The Devil's Cage - บทที่ 470: ถึงเวลาแล้ว! (2 ใน 1)
บทที่ 470: ถึงเวลาแล้ว! (2 ใน 1)
ลมพัดแรงไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน และคลื่นทะเลก็สูง
เรือรบขนาดใหญ่ยังคงแล่นต่อไปได้อย่างราบรื่น ราวกับว่าอยู่ในน่านน้ำที่สงบ แม้ว่ามันจะมีคลื่นซัดสาดก็ตาม
พลปืนใหญ่ที่อยู่ในป้อมปืนได้โจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำอีกครั้ง
ภายใต้การโจมตีอย่างไม่ลดละจากกองเรือประจัญบาน เกาะเป้าหมายก็หายไปจากสายตาโดยสิ้นเชิง
นายพลแบร์รี่หรี่ตาลงมองไปยังเกาะที่เต็มไปด้วยไฟ เขาไม่ได้หยุดยั้งลูกน้องของเขาจากการโจมตีอย่างไม่ลดละต่อไป
เขากำลังรอ.. รอคนๆ นั้น ตั้งแต่แรกเริ่ม นายพลแบร์รีไม่ได้สนใจเกาะนี้ แต่สนใจคนๆ นั้นโดยเฉพาะ
สมัลเดอร์!
อัศวินศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกคือเป้าหมายที่เขาต้องการทำลาย
ครืน!
ทันใดนั้น เสียงคำรามอันดังสนั่นก็ดังมาจากเกาะที่ถูกไฟครอบคลุม ออร่าอันกว้างใหญ่แผ่กระจายออกมาจากเกาะสู่ผิวน้ำ
ทหารที่อยู่ด้านหลังป้อมปืนใหญ่ต่างตะลึงงันกับเสียงคำรามอันฉับพลัน พวกเขารู้สึกถึงความกลัวที่ไม่รู้จักผุดขึ้นมาในใจ ราวกับมันกำลังควบคุมตัวของพวกเขา หากไม่ใช่เพราะวินัย พวกเขาคงหนีเอาชีวิตรอดไปแล้ว
แค่การยืนอยู่กับที่ตอนนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาสามารถทำได้แล้ว พวกเขาไม่อาจขยับทำอะไรได้ นับประสาอะไรกับการบังคับป้อมปืนใหญ่
การยิงระเบิดเกาะหยุดลง เหลือเพียงไฟและเกาะที่หยุดชะงัก
จากเสียงที่ดังของการทิ้งระเบิดสู่ความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับว่าโลกหยุดนิ่งอยู่กับเวลาอย่างกะทันหัน
นายพลแบร์รี่ยิ้ม
“ในที่สุด ก็ทนไม่ไหวแล้วหรอ?”
นายพลโบกมือ
นักสู้ที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุที่รอคอยกันมานาน ได้ขึ้นมาจากชั้นล่างโดยใช้ลิฟต์
พวกเขาทุกคนมีรูปร่างแข็งแรงแต่มีกิริยามารยาทเย็นชา พวกเขามีอาวุธที่ทันสมัยที่สุดในมือและยืนเรียงแถวอยู่ด้านหลังนายพลแบร์รีราวกับเสา
สิ่งที่น่าสนใจคือ กล่องสามกล่องที่นักสู้แปรธาตุนำขึ้นมาบนดาดฟ้าด้วย
มีกล่องเล็กสองกล่องและกล่องใหญ่หนึ่งกล่อง แต่กล่องเล็กยังมีขนาดใหญ่เท่ารถ ส่วนกล่องใหญ่มีขนาดเท่าบ้าน
“ไปกันเถอะ เหล่านักสู้! นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของพวกนายนับตั้งแต่กลับมายังโลกนี้ และมันจะเป็นการต่อสู้ที่จะเผยแพร่ชื่อเสียงของพวกนายให้กว้างไกล!!!!!!!!! การทำลายล้างเกาะศักดิ์สิทธิ์คือความสำเร็จที่ดีที่สุดสำหรับพวกนายทุกคน!”
