System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 230 :
โดย
Genrei
กลับมายังเมืองซิงโจว
ในช่วงเย็นของวัน เวลาโดยประมาณก็คือ 6 โมงเย็น ไป๋เฉินได้
กลับมาถึงเมืองซิงโจวพร้อมกับซูเสวี่ยหนิง
ทันทีที่กลับมาถึง เธอก็บอกขอบคุณเขาด้วยท่าทีแปลกๆ อยู่บ้าง
ก่อนจะขอตัวจากไป
ไป๋เฉินแม้สงสัยกับท่าทีที่แสดงออกของเธอ แต่เขาก็ไม่ได้ถาม
อะไรกับเธอ เพียงบอกลากับเธอแล้วก็กลับมาที่บ้านก็เท่านั้น
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนมาถึงช่วงค ่านี้ ได้ผ่านมา
อย่างเรียบง่าย หลังจากที่ไป๋เฉินไปหาชายชราซูเสียนยี่กับซูเสวี่ยหนิง
เสร็จ เธอก็พาเขาไปรับประทานอาหารกับพ่อและแม่ของเธอ
ท่าทีการแสดงออกของพ่อกับแม่ของซูเสวี่ยหนิงที่มีต่อเขา
เปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งมันแตกต่างจากการที่พบกันในตอนแรกมาก
ท่าทีของพวกเขาเปลี่ยนมาเป็นให้ความเคารพเขาและสุภาพกับเขา
อย่างถึงที่สุด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไป๋เฉินไม่คิดว่ามันแปลก เนื่องจากถ้าให้เขาคาด
เดา ซูสินเซี่ยวกับซูจิงเซี่ยก็คงจะเป็นเช่นเดียวกันกับชายชราซูเสียนยี่ ที่
คิดเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน
ในเรื่องนี้ จริงๆ แล้ว ไป๋เฉินก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงปล่อยเลย
ตามเลยเท่านั้น เพราะเขาคิดว่าคงไม่ได้ไปที่ตระกูลของเธออีก
การแกล้งเป็นแฟนให้กับซูเสวี่ยหนิงผ่านไปได้ด้วยดี ไม่แปลกที่
ไป๋เฉินจะคิดว่าคงไม่ได้ไปที่ตระกูลของเธออีก
ส่วนเรื่องที่เขาสงสัยว่าตระกูลของเธอ ใช่หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่
ของปักกิ่งหรือไม่นั้น เขาได้รับคำตอบแล้ว ซึ่งมันเป็นคำตอบที่เล่นเอา
เขาตกใจทีเดียว!
เพราะมันเป็นอย่างที่เขาสงสัย ตระกูลซูของซูเสวี่ยหนิง เป็นหนึ่ง
ในห้าตระกูลใหญ่อย่างแท้จริง!
ถ้าถามว่าไป๋เฉินได้รับคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงนั้น คำตอบก็มี
เพียง เขาถามกับซูเสวี่ยหนิง ซึ่งเธอก็บอกออกมาแต่โดยดี
ในเวลานั้น บอกตามตรงว่าความรู้สึกของเขายุ่งเหยิงอยู่บ้าง
เนื่องจากเขาไม่มีความรู้สึกที่ดีให้กับพวกตระกูลใหญ่
สิ่งที่ตระกูลหวังกับตระกูลซีได้ทำเอาไว้ ทำให้เขานึกรังเกียจ
ตระกูลใหญ่ไป และไม่มีความรู้สึกที่ดีให้
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงของเขา ก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อนึก
ถึงนิสัยของซูเสวี่ยหนิง แล้วก็คนในตระกูลของเธอที่มีต่อเขา
แม้ว่ามันจะเป็นการเข้าใจผิด แต่มันก็ทำให้ไป๋เฉิน ไม่ได้นึก
