System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 513 : บดขยี้มังกรแดงดำ (1)
ในช่วงเที่ยงครึ่ง ไป๋เฉินกับซูเสวี่ยหนิงออกจาก
ห้างใหญ่ หลังจากที่พวกเขาทานข้าวเที่ยงด้วยกัน
เสร็จ
พวกเขาตัดสินใจที่จะไปขับรถเล่นต่อ ภายใน
รถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ไป๋เฉินนั่งข้างคนขับ
ซึ่งคนขับย่อมเป็นซูเสวี่ยหนิง เธอที่กำลังจับ
พวงมาลัยขับรถ มีรอยยิ้มแห่งความสุขเต็ม
ใบหน้า
บอกตามตรงว่าเธอมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลา
ร่วมกับไป๋เฉินแบบนี้
“หนังวันนี้สนุกมากเลยนะ คุณว่างั้นไหมคะ?”
เธอถามไป๋เฉินเสียงนุ่ม
ไป๋เฉินยิ้มพยักหน้าตอบ “สนุกไม่เลวจริงๆ”
แต่หลังจากตอบออกไปแล้ว คิ้วทั้งคู่ของเขาก็
ขมวด ไม่เพียงแค่เขา แม้แต่คิ้วของซูเสวี่ยหนิงก็
ขมวดด้วยเช่นกัน
สาเหตุที่คิ้วของทั้งสองคนขมวดนั้น ล้วนเป็น
เพราะว่าสัมผัสได้ว่ากำลังมีผู้ฝึกตนระดับปฐพีสอง
คนขี่ดาบบินติดตามมาด้านหลังของรถ
ซูเสวี่ยหนิงพลันมองผ่านกระจกหน้ารถด้านข้าง ก็
เห็นคนสองคนที่มีรอยยิ้มเหี้ยมขี่ดาบบินตามมา
ถึงแม้คนทั้งสองจะใช้ยันต์อำพรางตัวเอง แต่มันก็
ไม่มีผลกับผู้ฝึกตนระดับปฐพีเช่นเดียวกันอย่างเธอ
“มังกรดำจ้าวเฮยกับมังกรแดงหวางหง?” ซูเสวี่ย
หนิงเหมือนจะรู้จักสองคนนี้
“รู้จักด้วย?” ไป๋เฉินถาม คล้ายคิ้วที่ขมวดออก
ซูเสวี่ยหนิงพยักหน้า “รู้จัก เป็นผู้ฝึกตนระดับ
ปฐพีทั้งสองคน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสองนายใหญ่
ของแก๊งมังกรแดงดำ”
“แก๊งมังกรแดงดำ” ทันใดนั้น ไป๋เฉินก็นึกถึงเรื่อง
เมื่อคืนขึ้นมาได้ ดูเหมือนว่าคนที่ชื่อจ้าวพั่วที่เขา
สั่งสอนไป จะเป็นลูกชายของนายใหญ่แก๊งนี้
“มาแก้แค้นให้ลูกชาย?” ไป๋เฉินพึมพำ ซึ่งการ
พึมพำของเขา ซูเสวี่ยหนิงที่อยู่ใกล้ย่อมได้ยิน
“คิดว่าคงใช่”
“ถ้าอย่างนั้นก็หาพื้นที่เงียบๆ ให้กับพวกมัน
หน่อย” ไป๋เฉินพลันส่ายหน้าไปมา พร้อมกับยิ้ม
น้อยๆ
ซูเสวี่ยหนิงไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงพยักหน้ารับ
ก่อนจะขับรถไปหาสถานที่เงียบๆ ที่ไป๋เฉินว่า
เธอที่รู้ดีถึงความแข็งแกร่งของไป๋เฉิน ผู้ฝึกตน
ระดับปฐพีสองคน ไม่มีค่าควรให้พูดถึงเลย
สำหรับเธอแล้ว การมาของหวางหงและจ้าวเฮย
ก็ไม่ได้แตกต่างจากการมารนหาที่ตายเลยแม้แต่
น้อย!
