System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 113 : คำถามของหลงหวู่เหล่ย
หลัง จากที่ไป๋เฉินบอกที่อยู่มาแล้ว ซูเสวี่ยหนิงก็ขอวางสาย พร้อมกับ
ความรู้สึกอันมากมายต่อเขา ทั้งรู้สึกสำนึกขอบคุณ ทั้งรู้สึกมีความสุขที่
เขายอมช่วยเหลือ
“เสวี่ยหนิง เจ้าทำได้ดีมาก!” เจิ้งฟางอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา ใบหน้า
ของเธอแสดงออกมาถึงความโล่งอกและมีความสุข
การที่ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า รับปากจะช่วยนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหา
อะไรมาเทียบได้ง่ายๆ
เพราะตัวตนของผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า เรียกได้ว่าแทบจะเป็นผู้ยืนอยู่
ในจุดสูงสุดของโลกผู้ฝึกตนในตอนนี้แล้ว!
“เส วี่ยหนิง เจ้าอย่าได้รอช้า รีบไปรับท่านผู้อาวุโสในตอนนี้เลย และพา
ท่านไปยังสำนักของพวกเรา ข้าจะอยากจะรู้นักว่าประหลาดไท่หยางมัน
จะทำยังไง เมื่อรู้ว่าทางสำนักของเรามีผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้ายื่นมือเข้า
มาช่วย หากว่ามันคิดที่จะทำลายสำนักของพวกเรา มันต้องชั่งน ้าหนักให้
ดี!”
เจิ้งฝางพลันพูดขึ้น เธอบอกกับซูเสวี่ยหนิงด้วยความจริงจังอย่างมาก
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านรองเจ้าสำนัก” ซูเสวี่ยหนิงพูด ก่อนจะรีบออกไปจาก
ห้องนี้ เพื่อบินตรงไปยังเกาะตงไห่และรับไป๋เฉินมา
จากนั้นเธอก็จะได้พาเขาไปยังสำนักแดนจันทราของเธอ
เห็น ได้ชัดว่าถึงแม้ตอนนี้ จะเป็นเวลากลางคืน ซูเสวี่ยหนิงก็ไม่ได้มี
ปัญหาในการเดินทางไปยังเกาะตงไห่ ที่ซึ่งจะต้องใช้เครื่องบินหรือเรือ
ไปเท่านั้นเลยแม้แต่น้อย
นี่แน่นอนว่าเป็นเพราะเธอมีเครื่องบินส่วนตัว การจะบินไปยังเกาะตง
ไห่ในตอนนี้ เพื่อไปรับไป๋เฉิน ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเธอเลย
…………………………..
ขณะเดียวกัน ภายในห้องของโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะตงไห่ มีชายและ
หญิงวัยกลางคนนั่งหันหาคุยกันอยู่ที่โซฟาภายในห้อง
ซึ่งทั้งสองคนนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากถังจื่อเฉิงกับถังเหยียน
ใบหน้าของสามีภรรยาคู่นี้ เป็นที่หม่นหมองและกังวลอย่างมาก
ส่วนสาเหตุนั้น ก็คือเรื่องของไป๋เฉิน พวกเขาทั้งสองคนต้องการวัคซีนที่
เขามี เพื่อมารักษาโรค GT-2 ของถังเหยียน
ถ้าหากไม่ได้วัคซีนมา ถังเหยียนก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่!
แน่ นอนว่าสาเหตุที่ถังจื่อเฉิงกับถังเหยียนมายังเกาะตงไห่ ก็เพื่อที่จะทำ
การขอโทษไป๋เฉิน และเสนอราคาซื้อวัคซีนที่เขามีในราคาสูงมากกว่า
พันล้านหยวน!
