The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา - EP.633 หมารับใช้แห่งจักรวรรดิ
EP.633 หมารับใช้แห่งจักรวรรดิ
เช้าวันรุ่งขึ้น หยางฟานผู้นำทหารแห่งตระกูลเป่ยฉีถูกแขวนคอไว้ที่ประตูเมืองเพื่อเป็นตัวอย่างของบทลงโทษ โดยมีประกาศบังคับใช้กฎหมายแห่งจักรวรรดิในเมืองไป๋หลิงติดอยู่ด้านข้าง ผู้ใดที่สังหารผู้อื่นจะได้รับบทลงโทษที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แม้จะเป็นการสังหารด้วยพลังแห่งอักขระวิเศษก็ไม่มีข้อยกเว้น!
…
“ตึง!”
เป่ยฉียิงชายผู้มีอายุเกือบหกสิบปีทุบกำปั้นลงบนโต๊ะไม้สีทองอย่างรุนแรง ตระกูลของเขาเป็นหนึ่งในตระกูลแห่งอักขระวิเศษในจักรวรรดิอี้เหอและมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถสลักอักขระสวรรค์ได้ อีกทั้งเขายังมีฐานการฝึกตนอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิสวรรค์ ชายชราตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราด “ตระกูลเป่ยฉีและจักรวรรดิไม่ได้เป็นศัตรูกัน! ทว่าหลินมู่อวี่กลับสังหารเป่ยฉีหวนบุตรชายของข้า และตอนนี้ถังหลานยังประหารหยางฟานทหารแห่งตระกูลเป่ยฉีอีก น่ารังเกียจยิ่ง!”
เป่ยฉีหน่านบุตรชายคนโตที่อยู่ด้านข้างกล่าวออก “ท่านพ่อ อย่าโกรธไปเลย… หึ ไอ้โจรเฒ่าถังหลานมีกองทหารอยู่ในมือไม่ถึงพันด้วยซ้ำ อันที่จริงเขาคงเหลือทหารเพียงไม่กี่ร้อยหลังจัดแจงกองกำลังทั้งหมดไปรักษาการณ์ที่ประตูเมืองหลักทั้งสี่ทิศ กองทัพแห่งตระกูลเป่ยฉีมีทหารกว่าสองพันพร้อมยุทธภัณฑ์อักขระกว่าร้อยชิ้น เหตุใดจึงต้องเกรงกลัวต่อถังหลานผู้ไร้อำนาจเช่นนั้น? เพียงท่านพ่อกล่าวสั่ง ลูกจะนำกองทหารบุกไปยังตำหนักเจิ้นหนานเพื่อสังหารถังหลานและขับไล่พวกหมารับใช้จักรวรรดิออกจากเมืองไป๋หลิงทันที!”
เป่ยฉีหน่านเผยรอยยิ้มออกมาก่อนกล่าวต่อ “ท่านพ่อ ขณะนี้ราชาผู้พิชิตติดอยู่ในเมืองเจี้ยงเก๋อ ทว่าแม่ทัพหลงเซียนหลินกำลังเดินทางกลับไปที่นั่น เมื่อทั้งสองพบกัน ราชาผู้พิชิตต้องสั่งให้เขาตีเมืองไป๋หลิงคืนแน่ หากเราใช้กำลังพลของตระกูลเป่ยฉีชิงเมืองกลับมาให้ราชาผู้พิชิตได้ ตระกูลของเราก็จะเป็นผู้นำชัยชนะแรกมาสู่จักรวรรดิอี้เหอ ท่านพ่อคิดว่าอย่างไร?”
“หึ ความคิดของเจ้าตื้นเขินนัก”
เป่ยฉียิงกล่าวอย่างเย็นชา “เหตุใดเราจึงต้องกำจัดถังหลานด้วยตนเอง? ในเมื่อเราสามารถแขวนหัวของมันไว้บนหอคอยด้วยเงินเหรียญทองได้!”
“โอ้? ท่านจะทำอย่างไรขอรับ?”
“ก็แค่…”
…
พลเรือนแห่งจักรวรรดิอี้เหอจำนวนมากรวมตัวกันนอกตำหนักเจิ้นหนานในตอนเที่ยง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองขณะโบกมือและตะโกนใส่ทหารที่ยืนรักษาการณ์อยู่หน้าตำหนัก บางส่วนกำลังบรรจงเขียนหมึกสีแดงลงบนผ้าขาว
“หมารับใช้จักรวรรดิจงพินาศ จักวรรดิอี้เหอจงเจริญ!”