นายพลแบร์รี่กล่าวคำพูดด้วยเสียงอันดัง เหล่านักสู้แปรธาตุก้าวขึ้นมาทีละคนและกระโดดลงทะเล โดยไม่ขึ้นยานพาหนะใดๆ ไปที่เกาะ
ในขณะที่นักสู้ของเขาโดดลงไปในทะเล ดวงตาของนายพลแบร์รีก็จ้องมองไปที่เกาะ
“เอาล่ะ สมัลเดอร์! แกรอการต่อสู้นี้มานานมากแล้วใช่มั้ย? แกไม่อิจฉาหรอ…. อิจฉาในความสำเร็จของเทพเจ้าแห่งโลกในการกำจัดการรุกรานของดินแดนลึกลับแห่งชายฝั่งตะวันออก? ตอนนี้ฉันเตรียมเวทีที่สมบูรณ์แบบไว้ให้แกแล้ว อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ!”
นายพลแบร์รี่ยืนอยู่ระหว่างกล่องใหญ่สามกล่อง และขณะที่เขาพูด เขาก็ยิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้น ท้ายที่สุด เสียงหัวเราะที่ควบคุมไม่ได้ก็ดังข้ามดาดฟ้าเรือมา
นายพลแบร์รีมีเหตุผลที่จะดีใจ เพราะสมัลเดอร์ยืนอยู่ในเส้นทางของนักสู้แปรธาตุ ตามที่คาดไว้เลย
ใบหน้าที่ขรุขระของสมัลเดอร์ดูสับสนเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับนายพลแบร์รี สมัลเดอร์สามารถรับรู้กลิ่นกำมะถันจากออร่าที่แผ่กระจายมาได้อย่างชัดเจน เขาคุ้นเคยกับแแร่าดังกล่าวเป็นอย่างดี
มันคือ 2567! ผู้ช่วยของนิโคเรย์!
ด้วยการเตรียมการของเขา… 2567 ควรจะหลบหนีจากเส้นทางให้ได้มากที่สุดสิ แต่นี่อีกฝ่ายกลับสามารถระเบิดออร่าออกมาเป็นบริเวณกว้าง…
“เขาฝ่าอันตรายจากพลังศักดิ์สิทธิ์ไปได้งั้นเหรอ? ไม่เลวเลย! นิโคเรย์ได้พิสูจน์สายตาอันเฉียบคมของเธออีกครั้งแล้ว เอาล่ะ นี้มันน่าสนใจมาก! เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ ลูกหลานปีศาจ และอาร์คดีคอนแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ ดูเหมือนว่าคงจะต้องต่อสู้กันแล้ว!”
สมัลเดอร์พึมพำกับตัวเองในขณะที่ดวงตาของเขากำลังเป็นประกายสีขาว
–
จีหรานไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือเขาคือจีหราน ชายหนุ่มที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง ไม่ใช่จอมมาร
ร่างปีศาจที่เขาอยู่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังของ [หัวใจผสาน] เท่านั้น มันไม่ใช่ร่างกายของเขาจริงๆ
จีหรานพึมพำกับตัวเองอยู่เรื่อย เพื่อเตือนตัวเองว่าเขาเป็นใคร เหมือนกับว่าเขากำลังร่ายคาถาอยู่
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจิตใจของเขาจะแจ่มใแค่ไหน เขาก็ไม่อาจขจัดภาพลวงตาเบื้องหน้าได้ ราวกับว่าเขากำลังอยู่ในดินแดนแห่งภาพลวงตาอย่างแท้จริง เขาแปลงร่างเป็นปีศาจตนนั้น รับรู้อารมณ์ของมัน และสัมผัสถึงการต่อสู้ของปีศาจ
ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว สองปี สามปี…
เวลาผ่านไปนับไม่ถ้วนในภาพลวงตาของ จีหราน มันผ่านไปเพียงชั่วพริบตาแต่มันรู้สึกยาวนานมาก จนถึงจุดที่ จีหราน แทบจะลืมที่จะเตือนตัวเองด้วยการพึมพำกับตัวเอง
จีหรานต้องผ่านการต่อสู้อันเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วนในร่างปีศาจของเขา เขาเริ่มชินกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ มันยังทำให้เขาคุ้นเคยกับเทคนิคการต่อสู้ของปีศาจอีกด้วย
สิ่งที่เหลืออยู่ในชีวิตของเขาคือการต่อสู้ การต่อสู้อย่างไม่หยุดยั้ง
ความหมายของชีวิตของเขาคือการต่อสู้!
