The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา - EP.634 ตัดสินอย่างยุติธรรม?
EP.634 ตัดสินอย่างยุติธรรม?
“เป่ยฉียิง?”
ถังหลานกระชับด้ามดาบในมือพร้อมหัวเราะเสียงดัง “เมื่อสิบปีก่อนข้าเคยมาเยือนเมืองไป๋หลิงครั้งหนึ่ง ในขณะนั้นพลังของอักขระวิเศษยังไม่ตื่นขึ้น เจ้าก็ไม่ต่างอะไรไปมากกว่าคนรับใช้ตัวเล็กๆ ที่คอยยกน้ำชามาให้ แต่ตอนนี้กลับเป็นถึงมหาอุปราชแห่งจักรวรรดิอี้เหอแล้ว ฮ่าๆๆ ชีวิตพลิกผันในพริบตา เป่ยฉียิง…เจ้าต้องการศีรษะของชายชราเป็นของกำนัลให้ฉินอี้งั้นหรือ?”
“ใช่ มีปัญหารึ?”
ใบหน้าของเป่ยฉียิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ถังหลาน เจ้าหลงระเริงอยู่ในอำนาจและความมั่งคั่ง คงไม่คาดคิดว่าชีวิตจะต้องจบลงด้วยชะตากรรมเช่นนี้ใช่หรือไม่? แต่ชีวิตมักเล่นตลกเสมอ เจ้ากุมอำนาจที่ทำให้ฉินอินหวาดระแวง หากเจ้ารู้ข้อจำกัดของตนเองและยอมก้มหัวอย่างเชื่อฟังอย่างที่ข้าเห็นความเคารพที่มีต่อเจ้าในสายตาของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา…ชะตากรรมของเจ้าคงไม่ต้องตกต่ำถึงเพียงนี้”
ถังหลานตกตะลึงและกำลังจะกล่าวตอบ แต่ทันใดนั้นถังปี่ด้านข้างก็ดึงกล่องลูกศรที่อยู่หลังต้นทับทิมออกมา “ฟิ้ว!” ลูกศรแหลมพุ่งตรงไปยังหัวของเป่ยฉียิงทันที!
“ท่านพ่อระวัง!”
เป่ยฉีหน่านคำรามก้องพร้อมตวัดดาบในมือออกไปอย่างรวดเร็ว พลังแห่งสวรรค์และโลกถูกเปิดออกขณะที่น้ำค้างแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนควบแน่นกลายเป็นโล่น้ำแข็งปิดกั้นด้านหน้าเป่ยฉียิง “เคร้ง เคร้ง เคร้ง!” ลูกธนูเหล็กหลายสิบดอกถูกสกัดได้ แต่ทหารองครักษ์จำนวนมากด้านข้างถูกลูกธนูแทงทะลุกาย หลายคนถูกแทงจนลำไส้ไหลออกมาและเสียชีวิตอย่างน่าสังเวช เป่ยฉีหน่านเหลือบมองก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ชายชราเหล่านี้ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องถ่อมตนกับพวกมัน จัดการให้สิ้น อย่างไรถังหลานก็วิ่งหนีไม่ได้อยู่แล้ว!”
“อืม”
เป่ยฉียิงมองไปยังทิศทางของตำหนักอย่างเย็นชาพร้อมกล่าวว่า “แปรทัพโล่ ระวังกล่องลูกศรของพวกมัน”
“ขอรับ!”
แท้จริงแล้วถังหลานมีกล่องลูกศรเพียงสองกล่องเท่านั้น การยิงลูกศรออกไปทำให้เหตุการณ์วุ่นวายมากขึ้น ถังปี่เต็มไปด้วยจิตสังหารและไม่เต็มใจที่จะมีชีวิตอยู่อย่างไร้เกียรติ นั่นยิ่งทำให้ถังหลานปวดใจมากขึ้น ทหารผ่านศึกเหล่านี้ล้วนเป็นนายพลมณฑลชีไห่ที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังจะถูกฆ่าตายอย่างเปล่าประโยชน์ด้วยน้ำมือตระกูลเป่ยฉีที่เคยต่ำต้อยเพื่อเป็นของกำนัลแก่ฉินอี้ ช่างเป็นโชคชะตาอะไรเช่นนี้…
“พลธนูเตรียมพร้อม!”
