System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 512 : ยกอ้างตำนานข่มขู่
“มีความอดทนไม่เลว” ชายชราซูเสียนยี่พูดชมคำ
หนึ่งอย่างเฉยชา ขณะเดียวกันเขาก็กำลังจะลงมือ
กับเติ้งน่ายหู่อีกครั้ง
โดยครั้งนี้เขาหวังเอาชีวิต ฆ่าเติ้งน่ายหู่ให้ตาย
จากนั้นก็จะได้กลับไปฝึกตนต่อที่ตระกูลสักที
แม้ว่าการฆ่านายพลของกองทัพไปสองคน จะเป็น
เรื่องใหญ่โต แต่เขาก็ไม่สนใจ เพราะทั้งหมดนี้
เป็นสองนายพลนี้ อย่างหรันถันสินกับเติ้งน่ายหู่
รนหาที่ตายเอง
ถ้าพวกเขาไม่คิดร้ายต่อตระกูลซูของเขาก็แล้วไป
แต่นี่ไม่ใช่แค่คิดร้าย แต่คิดทำลายเพื่อสร้าง
ประวัติศาสตร์ ชายชราซูเสียนยี่ที่เป็นดั่งร่มไม้
ใหญ่ของตระกูลซู ไหนเลยจะยอมอยู่เฉย ปล่อย
ให้ตระกูลของตัวเองถูกทำลายไป
ถึงต่อให้ตำนานจิ่งฉายังอยู่ ถ้าตระกูลของเขาตก
อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ไม่ลังเลที่จะฆ่าผู้บง
การอย่างหรันถันสินและเติ้งน่ายหู่อยู่ดี
แม้ว่ามันจะเป็นการทำให้เขาถูกฆ่าตายและ
ตระกูลถูกทำลาย แต่อย่างน้อยก็สามารถลากตัวผู้
บงการไปลงนรกด้วยได้!
จุดนี้ชี้ขาดได้ถึงความเด็ดเดี่ยวของชายชราซู
เสียนยี่ได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่ชายชราซูเสียนยี่จะลงมือนั้น เติ้งน่ายหู่ก็
ร้องคำรามออกมาอย่างรวดเร็ว “หยุด!…หยุดการ
กระทำของแกซะ!”
ใบหน้าของเติ้งน่ายหู่ตอนนี้ซีดขาว ในปากมีแต่
รสชาติของเลือด รู้สึกเจ็บปวดมาก ภายในใจของ
เขามีความหวาดกลัวผุดขึ้นมาแล้ว เหมือนว่า
คำพูดก่อนหน้านี้ของชายชราซูเสียนยี่และการลง
มือตบเขาของอีกฝ่าย จะทำให้เขาตื่นขึ้นมาจริงๆ
ตื่นขึ้นมาจากความโกรธแค้น ทำให้เขารู้ว่าต่อให้
พูดว่า ‘ฉันไม่สนใจว่าแกจะมาจากตระกูลซูหรือ
ตระกูลอะไร ฆ่าลูกชายของฉัน แกก็ต้องถูกฉัน
ฆ่า!’ มากมายขนาดไหน ก็ไม่อาจเป็นความจริงได้
เพราะในห้องนี้ เป็นชายชราซูเสียนยี่ที่แข็งแกร่ง
กว่าเขา เขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง แม้มี
อำนาจมากในกองทัพ แต่เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนที่
เก่งกาจตามลำพัง อำนาจในมือจะเอามาใช้อะไร
ได้
สิ่งที่เติ้งน่ายหู่พอจะนึกออกและทำได้ตอนนี้ก็คือ
เอาชื่อของตำนานจิ่งฉามาขู่ให้ชายชราซูเสียนยี่
กลัวก่อน พออีกฝ่ายกลับไปแล้ว เขาค่อยรายงาน
เรื่องนี้กับองค์กรลับจิ่งฉา ให้ตำนานจิ่งฉาออกมา
จัดการฆ่าชายชราซูเสียนยี่
จากนั้นค่อยถึงคราวของเขาทำลายตระกูลซู
ทำลายให้พังพินาศย่อยยับ!
