System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 231 :
โดย
Genrei
พ่อแม่ที่ตกตะลึง
ใช้เวลาอยู่ไม่ถึงยี่สิบนาที ไป๋เฉินก็มาถึงโรงพยาบาลเมืองซิงโจว
พร้อมกับหลงซูอิน
หลังจากที่เธอนำรถไปจอดยังสถานที่จอดรถของโรงพยาบาลเมือง
ซิงโจวแล้ว เธอก็มากับไป๋เฉิน เพื่อที่จะมาเยี่ยมพ่อกับแม่ของเขาด้วย
ไป๋เฉินไม่มีปัญหาอะไรในจุดนี้ กลับกัน เขารู้สึกขอบคุณเธอด้วย
ซ ้า ที่ไม่เพียงมาส่งเขาที่โรงพยาบาล แต่ยังเลือกที่จะมาเยี่ยมพ่อกับแม่
ของเขาด้วย
นอกจากนี้ หลงซูอินยังไม่ได้มามือเปล่า ก่อนที่จะมาถึงที่
โรงพยาบาล เธอยังได้แวะซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อซื้อของขวัญมาเยี่ยมพ่อ
กับแม่ของเขาโดยเฉพาะ
บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ ทำให้ไป๋เฉินรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก
ไป๋เฉินกับหลงซูอินใช้เวลาเดินอยู่ไม่นาน ก็มาถึงห้องผู้ป่วยของ
ไป๋หยู ผู้เป็นแม่ของไป๋เฉิน
ไป๋เฉินเปิดประตูห้องผู้ป่วย พาหลงซูอินเดินเข้ามา
หลงซูอินรู้สึกประหม่าอย่างช่วยไม่ได้ ที่จะต้องมาเจอกับแม่ของ
ไป๋เฉิน คนเธอที่ตกหลุมรัก ทั้งยังเป็นรักแรกของเธอแบบนี้
ยิ่งไปกว่านั้น เธอที่ต้องการเป็นแฟนของเขา การมาเยี่ยมแม่ของ
ไป๋เฉินแบบนี้ ย่อมหมายความว่าเธอได้มาเยี่ยมแม่ของแฟนในอนาคต
อย่างไม่ต้องสงสัย
เรื่องนี้ จริงๆ แล้วก็ทำให้หลงซูอินรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย
หลงซูอินตรวจสอบดูการแต่งกายของตัวเอง พบว่าไม่มีปัญหา
อะไร เธอก็โล่งใจ
วันนี้เธอใส่ชุดสูทสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาวข้างในและกระโปรงสั้นที่ยาว
เหนือหัวเข่าเล็กน้อย นอกจากนี้เธอยังใส่ถุงน่องสีดำด้วย
ด้วยชุดนี้ กับรูปร่างที่ไร้ที่ติของเธอ ทำให้เธอดูน่ามองเป็นอย่าง
มาก เชื่อว่าผู้ชายหลายๆ คนที่เห็นเธอ ต้องหลงใหลในรูปร่างของเธอ
จนน ้าลายหกอย่างไม่ต้องสงสัย
ภายในห้องผู้ป่วย ไป๋หยูนั่งพิงพนักพิงหัวเตียง สีหน้าของเธอดูดี
ขึ้นมาก แตกต่างจากวันที่ไป๋เฉินเดินทางไปปักกิ่งอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่า
ความจริง มันจะพึ่งผ่านมาแค่วันเดียวก็ตาม
ภายในห้องผู้ป่วยห้องนี้ ไม่ได้มีแต่ไป๋หยู ไป๋ฉางเองก็อยู่ด้วย เขา
นั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยของภรรยา ชุดที่เขาใส่อยู่ก็เป็นชุดผู้ป่วยของ
โรงพยาบาลเหมือนกัน
เดิมทีทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันเรื่องที่จะออกจากโรงพยาบาลใน
วันพรุ่งนี้ แต่ในทันทีที่ได้ยินเสียงประตูเปิด สายตาของไป๋ฉางกับไป๋หยู
ก็มองไปทางประตู
เมื่อมองไป พวกเขาทั้งสองคนก็ได้เห็นว่าคนที่มาเป็นไป๋เฉินลูก
ชายคนเดียวของพวกเขา ในใจพวกเขารู้สึกมีความสุขที่ลูกชายกลับมา
จากปักกิ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีที่รู้สึกดีใจนั้น ความตกตะลึงก็ปรากฏ
ขึ้นมาบนใบหน้าของไป๋ฉางกับไป๋หยู เมื่อพวกเขาเห็นว่ามีหญิงสาวที่มี
ความสวยอย่างมาก เข้ามาภายในห้องผู้ป่วยด้วยกันกับลูกชายของพวก
เขา
ไม่แปลกที่พ่อกับแม่ของไป๋เฉินจะตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่เคย
คิดว่าจะมีหญิงสาวสวยแบบนี้มากับลูกชายของพวกเขา!