ถังปี่ตะโกนเสียงดังพร้อมใช้ดาบเหล็กในมือปิดกั้นประตู เขามองดูกองทัพของจวนฉีเป่ยอย่างไม่วางตาก่อนจะออกคำสั่ง “ใช้อักขระวิเศษหมวดไฟ!”
ยุทธภัณฑ์อักขระแผ่นดินทั้งสามชิ้นระเบิดออกทีละชิ้น ฉับพลันเปลวเพลิงกลืนกินทหารองครักษ์หลายสิบนายที่กำลังโจมตีอยู่นอกตำหนัก แต่การตอบโต้ของอีกฝ่ายนั้นรุนแรงยิ่งกว่า ตระกูลเป่ยฉีเป็นตระกูลอักขระวิเศษที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในจักรวรรดิอี้เหอ แน่นอนว่าพวกเขาครอบครองอักขระวิเศษเป็นจำนวนไม่น้อย คนกลุ่มหนึ่งพุ่งตัวออกมาพร้อมยุทธภัณฑ์อักขระ ทันใดนั้น! พายุ เปลวเพลิง และความหนาวเหน็บแผ่ขยายข้ามกำแพงตำหนักเข้าสังหารพลธนูทีละคนพร้อมเสียงกรีดร้องดังโหยหวน
ตำหนักเจิ้นหนานได้รับการปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่ง มีหอคอยยิงลูกศรสูงใหญ่สี่แห่งในตำหนัก ซึ่งขณะนี้พลธนูหลายร้อยนายกำลังประจำการอยู่และคอยยิงธนูสังหารศัตรูจากที่สูง พวกเขาสร้างปัญหาให้กับกองทัพตระกูลเป่ยฉีนอกเมืองเป็นอย่างมาก อีกทั้งถังปี่สั่งให้คนนำน้ำมันจากห้องครัวออกมาเทด้านนอก จากนั้นจึงสั่งให้จุดไฟเพื่อชะลอการรุกรานของอีกฝ่าย
ความจริงแล้ว แม้ทหารตระกูลเป่ยฉีจะไม่สามารถโจมตี แต่ไม่ได้หมายความว่ากองทัพของถังหลานจะสามารถเอาชนะอีกฝ่าย ถังหลานและถังปี่รู้ดีว่ากองกำลังของตระกูลเป่ยฉีมีไม่น้อยไปกว่าตนเอง อีกทั้งตระกูลผู้มั่งคั่งทั่วทั้งเมืองต่างให้การช่วยเหลือพวกเขา แน่นอนว่ากองทัพของถังหลานไม่มีทางที่จะชนะได้โดยการต่อสู้เพียงลำพัง และการที่พวกเขาต่อต้านขณะนี้เป็นเพียงการชะลอความตายเท่านั้น
ดวงตาที่ฝ้าฟางของถังหลานเผยความอ่อนล้า เขานั่งมองดูลูกธนูที่ตกลงมาในลานกว้างจากระยะไกลก่อนกล่าวว่า “ถังปี่ ข้าจะนอนพักเล็กน้อย หลังจากที่ตระกูลเป่ยฉีเข้ามาได้ให้มาเรียกข้า”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
เมื่อถังปี่หันไปมองก็ต้องตกตะลึงกับใบหน้าของถังหลานที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสับสน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นถังหลานเป็นเช่นนี้
…
ห่างออกไปห้าร้อยไมล์ กลุ่มควันและฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่บนเส้นทางนอกป่าซึ่งเกิดจากเหล่าทหารม้าเบาของกองทัพเจิ้นกั๋วจำนวนห้าพันนายที่วิ่งผ่าน
ถังเสี่ยวซีสวมเสื้อคลุมองค์หญิงสีม่วงเข้มขณะกำบังเหียนของเสวี่ยหลีม้าศึกประจำกาย บนใบหน้างามเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและวิตกกังวล นางเดินทางอย่างเร่งรีบติดต่อกันสองวันสองคืนจนแทบหมดแรง
ถังเจิ้นด้านข้างมองหน้าถังเสี่ยวซีและอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “องค์หญิง ระ…เราเดินทางนานเกินไปและไม่หยุดพัก เหล่าทหารจำนวนมากแทบหมดแรงแล้ว เหตุใดจึงไม่พักสักครู่หนึ่งและออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่แทน ด้วยวิธีนี้ฝ่าบาททรงสามารถฟื้นฟูพลังกายและพร้อมต่อสู้ทันทีที่ไปถึงเมืองไป๋หลิง”