ถ้าไม่ทำอย่างนั้น เติ้งน่ายหู่ก็ไม่อาจสะกดความ
โกรธแค้นที่ลูกชายคนเดียว ถูกฆ่าตายต่อหน้า
อย่างอเนจอนาถได้
“แก…แกกล้าทำถึงขนาดนี้ ตำนานจิ่งฉาไม่เอาแก
ไว้แน่ คอยดูเถอะ!” เติ้งน่ายหู่สดลมหายใจเข้าลึก
พยายามกดความเจ็บปวดที่ใบหน้าลง
ขณะเดียวกันเขาก็ลุกขึ้นมายืน
ถ้อยคำของเขาที่พูดออกมา ชัดเจนว่าเป็นการยก
อ้างเอาตำนานคนหนึ่งมาข่มขู่
“แต่ถ้าแกจากไปตอนนี้ ฉันจะไม่เอาเรื่อง ตำนาน
จิ่งฉาก็จะไม่รู้เรื่องนี้!” คำพูดนี้ของเติ้งน่ายหู่
แน่นอนว่าไม่ใช่ความจริง เขาเพียงพูดออกมา
เพื่อให้ชายชราซูเสียนยี่รีบไปจากที่นี่เท่านั้น
ได้ยินคำพูดของเติ้งน่ายหู่ ชายชราซูเสียนยี่อด
หัวเราะออกมาอย่างเย็นชาไม้ได้ เนื่องจากเติ้งน่าย
หู่ แทบจะไม่ต่างจากหรันถันสินสักเท่าใด เอา
ตำนานจิ่งฉามาขู่เขา? ขู่แล้วมันได้อะไรขึ้นมา?
สุดท้ายชายชราซูเสียนยี่ก็ส่ายหน้าไปมา ยกมือขึ้น
โบกสะบัดวูบหนึ่ง ไอปราณเส้นหนึ่งก็เข้าตัดที่ร่าง
ของเติ้งน่ายหู่จนแยกออกเป็นสองส่วน เลือดเนื้อ
สาดกระจาย!
“ไม่…จริง!” เติ้งน่ายหู่คล้ายไม่อยากจะเชื่อว่าชาย
ชราซูเสียนยี่จะกล้าฆ่าเขา
แต่ต่อให้ไม่อยากจะเชื่อ เขาก็ตายแล้ว ตายไป
พร้อมกับความเสียใจ หากว่าเขารู้เรื่องจะเป็น
อย่างนี้ เขาจะฆ่ามังกรแดงหวางหงซะ ที่กล้าเอา
เรื่องหายนะแบบนี้มาให้เขา แม้ต่อให้หวางหงเป็น
น้องชายของภรรยาเขา เขาก็ยังจะฆ่า!
เติ้งน่ายหู่ตายไปพร้อมกับความรู้สึกเหล่านี้ ยิ่งไป
กว่านั้นยังตายแบบเดียวกันกับลูกชายของตัวเอง
คือร่างแยกออกจากกันเป็นสองส่วน!
ชายชราซูเสียนยี่ไม่สนใจศพของคนทั้งสอง เพียง
โบกมืออย่างลวกๆ ศพทั้งสองก็ถูกแผดเผา
กลายเป็นเถ้าถ่านไป
หลังทำอย่างนี้แล้ว ชายชราซูเสียนยี่ก็จากไป
อย่างรวดเร็ว เขาหายตัวไปจากที่นี่ โดยที่ไม่มี
แม้แต่คนเดียวที่ล่วงรู้การมาฆ่าคนของเขา
เห็นได้ชัดว่านี่ก็คือความน่ากลัวของผู้ฝึกตนระดับ
ทะยานฟ้า คนธรรมดาล้วนไม่อาจต่อกรด้วยได้!
