System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 570 :
เป็นเช่นเดียวกัน
หลังจากฆ่ากู่เซียนฝาง
ไป๋เฉินก็เก็บเอาแหวนมิติบนนิ้วของอีกฝ่ายมา
จากนั้นแผดเผาร่างกายที่ไร้ซึ่งวิญญาณแล้วของกู่เซียนฝาง
จนกลายเป็นเถ้าธุลี
เถ้าธุลีสีดำถูกสายลมพัดพาให้สลายหายไปในอากาศ
ท่ามกลางท้องฟ้าสดใส
ไป๋เฉินไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่อีก
เขาเคลื่อนไหวพุ่งทะยานไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ซึ่งทิศทางที่เขาพุ่งไปนี้ ไม่ใช่ทิศทางใดอื่น
นอกจากทิศทางที่นิกายประตูเทพตั้งอยู่
เป้าหมายของเขาในการไปครั้งนี้มีอย่างเดียว
นั่นก็คือฆ่าเหมินเติ้งเย้า!
เมื่อฆ่าเหมินเติ้งเย้าแล้วเสร็จ
เขาจะมุ่งหน้าไปยังสำนักวารีกระจ่าง
การไปสำนักวารีกระจ่างของเขามีสองเหตุผล
หนึ่งคือไปพบเจี้ยนอู่ชวง
ส่วนเหตุผลที่สองคือยืมเรือปราณข้ามอาณาจักรจากสุ่ยเหลียน
เอ๋อร์ เพื่อข้ามไปยังอาณาจักรเสวียนโจว
อาณาจักรเสวียนโจวที่มีเย่วหวู่ตงกับเย่หยานอยู่!
“สามปีกว่าไม่พบหน้า ไม่รู้ว่าอู่ชวงจะเป็นอย่างไรบ้าง?”
ขณะที่เร่งรีบรุดหน้าไปยังนิกายประตูเทพนั้น
ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เมื่อคิดถึงเด็กหญิงน้อยเจี้ยนอู่ชวงขึ้นมา
ป่านนี้เธอคงจะเติบโตขึ้นมามากแล้วเป็นแน่
และคงจะเข้าใกล้หญิงสาวที่เรียกหาเขาเป็น ‘น้องไป๋’ ขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนกับตัวของเธอในอนาคตอย่างแน่นอน
…………………………………………..
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ในช่วงเวลาที่กู่เซียนฝางตาย
“เซียนฝาง…” ชายวัยกลางคนผู้มีผมสีดอกเลาในชุดผ้าฝ้าย
ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่งพึมพำออกมา
ทั่วร่างของเขาสั่นสะท้าน ยืนมึนงงอยู่พักใหญ่
ราวกับว่าไม่อาจทำใจให้เชื่อในเรื่องเช่นนี้ได้
แต่จิตสำนึกที่เขาฝากไว้ในตัวของกู่เซียนฝางไม่มีทางที่จะโกห
กได้
ภาพก่อนตายที่กู่เซียนฝางได้เห็นปรากฏขึ้นมาในสมองของเขำ
“ถึงกับฆ่าสังหารกัน ไม่ว่าต้นเหตุมันมาจากอะไร
เจ้าก็ต้องชดใช้!” ชายคนนี้พึมพำ
เสียงพึมพำของเขาเย็นชามาก และเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย
นอกจากกู่เตียวฟู่ บรรพบุรุษของตำหนักทลายปฐพี
ผู้มีพื้นฐานฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งขั้นกลาง!
กู่เตียวฟู่ไม่สนใจว่าไป๋เฉินที่เป็นผู้ตัดสรรพสิ่งโผล่ขึ้นมาจากไห
น
ที่เขาสนใจมีเพียงการฆ่าไป๋เฉินเพื่อล้างแค้นให้กับกู่เซียนฝางเ
ท่านั้น!
“รอก่อน ข้ากำลังจะไปจัดการเจ้า!”