การตัดสินใจของพวกเขาในครั้งนี้ ส่วนใหญ่มาจากคำพูดของซูเสวี่ย
หนิง
จากคำพูดของเธอ พวกเขาไม่มีข้อกังขาเลย มีความเป็นไปได้อย่างมากที่
ไป๋เฉินจะมีเบื้องหลังที่น่ากลัว
เมื่อรู้แบบนี้ พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงส่งคนไปใช้กำลังเอาวัคซีนจาก
เขามาอีกต่อไป และเลือกที่จะใช้วิธีที่จะใช้อยู่นี้แทน
การ ที่พวกเขารู้ว่าไป๋เฉินอยู่ที่เกาะตงไห่นั้น เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้
พวกเขาได้โทรไปถามหลงซูอิน และรีบบินมาที่เกาะตงไห่ พร้อมกับทำ
การจองโรงแรมในทันที
แต่หลังจากที่มาถึง พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ได้เดินทางไปที่บ้านพักตาก
อากาศของตระกูลหลง เพราะกลัวว่าจะถูกไป๋เฉินปฏิเสธในการเจรจา
ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาจากเหตุการณ์ที่พวกเขาทั้งสองคน ได้ปฏิเสธวัคซีน
จากไป๋เฉินไปในก่อนหน้านี้
“พวกเราจะทำยังไงดีคะคุณ พวกเราควรโทรไปหาซูอินก่อน เพื่อถามดูดี
ไหม?” ถังเหยียนพลันพูดขึ้นมาอย่างเป็นกังวล
ถัง จื่อเฉิงต้องส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าเพิ่งจะดีกว่า พรุ่งนี้
พวกเราค่อยเดินทางไปที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลหลงทีเดียวเลย”
“ฉัน เข้าใจแล้ว” ถังเหยียนพยักหน้าเข้าใจ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะถาม
ออกมา “แล้ว…แล้วพวกเราจะเจรจาสำเร็จไหม? ถ้าหากว่าเขาไม่ยอม
มอบวัคซีนให้กับเรา พวกเราจะทำยังไงกันดี?”
ถัง จื่อเฉิงแสดงสีหน้าอับจนหนทางออกมา พูดกันตามความจริง เขาไม่
มีวิธีใดมารับมือ ถ้าไป๋เฉินปฏิเสธเลย หากว่าเป็นเรื่องอื่น เขาคงยอมแพ้
ไปนานแล้ว
แต่ว่าเรื่องนี้เขาไม่มีทางที่จะยอมแพ้ได้ เนื่องจากถ้าเขายอมแพ้ ภรรยา
ของเขาอย่างถังเหยียนก็จะต้องตาย เพราะโรค GT-2!
มอง เห็นสีหน้าของสามี ถังเหยียนก็ต้องถอนหายใจออกมา ทั้งสองคน
ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ต่างคนต่างก็นั่งอยู่อย่างเงียบๆ ภายในใจล้วนเต็ม
ไปด้วยความกังวลและความคาดหวัง
…………………………..
ตอน เช้าได้มาถึง ไป๋เฉินออกเดินทางไปพร้อมกับซูเสวี่ยหนิง ในทันทีที่
ร่วมรับประทานอาหารกับหลงซูอิน รวมไปถึงหลงหวู่เหล่ยที่เป็นปู่ของ
เธอ กับหลงเซิ่นผู้เป็นพี่ชายของเธอด้วย
จาก การที่เขาออกเดินทางไปกับซูเสวี่ยหนิงในทันทีที่ร่วมรับประทาน
อาหารกับพวก หลงซูอินได้นี้ ย่อมเป็นเพราะว่าซูเสวี่ยหนิงได้เดินทาง
มาถึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และได้พักค้างคืนที่บ้านพักตากอากาศของ
ตระกูลหลงเช่นเดียวกันกับเขา
ส่วนในเรื่องของภารกิจใหม่ ไป๋เฉินยังเลือกที่จะไม่ดูมันในตอนนี้
เพราะเขาต้องการช่วยเรื่องของซูเสวี่ยหนิงให้เสร็จก่อน
แน่นอนว่ารวมถึงการใช้สิทธิ์การสุ่มที่เขาเพิ่งจะได้รับมาด้วย
ความจริง ในเรื่องที่ซูเสวี่ยหนิงขอให้ช่วยเหลือ เขากก็คาดไม่ถึงอยู่บ้าง
ว่าเธอจะขอให้เขาตามไปที่สำนักของเธอ
เนื่องจากเขาคิดเพียงแต่ จะมอบค่ายกลสี่ดาราและบอกวิธีใช้ให้เธอ
เท่านั้น
แต่ ในเมื่อเธอขอร้องออกมาแล้ว ไป๋เฉินจะไม่ตามไปที่สำนักของเธอก็
ไม่ได้ มันจึงช่วยไม่ได้ที่เขา ต้องเดินทางไปพร้อมกับซูเสวี่ยหนิง
ในตอนนี้
หลังจากที่ไป๋เฉินกับซูเสวี่ยหนิงเดินทางออกไปจากบ้านพักตากอากาศ
ของตระกูลหลงได้ระยะหนึ่ง
หลง ซูอินก็ถูกเรียกตัวมาที่ห้องของหลงหวู่เหล่ย ซึ่งภายในห้องไม่ได้มี
เพียงแต่หลงหวู่เหล่ย แต่ยังมีหลงเซิ่นด้วย ใบหน้าของคนทั้งสองดู
จริงจังอยู่บ้าง
“ปู่เรียกหนูมามีเรื่องสำคัญอะไรเหรอคะ?”