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ในเขตตึกร้างที่รอการรื้อ
ถอน รถของซูเสวี่ยหนิงได้ขับเข้ามาจอด รอบด้าน
ไร้ผู้คนอย่างสิ้นเชิงและมันก็เงียบมาก
ในขณะที่ไป๋เฉินกับซูเสวี่ยหนิงยังไม่ลงจากรถ
ชายวัยกลางคนสองคนก็กระโดดลงมายืนขวาง
หน้ารถ ในมือของพวกเขาล้วนถือดาบบินเอาไว้
พวกเขาแน่นอนว่าเป็นมังกรแดงหวางหงและ
มังกรดำจ้าวเฮย
“รีบลงมาจากรถซะ!” เพียงลงมายืนที่พื้น จ้าว
เฮยก็ตวาดขึ้นเสียงดัง
หวางหงที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่
ภายในแววตาของเขา ก็แสดงให้เห็นถึงความ
โหดเหี้ยม
ไป๋เฉินเปิดประตูรถและลงมา ส่วนซูเสวี่ยหนิงนั้น
เธอยังคงนั่งอยู่ภายในรถ ไม่ได้ลงมาด้วย
นี่ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากจะลงมา แต่ไป๋เฉินบอกให้
เธอไม่ต้องลงมา เพราะเรื่องนี้เขาจัดการโดยใช้
เวลาไม่นานอยู่แล้ว
“เป็นแกเองสินะที่ทำร้ายลูกชายของฉัน!” เมื่อ
เห็นไป๋เฉินความโกรธในใจของจ้าวเฮยก็ลุกโหม
แม้จะเห็นว่าซูเสวี่ยหนิงไม่ได้ลงมาจากรถ แต่เขา
ก็ไม่ไปสนใจ เนื่องจากเขาไม่ได้มีความคิดที่จะทำ
อะไรซูเสวี่ยหนิงแต่แรกอยู่แล้ว
นี่ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากจะทำ แต่เป็น
เพราะว่าไม่อยากทำให้ตระกูลซูคลั่งขึ้นมา
ถึงพวกเขาจะขอให้สองนายพลกดดันตระกูลซูไว้
พวกเขาก็ไม่มีความมั่นใจว่าถ้าทำอะไรซูเสวี่ยหนิง
ไปแล้ว ตระกูลซูจะไม่คลั่งขึ้นมา โดยเฉพาะผู้ฝึก
ตนระดับทะยานฟ้าของตระกูลซูอย่างซูเสียนยี่
ถ้าชายชราคนนี้ลงมือ เกรงว่าพวกเขาทั้งสองคน
ต้องพบเจอกับหายนะความตายแน่นอน เพราะงั้น
พวกเขาจึงเลือกที่จะจัดการแค่ไป๋เฉินคนเดียว
“ฉันเอง” ไป๋เฉินยอมรับด้วยสีหน้าราบเรียบ
“แกกล้ามาก!” จ้าวเฮยคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินจะ
ยอมรับออกมาตรงๆ ความโกรธของเขาเพิ่มพูน
ขึ้นมาอย่างมาก “แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
“ฉันไม่สนใจว่าแกเป็นใคร มาทางไหนไปทางนั้น
ก่อนที่ฉันจะลงมือ” ไป๋เฉินพูด เห็นได้ชัดว่าเขา
ไม่ได้ไร้ปราณีไปเลยเสียทีเดียว ยังเหลือทางรอด
ให้กับสองคนตรงหน้านี้อยู่
“ลงมือ?” หวางหงที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้าวเฮยหัวเราะ
ขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ “นี่คำพูดน่าตลกอะไรกัน ดู
ท่าแกคงอยากที่จะตายมากสินะ!”
ไป๋เฉินปรายสายตามองหวางหงอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นหัวของหวางหงก็เหมือนจะมีเสียงระเบิด
ตูมดังขึ้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ใบหน้ากลายเป็นซีดขาวอย่างรวดเร็ว
‘นะ…นี่มันอะไร!’ ในใจของหวางหงผุดความ
หวาดกลัวขึ้นมาแล้ว เพียงแค่สบตากับไป๋เฉินแค่
พริบตาเดียว
ฉับพลันนั้น ในสมองของเขาก็มีความคิดที่น่ากลัว
ปรากฏขึ้น ‘ผะ…ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า!’