“เฉินน้อย นี่คือ…” ไป๋ฉางมองไปที่ไป๋เฉิน พลางถามเสียงเบา
ไป๋หยูแม้ไม่ได้พูด แต่สีหน้าที่ตกตะลึงของเธอ ก็ล้วนแสดงออก
ถึงความอยากรู้
ไป๋เฉินที่เดินมาถึงข้างเตียงของผู้ป่วยแล้ว หันมองหลงซูอินและ
แนะนำเธอกับพ่อแม่ของตัวเอง
“พ่อ แม่ นี่หลงซูอิน เธอเป็นเพื่อนของผม พอเธอรู้ว่าพ่อกับแม่เข้า
โรงพยาบาล เธอเลยอยากที่จะมาเยี่ยมด้วย”
หลงซูอินที่ยืนอยู่ข้างๆ ไป๋เฉินเริ่มก้าวเข้ามาข้างเตียงผู้ป่วยมากขึ้น
บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกประหม่าไม่น้อย
แต่นอกจากความประหม่าแล้ว ก็ยังมีความประหลาดใจด้วย
เนื่องจากเธอคิดไม่ถึงว่าพ่อกับแม่ของไป๋เฉิน จะดูธรรมดาขนาดนี้
แตกต่างกับภาพที่เธอจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง ที่เธอจินตนาการไว้ก็
คือพ่อแม่ของไป๋เฉินเป็นคนมีอำนาจมาก
เหตุผลที่หลงซูอินจินตนาการแบบนี้ ล้วนเป็นเพราะคำพูดของซู
เสวี่ยหนิงในวันนั้น ที่บอกกับเธอว่าไป๋เฉินมีที่มาไม่ธรรมดา มีเบื้องหลัง
ที่ยิ่งใหญ่
‘หรือว่าพี่เสวี่ยหนิงจะโกหกเรา’ หลงซูอินอดคิดแบบนี้ไม่ได้
นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่เธอสงสัย เรื่องที่ว่าก็คือเรื่องที่ซู
เสวี่ยหนิงบอกว่า รูปร่างที่เห็นอยู่นี้ ไม่ใช่รูปร่างจริงๆ ของเขา
เรื่องนี้เอง เธอก็เริ่มอดคิดไม่ได้แล้วว่าซูเสวี่ยหนิงโกหกเธอรึ
เปล่า?
หลงซูอินพลันส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย เนื่องจากในเวลานี้ ไม่ใช่
เวลาที่เธอจะมาคิดเรื่องพวกนี้
“สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า หนูชื่อหลงซูอิน เป็นเพื่อนของไป๋เฉิน
ค่ะ” หลงซูอินพูดแนะนำตัวเอง “ได้ยินจากเขาว่าคุณลุงกับคุณป้าเข้า
โรงพยาบาล หนูเลยถือโอกาสมาเยี่ยม หวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนนะ
คะ”
พอเธอพูดจบ เธอก็ยื่นกระเช้าซุปเห็ดหลินจือให้กับไป๋หยู
ใบหน้าของหลงซูอินตอนนี้ มีสีแดงเจือจางเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็น
เพราะความประหม่าหรือความเขินอายกันแน่ ที่จะต้องมาพบกับพ่อแม่
ของคนที่เธอหลงรักแบบนี้
“เอิ่ม…” ไป๋หยูคิดไม่ถึงว่าลูกชายของเธอ จะมีเพื่อนที่สวยขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้นยังใส่ชุดสูทราคาแพงอีก พร้อมทั้งยังเอากระเช้าซุบเห็ด
หลินจือที่ดูยังไงก็ต้องราคาแพงมากแน่ๆ มาเยี่ยมอีก
เรื่องนี้ ให้พูดกันตามตรง ไป๋หยูไม่กล้าที่จะรับ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปที่สีหน้าของหลงซูอิน ที่คล้ายจะมีความ
เขินอาย ไป๋หยูก็พลันมองไปที่ไป๋เฉินลูกชายของตัวเอง
จากสายตาของผู้หญิงด้วยกัน ท่าทีที่หลงซูอินแสดงออก ทำไมเธอ
จะดูไม่ออกว่า กำลังเขินอายอยู่ ดูก็รู้ว่าหญิงสาวสวยคนนี้ ต้องคิดกับลูก
ชายของเธอไม่ใช่แค่เพื่อนแน่นอน!
