กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทพิเศษ ตอนที่ 57.1 กระบี่คมอยู่ในกํามือ
บทพิเศษ ตอนที่ 57.1 กระบี่คมอยู่ในกํามือ
นอกศาลา ภูเขาที่ไม่ทราบชื่อลูกหนึ่ง บนยอดเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งภูเขาสายน้ําตําแหน่งสูงยืนกันอยู่เต็มไปหมด แสงสีทองสาดส่อง หมื่นจัง ภาพบรรยากาศยิ่งใหญ่น่าครั่นคร้าม
ในศาลา หวังเซี่ยนเห็นแม่นางน้อยชุดดําที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ทําท่าประหลาดบางอย่างอย่างเงียบเชียบ นางไม่ได้ส่งเสียงใดๆ เนื่องจากนางนั่ง “หลบ” อยู่ข้างกายจงเซี่ยน นอกศาลาจึงสัมผัส ไม่ได้ถึงความ เคลื่อนไหวเล็กน้อยนี้
เห็นว่านายท่านเทพวารีลําคลองจินไต้มีสีหน้าสอบถาม หมี่ลี่
น้อยก็กะพริบตาปริบๆ ในนิยายแนวคดีความล้วนเซียนได้ นไว้แบบนี้นะ เมื่อคนที่เป็นขุนนางตบไม้ปลุกสติ เหล่านักการในที่ว่าการยก กระบองทิ่มพื้นอย่างเปี่ยมไปด้วยบารมี ปากร้องคําว่าเวยอู่ นั่นก็คือ ถึงเวลาพิจารณาคดีไต่สวนแล้ว มีทุกข์ก็ฟ้องทุกข์ มีความอยุติธรรม ก็ร้องทุกข์ ฟ้าดินยุติธรรม กรรมตามสนองย่อมไม่พลาด… ครั้นเมื่อ ความอยุติธรรมอันหนักหนาได้รับการแก้ไขแล้ว หมดเรื่องก็เลิกศาล ผู้คนด้านนอกพากันโห่ร้องเรียกว่าท่านขุนนางผู้ทรงธรรม
เวลานี้หวังเชี่ยนไม่กล้าพูดเออออคล้อยตาม หนึ่งเพราะคนที่อยู่
ด้านนอก ไม่ว่าจะเลือกใครมาสักคนก็ล้วนเป็นบุคคลที่สูงส่งจนเทพ วารีลําคลองจินได้มิอาจอาจเอื้อม อีกอย่าง “แม่นางน้อย” ที่อยู่
ตรงหน้าผู้นี้ก็คือผู้พิทักษ์ขวาของภูเขามั่วมั่ว ไม่รู้ว่ามรรคกถาลึกล้ํา
ถึงขอบเขตไหน คาดว่านางเองก็น่าจะเหมือนจิงเฮาแห่งหลิวเสียทวีป
ที่ต่างก็เป็นผู้ฝึกตนบนยอดเขาที่ชอบออกมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์
เช่นกัน
เฉินผิงอันอดทนรออยู่พักหนึ่ง บนยอดเขาก็ยังคงเงียบสงัด ไม่มี
ใครกล้ายืดอกรับเรื่องนี้ในความเป็นจริงแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขา สายน้ําร้อยกว่าท่านและเหล่าขุนนางเทพหญิงแห่งที่ว่าการใหญ่ที่
เรียงขบวนกันอย่างเกรียงไกรนี้ คนที่กล้ามองราชครูแห่งต้าหลีท่านนี้ ตรงๆ มีน้อยจนนับนิ้วได้ ส่วนมากก็แค่แอบเงยหน้าขึ้น เหลือบตามอง อย่างว่องไวแล้วก็ก้มหน้ากลับลงไปอีกครั้ง การที่กระทําการ “ล้ําเส้น”
เช่นนี้ เนื่องจากพวกเขาสงสัยใคร่รู้ในตัวเซียนกระบี่ใหญ่ที่เต็มไป
ด้วยเรื่องราวมากสีสันตระการตาผู้นี้เหลือเกิน เป็นเหตุให้ต่อให้จะรู้ดี
ว่าอีกเดี๋ยวจะต้องเจอกับความเกรี้ยวกราดปานฟ้าผ่าก็ยังต้องมองเขา
สักครั้ง สิ่งที่ต้องการก็หนีไม่พ้นว่า “ข้าเคยเห็นเฉินผิงอันในระยะ ประชิดมาก่อนจริงๆ
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ในเมื่อพวกเจ้าไม่มีอะไรจะพูด ถ้าอย่างนั้นก็ ถึงคราวที่ข้าต้องพูดบ้างแล้ว”
ฟูเต๋อชงเห็นว่าจิ้นเสินจวินบ้านตนที่ยืนอยู่ด้านหน้าไม่รู้ว่าเขา เปี่ยมไปด้วยความมาดมั่นหรือเป็นเพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เอา
เป็นว่าเขายืนที่อราวกับหุ่นไม้ เขาในฐานะที่เป็นลูกน้องของอีกฝ่ายก็
https://novel-lk.com/
ได้แต่บากหน้าก้มหัวกุมหมัด เป็นฝ่ายเปิดปากขึ้นมาก่อนว่า “น้อม รับฟังคําสั่งสอนจากท่านราชครู!”