ซึ่งความคิดที่น่ากลัวนี้ของหวางหง เขาก็คิดว่ามัน
เป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะไม่อย่างนั้น เพียงแค่
การปรายสายตามองมาของไป๋เฉิน จะทำให้เขา
รู้สึกมากขนาดนี้ได้ยังไง?
เหตุผลที่เขาไม่คิดว่าไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตนที่สูงกว่า
ระดับทะยานฟ้า ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะผู้ฝึกตน
ระดับตำนานมีเพียงสามคนเท่านั้นในประเทศจีน
และเขาก็รู้จักทั้งสามคน
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หวางหง
จะคิดว่าไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า
‘บัดซบ! จ้าวเฮย ลูกชายของแกหาเรื่องตายมาให้
แกกับฉันแล้ว!’
ถ้อยคำสบถดังอยู่ในใจของหวางหง เม็ดเหงื่อเริ่ม
ปกคลุมใบหน้าและร่างกายของเขา เขาพลันคิดที่
จะหันหน้าไปเตือนจ้าวเฮย
หลังเตือนจ้าวเฮยแล้ว พวกเขาค่อยขออภัยจาก
ไป๋เฉิน บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน
แต่สิ่งที่เขาคิดกลับไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องจาก
เขาพบว่าร่างกายของตัวเองไม่สามารถขยับได้
แล้ว แม้แต่ปากยังพูดออกมาไม่ได้
‘แย่แล้ว!’ หัวใจของหวางหงเกือบจะหยุดเต้น
ด้วยความกลัว เขารู้ได้ไม่ยากว่าเรื่องนี้ต้องเป็น
ฝีมือของไป๋เฉินแน่นอน
และจากที่ไป๋เฉินทำแบบนี้กับเขา ก็เห็นได้ชัดว่า
ไป๋เฉินไม่ต้องการที่จะปล่อยเขาและจ้าวเฮยไป!
เรื่องนี้บอกตามตรงว่ามันทำให้หวางหงหวาดกลัว
อย่างสุดหัวใจ แต่นอกจากหวาดกลัวแล้ว เขาจะ
ทำอะไรได้อีก เพราะลำพังเขาที่เป็นเพียงผู้ฝึกตน
ระดับปฐพี จะเอาอะไรไปสู้กับผู้ฝึกตนระดับ
ทะยานฟ้าได้!
หวางหงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่มาด้วยกันกับ
จ้าวเฮยในวันนี้ ถ้ารู้เขามีหรือจะมา!
“หวางหงแกเป็นอะไรไป? ปวดท้องรึไง?” เมื่อ
สังเกตเห็นความผิดปกติของหวางหง จ้าวเฮยก็
ไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากคิดว่าหวางหงปวดท้อง
อย่างรุนแรง
“แกอดทนอีกนิด ฉันจะรีบจัดการมันโดยเร็ว!”
พูดคำนี้จบ เขาก็หันหน้าไปมองไป๋เฉิน ภายใน
ดวงตาทั้งคู่สาดประกายเย็นเยียบ
“เมื่อครู่แกว่า ให้ฉันรีบจากไปก่อนที่แกจะลงมือ
สินะ แต่โทษทีว่ะ ฉันจ้าวเฮยไม่คิดจะจากไปไหน
ทั้งนั้น ก่อนที่ฉันจะได้ทรมานแกและฆ่าแก ให้สา
สมกับที่แกบังอาจทำร้ายลูกชายของฉัน!” ถ้อยคำ
เหล่านี้ แน่นอนว่าจ้าวเฮยพูดกับไป๋เฉิน
ขณะที่พูดจบ เขาก็ลงมืออย่างรวดเร็ว พลังปราณ
ระลอกหนึ่งได้ปรากฏขึ้นมาบนมือข้างหนึ่งของเขา
เขาขยับมือวูบ พลังปราณก็พุ่งกระโจมตีเข้าใส่ไป๋
เฉิน!
ระบบเปลี่ยนชีวิต