รังเกียจ หรือไม่มีความรู้สึกที่ดีให้กับตระกูลของซูเสวี่ยหนิง ถึงแม้ว่า
ตระกูลของเธอ จะเป็นตระกูลใหญ่ หนึ่งในห้าของปักกิ่งก็ตามที…
หลังจากที่กลับมาถึงบ้านของตัวเอง ไป๋เฉินก็รีบอาบน ้าเปลี่ยน
เสื้อผ้า เหตุผลที่เขารีบ เป็นเพราะว่า เขามีที่ที่ต้องไปอยู่ ซึ่งที่นี้ก็คือ
โรงพยาบาลเมืองซิงโจว เขาต้องรีบไปดูแลพ่อกับแม่ของเขา
บอกตามตรงว่า ถึงไป๋เฉินจะไปปักกิ่ง แต่ในช่วงเวลาที่อยู่ปักกิ่ง
เขาล้วนรู้สึกเป็นห่วงพ่อกับแม่ของเขาอยู่ตลอดเวลา มันจึงช่วยไม่ได้เลย
ที่เขาจะรีบไปหาพ่อกับแม่ของเขาที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยายาลเมือง
ซิงโจว ในทันทีที่กลับมาถึงแบบนี้
พออาบน ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ไป๋เฉินก็เดินออกมาที่หน้าทางเข้า
ย่านการค้าซิงเซิง ตลอดการเดินผ่าน มีคนหลายคนเข้ามาถามเขา
เกี่ยวกับอาการของพ่อกับแม่ของเขาด้วยความเป็นห่วง
เรื่องนี้ ทำให้ไป๋เฉินรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกขอบคุณต่อพวกเขาเหล่านี้
อย่างมาก
ไป๋เฉินเดินออกมาถึงทางเข้าย่านการค้าซิงเซิงแล้ว เขาก็เดินต่อไป
ที่ถนนใหญ่เพื่อที่จะหาแท็กซี่สักคัน เพื่อไปยังโรงพยาบาลเมืองซิงโจว
เขายืนรอโบกรถแท็กซี่อยู่ข้างถนน
เวลาผ่านไปหลายนาทีอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีรถแท็กซี่ผ่านมาเลย
ไม่สิ จะว่ามีมันก็มีอยู่ แต่ไม่มีคันไหนขึ้นป้ายแสดงว่าว่างอยู่เลย กับเรื่อง
นี้ ไป๋เฉินไม่คิดอะไรมาก เขาเพียงยืนรอต่อไป
แต่อย่างไม่คาดฝัน รถ BMW ที่คุ้นตาได้ขับมาจากลงที่ข้างถนน
ตรงหน้าของไป๋เฉินพอดี กระจกของนรถถูกลดลง
ไป๋เฉินก้มหน้าลงเล็กน้อย และมองเข้าไป
ในทันทีที่มองเข้าไป เขาก็ได้เห็นหญิงสาวผมสีน ้าตายาว หน้าตา
สวยนั่งอยู่ที่นั่งคนขับ เธอสวมแว่นตากรอบสีทอง ซึ่งมันเข้ากับเธอเป็น
อย่างมาก
เป็นสาวแว่นที่สวยอย่างไม่มีใครมาโต้แย้งได้ และเธอคนนี้ก็คือ
หลงซูอินเอง
“ซูอิน?” ไป๋เฉินกระพริบตาปริบๆ คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอเธอที่นี้
อย่าว่าแต่ไป๋เฉินเลย หลงซูอินก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน เธอมองเขา
และถาม “นายจะไปไหนเหรอ?”
เห็นได้ชัดว่า ก่อนที่เธอจะขับรถมาจอดที่ข้างถนน ตรงหน้าของ
ไป๋เฉินนั้น เธอได้มองเห็นเขายืนอยู่กับที่พักหนึ่งแล้ว ซึ่งในความคิด
ของเธอก็มีแต่ไป๋เฉินมายืนรอรถแท็กซี่เท่านั้น เป็นสาเหตุว่าทำไมเธอถึง
ได้ถามว่าเขาจะไปไหน
“ผมจะไปโรงพยาบาลเมืองซิงโจว” ไป๋เฉินไม่มีความคิดที่จะ
ปิดบัง เขาพูดความจริงออกมา
“โรงพยาบาลเมืองซิงโจว?” หลงซูอินขมวดคิ้วเล็กน้อย “นายจะ
ไปเยี่ยมใครเหรอ?”