“ไม่ได้”
ถังเสี่ยวซีขมวดคิ้ว เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของถังหลานในเมืองไป๋หลิง หัวใจของนางรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีคมมีดทิ่มแทง “หยุดพักไม่ได้ ชะตากรรมของท่านปู่ไม่ควรจบลงที่นั่น ขะ…ข้าไม่สามารถทนดูเขาตายได้ ข้าจะต้องไปถึงเมืองไป๋หลิงโดยเร็วที่สุดแม้ไม่ได้หยุดพัก หากเป็นไปได้ก็ต้องไปถึงเมืองไป๋หลิงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในพรุ่งนี้พร้อมกองกำลังมากที่สุดเท่าที่ข้าจะนำไปได้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
…
ยามค่ำคืน เปลวเพลิงด้านนอกตำหนักเจิ้นหนานกำลังโหมกระหน่ำขณะที่การรุกรานของกองทัพจักรวรรดิอี้เหอรุนแรงยิ่งขึ้น แม้แต่กองกำลังของเจ้าเมืองเขตจำนวนมากก็เร่งฝีเท้าเข้ามาช่วยเหลือและใช้รถบันไดเข้าล้อมกำแพงเมือง เหล่าทหารที่เข้ามาได้ฟาดฟันอาวุธจนเกิดเสียงแห่งความตายไปทั่วบริเวณ
“ฟุ่บ!”
ลูกศรเหล็กพุ่งเข้าที่แขนของถังหลานพร้อมความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่าลูกศรดอกนี้จะอาบยาพิษ ถังหลานไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากก่อนจะดึงมันออกและโยนทิ้งด้านข้างพร้อมกล่าวว่า “ถังปี่ พวกมันเข้ามาได้กี่คนแล้ว?”
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ มีมากมายเหลือเกิน…”
“บัดซบ!”
ถังหลานแสดงท่าทีอ่อนแอเล็กน้อยพร้อมเอ่ยถาม “เรามีม้ากี่ตัว?”
“อย่างน้อยสองพันตัวซึ่งมีเพียงพอพ่ะย่ะค่ะ”
“สั่งให้ทุกคนสวมเกราะบนหลังม้าและรีบออกไปทันที เราจะนั่งเฉยรอความตายไม่ได้ อย่างน้อยทหารชั้นยอดของเมืองไป๋หลิงก็ไม่อยู่ที่นี่ ฝูงชนเหล่านั้นคงไม่สามารถหยุดเราได้แน่”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ถังปี่ก้าวออกไปด้านหน้าเพื่อช่วยถังหลานขึ้นม้า แต่เมื่อเห็นเลือดจากบาดแผลของถังหลานไหลลงมาระหว่างนิ้วมือ ถังปี่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ฝ่าบาททรงเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? กระหม่อมจะช่วยพันแผลให้แล้วจึงออกเดินทาง”
“ไม่มีเวลามากพอ” ถังหลานกล่าว “กองกำลังตระกูลเป่ยฉีค่อนข้างอ่อนแอ เราจะฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงเท้าม้าดังก้องขณะที่ทหารตระกูลถังเกือบห้าร้อยนายพุ่งออกจากประตูตะวันออก กระนั้นด้านหน้าก็ยังมีทหารจักรวรรดิอี้เหอกว่าหนึ่งพันนายรอพวกเขาอยู่ ทันใดนั้น! ลูกศรนับหมื่นถูกส่งออกไป ทำให้ทหารม้าแนวหน้าส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาก่อนจะถูกสังหารไปพร้อมกับม้าคู่กาย
ถังหลานควบม้าติดตามกองทัพเข้าไปในสนามรบทันที ขณะที่ถังปี่ยกโล่หนักขึ้นด้านหน้าพร้อมตะโกนออกคำสั่ง “ควบม้าไปด้านหน้า อย่าลังเลที่จะปกป้องฝ่าบาท!”