จีหราน ต่อสู้อย่างดุเดือดนับครั้งไม่ถ้วนจนกระทั่งเขาพบกับจุดสีขาวที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
คราวนี้ร่างกายของเขาหันไปคว้าสีขาวโดยสัญชาตญาณ
เมื่อสัมผัสมัน สิ่งเดียวที่รู้สึกได้คือความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่ร่างกายของเขาไม่ได้รู้สึกมานานปรากฏขึ้นในใจของเขา
เขาเอียงศีรษะลงไปที่เพชรกลมๆ ที่เปื้อนเลือดในมือของเขา เขาตกใจมาก
ความทรงจำในฐานะมนุษย์ที่เขาเคยลืมเลือนพุ่งออกมาเหมือนน้ำพุร้อน
“ฉัน…ฉัน…”
เสียงพึมพำดังขึ้นอีกครั้ง บังคับให้ร่างปีศาจขนาดใหญ่ต้องหยุดนิ่ง
เขาฟาดกรงเล็บอันแหลมคมบนมือของเขาอย่างแรงและแทงมันเข้าไปในหน้าอกแมกม่าของเขา ทำให้ร่างกายของเขาแตกออกเป็นชิ้นๆ
เมื่อร่างของปีศาจสลายไป ร่างมนุษย์ของจีหรานก็หลุดออกมา
ภาพลวงตาที่อยู่รอบตัวเขาเริ่มแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและสลายไปเป็นผงธุลี
เมื่อเขารู้สึกตัว เขาก็รู้ว่าตนเองกำลังพิงกำแพงทางเดินที่เขาติดอยู่
สมิธนั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าเขา มองเขาด้วยสายตาที่เป็นกังวล
“เป็นยังไงบ้าง” สมิธถาม
“…” จีหรานอ้าปากค้าง เขารู้ตัวว่าพูดไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกเหมือนมีถ่านไฟลุกโชนติดอยู่ในลำคอ แผดเผาเขาอย่างรุนแรง
เขาชูมือขึ้นโดยสัญชาตญาณ ต้องการจะส่งสัญญาณให้สมิธรู้ถึงอาการของเขา และตอนนั้นเองที่เขาตระหนักได้ว่าเขากำลังถือเพชรกลมที่หมดความแวววาวและมีรอยเปื้อนเลือดอยู่
[ชื่อ: ดวงดาวศักดิ์สิทธิ์ (เสียหาย)]
[ประเภท: อัญมณี]
[ความหายาก: หายาก]
[คุณสมบัติ: มันประกอบด้วยพลังชีวิตของอัศวินศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อน!]
[สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้: ใช่]
[หมายเหตุ: มันไม่มีค่าใดๆ เลยเนื่องจากชำรุดเสียหาย!]
–
จีหราน ขมวดคิ้วและหันไปมองการแจ้งเตือนของระบบที่ส่งเสียง ปิ้งๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นมาเรื่อยๆ
[อิทธิพลของสิ่งแปลกปลอม สมดุลของ หัวใจผสาน ถูกทำลาย]
[สิ่งมีชีวิตแห่งความปรารถนากลืนกินสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดวิวัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ของ หัวใจผสาน]
[รับรองร่างกาย วิญญาณ…]
[ผ่านการตรวจสอบแล้ว วิวัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์เริ่มต้นขึ้น…]
[สายเลือดปีศาจแพร่กระจาย!]
[วิวัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ถูกขัดจังหวะ!]
[เปลี่ยนเป็นวิวัฒนาการพิเศษที่ไม่สมบูรณ์…]
[การรับรองร่างกาย จิตวิญญาณ…อีกครั้ง]
[การตรวจสอบใหม่ล้มเหลว ร่างกาย วิญญาณยังไม่ถึงระดับที่ต้องการ…]
[การตรวจสอบ หัวใจผสาน ความผิดปกติเกิดขึ้นใน วิวัฒนาการพิเศษที่ไม่สมบูรณ์ เปลี่ยนเป็น วิวัฒนาการพิเศษเหนือปกติเริ่มต้น…]
[ผลักดัน!]
[ผลักดัน!]
[ผลักดัน!]
[หุ่นเชิดแห่งการแปลงเป็นเนื้อและเลือดเริ่มต้น…]
[ตรวจพบสิ่งแปลกปลอม/พลังงาน หยุดการแปลง!]
[วิวัฒนาการพิเศษเหนือปกติเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง…]
[ผ่านการรองรับแล้ว!]
[วิวัฒนาการพิเศษเหนือปกติเสร็จสมบูรณ์แล้ว!]
[หัวใจผสาน เพิ่มเลเวลแล้ว!]
–
[ชื่อ: ฟิวชั่นฮาร์ท II]
[ประเภท: อวัยวะ]
[ความหายาก: สูงกว่าระดับมหากาพย์]
[คุณสมบัติ: 1. แปลงร่างปีศาจ II, 2. เรียกความปรารถนา II, 3. หนามนักบุญ]
[เอฟเฟกต์: 1. กำมะถันไฟ II, 2. ดวงตาแห่งความชั่วร้าย II, 3. ร่างกายแห่งความชั่วร้าย II, 4. สัมผัสแห่งบาปหลักทั้ง 7]
[ข้อกำหนดเบื้องต้น: ร่างกาย A, วิญญาณ SS]
[หมายเหตุ: นี่คืออวัยวะหลอมรวมที่ผสานรวมเข้ากับหัวใจของมนุษย์ จอมมาร และสิ่งมีชีวิตแห่งความโลภ พลังของมันไม่อาจปฏิเสธได้ แต่แรงสะท้อนกลับก็มากเช่นกัน ถึงจะมีพลังชีวิตของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในการปรับสมดุล แต่ในฐานะเจ้าของ คุณจะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งและพลังใจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพื่อควบคุมมัน! มันจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากการต่อสู้ และหากคุณไม่สามารถเติบโตไปพร้อมกับมันได้ คุณจะถูกครอบงำและแปลงร่างเป็นหุ่นเชิดเนื้อและเลือด!]
–
[แปลงร่างปีศาจ II: หัวใจของคุณจะมอบพลังให้คุณ เมื่อเปิดใช้งาน คุณจะแปลงร่างเป็นจอมมาร ระยะเวลา 2 นาที วันละ 1 ครั้ง]
[อัญเชิญความปรารถนา II: หัวใจของคุณจะมอบการควบคุมให้คุณ เมื่อเปิดใช้งาน คุณสามารถเรียก สิ่งมีชีวิตแห่งความโลภ ออกมาได้ เป็นระยะเวลา 2 นาที วันละ 1 ครั้ง]
[หนามนักบุญ: หากไม่ได้ใช้งาน แปลงร่างปีศาจ II หรือ อัญเชิญความปรารถนา II คุณจะได้รับความต้านทานความเสียหาย 25% เมื่อเผชิญกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้รับความเสียหาย (โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายศักดิ์สิทธิ์) ระดับ ทั่วไป แข็งแกร่ง และทรงพลัง คุณสามารถเปิดใช้งาน “วงแหวนแห่งหนาม” ตามระดับต่างๆ เพื่อสะท้อนความเสียหายที่ได้รับ 5%, 10%, 25% ตามลำดับ นอกจากนี้ คุณยังได้รับการรักษาจากสถานะบาดเจ็บ เบา ปานกลาง และหนัก ตามลำดับ เมื่อเลือกใช้งาน แปลงร่างปีศาจ II หรือ อัญเชิญความปรารถนา II ผลของ หนามนักบุญ จะหยุดลงชั่วคราว]
