System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 569 :
ความตายมาเยือน
“ไม่ดีแล้ว!”
เมื่อปราณสรรพสิ่งที่เป็นเส้นเล็กๆ
ของไป๋เฉินใกล้เข้ามาจนเกือบจะถึงร่างของกู่เซียนฝางอยู่ร่อมร่
อแล้ว เขาก็ร้องออกมาอย่างตกใจ
ก่อนจะรีบหลบออกไปด้านข้าง
ทว่าน่าเสียดายที่เขาตอบสนองช้าเกินไป
เส้นปราณสรรพสิ่งที่ไป๋เฉินส่งออกมาได้ทะลุแขนขวาของกู่เซีย
นฝางไป ปรากฏเป็นรูโหว่ง มีเลือดพุ่งกระจายออกมา!
ความเจ็บปวดที่บังเกิดขึ้นกับตัวเอง
ทำให้หน้าของกู่เสียนฝางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน?!”
กู่เซียนฝางอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเสียงดังลั่น
เขารีบใช้ปราณสรรพสิ่งกดความเจ็บปวดที่แขนขวาไว้
รวมไปถึงบังคับให้เลือดหยุดไหล หลังจากทำเช่นนี้แล้ว
เขาก็มองไปยังไป๋เฉินที่ยืนอยู่ห่างออกไปยี่สิบก้าว
ภายในดวงตาของกู่เซียนฝาง
แม้ว่าจะยังมีความไม่อยากจะเชื่อและตกตะลึงอยู่
ที่ไป๋เฉินสามารถกลายมาเป็นผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งได้ภายใ
นระยะเวลาไม่กี่วัน จากพื้นฐานฝึกตนระดับเทวะขั้นต้น
แต่ว่ามันก็มีประกายเจิดจ้าอยู่ภายในเช่นกัน
ด้วยความที่ไป๋เฉินสามารถกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งไ
ด้ด้วยระยะเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน อย่างนั้นคนอื่นๆ
ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน!
เมื่อเป็นอย่างนี้ กู่เซียนฝางถึงได้บังเกิดความโลภขึ้นมา
ความโลภของเขาคือการให้ไป๋เฉินคายข้อมูลเกี่ยวกับการเป็น
ผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งได้ภายในไม่กี่วันมา
ลองคิดดูเถอะว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาและตำหนักทลาย
ปฐพีมากแค่ไหน ถ้าหากว่าเขาได้ข้อมูลเรื่องนี้มาล่ะก็
ตัวเขาและตำหนักทลายปฐพีก็จะกลายเป็นขุมอำนาจอันดับหนึ่
งของอาณาจักรผิงโจว!
ไม่สิ อย่าว่าแต่อาณาจักรผิงโจวเลย
อาจจะเป็นขุมอำนาจอันดับหนึ่งของทวีปปราณสวรรค์เลยก็เป็น
ได้!
กู่เซียนฝางระงับความดีใจอันบ้าคลั่งไว้
ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว
เขาเชื่อว่าเขาสามารถจัดการไป๋เฉินได้ไม่ยากเย็นอะไรนัก
เมื่อครู่ที่อีกฝ่ายโจมตีจนทำให้เขาบาดเจ็บเลือดออกที่มือได้
ล้วนเป็นเพราะว่าเขามัวแต่ไม่อยากจะเชื่ออยู่
เลยเผลอประมาทไป นี่แน่นอนว่าเป็นความคิดของเขา
กู่เซียนฝางมั่นใจในตัวเองมากว่า
ไป๋เฉินเพิ่งจะเข้าสู่ระดับตัดสรรพสิ่งได้ไม่นาน
ไม่แม้จะหนึ่งอาทิตย์
เพราะงั้นเขาถึงได้เชื่อว่าคนที่อยู่ในระดับตัดสรรพสิ่งมานานเป็
นร้อยปีอย่างเขา ไม่มีทางจัดการไป๋เฉินไม่ได้แน่
“เดรัจฉานน้อย เจ้ากล้าทำร้ายข้า!”