มีทหารล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยกองกำลังจักรวรรดิอี้เหอ หลายคนตะโกนเสียงดัง “หากจับถังหลานทั้งเป็นจะได้รับตำแหน่งองค์ชาย และหากตัดหัวมันจะได้รับรางวัลสิบล้านเหรียญทองพร้อมตำแหน่งอันสูงส่ง!”
“ฟุ่บ!”
ลูกธนูถูกยิงออกมาอย่างดุเดือด สองดอกในนั้นพุ่งเข้าใส่หน้าท้องถังปี่ที่ไม่มีเกราะป้องกัน เขาเพียงยิ้มและไม่ได้กล่าวสิ่งใด ก่อนจะตัดปลายลูกธนูออกและทิ้งส่วนที่เหลือให้ฝังอยู่ในร่างกาย จากนั้นเขาควบม้าปกป้องถังหลานต่อพร้อมเคลื่อนตัวไปด้านหน้า
ตำหนักเจิ้นหนานอยู่ห่างประตูทางเหนือราวสิบลี้ แต่ระยะทางสิบลี้นี้กลับเปรียบเสมือนเส้นทางสู่ความตายสำหรับพวกเขา
ภายใต้แสงยามรุ่งสาง ในที่สุดก็สามารถเห็นประตูทางเหนือจากระยะไกล
ถังปี่กล่าวด้วยใบหน้าซีดเซียว “ฝะ…ฝ่าบาท พวกเรากำลังฝ่าวงล้อมออกไปได้แล้ว!”
“อืม…”
ใบหน้าของถังหลานซีดเผือดราวกับใกล้ตายจากการสูญเสียเลือดอย่างหนักที่แขนขณะกล่าวว่า “คงมีทหารรักษาการณ์อยู่ที่ประตูเป็นจำนวนมาก ส่งทหารชั้นยอดออกไปสังหารซะ นอกจากนี้…ส่งคนไปสังเกตการณ์ว่ามีกองกำลังเสริมของจักรวรรดิหรือไม่”
“จะไม่มีกองกำลังเสริมอีกแล้ว” ถังปี่คร่ำครวญ “จักรวรรดิได้ละทิ้งพวกเราแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”
ร่างกายของถังหลานสั่นสะท้านเล็กน้อย ขณะเดียวกันทหารหนุ่มตระกูลถังผู้กล้าหาญนำทหารหลายสิบนายพุ่งออกไปพร้อมฟาดฟันดาบใส่ทหารจักรวรรดิอี้เหอที่ขวางทางออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทันทีที่เขามาถึงประตู ทั่วทั้งร่างกายก็อาบไปด้วยเลือดและลูกธนูที่ปักบนหน้าอก ภายใต้แสงอรุณที่สาดส่องลงบนใบหน้าของเขา มันเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งชีวิตใหม่ในความฝัน เมื่อมองออกไประยะไกล เขาเห็นกองทหารม้าปรากฏขึ้นพร้อมธงรบรูปดอกจื่อยินและธงรบดอกไห่ถังเจ็ดกลีบปลิวไสวในอากาศ เขาอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและหันมองถังหลานก่อนกล่าวว่า “ฝ่าบาท มีกองกำลังเสริมพ่ะย่ะค่ะ…”
“กำลังเสริม…”
ถังหลานกล่าวอย่างตื่นเต้น “ใครกัน?”
