค่อนข้างมุทะลุ กระตือรือร้นชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีคุณธรรม ไม่เหมือนคนที่ฝึกบําเพ็ญตน…..จากรายงานที่บันทึก ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เหอโยวมาจากสถานที่เล็กๆ ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ชานเมืองแห่งหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้านตระกูลเหอ หันหลังให้กับเวินจื่อซี่และเด็กหนุ่ม นั่งยองอยู่ริมทาง เฉินหลิง
จวินแอบหยิบ “รวมเล่มคนผ่านทาง” เล่มนั้นออกมาจากชายแขนเสื้อ
ใช้นิ้วแตะน้ําลายแล้วเริ่มเปิดหน้าหนังสือ
หากเป็นขอบเขตบินทะยานที่มีอายุการฝึกตนยาวนาน หรือไม่ก็
เป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตเซียนเหริน คล้ายคลึงกับสวีจวินเซียนกระบี่ แห่งเกราะทองทวีป พวกเขาต่างก็มีคุณสมบัติที่จะถูกเซียนแยก
ออกมาเป็นหน้าเฉพาะของตัวเอง
เปิดไปถึงหน้า “จิงเฮา ชิงกงไท่เป่าแห่งภูเขาชิงกงหลิวเสียทวีป” เฉินหลิงจวินก็ไม่ฉีกหน้าหนังสือออก เพียงแค่พับหน้าหนังสือลงด้วย
ท่าทางนุ่มนวล
ปลุกความกล้าเปิดไปหน้าหนึ่งที่ว่างเปล่าอย่างระมัดระวัง เฉิน
หลิงจวินเหมือนรู้สึกร้อนลวกมือจึงรีบปิด “รวมเล่มคนผ่านทาง” แล้ว
สอดกลับไว้ในชายแขนเสื้ออย่างว่องไว
https://novel-lk.com/
เฉินหลิงจวินพนมสองมือชูสูงเหนือศีรษะ ท่องพึมพําว่า “มองไม่
เห็นข้า มองไม่เห็นข้า…”
เวินจื่อซี่หลุดขําอย่างอดไม่อยู่ ยิ้มถามว่า “บรรพจารย์จิ่งชิงทํา พิธีอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
เฉินหลิงจวินอาย รีบลุกขึ้นยืนทันใด สูดลมหายใจเข้าลึก เดิน ไปยังตัวอําเภอ ขณะที่อยู่นอกประตูเมืองซึ่งค่อนข้างจะเรียบง่าย เห็น พวกเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่บนถนนหลัก บางคนถือว่าวกระดาษราคา ถูกอยู่ในมือ แล้วก็มีเด็กไม่สวมรองเท้าบางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พ่อค้า หาบเร่มองของจุกจิกที่ทําอย่างประณีตตาวาวด้วยความอยากได้ มี เด็กที่จับกลุ่มกันไปนั่งยองอ่านหนังสือภาพคนตัวเล็กใกล้ๆ กับแผง
ขายหนังสือ แล้วก็มีเด็กที่ดีใจร่าเริงที่ได้ตามผู้ปกครองออกจาก หมู่บ้านมาตลาดในตัวอําเภอ
เด็กชายชุดเขียวที่มีดวงตาสีทองไม่ได้สะบัดชายแขนเสื้อ นาทีที่ เดินเข้าประตูเมืองไปเงียบๆ นั้น เขาก็กลายเป็นขอบเขตหยกดิบขั้น สมบูรณ์แบบ ริมตลิ่งริมสายน้ําในฟ้าดินคล้ายจะมีเสียงอวยพรแสดง ความยินดี เสียงแซ่ซ้องชื่นชมนับไม่ถ้วนดังแว่วมา
คนเฝ้าประตูของศูนย์ฝึกยุทธในตัวอําเภอมองเห็นว่าพวกคนต่าง