หลงซูอิน มองไปที่ปู่ของตัวเอง ที่แสดงออกถึงใบหน้าจริงจัง เธอก็อดที่
จะถามออกมาไม่ได้
หลง หวู่เหล่ย แม้หายขาดจากโรคร้ายที่เป็นแล้ว แต่ว่าด้วยความที่เป็นมา
นาน ทำให้เขายังไม่แข็งแรงพอที่จะเดินได้ จึงทำให้เขาได้แต่นอนอยู่บน
เตียงเหมือนเดิม
ในตอนเช้าที่ไปร่วมรับประทานอาหารก็ต้องนั่งรถเข็นไป
เขามองใบหน้าของหลานสาวของตัวเอง ก่อนจะพูดออกมา “ซูอิน หนู
ปล่อยให้แฟนของหนูไปกับลูกสาวคนโตของตระกูลซูแบบนั้น มันจะดี
เหรอ?”
ใบหน้าของหลงซูอินต้องแดงขึ้นมา เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“เขาไม่ใช่แฟนของหนู!”
“ไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบัง ปู่เห็นว่าเขาเหมาะสมกับหลานอย่างมาก”
หลงหวู่เหล่ยพูด
จาก การที่หลงซูอินปฏิเสธออกมา เขาเชื่อว่าเป็นเพราะเธออาย และ
บางส่วนอาจจะกลัวว่าเขาจะกีดกันเธอกับไป๋เฉิน มันจึงช่วยไม่ได้เลย ที่
เขาจะพูดออกมาอย่างที่เพิ่งจะพูดออกมานี้
หลง เซิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ เตียงนอนของหลงหวู่เหล่ย ก็อดไม่ได้ที่จะพูด
ออกมา “อย่างที่ปู่พูด ซูอิน น้องไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังพวกเรา”
ได้ ยินคำพูดของทั้งสองคน หลงซูอินก็เงียบไป แม้เธออยากจะบอกว่า
ไป๋เฉินไม่ใช่แฟนของเธอออกมาอีกครั้ง แต่เธอก็กลัวว่าปู่และพี่ชายของ
เธอจะไม่เชื่ออีก
และเมื่อเธอลองคิดทบทวนดูแล้ว เธอก็อยากจะให้ไป๋เฉินมาเป็นแฟน
ของเธอในอนาคตต่อจากนี้ เธอจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธอีกต่อไป
“ปู่ ไม่คิดจะกีดกันพวกเราจริงๆ ใช่ไหม?” เธอถาม ซึ่งคำถามของเธอ
เป็นคำถาม ที่ถามเผื่อเอาไว้ ในกรณีที่เธอกับไป๋เฉินเป็นแฟนกันใน
อนาคต
“แน่นอนอยู่แล้ว” หลงหวู่เหล่ยพยักหน้าอย่างมีความสุขเมื่อหลงซูอิน
ยอมรับออกมา