ทันใดนั้นกู่เซียนฝางก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ
ปราณสรรพสิ่งกำลังจะทะลักออกมาจากร่างกายของเขา
อย่างไรก็ตาม
มือข้างหนึ่งก็ได้ยื่นเข้ามาคว้าจับเข้าที่ลำคอของเขาและกำมันแ
น่ ใบหน้าของกู่เซียนฝางแปรเปลี่ยนไปในทันทีทันใด
เผยความเจ็บปวดและความซีดขาวขึ้นมา
หัวใจของกู่เซียนฝางสั่นไหว
เหมือนกับร่างกายของเขาที่ในตอนนี้กำลังสั่นอย่างรุนแรงบ้าค
ลั่ง
“อะ…อะไร?!”
บอกตามตรงว่ากู่เซียนฝางในตอนนี้ แทบจะไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานั้น มันรวดเร็วจนเกินไป
เกินกว่าที่เขาจะตอบสนองทัน
เจ้าของมือที่ยื่นมาคว้าคอของกู่เซียนฝางและกำแน่นนั้น
จะเป็นใครไปได้ ถ้าหากว่าไม่ใช่ไป๋เฉิน!
แม้พื้นฐานฝึกตนของเขาจะอยู่ในระดับตัดสรรพสิ่งขั้นต้น
ทว่าพลังที่แท้จริงของเขานั้นเทียบได้กับระดับตัดสรรพสิ่งขั้นกลำง!
เมื่อเป็นอย่างนี้
กู่เซียนฝางที่อยู่เพียงระดับตัดสรรพสิ่งขั้นต้นจะสามารถต่อกรกั
บเขาได้อย่างไร? มันย่อมไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว
จึงไม่แปลกที่ไป๋เฉินจะสามารถคว้าจับคอของกู่เซียนฝางได้อย่
างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือเช่นนี้
“กล้าทำร้ายเจ้า? แล้วอย่างไร?” ไป๋เฉินเอ่ยเสียงราบเรียบ
ใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลง
กู่เซียนฝางพยายามที่จะระเบิดพลังออกมา
ทว่าเขากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองในตอนนี้
ไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่ง
เป็นเพียงคนธรรมดาอย่างไรอย่างนั้น
ฉับพลันนั้น
ภายในหัวใจของกู่เซียนฝางเริ่มที่จะปรากฏความหวาดกลัว
เขาในตอนนี้ไหนเลยไม่รู้ได้ว่าตัวเอง ไม่ใช่คู่มือของไป๋เฉิน
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เขาตกตะลึงมาก เพราะเพียงแค่ไม่กี่วัน
ไป๋เฉินไม่เพียงแข็งแกร่งขึ้นมาเป็นชนชั้นระดับผู้ตัดสรรพสิ่ง
แต่กระทั่งยังแข็งแกร่งกว่าระดับตัดสรรพสิ่งขั้นต้นอีกยิ่งไม่ต้อง
พูดถึงว่าไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตนแห่งกาลเวลาอีก
เรื่องเช่นนี้จะไม่ทำให้กู่เซียนฝางตกตะลึงและรู้สึกหวาดกลัวได้อ
ย่างไร?
ด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มเข้าครอบงำ
กู่เซียนฝางสูดลมหายใจเข้าลึก
ไม่กล้าที่จะแสดงความเป็นผู้เหนือกว่าอีก
เขาพยายามไม่แสดงความเจ็บปวดออกมา
พูดด้วยน ้าเสียงอ่อนข้อ
“สหายเต๋า ข้าว่าพวกเราเลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้เถอะ
อย่าให้เรื่องมันไปถึงบรรพบุรุษของข้าเลย!”