ซานจวินแห่งผูซาน มีฐานะสูงส่งเป็นมือรองแห่งวิถีเทพในอาณา เขตของมหาบรรพตกลาง ฟูเต๋อชงยังมีท่าทางเช่นนี้แล้ว เหล่าสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ําที่เหลือต่างก็เดินลงมาตามบันไดที่เขาทอด
ไว้ ทําตามแบบกันอย่างอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
เฉินผิงอันกระตุกมุมปาก สองนิ้วประกบกัน ยกขึ้นเบาๆ…ไม่ จําเป็นต้องใช้ถ้อยคําเอยเตือน บนยอดเขาก็พลันเงียบสงัด แม้กระทั่ง เข็มตกก็คงได้ยิน
“กู่โจ้วซานจวิน ซูเหมี่ยวเทพวารีแห่งแคว้นตานอวี้ ในฐานะสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ําของแคว้นกลับทําผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง ใช้อํานาจทุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนตัวสมคบคิดกับผีเซินจาง ร่วมกัน ใส่ร้ายเทพวารีหวังเซี่ยนแห่งลําคลองจินไต้ ตามกฎระเบียบแล้วต้อง เพิกถอนตําแหน่งเทพ ขับไล่ออกจากศาล ตัดชื่อออกจากทําเนียบ” “แอบขัดขวางการไปร้องทุกข์ของหวังเซี่ยน กู่โจ้วและซูเหมี่ยวรู้ กฎหมายแต่กลับทําผิดกฎหมายเสียเอง ความผิดเพิ่มอีกหนึ่งกระทง
ตามกฎแล้วต้องมอบให้กรมพิธีการแคว้นตานอวี้เป็นผู้ตัดสินคดี ทําลายร่างทอง ศาลเทพอภิบาลเมืองของแคว้นอวี้ตานรับผิดชอบคุม ขังแล้วค่อยไต่สวน”
https://novel-lk.com/
“เรื่องนี้ให้ภูเขาเซ่อจื่อมหาบรรพตกลางเป็นผู้ป่าวประกาศให้ ทราบโดยทั่วกัน ขณะเดียวกันก็บอกกล่าวแก่สํานักศึกษากวานหูให้
ส่งวิญญูชนและนักปราชญ์มาตรวจสอบเรื่องนี้ หลังจากที่บันทึกคดี
เป็นหลักฐานแล้วให้มอบสําเนาให้กับกรมพิธีการต้าหลีตรวจสอบและ
จัดเก็บ”
กู่โจ้วนั่งคุกเข่าตัวสั่นสะท้าน ซานจวินท่านนี้ยังไม่ถูกไต่สวน ใบหน้าและลําคอก็มีเสียงปริร้าวดังขึ้นเป็นระลอกแล้ว
เทพวารีซูเหมี่ยวอึ้งค้างไร้คําพูด เทวรูปในศาลที่อยู่ห่างไปไกล เป็นพันลี้ระเบิดแตกคาที่ ผู้มีจิตศรัทธาหลายคนที่อยู่ในตําหนักใหญ่ พอดีต่างก็ปากอ้าตาค้าง ตะลึงพรึงเพริดอย่างยิ่ง สตรีวัยกลางคนที่ เป็นคนเฝ้าศาลซึ่งมีสง่าราศีงดงามก็ยิ่งลนลานทําอะไรไม่ถูก ฟุบตัว
ร่ําไห้อยู่กับพื้น
“อู๋หลิวรองเจ้าหน้าที่ตรวจการแห่งกองลาดตระเวนภูเขาอวี่หลิน
รับสินบนอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ปกป้องกู่โจ้วและซูเหมี่ยว ปล่อย ให้ผีเซินจางจัดงานพิธีอุทิศส่วนกุศลอยู่ที่นี่ ลงโทษด้วยความผิดฐาน เดียวกับกู่โจ้ว ซูเหมี่ยว ทุบทําลายร่างทองทิ้งในทันที”
ในทันที!
