System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 637 : พลังที่แท้จริง
หลังจากตีลังกาม้วนตัวลงยืนที่พื้น ไป๋เฉินไม่ได้ยืนอยู่เฉย
เนื่องจากสัมผัสถึงอันตรายที่รุนแรงได้จากด้านหลัง เขารีบ
หลบหนีในทันที ร่างกายกระพริบวาบหายไป
เมื่อเขาหลบหลีก หมัดของเซ็ตเต้ โคโรรี่ก็กระแทกเข้าใส่
อากาศเปล่า ส่งผลให้อากาศเปล่าถูกบดขยี้ออก หมัดนี้รุนแรง
ยิ่ง มันถูกปกคลุมด้วยแสงสีทองเช่นเดิม
“เหอะ” เห็นว่าไป๋เฉินหลบหมัดของตัวเองได้ เซ็ตเต้ โคโรรี่
ก็แค่นเสียงเย็นชาอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ต้องรีบเอียงตัวไป
ด้านข้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนสี เท้าของ
ไป๋เฉินได้เตะออกมาจากด้านหลังของเซ็ตเต้ โคโรรี่
คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหลบได้ แต่เขาไม่คิดมาก กวาดเท้า
เตะเข้าใส่เซ็ตเต้ โคโรรี่อีกครั้งในทันที
ครั้งนี้เซ็ตเต้ โคโรรี่ไม่คิดหลบ มุมปากเผยรอยยิ้มเหี้ยม
เลือกเข้าปะทะกับไป๋เฉิน
ทันใดนั้นการปะทะกันก็เริ่มต้น ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หมัด
ต่อหมัด เท้าต่อเท้า ทั้งสองคนเข้าพัวพันต่อสู้กันอย่างหนัก
หน่วง กระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่า ไม่มีใครยอมใคร!
แต่ละกระบวนท่าที่ปะทะกันของคนทั้งสอง ล้วนส่งผล
กระทบต่อมิติสีขาวแห่งนี้ มิติสีขาวได้สะเทือนครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเซ็ตเต้ โคโรรี่
พลาดถูกเท้าของไป๋เฉินเตะเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง
“อ้ากกก!” ร่างกายปลิวกระเด็นออกไป เสียงร้องโหยหวน
ดังก้อง ฟันกระเด็นออกมาหลายซี่พร้อมกับเลือดเจ็ดสีที่สาด
กระจายออกมา
“ไป๋เฉิน!” กระเด็นออกมาไม่ไกล เสียงร้องโหยหวนของ
เซ็ตเต้ โคโรรี่ก็เลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความ
โกรธแค้น เป็นความโกรธแค้นอันบ้าคลั่งอย่างแท้จริง
ในวินาทีนั้นออร่าเจ็ดสีทั้งหมดก็กระจายออกมาจากร่าง
ของเซ็ตเต้ โคโรรี่ ใบหน้าที่ดูไม่ได้ของเขา ล้วนประดับไปด้วย
ความโหดเหี้ยม “ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยพลังที่แท้จริงของข้า!”
เสียงนี้สะท้อนออกไป ฟังได้ชัดว่ามันเต็มไปด้วยความ
ต้องการฆ่าสังหารอันมากล้น มิติสีขาวแห่งนี้อยู่ๆ ก็
สั่นสะเทือนเลือนลั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง แต่ผู้ที่ทำให้มันเป็น
เช่นนี้ ย่อมเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกจากเซ็ตเต้ โคโรรี่
ด้วยพลังทั้งหมดหรือพลังที่แท้จริงของเขา มิติสีขาวย่อมไม่
อาจทานทนได้ไหว ต้องสั่นสะเทือนเลือนลั่นขึ้นมา กลิ่นอายฆ่า
ฟันที่รุนแรงสาดซัดโหมกระหน่ำออกมาจากร่างของเซ็ตเต้ โค
โรรี่
พริบตานั้น ร่างกายของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด
เลือนลับหายไป
มองเห็นฉากนี้ ใบหน้าของไป๋เฉินก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
หัวใจของเขาถึงกับหดเกร็ง แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็
ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในเมื่อเซ็ตเต้ โคโรรี่เลือกที่จะใช้พลังที่แท้จริง เขาเองก็ไม่มี
ความจำเป็นที่จะต้องกักเก็บพลังเอาไว้ รังสีปราณอมตะสีเงิน
อันรุนแรงราวกับพายุโหมกระหน่ำพัดทำลายทุกสรรพสิ่ง
ปรากฏไหลทะลักออกมาจากร่างกายของไป๋เฉินอย่างบ้าคลั่ง
มิติสีขาวที่แต่เดิมสั่นสะเทือนเพราะพลังของเซ็ตเต้ โคโรรี่
พลันสะเทือนไปมากกว่าเดิม ราวกับว่ามันจะพังทลายลง
อย่างไรอย่างนั้น
ดวงตาทั้งคู่ของไป๋เฉินเริ่มที่จะปิดลง จิตสัมผัสทั้งหมดของ
เขากระจายออกมาในรัศมีวงกลมล้อมรอบร่างกายของตัวเอง
สาเหตุที่เขาไม่ได้กระจายจิตสัมผัสออกไปเป็นวงกว้าง ล้วน
แล้วแต่เป็นเพราะว่าเซ็ตเต้ โคโรรี่ต้องเข้ามาโจมตีหมายฆ่าเอา
ชีวิตของเขาแน่ ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายจะโจมตีเข้ามาทางไหนก็
เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้การกระจายจิตสัมผัสออกไปในวงแคบแค่
ล้อมรอบร่างกายของตัวเองนับว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่า เนื่องจากมัน
จะทำให้รับรู้เร็วกว่าว่าเซ็ตเต้ โคโรรี่จะโจมตีเข้ามาในทิศทาง
ไหน
ทันใดนั้นหอกสีดำมืดที่แฝงเร้นไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวก็
ถูกแทงออกมาจากความว่างเปล่า จุดหมายของปลายหอกที่
แหลมคมก็คือแผ่นอกของไป๋เฉิน จุดที่หัวใจของเขาอยู่!