ไม่นานผู้คนหลายพันก็ตะโกนข้อความบนผ้าขาวพร้อมกันเพื่อกดดันให้ถังหลานออกมาอธิบาย มิเช่นนั้นพวกเขาจะล้อมตำหนักต่อไปซึ่งทำให้ถังหลานไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
ท้ายที่สุดประตูของตำหนักก็เปิดออกในยามบ่าย ถังหลานในชุดคลุมตราดอกจื่อยินประดับดาวสามดวงเดินออกมาพลางมองผู้ก่อกวนนอกตำหนักด้วยแววตาเย็นชา “เงียบเสียงซะ มาคุยกันเถอะ ท่านต้องการสิ่งใด?”
ชายชราก้าวออกมาจากฝูงชนขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ถวายบังคมราชาชีไห่พ่ะย่ะค่ะ!”
“ไม่ต้องมากพิธี กล่าวมาเถอะ”
ชายชราพยักหน้า “จักรวรรดิอี้เหอสนับสนุนความเท่าเทียมของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงและปฏิบัติต่อผู้คนอย่างมีเมตตาเสมอมา ยามนี้จักรวรรดิฉินได้ยึดเมืองไป๋หลิงและฆ่าทหารแห่งจักรวรรดิอี้เหอไปมากมาย อีกทั้งราชาชีไห่ยังทรงสั่งประหารหยางฟาน ผู้คนมักกล่าวกันว่าจักรพรรดินีฉินอินนั้นมีเมตตา ทว่าขณะนี้เรากลับไม่เห็นความปรานีใดเลยแม้แต่น้อย การกระทำโหดร้ายไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ต่างจากพวกสัตว์ป่าอย่างไร?”
“การที่หยางฟานสังหารผู้อื่นในการประลองส่วนตัวถือเป็นความผิดมหันต์” ถังหลานกล่าวเสียงนิ่ง
“ที่นี่คืออาณาเขตของจักรวรรดิอี้เหอพ่ะย่ะค่ะ การสังหารผู้อื่นด้วยยุทธภัณฑ์อักขระไม่มีความผิดใดตามกฎหมาย”
“อวดดีนัก!” ถังหลานมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา “เมืองไป๋หลิงเป็นอาณาเขตของจักรวรรดิมานับพันปี เช่นนั้นก็ควรทำตามกฎของจักรวรรดิ ไม่จำเป็นต้องกล่าวเรื่องนี้อีก หากเข่นฆ่าผู้อื่นก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้น!”
ชายชรากัดฟันกรอด “พระองค์ช่างเฉยชายิ่ง น่าผิดหวังนัก ข้าและคนเหล่านี้เป็นคนของจักรวรรดิอี้เหอและจะไม่มีวันยอมเป็นทาสของจักรวรรดิต่อให้ตายอีกกี่ชาติ!”
“เจ้า!”
ถังหลานชี้นิ้วสั่งพลางกล่าวด้วยแววตาเลือดเย็น “ถังปี่ จัดตั้งแนวป้องกันรอบตำหนักและสังหารคนเหล่านี้ให้หมด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ถังปี่นำทหารแห่งตระกูลถังลงมือสังหารผู้คนเบื้องหน้าทันใด เลือดเจิ่งนองไปทั่วบันไดหน้าตำหนัก หลายคนรู้สึกหวาดกลัวทันทีเมื่อเห็นผู้อื่นถูกฆ่าไปต่อหน้าต่อตา มีเพียงบางส่วนที่กล้าหยิบก้อนอิฐขึ้นมาโจมตีเหล่าทหาร ถังปี่กล่าวออกด้วยความโกรธแค้นขณะกระชับดาบเหล็กในมือแน่น “ฆ่าคนโง่เขลาพวกนี้ให้หมด!”
“ขอรับ!”
กองทหารแห่งตระกูลถังเริ่มเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้ปรานี ศรถูกยิงออกไปราวกับสายฝน ผู้คนนอกตำหนักมากมายตายตกในชั่วพริบตา เหล่าทหารขับไล่พลเรือนที่เหลือออกจากบริเวณตำหนักด้วยอาวุธมากมายและแม้แต่สังหารพวกเขาบนถนนอย่างโหดร้าย
“หมารับใช้แห่งจักรวรรดิกำลังจะฆ่าล้างพวกเรา!”
เสียงตะโกนดังลั่น ในตอนบ่ายเป็นเวลาสำหรับการค้าขายในเมืองไป๋หลิง พ่อค้าและผู้คนบนถนนนับไม่ถ้วนต่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นทหารแห่งตระกูลถังถือดาบไล่สังหารพลเรือนทีละคน ถนนทั้งสายตกอยู่ในความโกลาหลในชั่วพริบตา
ไม่นานข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยในเมืองว่าถังหลานจะฆ่าล้างผู้คนในเมืองไป๋หลิงโดยไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าว ทว่าขณะนี้พลเรือนเกือบล้านคนในเมืองต่างเข้าใจว่าถังหลานกำลังลับมีดของเขา!