–
[ไฟกำมะถัน II: เปลวเพลิงที่ลุกโชนจะสืบเชื้อสายมาจากปีศาจดุจเงา เมื่อร่ายเวทมนตร์ธาตุไฟ จะได้รับความเสียหายธาตุ +1 และพิษกำมะถันเพิ่มพิเศษ เงื่อนไขต่างๆ เช่น ท่าทางและวัตถุดิบของเวทมนตร์ธาตุไฟจะลดลง 60% แม้ว่าจะร่ายเวทมนตร์ไม่สำเร็จ คุณก็จะได้รับผลสะท้อนเวทมนตร์คืนเพียงหนึ่งในสี่]
[ดวงตาแห่งความชั่วร้าย II: ความเชื่อมั่นในความปรารถนาฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของคุณ เรียก ดวงตาแห่งความชั่วร้าย (พลังโจมตีเท่ากับดวงตารอง) ที่เกิดจากความเชื่อมั่นในความปรารถนาออกมาต่อสู้เพื่อคุณ ระยะเวลา 3 นาที วันละ 2 ครั้ง]
[ร่างแห่งความชั่วร้าย II: การผสมผสานระหว่างปีศาจและความปรารถนา ความโกลาหลและบาป แต่แฝงไปด้วยแสงสว่างเล็กน้อย ได้รับ HP พิเศษเพิ่ม 250, พละกำลัง, ผิวหนังยืดหยุ่นสูง (ดูดซับความเสียหาย 200 จากการโจมตีแข็งแกร่งหรือต่ำกว่า), ผิวปีศาจขนาดกลาง (ดูดซับความเสียหาย 200 จากการโจมตีแข็งแกร่งหรือต่ำกว่า, พลังป้องกันการโจมตีพิเศษจากไฟและการระเบิด); เมื่อเผชิญกับการโจมตีธาตุศักดิ์สิทธิ์ คุณจะได้รับความเสียหาย 125% ไอเทมพิเศษจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับคุณ (รวมถึง วัตถุศักดิ์สิทธิ์ วัตถุศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ)]
–
[สัมผัสแห่งบาปหลัก: บาปหลักแห่งความปรารถนาหลั่งไหลเข้าสู่สายเลือดของคุณ ใช้ 100 HP เพื่อเรียก ราคะ โลภ ตะกละ เกียจคร้าน โทสะ หรือริษยา ออกมาช่วยเหลือคุณ ใช้ 200 HP เพื่อเรียก อัตตา ออกมาช่วยเหลือคุณ ร่างแห่งบาปมีรูปลักษณ์เหมือนกับคุณ แต่แต่ละร่างมีความสามารถที่แตกต่างกัน การเรียกจะมีระยะเวลา 1 นาที หากระยะเวลาเพิ่มขึ้นจะเสีย HP เพิ่มเติม]
[หมายเหตุ: เมื่อเป้าหมายอยู่ในภาวะตื่นตระหนก สับสน หวาดกลัว หรือมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พวกเขาจะถูกกลืนกินโดยความบาปต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง]
–
“วิวัฒนาการพิเศษเหนือปกติ? หนามนักบุญ?”
หลังจากดูการแจ้งเตือนต่างๆ จีหรานก็มองไปที่ [ดวงดาวศักดิ์สิทธิ์] ในมือโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกหวาดกลัวหลังจากเห็นภาพลวงตาเหล่านั้น
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไม [ดวงดาวศักดิ์สิทธิ์] ถึงได้ทำสิ่งที่เรียกว่า วิวัฒนาการแบบพิเศษ สำเร็จได้… หากมันไม่เป็นเช่นนั้น จีหราน จะถูกแปลงร่างเป็นหุ่นเชิดที่มีเนื้อและเลือด เขาปรารถนาจริงๆ ว่าให้ตัวเองจะตายไปเสียดีกว่าที่จะมีชีวิตเป็นหุ่นเชิดเหล่านั้น
ในขณะที่ความคิดนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา จีหรานก็หายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่สมิธ
“ขอบคุณ…ขอบคุณมาก!”