การลงมือครั้งนี้ของเซ็ตเต้ โคโรรี่นับว่าอำมหิตเลือดเย็น
เป็นอย่างมาก เนื่องจากมันเป็นการโจมตีครั้งเดียวหวังปลิด
ชีพ!
ไป๋เฉินหัวใจกระตุกวูบ อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเขาไม่
เปลี่ยนสี และไม่มีความคิดที่จะหลบเลยแม้แต่น้อย เขาทำ
เพียงยื่นมือออกไป รังสีปราณอมตะสีเงินอยู่ๆ ก็แผดพุ่งออกไป
จากมือของเขา มันกลายเป็นคมดาบที่แหลมคมอันน่า
หวาดกลัว
เคร้ง!
ฉับพลันนั้นก็มีเสียงราวกับเหล็กปะทะกันดังกึกก้อง
ปรากฏว่าหอกสีดำถูกคมดาบสีขาวฟันกระแทกลงไป จนทำให้
มันพลาดเป้าไม่อาจแทงทะลุร่างของไป๋เฉินได้
ไป๋เฉินไม่รอช้า โบกสะบัดมือวูบ รังสีปราณอมตะสีเงินยิ่ง
มาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ มันได้กลายเป็นเกลียวคลื่นอันทรง
พลังรุนแรงพุ่งเข้าไปในความว่างเปล่าตรงหน้า
“บัดซบ!” ความว่างเปล่าตรงหน้า พลันมีเสียงสบถดัง
ออกมา ซึ่งเจ้าของเสียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเซ็ตเต้ โคโรรี่
เขารีบหลบในทันทีทันใด ส่งผลให้เกลียวคลื่นที่รุนแรงของไป๋
เฉินพลาดเป้า บดขยี้ได้เพียงความว่างเปล่าตรงหน้าเท่านั้น
“ตายซะ!” หลังจากหลบ เซ็ตเต้ โคโรรี่มาปรากฏตัวขึ้นที่
ข้างหลังของไป๋เฉิน เขาใช้มือข้างเดียวทำท่าโบกสะบัด พลัง
เจ็ดสีพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
พลังเจ็ดสีล้วนแฝงเร้นด้วยพลังน้ำแข็ง พลังไฟ พลังลม
พลังดิน พลังสายฟ้า พลังแสงและพลังความมืด!
พลังเจ็ดสีนี้น่ากลัวอย่างถึงที่สุด ทันทีที่มันปรากฏออกมา
อากาศก็สั่นสะเทือนเลือนลั่นอย่างบ้าคลั่ง มิติสีขาวถึงกับแตก
สลายออกบางส่วน ซึ่งมันเริ่มแตกออกเป็นสีดำมืด!
ไป๋เฉินรีบหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาสลด
ลงเล็กน้อย เมื่อมองเห็นพลังเจ็ดสีอันน่ากลัวกำลังพุ่งมาที่
ร่างกายของตนด้วยความเร็วสูง ชนิดที่ว่ามันรวดเร็วเป็นอย่าง
มาก
แม้แต่เขาผู้เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับอมตะขั้นปลาย หากว่า
ไม่ได้ตั้งใจมองดีๆ ก็ยากเกินกว่าที่จะมองเห็นได้
“มาก็มาสิ!” ไป๋เฉินพลันคำราม ทั่วร่างเดือนพล่านด้วยรังสี
ปราณอมตะสีเงิน เขาย่อมไม่หวาดกลัวใดต่อพลังเจ็ดสี ยกสอง
แขนขึ้นสร้างเกราะปราณขึ้นมาต้านทานรับในทันที
แต่เพียงแค่วินาทีเดียว เกราะปราณของเขาก็แตกสลาย
ออก ไม่อาจทานทนป้องกันพลังเจ็ดสีขอเซ็ตเต้ โคโรรี่ได้!
เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เซ็ตเต้ โคโรรี่ก็รู้สึกมีความสุข ยิ้มมุม
ปากอย่างเยาะเย้ย คิดว่าไป๋เฉินคงตายแน่แล้ว ไม่อาจที่จะมี
ชีวิตรอดไปได้
แต่ช่างน่าเศร้า ที่เขาคิดผิด ไป๋เฉินหายตัวหลบออกไปใน
วินาทีสุดท้ายก่อนที่พลังเจ็ดสีอันน่ากลัวจะพุ่งเข้าใส่ร่างของ
เขา
“เป็นไปไม่ได้?!” เซ็ตเต้ โคโรรี่ที่กำลังยิ้มเยาะอยู่พลันตกใจ
จนร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินจะ
หลบพลังเจ็ดสีของเขาได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? มันเหนือ
ความคาดหมายของเขาอย่างแท้จริง
ต้องรู้ก่อนนะว่าพลังงานเจ็ดสีที่เขาส่งออกไปเมื่อครู่นี้ เป็น
พลังที่แท้จริงของเขา เป็นพลังทั้งหมดที่หลอมรวมมาจากพวก
เขานัมเบอร์เจ็ดคน!
“อะไรเป็นไปไม่ได้?” ไป๋เฉินปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเซ็ต
เต้ โคโรรี่ ใบหน้าของเขาเย็นชามาก ไม่ลังเลที่จะส่งหมัดอัน
ทรงพลังที่ถูกปกคลุมด้วยรังสีปราณอมตะสีเงินไปที่ใบหน้าของ
เซ็ตเต้ โคโรรี่!