ถิ่นเหล่านั้นมีบุคลิกที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุรุษร่างกํายําคน นั้น แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นคนฝึกวิชาการต่อสู้ คนเฝ้าประตูกลัวว่า
https://novel-lk.com/
พวกเขาจะมาหาเรื่องจึงชิงปิดปากเอ่ยก่อนว่า “ท่านเจ้าศูนย์ของพวก เราออกเดินทางไกลยังไม่กลับบ้านเกิด พวกอาจารย์ลุงอาจารย์อา
ทั้งหลายที่เวลาปกติรับหน้าที่สอนหมัดก็ไปทํางานเป็นหน่วยคุ้มกัน
หากทุกท่านอยากมาประลองวิชาที่นี่ก็ไม่บังเอิญเลย”
นับตั้งแต่ที่แขวนกรอบป้ายคําว่า “หมัดสยบหนึ่งทวีป ศูนย์ฝึก ยุทธบ้านตนก็กลายมาเป็นเรื่องตลกของอําเภอเซียนโหยว หรือถึง
ขั้นเป็นตัวตลกของเขตการปกครองทั้งแห่ง คําพูดเหน็บแนมแบบ
ไหนล้วนมีหมด ทว่าท่านเจ้าศูนย์ออกเดินทางไกลไปหามิตรสหาย ศิษย์ลูกศิษย์หลานอย่างพวกเขาก็ไม่อาจตัดสินใจได้เองโดยพลการ
ปลดมันลงมาให้ไปกินฝุ่นอยู่ในห้องเก็บของ หลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องอับ
อายขายหน้าผู้อื่น
พูดถึงแค่ก่อนหน้านี้ที่ทางศูนย์รับงานคุ้มกัน เดินทางผ่านภูเขา
ลูกหนึ่ง พวกอาจารย์ลุงทําตามกฎระเบียบแสดงสัญญาณของสํานัก คุ้มภัยออกไปอย่างชัดเจน หวังจะเป็นน้ําบ่อที่ไม่ยุ่งกับน้ําคลอง ผล คือพวกคนแข็งกระด้างที่ผันตัวไปเป็นโจรเหล่านั้น ไม่รู้ว่าเหตุใดถึง ได้นั่งยองอยู่บนเนิน ทั้งไม่ลุกขึ้นมารับคํา แล้วก็ไม่ลงจากภูเขามา ปล้นชิง แต่ละคนกุมท้องหัวเราะก๊าก ชี้ไม้ชี้มือมาที่พวกเขา เห็นได้
ชัดว่าเคยได้ยินเรื่องของกรอบป้ายบางแผ่นของศูนย์ฝึกยุทธบางแห่ง
ในอําเภอเซียนโหยวมาก่อน
ทําเอาพวกอาจารย์ลุงโมโหไม่น้อย คุ้มกันเสร็จกลับมาที่ศูนย์ฝึก
ยุทธก็มารวมตัวกันดื่มเหล้าอย่างอัดอั้น ได้ยินมาว่ามีการเสนอให้คน คนหนึ่งไปอธิบายเหตุผลกับอาจารย์ ขอให้เปลี่ยนป้ายแผ่นใหม่ เจียงเซ่อยิ้มเอ่ย “ไม่ได้มาท้าประลองฝีมือ แต่เป็นสหายกับสวีหย่ วนเสียเจ้าของศูนย์ของพวกเจ้า แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ก็ ถูกชะตากันมาก ตอนอยู่บนภูเขามักจะดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยๆ”
คนเฝ้าประตูหนุ่มถอนหายใจโล่งออก เป็นเพื่อนของเจ้าศูนย์ผู้
เฒ่าก็ดีแล้ว
นึกถึงคราวก่อนที่มีคนต่างถิ่นกลุ่มหนึ่งมาเป็นแขกที่นี่ คนที่เป็น ผู้นําคือบุรุษชุดเขียวเขาเองก็เป็นคนประหลาดเหมือนกัน เปิดปากได้
ก็ถามเลยว่าศูนย์ฝึกยุทธมีจอมยุทธใหญ่เคราดกแซ่สวีหรือไม่ ภายหลังบุรุษแซ่เฉินคนนี้ยังถูกเจ้าศูนย์ผู้เฒ่ายุยงให้ช่วยสอน
หมัดให้กับพวกเขาด้วย
คนเฝ้าประตูหนุ่มเอ่ยว่า “แม้ว่าเจ้าศูนย์จะไม่อยู่ แต่ทุกท่านก็ ติดตามข้าเข้าไปดื่มชาข้างในสักถ้วยดีไหม?”