“พ่อกับแม่ของผมเอง” ไป๋เฉินพูด
“พ่อกับแม่ของนาย?” อยู่ๆ ใบหน้าสวยของหลงซูอินก็เปลี่ยนไป
เธอไม่ได้ถามว่าพ่อแม่ของเขาเป็นอะไร เธอพูดเพียงไม่กี่คำ “ขึ้นมาสิ
ฉันจะไปส่งนายเอง”
ความจริง การได้บังเอิญมาพบกับไป๋เฉินแบบนี้ ทำให้หลงซูอิน
รู้สึกมีความสุข อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่เธอรู้ว่าพ่อกับแม่ของไป๋เฉินเข้า
โรงพยาบาล เธอก็อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้
สาเหตุที่เธอรู้สึกเป็นห่วง ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นพ่อกับแม่ของไป๋
เฉิน คนที่เธอกำลังตกหลุมรักอยู่ มันจึงทำให้เธอไม่ได้ถามว่าพวกเขา
เป็นอะไร ถึงได้เข้าโรงพยาบาล แต่เลือกที่จะบอกให้ไป๋เฉินขึ้นรถ
เพื่อที่จะไปส่งเขาแทน
ไป๋เฉินยืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินว่าหลงซูอินจะไปส่งเขา แต่
ไม่นานนัก เขาก็พยักหน้าและเปิดประตูรถ BMW ขึ้นไปนั่งยังเบาะที่นั่ง
ข้างคนขับ
“ขอบคุณเธอมาก ซูอิน”
ไป๋เฉินปิดประตูลง หันมองใบหน้าสวยของหลงซูอิน พร้อมกับ
ขอบคุณเธอ เพราะถ้าเธอไม่ไปส่งเขา เขาก็คงจะได้ยืนรอรถแท็กซี่ต่อไป
ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารถแท็กซี่ที่ว่างจะมาตอนไหนเหมือนกัน
“ไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณเลย นายช่วยฉันเอาไว้ตั้งหลายครั้ง
เทียบกับเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่นับเป็นอะไร”
หลงซูอินส่ายหน้า พลางส่งยิ้มอ่อนๆ ให้กับเขา ก่อนจะขับรถ
ออกไป เพื่อไปยังโรงพยาบาลเมืองซิงโจว
ม่านตาของไป๋เฉินขยายขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุก เต้นไม่เป็น
จังหวะอยู่บ้าง รอยยิ้มของหลงซูอินเมื่อครู่ นับว่ามีผลต่อเขาอย่างไม่
ทราบสาเหตุ
ไป๋เฉินลอบมองหลงซูอิน ทันทีที่มองไป เขาก็พบว่าวันนี้หลงซู
อินดูสวยกว่าปกติหลายเท่า รอยยิ้มอ่อนๆ ของเธอ เพียงพอที่จะทำให้
หัวใจของเขาขยับ
‘เรา…เราคงไม่ได้ชอบซูอินใช่ไหม?’ ไป๋เฉินคิดในใจอย่างอด
ไม่ได้
แต่ความคิดนี้ของเขา ก็ไม่ได้คงอยู่นานอะไร เขาพลันส่ายหน้าไป
มา เขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ไม่สิ แม้มีความเป็นไปได้ เขาก็ยังคงมีหลี่
หลินอยู่ในหัวใจ
‘เราอยู่คนละโลกกันตั้งแต่แรก ไม่มีทางที่จะมาบรรจบกันได้…’
ไป๋เฉินถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เลือกที่จะเลิกคิดเรื่องนี้ เขาคิดว่า
แม้ต่อให้เขาชอบหลงซูอิน หรือมีความรู้สึกดีๆ ให้กับเธอจริง เขาก็คงได้
แต่เก็บมันเอาไว้ในใจ เพราะเขารู้ดีว่าเขาต่างกับหลงซูอิน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังคงมีหลี่หลินอยู่ และเขาจะไม่มีทางทำให้เธอ
ผิดหวังโดยเด็ดขาด