แม่ทัพเทพขุนนางหลักของกองงานคุณความชอบและความผิด ของภูเขาเช่อจื่อตัวสูงสองจั้ง ใบหน้าแดงเครายาว เดินก้าวยาวๆ มา
อยู่ข้างกายเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการอู่แล้วยกมือขึ้นในมือถือค้อนแตง
ทอง เสื้อขึ้นทุบหัวของอีกฝ่ายทันที
“โจวเจียขุนนางหลักของกองลาดตระเวนภูเขาอวี่หลินใช้คนไม่
เหมาะสม ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ตําแหน่งเทพของร่างทองถูกลด ระดับสามขั้นติด ภายในเวลาร้อยปีห้ามเลื่อนขั้น ทุกครั้งที่มีการ ประเมินแห่งขุนเขาสายน้ําของมหาบรรพตกลางให้ลดระดับขั้น
เหมือนกันทั้งหมดแล้วบันทึกลงเอกสาร”
บุคคลอันดับหนึ่งของกองลาดตระเวนที่มีรูปโฉมเป็นชายหนุ่ม
หน้าตาหล่อเหลารีบคุกเข่าลงกับพื้น ไหนเลยจะกล้ามีข้อกังขา เขา โขกหัวแรงๆ เอ่ยเสียงสั่นว่า “เทพน้อยน้อมรับการลงโทษ!”
ต่อให้จะทุกข์ระทมเกินกว่าจะหาคําใดมาบรรยาย แต่เมื่อเทียบ กับเจ้าหน้าที่ตรวจการอู๋รองหัวหน้าที่ร่างทองแหลกสลายคาที่แล้ว ตนก็คิดว่าตัวเองโชคดีอย่างมหาศาลท่ามกลางความโชคร้ายแล้ว
ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น เขาเอาหน้าแนบพื้นอยู่เนิ่นนาน “กองลาดตระเวนภูเขาอวี่หลิน มีก็เหมือนไม่มี เทพหญิงและขุน นางทุกคน นับแต่วันนี้ไปถูกลดระดับหนึ่งขั้น หักเงินเดือนหนึ่งร้อยปี”
ขุนนางและแม่ทัพเทพกองลาดตระเวนทั้งหมดล้วนหน้าซีดขาว
แสงสีทองหม่นลงหลายส่วน
กองงานในภูเขาอวี่หลินมีทั้งหมดสิบหกกอง กองลาดตระเวนที่ “มีทั้งอํานาจในการตรวจสอบคดี และสามารถดําเนินการได้ตาม
ความเหมาะสม” เดิมทีก็เป็นที่ว่าการใหญ่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้ของ ภูเขาทายาท ตอนนี้กลับดีนัก วันหน้าหากมีการประชุมอีกก็คงได้แต่ ร่วมอยู่ในที่นั่งท้ายสุดด้วยความเคารพ ทําตัวเป็น “เทพทวารบาล”
แล้ว
อีกอย่างคํากล่าวที่ว่า “ลงโทษหักเงินเดือน” ที่เป็นกุญแจสําคัญ มากที่สุด ไม่ใช่การหักเงินเดือนขุนนางที่ไม่เจ็บไม่คันอย่างในวงการ ขุนนางล่างภูเขา พวกเขาที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ําต้องกิน ควันธูป! ไม่มีควันธูปก็คือน้ําที่ไม่มีต้นกําเนิด ถ้าอย่างนั้นคําว่า เงินเดือนก็คือภายในเวลาร้อยปี พวกเขาจะต้องส่งมอบควันธูป
บริสุทธิ์ทั้งหมดให้กับเบื้องบนต้องยกให้กับสํานักควันธูปของภูเขา
อวี่หลิน
โจวเจียแห่งกองลาดตระเวนที่เดิมทีคิดว่าหนีพ้นหายนะไปได้แล้ว
ก็โชคดีที่เขาไม่ใช่ผู้ฝึกบําเพ็ญตน หาไม่แล้วจิตแห่งมรรคาคงจะ
แหลกสลายไปแล้ว
แค่คิดก็พอจะรู้แล้วว่าในอนาคตกองลาดตระเวนของภูเขาอวี่ห ลินจะไม่มีศัตรูร่วมกันจะไม่มองเขาเป็นดั่งตัวการร้ายต้นเหตุแห่ง
หายนะหรอกหรือ?