เจ้าศูนย์ผู้เฒ่าของพวกเขาให้ความเคารพกฎระเบียบที่สุดแล้ว หากดูแลต้อนรับไม่เหมาะสม เสียมารยาทไป คราวหน้าจะต้องโดน
จัดการแน่
อู่เหยียนยิ้มเอ่ย “คงไม่ดื่มชาแล้ว พวกเราก็แค่บังเอิญผ่านทาง
มา อีกเดี๋ยวก็จะออกไปจากตัวอําเภอแล้ว”
https://novel-lk.com/
คนหนุ่มเห็นว่าสตรีออกเรือนแล้วที่สีหน้าอ่อนโยนมีท่าทาง
องอาจเด็ดเดี่ยวก็ไม่กล้าดึงดันจะให้พวกเขาเข้าไปนั่งดื่มน้ําชาใน
ศูนย์ฝึกยุทธ
เขาหันไปมองบุรุษที่มีเรือนกายกํายํา อดไม่ไห
ว่า “คือมือกระบี่หรือ?”
เจียงเซ่อส่ายหน้า ชี้ไปยังเฉินชิงหลิวที่อยู่ข้าง ยิ้มเอ่ยว่า “ข้า
ไม่ใช่ เขาใช่”
เฉินชิงหลิวคลี่ยิ้ม “ห่างเหินจากเวท ะบี่ไปนาน ไม่มีค่าพอให้
เอ่ยถึง”
คนเฝ้าประตูหนุ่มไม่แน่ใจว่าเวทกระบี่ของผู้เฒ่าจะตื้นลึกแค่ไหน
เพียงแต่เห็นว่าอีกฝ่ายอายุมากแล้ว เวทกระบี่จะต้องยอดเยี่ยม
พอสมควรเลยกระมัง?
เพียงแต่ว่าผู้เฒ่าทั้งไม่พกกระบี่แล้วก็ไม่สะพายกระบี่ เพราะล้าง
มือในอ่างทองคําถอยออกจากยุทธภพแล้ว หรือกังวลว่าท่องอยู่ใน
ยุทธภพจะสร้างปัญหาที่ไม่จําเป็นเข้า? ออกมาจากศูนย์ฝึกยุทธ เดินอยู่ในอําเภอเล็กๆ ที่เงียบสงบแต่ กลับมีเสน่ห์ของชาวบ้านแห่งนี้ สตรีออกเรือนแล้วเห็นร้านขายผ้า แพรต่วนร้านหนึ่งก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ เจียงเซ่อยิ้มเอ่ยอย่างขบขัน “เจ้าขุนเขาผู้เฒ่าจึง
https://novel-lk.com/
คําเรียกขานที่เผยเฉียนมีต่อจิงเฮานี้ ค่อนข้างมีนัยชวนให้ขบคิด
เฉินชิงหลิวเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “หากอยากจะให้จิงเฮาย้ายรัง จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องเอ่ยแค่ประโยคเดียว มีหรือจะต้องให้เขา
เตร็ดเตร่ไปทั่วอยู่ในแจกันสมบัติทวีป”
ความนัยนอกเหนือจากประโยคนี้ก็คือ จิงเฮาจะนั่งครองตําแหน่ง เจ้าของภูเขาชิงกงได้อย่างมั่นคงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าคนนอกพูดจา
ไพเราะน่าฟังไม่กี่คํา หรือแค่คําเรียกขานเดียวแล้วจะสามารถ
ตัดสินใจได้ เฉินชิงหลิวเอ่ย “มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องขอบคุณเฉินผิงอันให้ดี” เจียงเซ่อถาม “หมายความว่าอย่างไร?” เฉินชิงหลิวกล่าว “เพราะเขาไม่จําเป็นต้องพูด แต่อาศัย ประสบการณ์ของตัวเองมาอธิบายหลักการเหตุผลข้อหนึ่งได้อย่าง