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยงวัน ภายในค่ายทหารก็
มีเรื่องครึกโครมเกิดขึ้น เนื่องจากการหายตัวไป
ของสองนายพล ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่ได้หายไป
แค่สองคนยังมีผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทอีกสองคน
ด้วย
ไม่ว่าทหารหลายคนจะออกค้นหาร่องรอยยังไงก็
ไม่พบเห็น จนเรื่องนี้กลายมาเป็นเรื่องใหญ่
ครึกโครม
นายพลที่มีประจำการอยู่ในค่ายทหารเวลานี้ ล้วน
เปิดปากประชุมกันเป็นการด่วน
ซึ่งผลสรุปหลังการประชุมจบ ก็คือนายพลหรัน
และนายพลเติ้ง ไปล่วงเกินผู้ฝึกตนที่มีระดับไม่ต่ำ
กว่าระดับทะยานฟ้า จึงถูกผู้ฝึกตนผู้นี้บุกเข้ามา
ฆ่าถึงห้องทำงาน จนร่างกายไม่หลงเหลือ เหลือ
แต่เพียงเถ้าธุลีและเถ้าถ่านเท่านั้น!
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการสรุปของนายพลผู้มี
ประสบการณ์หลายคนรวมกัน พวกเขาเชื่อว่า
เรื่องนี้ มีความเป็นไปได้มากที่สุด
เพราะไม่อย่างนั้น ก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้ว่าทำไม
นายพลสองคนและลูกน้องคนสนิทถึงได้หายตัวไป
อย่างลึกลับ ไม่ว่าจะค้นหาตัวยังไงก็ไม่พบ กับเถ้า
ธุลีและเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่ในห้องของพวกเขา
ด้วยข้อสรุปเหล่านี้ ทำให้เหล่านายพลส่งคนติดต่อ
ไปยังองค์กรลับจิ่งฉา
แต่สิ่งที่พวกเขาได้กลับมาคือความพรั่นพรึง เมื่อ
พบว่าองค์กรลับจิ่งฉา ไม่ได้คงอยู่ในโลกใบนี้อีก
ต่อไป
มีนายพลคนหนึ่งที่มีความสนิทกับลู่อี้ อดีตผู้มี
อำนาจขององค์กรลับจิ่งฉา เขาได้ติดต่อไปหาลู่อี้
และสิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือข่าวใหญ่ องค์กรลับ
จิ่งฉาถูกทำลายแล้ว หนำซ้ำตำนานจิ่งฉาเองก็ถูก
ทำให้หายไปจากโลกใบนี้แล้วเหมือนกัน
นายพลที่สนิทกับลู่อี้คนนี้ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ
ลู่อี้ไม่ลืมเตือนเขาว่า ต่อไปอย่าใช้อำนาจกับ
ตระกูลที่มีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้น ผลที่
ตามมาจะน่ากลัว!
พอนายพลคนนี้ที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากลู่อี้ ทำ
การเปิดประชุมใหญ่ เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้
ในทันที
…………………………………………………..
อีกด้านหนึ่ง ในห้องของโรงแรมหรู จ้าวเฮยกับ
หวางหงที่เพิ่งจะได้รับข่าวของไป๋เฉินจากพวก
ลูกน้อง ต่างแสดงรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมออกมา พวก
เขาพากันลุกขึ้นยืน หยิบเอาดาบบินออกมา
เตรียมที่จะไปจัดการไป๋เฉิน
“หวางหง ไปกันเถอะ ฉันจะพาแกไปดูเรื่องสนุก”
จ้าวเฮยพูด น้ำเสียงของเขาเย็นชาเป็นอย่างมาก
“แน่นอน” หวางหงยิ้มเย็น จากนั้นพวกเขาทั้ง
สองคนก็เปิดหน้าต่างห้องของโรงแรมออก พากัน
ใช้ดาบบินทะยานออกไป
จุดมุ่งหมายของพวกเขาแน่นอนว่าเป็นสถานที่ที่
ไป๋เฉินอยู่ ไป๋เฉินในตอนนี้อยู่ที่ห้างที่ใหญ่ที่สุดใน
ปักกิ่ง พวกเขาทั้งสองคนย่อมมุ่งหน้าไปที่นี่
ในตอนที่ใช้ดาบบิน ทั้งหวางหงกับจ้าวเฮยไม่ลืมที่
จะใช้ยันต์อำพรางตัว ทำให้คนอื่นๆ ไม่สามารถ
มองเห็นได้ว่าพวกเขาทั้งสองคนใช้ดาบบิน บิน
ทะยานบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ผืนสีฟ้าครามแห่ง
นี้
ระบบเปลี่ยนชีวิต