ตกกลางคืน ประตูเมืองถูกโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าเนื่องจากผู้คนนับไม่ถ้วนพากันร้องขอออกจากเมือง ทว่าเมื่อทหารรักษาการณ์ไม่เปิดประตูให้ เหล่าทหารรับจ้างและนักรบแห่งสำนักอัศวินจึงร่วมใจกันลุกขึ้นสู้ คืนนี้จึงกลายเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างสมบูรณ์แบบ
…
เวลาล่วงไปจนถึงรุ่งเช้า ทว่าถังหลานกลับนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เส้นผมของเขากลายเป็นสีเทาทั้งหมด
“ข้าแต่ฝ่าพระบาท…”
ถังปี่กล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด “เมื่อคืนเราสูญเสียทหารรักษาการณ์ทางประตูทิศใต้ไปกว่าสามร้อยนาย ส่วนทหารทางประตูทิศเหนือก็ตายตกไปมากกว่าหนึ่งพันพ่ะย่ะค่ะ แต่เรากลับไม่รู้เลยว่าผู้ใดสังหารพวกเขา ช่างน่าเศร้านัก…ทหารแห่งจักรวรรดิควรได้ตายตกในสนามรบอย่างมีเกียรติ มิใช่เพราะดาบอันน่ารังเกียจเหล่านี้!”
“ถังปี่”
ถังหลานมองชายชราเบื้องหน้าด้วยแววตาไร้อารมณ์ “ข้ามักจะเอาตัวรอดอย่างมีชั้นเชิงเสมอ แต่ขณะนี้ข้ากำลังจะตายเพราะกลอุบายของผู้อื่น ข้ายอมไม่ได้…”
ถังปี่กล่าว “ฝ่าบาททรงคิดว่าเป็นฝีมือของผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ?”
“นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว” ถังหลานกล่าว “ฉินอินต้องการให้ข้าตาย ฉินอี้ก็ไม่ต่างกัน หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง ซูมู่หยุน และคนอื่นๆ ต่างก็กระหายจะฉีกเนื้อหนังของข้าเป็นชิ้นๆ แม้แต่ผู้คนในจักรวรรดิอี้เหอก็ยังต้องการให้ข้าถูกสังหาร หึ ตระกูลเป่ยฉีรึ…ถังหลานผู้นี้ไม่เคยสยบแทบเท้าใคร เหตุใดจึงต้องหวาดกลัวคนเหล่านี้ ทว่ายามนี้…ข้าคงต้องพึ่งจมูกของพวกเขาหายใจอย่างเลี่ยงไม่ได้”
“ฝ่าบาท…” ถังปี่กล่าวออกด้วยหัวใจที่ปวดร้าว “พระองค์ยังมีกองทหารอย่างน้อยห้าพันนายอยู่ในมือ เราไม่จำเป็นต้องยอมจำนนต่อตระกูลเป่ยฉีเลย แม้พวกเขาจะมียุทธภัณฑ์อักขระ แต่เราก็มีไม่ต่างกัน เหตุใดจึงต้องกลัวพ่ะย่ะค่ะ?”
ถังหลานส่ายศีรษะอย่างเชื่องช้า “ไม่มีประโยชน์…บาปทั้งหมดอยู่ที่ข้าไม่ใช่เจ้า ถังปี่ เจ้าจงรวบรวมกองกำลังทั้งห้าพันออกจากเมืองไปซะ ในเมื่อฝ่าบาทสั่งให้ข้าปกป้องเมืองแห่งนี้ก็จงทิ้งข้าไว้ที่นี่… จากนี้จะอยู่หรือตายก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาเถอะ”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ!”
ถังปี่กัดฟันกรอด “กระหม่อมจะไม่ทิ้งฝ่าบาทไปไหนทั้งนั้น หากพระองค์จะต้องตาย กระหม่อมก็ขอตายเช่นกัน กระหม่อมจะเรียกทหารทั้งหมดมาคุ้มกันตำหนักเดี๋ยวนี้!”
“เฮ้อ…”
ถังหลานถอนหายใจ “เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้?”
ถังปี่ยิ้ม “นี่คือความจงรักภักดีครั้งสุดท้ายของกระหม่อมในฐานะทหารแห่งตระกูลถัง ขอฝ่าบาททรงโปรดให้กระหม่อมได้รับใช้พระองค์จนวินาทีสุดท้ายด้วยเถิด ต่อให้ต้องตายตกด้วยน้ำมือของจักรวรรดิอี้เหอ กลุ่มโจร เหล่าทวยเทพหรือแม้แต่หมารับใช้ กระหม่อมก็จะไม่เสียใจพ่ะย่ะค่ะ!”
“เยี่ยมยอด!”