กู่เตียวฟู่พลันหายตัวไปด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความน่ากลัว
แน่นอน จุดมุ่งหน้าที่เขาไปก็คือจุดที่กู่เซียนฝางถูกฆ่าตาย
ด้วยพลังของผู้ตัดสรรพสิ่งขั้นกลาง
การที่จะตามรอยของใครสักคน
ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยแม้แต่นิดเดียว
คาดว่าด้วยเวลาไม่นานมาก กู่เตียวฟู่ต้องตามรอยไป๋เฉินได้แน่
ส่วนจะจัดการฆ่าไป๋เฉินได้ตามความต้องการของเขาหรือไม่นั้
น มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
………………………………………………..
ด้วยความเร็วของระดับตัดสรรพสิ่ง
ไป๋เฉินเข้ามาถึงในอาณาเขตของนิกายประตูเทพด้วยความรว
ดเร็ว
แต่ก่อนที่เขาจะได้ย่างกายเข้าไปใกล้จุดที่นิกายประตูเทพตั้งอยู่
มากกว่านี้ เงาร่างสีขาวทองสายหนึ่งก็กระพริบวาบมาแต่ไกล
ผู้ที่เป็นเจ้าของเงาร่างไม่ใช่ใครที่ไหน
นอกจากผู้นำนิกายประตูเทพคนปัจจุบันเหมินเติ้งเย้า!
เหมินเติ้งเย้าพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธแค้น
รวมทั้งยังมีความปีติยินดีอยู่ด้วย
เขาคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินจะโง่มาหาที่ตายเองถึงที่ของเขาแบบนี้
สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้แตกต่างจากการรนหาที่ตายเลยสักนิดเดียว!
“สารเลวน้อย ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปแค่ไม่กี่วัน
เจ้าจะมารับความตายจากข้าเองแบบนี้!”
ไม่นานเหมินเติ้งเย้าก็พุ่งเข้ามาจนเกือบจะถึงจุดที่ร่างกายของไ
ป๋เฉินอยู่
เหมินเติ้งเย้าไม่ได้หยุดร่างลงแต่อย่างใด
เขาพุ่งเข้ามาหาไป๋เฉินอย่างต่อเนื่อง
ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นราวกับกรงเล็บที่แหลมคม
พุ่งตรงมายังกลางศีรษะของไป๋เฉิน
ไม่พูดไม่ได้ว่าการลงมือของเหมินเติ้งเย้านั้น
รวดเร็วและอำมหิตเลือดเย็นยิ่งนัก!
สาเหตุที่ทำให้เหมินเติ้งเย้าตัดสินใจลงมือสังหารไป๋เฉินอย่างรว
ดเร็วเช่นนี้ ล้วนไม่ใช่เรื่องใดอื่น
นอกจากไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตนแห่งกาลเวลา
ถ้าไป๋เฉินเลือกที่จะหยุดเวลาแล้วหนีไปอีก
เขาเหมินเติ้งเย้าไหนเลย สามารถทำอะไรไป๋เฉินได้
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เหมินเติ้งเย้า
เลือกที่จะไม่พูดพล่าม
ลงมือฆ่าสังหารไป๋เฉินในทันทีที่มาถึงแบบนี้
ไป๋เฉินที่หยุดยืนอยู่กับที่กลางนภาอากาศ
ดวงตาหดแคบลงเป็นเส้นตรง
กับการลงมืออันรวดเร็วของเหมินเติ้งเย้า เขาหาได้รู้สึกใดไม่
เขามีเพียงแต่ความเรียบเฉยเท่านั้น
เป็นความเรียบเฉยอันน่ากลัว
ก่อนที่ฝ่ามือของเหมินเติ้งเย้า จะพุ่งมาถึงศีรษะของเขา
ไป๋เฉินก็ขยับมือยื่นออกไปคว้าจับเข้าที่ศีรษะของเหมินเติ้งเย้า
ร่างกายของอีกฝ่ายหยุดชะงักงันในทันที
พร้อมทั้งมีสีหน้าเปลี่ยนไป
ฝ่ามือที่จะตั้งใจจะบดขยี้ทำลายศีรษะของไป๋เฉินนั้น
ตอนนี้ตกลงข้างลำตัว ราวกับไร้สิ้นซึ่งเรี่ยวแรง
“อะ…อะไร?!”