“มันเป็นธงรบของกองทัพเจิ้นกั๋ว…องค์หญิงซีพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงซีเสด็จมาที่นี่เพื่อช่วยเรา!”
“ยอดเยี่ยม รีบเปิดประตูเมือง!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
แต่ทันใดนั้น! ร่างหนึ่งก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมฟันศีรษะทหารหนุ่มตระกูลถังนายนั้นจนเลือดสาดกระเซ็นเต็มใบหน้าของผู้มาเยือน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสาวกผู้ติดตามลั่วหลาน จอมยุทธ์ขอบเขตปราชญ์ผู้แข็งแกร่ง…หานจวิ้น!
หานจวิ้นเลียฝ่ามือเปื้อนเลือดพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทหาร! ปิดผนึกประตูเมืองและฆ่าพวกมันให้สิ้นอย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!”
จวนเจ็ดแคว้นส่งกองกำลังมาแล้ว!
ทันใดนั้นจอมยุทธ์ขอบเขตนภาและขอบเขตปราชญ์หลายสิบคนพุ่งเข้าใส่ฝูงชนและสังหารทหารตระกูลถังเกือบร้อยนายต่อหน้าทุกคนในพริบตา หานจวิ้นคำรามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้าย “ฆ่ามัน! ฆ่าพวกมันให้หมด และปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการถังหลานเอง!”
“ขอรับ!”
…
ใบหน้าของถังหลานซีดเผือดขณะมองไปยังทางเหนือของกำแพงเมืองจากระยะไกล เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจพร้อมน้ำตาที่ไหลริน “เสี่ยวซี เสี่ยวซีหลานรัก ปู่คงไม่มีวันได้พบเจ้าขณะที่ยังมีชีวิตอีกแล้ว…”
ถังปี่รีบคว้าบังเหียนม้าศึกของถังหลานพร้อมตะโกนดัง “ทหาร! ถอยกลับปกป้องฝ่าบาท!!”
แต่กองทัพของถังหลานไม่มีเหลือใครอีกแล้ว ทหารหลายสิบนายสุดท้ายตายตกทีละคนภายใต้ลูกศรแหลมคม
ท้ายที่สุดก็เหลือทหารผ่านศึกเพียงสองนายคือ ถังปี่และถังหลาน พวกเขาควบม้าไปตามถนนที่เต็มไปด้วยทหารและพลเรือนจักรวรรดิอี้เหอ
“ฮี้…” ม้าศึกของถังปี่ส่งเสียงร้องคร่ำครวญและล้มลงพื้นเนื่องจากสูญเสียขา ก่อนที่ม้าของถังหลานจะล้มลงพื้นตามทันที ถังปี่รีบเข้าไปช่วยถังหลานที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า “ฝ่าบาท…ฝ่าบาท…กระหม่อมไร้ความสามารถ…ไร้ความสามารถจริงๆ…”
ถังหลานส่ายศีรษะแผ่วเบา “สหายเฒ่า เราทุกคนต่างพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว…”
…
ฉับพลันกลุ่มทหารและพลเรือนของจักรวรรดิอี้เหอเข้ามาล้อมรอบพวกเขา บางคนถือค้อนของช่างตีเหล็ก บางคนถือจอบ บางคนถือกรรไกรของช่างตัดเสื้อ แต่ใบหน้าของทุกคนต่างบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง หนึ่งในนั้นพลันตะโกนขึ้น “ชายชราผู้นี้คือถังหลานที่ต้องการโค่นล้มจักรวรรดิอี้เหอและทำให้เราเป็นหมารับใช้จักรวรรดิฉินอีกครั้ง!”
“ฆ่ามัน!”
“ฆ่ามัน!”
ผู้คนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ถังหลานและถังปี่นั่งหันหลังชนกันบนพื้น พวกเขาทั้งสองอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลริน
……….……….……….……….