…
กองทหารของถังหลานละทิ้งประตูทั้งสี่ทิศและระดมพลที่ตำหนักในตอนเที่ยง ดูเหมือนว่า…ถังหลานคิดจะต่อสู้กับกองกำลังแห่งจักรวรรดิอี้เหอทั้งหมด
เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดังสนั่น ทหารม้ากลุ่มหนึ่งควบม้าจากระยะไกลเข้ามาเผชิญหน้ากับกองทัพของถังหลาน
“พวกเขาเป็นใคร?”
ถังหลานในชุดเกราะเหล็กเอ่ยถามทหารที่อยู่รอบตัว
ถังปี่กล่าว “ทหารรับจ้างพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาคือทหารรับจ้างแห่งจักรวรรดิอี้เหอ”
“โอ้?” ถังหลานหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “จักรวรรดิอี้เหอใช้เงินจ้างทหารเหล่านี้มาสังหารข้าอย่างนั้นรึ?”
“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” ถังปี่ยิ้มเยาะ
ขณะนั้นทหารรับจ้างตำแหน่งสูงนายหนึ่งควบม้าเข้ามาพลางกระชับขวานศึกในมือพร้อมยกยิ้ม “เอาล่ะ…ตาเฒ่าคนใดคือถังหลาน?”
ถังหลานก้าวออกมาทันใด “ข้าเอง”
ทหารรับจ้างหัวเราะ “เจ้านี่เอง ดูท่าแล้วคงต้านทานขวานศึกของข้าไม่ได้แน่ ถังหลาน ฟังข้าให้ดี ข้ามีนามว่าหลี่ต้าเป็นผู้นำแห่งสมาพันธ์ทหารรับจ้างเจียนเฟิงในจักรวรรดิอี้เหอ จงจำชื่อนี้ไว้ คนจากตระกูลเป่ยฉีจ่ายเงินซื้อหัวของเจ้าในราคายี่สิบล้านเหรียญทอง ตราบใดที่ได้หัวของเจ้ามาครอง ชีวิตของข้าต่อจากนี้คงไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีก”
ถังหลานเย้ยหยัน “กลายเป็นว่าหัวของข้ามีราคาดียิ่ง หลี่ต้า หากคิดว่าตนมีฝีมือจะตัดหัวของชายชราผู้นี้ได้ก็เข้ามา!”
“เลิกพูดจาเหลวไหลเถอะตาแก่ โจมตีได้!”
เหล่าทหารรับจ้างเปิดฉากการโจมตีทันทีที่หลี่ตาออกคำสั่ง
“สร้างแนวป้องกัน!”
ถังปี่ตะโกนลั่น ฉับพลันเหล่าทหารผ่านศึกยกโล่ขึ้นอย่างพร้อมเพรียง แม้จะแก่กว่าแต่ฝีมือในการต่อสู้ของพวกเขาก็แข็งแกร่งกว่าทหารรับจ้างเหล่านี้หลายหมื่นเท่า!
แนวป้องกันโล่หอกทั้งสามแถวของทหารแห่งตระกูลถังทำให้การโจมตีของกลุ่มทหารรับจ้างนั้นไร้ประโยชน์ ไม่นานทหารเหล่านั้นก็กลายเป็นไก่เสียบไม้อยู่ที่ปลายหอก
หลี่ต้าโกรธแค้นมากขึ้นเรื่อยๆ จากความอับอาย “โจมตีเต็มกำลัง!”
ขณะนั้นทหารรับจ้างราวสองพันเข้าล้อมตำหนักไว้ ศึกนองเลือดจึงเริ่มขึ้นทันใด
…
ณ วันที่ยี่สิบสามกุมภาพันธ์ กองทหารรับจ้างเจียนเฟิงทั้งหมดถูกกำจัดจนหมดสิ้น ขณะเดียวกันถังหลานก็เสียกองกำลังไปกว่าหนึ่งพัน
คนอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มโจมตีตำหนักเจิ้นหนานอีกครั้งในตอนเช้าตรู่ ซึ่งเป็นกองทหารกว่าสี่พันนายพร้อมอาวุธครบมือของเขตต่างๆ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของเมืองไป๋หลิง ทหารของถังหลานนับไม่ถ้วนตายตกหลังจากถูกยิงศรโจมตีไปหลายครั้ง ทหารที่ยังมีชีวิตรอดต่างก็อ่อนล้า พวกเขาไม่มีแรงจะต่อสู้อีกต่อไป
ทว่าทหารด้านนอกตำหนักกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธงแห่งจักรวรรดิอี้เหอมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะนั้นเป่ยฉียิงผู้นำแห่งตระกูลเป่ยฉีในชุดกี่เพ้าก้าวออกมาจากฝูงชนพลางประสานหมัดพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถังหลาน หลานกง ราชาชีไห่ ถึงเวลาส่งเจ้าลงนรกแล้ว!”
………………………………….