ฟังได้ชัดว่า ถึงแม้กู่เซียนฝางจะพูดด้วยน ้าเสียงอ่อนข้อ
ทว่ากลับแฝงเอาไว้ด้วยถ้อยคำข่มขู่
ข่มขู่ด้วยการเอ่ยถึงบรรพบุรุษของตำหนักทลายปฐพีออกมา
ไป๋เฉินไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ บนใบหน้าเลยสักนิดเดียว
“กู่เตียวฟู่นับเป็นตัวอะไร? ถ้าเรื่องไปถึงมันก็ให้ไปถึง!”
“เจ้า!” ดวงตาของกู่เซียนฝางแทบจะถลนออกมา
ร่างกายสั่นสะท้านรุนแรง
ในใจเต้นกระหน ่ารัวด้วยความตื่นตระหนก
เขาคิดไม่ถึงอย่างแท้จริงว่าไป๋เฉินถึงกับรู้จักบรรพบุรุษของตำห
นักทลายปฐพีของเขา
ยิ่งไปกว่านั้นยังเรียกชื่อออกมาห้วนๆ ตรงๆ
ไม่มีแม้แต่ความเคารพ!
เรื่องเช่นนี้ไหนเลยไม่ทำให้กู่เซียนฝางตื่นตระหนกได้
แต่ความตื่นตระหนกของเขาก็เปลี่ยนเป็นความโกรธในทันที
นี่จะให้เขายอมได้ยังไง
ในเมื่อไป๋เฉินกล้าไม่เคารพบรรพบุรุษของเขา
“เดรัจฉาน!
สวะอย่างเจ้ากล้าไม่เคารพท่านบรรพบุรุษของข้าได้อย่างไร?
ถ้าท่านมาอยู่ที่นี่ เจ้าถูกฆ่าตายในเสี้ยววินาทีแน่!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธของกู่เซียนฝางดังลั่นขึ้นมา
“อย่างนั้นหรือ?” ไป๋เฉินไม่ปรากฏความรู้สึกใดแม้แต่น้อยเลย
เขาพลันคิดว่าปล่อยให้กู่เซียนฝางมีชีวิตอยู่ต่อไป
ก็คงจะเป็นการเสียเวลา โดยไม่ลังเล เขาพลันใส่แรงลงไปที่มือ
บีบจนคอของกู่เซียนฝางบังเกิดเสียง ‘แกร่ก’ ขึ้นมา!
ดวงตาของกู่เซียนฝางเบิกโพล่งขึ้นในทันทีทันใด
ความโกรธของเขาได้เลือนหายไป
มันมีความไม่อยากจะเชื่อและความหวาดกลัวผุดขึ้นมา
“ข้า..ข้ายังไม่อยากตาย!”
นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นคำพูดสุดท้ายของกู่เซียนฝางแล้ว
ประกายในแววตาของเขามีแต่ความไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะตา
ย แต่ว่าเขาไม่ยินยอมแล้วอย่างไร
ในเมื่อเขาไม่อาจรอดพ้นความตายไปได้!
ลมหายใจของกู่เซียนฝางค่อยๆ หมดสิ้นไป
คาดไม่ถึงว่าหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งทรงพลังที่สุดในอาณาจัก
รผิงโจวอย่างเจ้าตำหนักทลายปฐพี
จะมาจบชีวิตลงที่นี่ในวันนี้อย่างง่ายดาย
โดยที่ไม่อาจขัดขืนได้แม้เพียงน้อยนิด!
แต่เรื่องนี้จะโทษใครได้ ถ้าไม่โทษตัวของกู่เซียนฝางเอง
เพราะหากกู่เซียนฝางไม่มีความคิดที่จะฆ่าไป๋เฉินขึ้นมาจนต้อง
ไล่ล่าเขา ไป๋เฉินคงไปจากอาณาจักรผิงโจว
สู่อาณาจักรเสวียนโจวไปแล้ว
คงไม่มีทางเดินทางไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ ฝ่าเส้นทางอันตราย
ฝืนทนกับความเจ็บปวดจากการดื่มน ้าทิพย์เทพ
จนแข็งแกร่งทรงพลังขึ้นมาจนเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของอาณา
จักรผิงโจวแห่งนี้แน่!
จบบทที่ 569