หากจําไม่ผิด ขุนนางน้อยใหญ่ของกองตรวจสอบมีสองร้อยกว่า
คน พวกเขาถูกหักเงินเดือนหนึ่งร้อยปี รวมกันแล้วจะมีควันธูปกี่มาก น้อยที่ “ขาดดุล? บัญชีก้อนนี้จะไปคิดลงบนหัวของใคร?
https://novel-lk.com/
“กองตรวจสอบแห่งภูเขาเซ่อจื่อที่มีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาเบื้อง
บน มีโทษระดับเดียวกันแต่ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง หักเงินเดือนหกสิบปี”
เหล่าขุนนางกองตรวจสอบของมหาบรรพตใหญ่ที่ได้ยินคําสั่งนี้ ต่างก็ตะลึงลานไร้คําพูด อึ้งค้างอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเถียง
แม้แต่ครึ่งคํา
นอกจากที่หวังเซี่ยนจะตกใจแล้วก็จําต้องยอมรับในวิธีการของ
ราชครูเฉินท่านนี้ จัดจ้านเฉียบคม!
ในวงการขุนนาง ไม่ว่าจะล่างภูเขาหรือบนภูเขา ผู้มีอํานาจ ตําแหน่งสูงที่อยู่ในตําแหน่งอย่างมั่นคงแล้วล้วนมีความหวาดกลัวอยู่ สองอย่าง ทั้งกลัวว่าคนบางคนที่อยู่สูงกว่าจะค่อยๆ ห่างเหินกันไป แล้วก็กลัวว่าพวกพ้องเบื้องล่างจะเกาะกลุ่มกันมาต่อต้าน
เปลี่ยนมาเป็นเบาหวังเซี่ยนที่ “จัดการคดี” อย่างมากสุดก็แค่จับ พวกเจ้าหน้าที่ตรวจการอู่ไปดําเนินคดี จากนั้นสั่งสอนคนทั้งหลาย
ของภูเขาอวี่หลินโดยไม่บันทึกลงเอกสารคดีสุดท้ายกําชับเหล่าเทพ ชั้นสูงทั้งหลายด้วยความหวังดีไม่กี่ประโยคก็ถือว่า “ใช้ทั้งพระเดช
และพระคุณควบคู่กันแล้ว?