เสียงที่สั่นสะท้านของเหมินเติ้งเย้าถูกส่งออกมาจากปากของเขำ เขาในตอนนี้รู้สึกราวกับว่าเป็นคนธรรมดาสามัญผู้หนึ่ง
ไม่ใช่ผู้ตัดสรรพสิ่งขั้นต้นแต่อย่างใด
เรื่องเช่นนี้บอกตามตรงว่ามันทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
เขาไม่รู้เลยสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองในเวลานี้
“ข้าว่าเป็นเจ้ามากกว่าที่เข้ามารับความตาย”
ไป๋เฉินพูดอย่างเชื่องช้า
เขาลงมือบีบศีรษะของเหมินเติ้งเย้ามากขึ้น
ส่งผลให้อีกฝ่ายร้องออกมาอย่างเจ็บปวด “อ้ากกก!”
ท่ามกลางเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด
เหมินเติ้งเย้าพลันมีความคิดที่น่าหวาดกลัวขึ้นมา
ซึ่งความคิดนี้ ไม่ใช่ความคิดใดอื่น
นอกจากคิดว่าไป๋เฉินกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองไปแล้ว
!
ไม่อย่างนั้น
ไม่มีทางโดยเด็ดขาดที่ไป๋เฉินจะสามารถทำให้เขาไร้พลัง
ทั้งยังบีบศีรษะของเขาไว้เช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความคิดเช่นนี้ขึ้นมา
เหมินเติ้งเย้าก็รู้สึกเชื่อไม่ลงอยู่ดี จะให้เขาเชื่อลงได้ยังไง
ในเมื่อหลายวันก่อน
ไป๋เฉินยังอ่อนแอจนต้องหนีเขากับกู่เซียนฝางอยู่เลย
แต่แม้ต่อให้เชื่อไม่ลง เหมินเติ้งเย้าก็ต้องเชื่อ
เนื่องจากภาพตรงหน้านี้ มันเป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งใดๆ
ได้
“ปะ…ปล่อยข้าซะ เจ้าสารเลวน้อย ไม่อย่างนั้นเจ้าได้ตายแน่
หากว่าท่านบรรพบุรุษของข้าออกมา!”
ด้วยความโกรธ หลังจากเสียงร้องจบลง
เหมินเติ้งเย้าก็คำรามใส่ไป๋เฉิน
เขาคิดว่าหากใช้ชื่อของบรรพบุรุษของเขา
ไป๋เฉินจะต้องหวาดกลัวแน่
แต่น่าเสียดายที่ไป๋เฉินไม่มีความหวาดกลัวขึ้นมาสักนิดเดียว
เขาแสดงสีหน้าคิดไม่ถึงออกมา
คิดไม่ถึงที่ว่านี้
ย่อมเป็นคิดไม่ถึงเรื่องที่เหมินเติ้งเย้าเป็นเช่นเดียวกันกับกู่เซียน
ฝาง คือใช้บรรพบุรุษมาขู่เขา
ไป๋เฉินพลันรู้สึกคร้านที่จะสนใจต่อเหมิ้นเติ้งเย้าแล้ว
เขาบีบศีรษะของเหมินเติ้งเย้าอย่างรุนแรง
จนสุดท้ายศีรษะของอีกฝ่ายก็แตกออกเป็นเศษเนื้อและกระดูก
โลหิตสาดกระจายออกมา!
ร่างกายไร้ศีรษะของเหมินเติ้งเย้าสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ก่อนจะร่วงตกลงไปข้างล่าง
ผู้นำนิกายประตูเทพคนปัจจุบันได้ถูกฆ่าตายแล้ว
ทั้งยังตายไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ ้าว่าตัวเองตายแล้ว
เรียกได้ว่าถูกฆ่าตายไปโดยไม่รู้ตัว ตายอย่างไม่อาจขัดขืนได้!
ระบบเปลี่ยนชีวิต