ชัดเจน”
วิถีวรยุทธในทุกวันนี้ให้การยอมรับกันว่าสามารถเรียนรู้จากเฉิน
ผิงอันได้ แต่ห้ามเรียนรู้จากเฉาสือเด็ดขาด ทุกวันนี้ผู้ฝึกยุทธสามารถแพ้หมัด พรุ่งนี้สามารถยกระดับหมัด ให้สูงขึ้นได้ วันมะรืนก็จะสามารถฝ่าทะลุขอบเขต ในอนาคตก็จะมี โอกาสชนะหมัด สักวันหนึ่งจะได้เดินขึ้นไปสู่ยอดสูงสุด
https://novel-lk.com/
นี่ก็คือแนวทางขั้นต้นของวิถีวรยุทธที่เฉินผิงอันชี้แนะไว้อย่าง
ชัดเจน
เกี่ยวพันกับวิถีวรยุทธ ไม่จําเป็นต้องให้เฉินชิงหลิวพูดมาก เจียง เซ่อกระจ่างแจ้งมานานแล้ว เขาพยักหน้า ยอมรับในเรื่องนี้
ทางฝั่งศูนย์ฝึกยุทธของอําเภอเซียนโหยว กรอบป้ายที่ไม่มีการ ลงชื่อมีตัวอักษรสี่ตัวเพิ่มมาด้วยตัวเอง คือชื่อชื่อหนึ่งบวกกับคําคํา
หนึ่ง เจียงเซ่อเห็นชอบ
บุรุษชุดเขียวที่คิ้วตาแจ่มใสคนหนึ่งไม่ได้เผยกายในศาลา
โดยตรง แต่ก้าวเดินอยู่เพียงลํา
เขา
เลียบเส้นทางภูเขาไปถึงบนยอด
เหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ําที่อยู่บนยอดเขาพากันขยับ
เท้าสลับสับเปลี่ยนตําแหน่งกันอย่างรวดเร็ว หันหน้าเข้าหาราชครู
หนุ่มแห่งต้าหลีแซ่เฉิน ผู้ที่ถูกอัญเชิญเทพผู้นี้
เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยมาสามประโยค “สถานะ ขอบเขต ณ สถานที่นี้เวลานี้ล้วนใช้ไม่ได้ผล”
“ไม่ว่าใครก็ตามที่จะมาช่วยขอร้องแทนพวกเจ้า ล้วนไร้
ประโยชน์”
“แต่พวกเจ้าสามารถใช้หลักการเหตุผลโน้มน้าวเฉินผิงอันได้”
คราม
เงียบสงัดไร้สรรพเสียง ใครเล่าจะกล้าเปิดปากพูด คนชุดเขียวเอาสองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อเงยหน้ามองฟ้า
ถอนสายตากลับมา เฉินผิงอันเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง มืออีก ข้างยกขึ้นเหมือนยกไม้ปลุกสติตบลงไปเบาๆ หรี่ตายิ้มบางๆ “ช่างมี บารมีอํานาจของขุนนางยิ่งใหญ่เหลือเกิน”
คราม
คนชุดเขียวเอาสองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อเงยหน้ามองฟ้า
ถอนสายตากลับมา เฉินผิงอันเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง มืออีก ข้างยกขึ้นเหมือนยกไม้ปลุกสติตบลงไปเบาๆ หรี่ตายิ้มบางๆ “ช่างมี บารมีอํานาจของขุนนางยิ่งใหญ่เหลือเกิน”