ก็จริงนะ ได้ยินมาว่าแม้ราชครูเฉินจะอายุน้อย แต่ถึงอย่างไรเขา ก็เป็นศิษย์น้องของซิ่วหูเชียวนะ
https://novel-lk.com/
คิดดูแล้วก่อนที่ราชครูเฉินจะปรากฏตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ศิษย์พี่ ซุยฉานก็น่าจะต้องถ่ายทอดวิชาให้เขาอย่างหมดหน้าตัก ตั้งใจอบรม
ปลูกฝัง ทั้งยังให้การปกป้องมรรคาเป็นอย่างดี
ผลคือประโยคถัดมาของราชครูเฉินเกือบจะทําให้หวังเซี่ยนตก
ใจสะดุ้งโหยง
“ซานจวินว่านซู่กุ้ย ใช้คนโดยไม่ตรวจสอบ อย่างร้ายแรง ลดระดับเทพลงหนึ่งขั้น
พร่องต่อหน้าที่
พอประโยคนี้ดังขึ้น บนยอดเขาก็ระงมไปด้วยเสียงฮือฮา
ต่อให้เป็นฟูเต๋อชงก็ยังเกือบจะอดไม่ไหวเปิดปาก อยากจะ
ขอร้องแทนว่านซู่กุ้ยสักสองสามประโยค
จําต้องยอมรับว่าวงการขุนนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการขุนนาง ภูเขาสายน้ํา ซานจวินของภูเขาทายาทลูกหนึ่ง หากระดับขั้นลดลงก็ ไม่ใช่สิ่งที่โจวเจียแห่งกองลาดตระเวนถูกลดระดับสามขั้นติดต่อกันจะ
เทียบเคียงได้ติด
ซานจวินหญิงเบิกตากว้างอยู่ครู่หนึ่ง น้ําตาคลอเจียนจะหยด ใน ที่สุดก็คล้ายจะยอมรับชะตากรรม เอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า “ว่าน
ซู่กุ้ยแห่งภูเขาอวี่หลินรับคําสั่ง”
นางไม่กล้าให้เกิดเรื่องแทรกซ้อนอะไรอีกแล้ว ฟู่เต๋อชงช่วยไกล่
เกลี่ยก็ดี หรือแม้กระทั่งจิ้นชิงเงินจวินช่วยออกหน้าแทนนางก็ช่าง
เชื่อว่ามีแต่จะยิ่งทําให้ราชครูหนุ่มผู้นั้นโกรธมากกว่าเดิม โทษของ
การลดขั้นก็มีแต่จะหนักยิ่งกว่าเดิม
อริยะเชียวนะ
วิชาอภินิหารของพวกเขาก็คือปากอมกฎสวรรค์
ในตําหนักหลักของจวนซานจวินที่อยู่ไกลถึงภูเขาอวี่หลิน เทวรู
ปลงสีรูปนั้นโงนเงนจะร่วงมิร่วงแหล่ แสงสีทองเป็นระลอกวูบไหลราว
กับน้ําไหล
พริบตานั้นตําหนักใหญ่ที่กว้างขวางเคร่งขรึมก็เกิดภาพ
เหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น เหล่าชายหญิงผู้มีจิตศรัทธาที่มาจุดธูป
กราบไหว้ที่นี่สัมผัสไม่ได้ เพราะเมื่อครู่นี้พวกเขาถูกคนเฝ้าศาลและ เหล่าเทพหญิงเชิญออกมาจากตําหนัก ฝ่ายหลังรีบปิดประตูกลาง ของตําหนักใหญ่ลงอย่างรวดเร็ว คุกเข่าลงบนเบาะรองนั่ง เห็นเพียง ว่าความสูงของเทวรูปลดต่ําลงหลายส่วน อีกทั้งร่างยังผอมลงไปหนึ่ง รอบตัว ชายแขนเสื้อของ “ซานจวินเหนียงเนียง” ยิ่งดูกว้างมาก ทางฝั่งของยอดเขาแห่งนี้ ใบหน้าของว่านซู่กุ้ยเต็มไปด้วย “หยด
กว่าเดิม พลิ้วไสวราวกับจะโบยบิน
น้ําตา” ล้วนเป็นสีทองทั้งหมด พวกมันหล่นลงมาจากข้างแก้ม แต่ละ หยดร่วงหล่นลงบนพื้นดิน ถึงกับทําให้หญ้าเซียนและเห็ดหลิงจื้องอก
ขึ้นมา
https://novel-lk.com/
“หากภายในสามปี โชคชะตาในอาณาเขตของภูเขาอวี่หลิน ไม่ได้มาตรฐานเหมือนร้อยปีก่อน จะลงโทษต่อ ตําแหน่งเทพลดลงอีก