ในท้ายที่สุด ไป๋หยูก็ตัดสินใจที่จะรับกระเช้าเห็ดหลินจือจาก
หลงซูอิน “ขอบคุณหนูมากนะ เรียกป้าว่าป้าหยูก็ได้”
ไป๋ฉางเอง แม้ไม่ใช่ผู้หญิง แต่เขาก็พอจะมองออกแบบเดียวกันกับ
ภรรยา เขาพลันพูดออกมาด้วย “ส่วนลุง หนูเรียกว่าลุงฉางได้เลย”
“ค่ะ” หลงซูอินรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นว่าพ่อ
กับแม่ของไป๋เฉินตอบรับเธอ
หลังจากที่ส่งกระเช้าให้กับไป๋หยูแล้ว เธอก็ก้าวถอยหลัง ไปยืน
ข้างไป๋เฉินตามเดิม
“อาการพ่อกับแม่เป็นยังไงบ้าง?” ไป๋เฉินถามขึ้น
“ดีขึ้นมากแล้ว หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้”
ไป๋ฉางตอบลูกชายของตัวเองด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกัน เขาก็สงสัย
ความสัมพันธ์ระหว่างไป๋เฉินกับหลงซูอิน
แต่แม้สงสัย เขาก็รู้ว่าตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะสมควรถามออกมา
เอาไว้ถามกับไป๋เฉินในภายหลังก็ไม่สาย
ไป๋หยูเองก็คิดแบบเดียวกัน เธอพลันยิ้มให้กับไป๋เฉิน “ลูกไปเที่ยว
ปักกิ่งกับเพื่อนมาเป็นยังไงบ้าง?”
แต่หลังจากที่ถามถึงเรื่องนี้ เธอก็มองไปที่ไป๋เฉินด้วยสายตา
แปลกๆ เนื่องจากเธอนึกถึงหลี่หลินขึ้นมาได้
‘หนูหลี่หลินไปไหน?’ ไป๋หยูอยากจะถามถึงหลี่หลิน ที่เธอคิดว่า
เป็นแฟนของไป๋เฉินและเธอก็ชอบเด็กคนนี้มาก
‘ถ้าเจ้าลูกชายคนนี้ ทำให้เธอเสียใจล่ะก็น่าดู!’ เธอคิด
ไป๋เฉินไม่ได้รู้ความคิดของแม่เขา ถ้าเขารู้ ไม่แน่ว่าอาจจะหัวเราะ
ออกมาก็ได้ เพราะดูเหมือนแม่ของเขา จะเข้าใจผิด ที่ไป๋เฉินพาหลงซูอิน
มาเยี่ยม ไม่ใช่หลี่หลิน
อย่าว่าแต่เธอเลยที่คิดแบบนี้ ไป๋ฉางก็เริ่มคิดแบบเดียวกันแล้ว
“ก็ดีครับแม่ มันสนุกดี” ไป๋เฉินตอบง่ายๆ ในความเป็นจริงมัน
ไม่ได้สนุกเลยสักนิด แต่มันตรึงเครียดด้วยซ ้า
“นายไปปักกิ่งมาเหรอ?” หลงซูอินกระซิบถามไป๋เฉิน เธอคิดไม่
ถึงว่าเขาจะไปปักกิ่งมา
“อืม เอาไว้คุยกันเรื่องนี้ทีหลังเถอะ” ไป๋เฉินบอกเธอเงียบๆ
จากนั้นเขาก็ใช้เวลาพูดคุยกับพ่อแม่ของเขาอีกพักใหญ่ ก่อนที่จะ
ขอตัวกลับ โดยให้หลงซูอินไปส่งเขา