หนึ่งขั้น เพิกถอนคําเรียกขานว่าซานจวิน”
ว่านชูกุ้ยตะลึงพรึงเพริด รีบเช็ดน้ําตา ค้อมกายเอ่ยทันใด ด “ภูเขา อวี่หลินน้อมรับคําสั่ง!” คําพูดของราชครูหนุ่มเหมือนพระราชโองการที่มองไม่เห็นฉบับ หนึ่งซึ่งล้อมวนอยู่ตามชื่อคานหนาใหญ่ของจวนซานจวิน ประหนึ่ง
ผ้าแพรขาวผืนหนึ่ง
คําพูดออกจากปากผลพลันบังเกิด
เมื่อเทียบกับภูเขาอวี่หลินที่ได้รับบาดเจ็บไปถึงพลังต้นกําเนิด
แล้ว สภาพการณ์ของภูเขาผูซานถือว่าดีกว่ามากนัก
ขุนนางหญิงที่เป็นผู้นําคนหนึ่งของกองเพิกถอนมีสีหน้าหยิ่ง
ทระนง เวลานี้ในใจนางสาแก่ใจยิ่งนัก ควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งนาน
แล้ว
ภายในของกองลาดตระเวนภูเขาอวี่หลินเละเทะมานานแล้ว เวลา
อยู่ข้างนอกชอบโอ้อวดตัวเองเป็นที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังชอบทํา ให้ผู้ฝึกตนลําบากใจ ขึ้นชื่ออยู่ในมหาบรรพตกลางมานานแล้ว
ฟูเต๋อชงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเทพหญิงผู้นี้ กําลังจะเปิดปาก
เอ่ยเตือนนาง แต่กลับมองสบตากับราชครูเฉินพอดี จึงได้แต่ล้มเลิก
ความคิด
https://novel-lk.com/
อวี้เป่าจูลูกน้องของเขาคนนี้ อย่าว่าแต่ผูซานเลย ต่อให้เป็นทั้ง
วงการขุนนางภูเขาสายน้ําของขุนเขากลางก็ถือเป็นบุคคลที่ร้ายกาจ
คนหนึ่ง เป็นเหตุให้ฟูเต๋อชงได้แต่นํานางไปไว้ในกองเพิกถอน
ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่ตลอดทั้งอาณาเขตผูซานเลย เกรงว่านางคง ควบคุมไปถึงภูเขาเซ่อจื่อและจวนเงินจวินด้วยแล้ว อวี้เป่าจูหัวเราะหยันไม่หยุด พวกเจ้าก็มีวันนี้ด้วยหรือ!
และเวลานี้เอง อวี้เป่าจูก็พลันสังเกตเห็นด้วยความตกตะลึงว่า
สายตาของราชครูหนุ่มได้มองมาที่นางแล้ว
เมอยางนนอยาว แต่ตลอดทั้งอาณาเขตผู้บานเลย เกรงว่านางคง
ควบคุมไปถึงภูเขาเช่อจื่อและจวนเงินจวินด้วยแล้ว อวี้เป่าจูหัวเราะหยันไม่หยุด พวกเจ้าก็มีวันนี้ด้วยหรือ!
และเวลานี้เอง อวี้เป่าจูก็พลันสังเกตเห็นด้วยความตกตะลึงว่า
สายตาของราชครูหนุ่มได้มองมาที่นางแล้ว มีส่วนของข้าด้วยหรือ?!
อวี้เป่าจูอึ้งค้างอยู่กับที่
“อวี้เป่าจูขุนนางหลักของกองเพิกถอนภูเขาผูซาน แม้ไม่ใช่ว่ารู้
สถานการณ์แต่ไม่ยอมรายงาน จงใจปิดบัง แต่ในเมื่อสัมผัสได้ถึง เบาะแสแต่ไม่ตรวจสอบ ลงโทษให้ลดระดับตําแหน่ง แต่ยังให้ดํารง ตําแหน่งต่อไป หักเงินเดือนสามสิบปี” อวี้เป่าจูตะลึงงัน เพียงแต่พอคิดดูแล้ว นางก็ยอม! ไม่เพียงแต่ไม่ผิดหวัง กลับกันอวี้เป่าจูยังมีสีหน้าสดชื่นเปี่ยมไป ด้วยความกระปรี้กระเปร่า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ําอย่างพวกเรา เดิมทีก็ควรต้อง พิจารณาทั้งจิตใจและการกระทําไปพร้อมกันอยู่แล้ว!