เขาอดทนต่อความเจ็บปวดและรวบรวมความเข้มแข็งเพื่อแสดงความขอบคุณ
เป็นสมิธเองที่วาง [ดวงดาวศักดิ์สิทธิ์] ไว้ในมือของเขา เขาแสดงความขอบคุณต่อคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ มันเป็นสิ่งจำเป็นมาก
“เรายังต้องใช้คำพูดสุภาพแบบนี้ต่อกันอีกงั้นเหรอ? เจ้านี่ดูแปลกจริงๆนะ ฉันพยายามโจมตีมันด้วยมีดสั้น ยิงมันในระยะเผาขน แถมยังระเบิดมันอีก! แต่มันไม่ได้ผลเลย แต่พอฉันต่อยมันด้วยความโกรธ มันก็หลุดออกมาเฉย ๆ เลย!”
สมิธโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของจีหรานมองเห็นว่ามือของสมิธเปื้อนเลือดและบาดเจ็บอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าหมัดเบา ๆ ของสมิธที่เขาบรรยายไว้นั้นไม่ได้เบาขนาดนั้น
“ตอนนี้นายรู้สึกยังไงบ้าง? เมื่อกี้นายดูน่ากลัวมากเลยนะ มีกระแสพลังงานสีแดงเข้มล้อมรอบ ฉันเข้าใกล้นายไม่ได้เลย แต่เพชรเม็ดนี้มันบินไปหานายเอง!” สมิธสังเกตเห็นว่าจีหรานกำลังจ้องมองมือเขาอยู่ จึงเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“มันบินมาหาฉันงั้นเหรอ?” จีหรานตกใจอีกครั้ง
เขารู้ว่าวิวัฒนาการพิเศษเหนือปกติมีบางอย่างลึกลับมาเกี่ยวข้องที่เขาไม่เข้าใจ… แต่เพชรนี้ก็บินมาหาเขาเองเลยหรอ…
จีหราน มองลงไปที่ [ดวงดาวศักดิ์สิทธิ์] อีกครั้ง เขาตระหนักในใจว่าต้องมีอะไรลึกลับซ่อนอยู่ข้างในแนา
แต่สถานะการตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ที่ดีนักที่จะคิด เขาพยายามเก็บงำความคิดไว้ และแสดงท่าทางของเขาให้สมิธเข้าใจ
ทั้งสองลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและวิ่งไปทางทางออก
ก่อนที่พวกเขาจะเข้าใกล้ทางออก ก็มีเสียงระเบิดและกลิ่นดินปืนลอยเข้ามาทางรอยแตก เข้าไปในจมูกของจีหรานและสมิธ
เมื่อทั้งคู่ออกมาจากทางเดินและขึ้นไปข้างนอก สมิธก็หายใจไม่ออก
สถานที่ที่พวกเขาอยู่นี้ อยู่ตรงกลางภูเขาเพียงลูกเดียวบนเกาะ
พวกเขาสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทะเลได้อย่างง่ายดาย
มีกองเรือประจัญบานนับสิบลำกำลังยิงปืนใหญ่ใส่เกาะนับร้อยกระบอก
แม้ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันมืดมิดก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเม็ดเหล็กที่ถูกยิงตกลงมาบนบาเรียโปร่งแสงที่ทำหน้าที่ปกป้องเกาะ และทำลายมันไป มันก็ทำให้เกาะแห่งนี้สว่างไสวมากขึ้น
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” สมิธแทบจะพูดไม่ออก
แต่จีหรานกลับดูแปลกๆ
[เริ่มกิจกรรมพิเศษ!]
[ผู้เล่นจะถูกจัดไว้ในกลุ่มพิเศษ!]
[คุณไม่ได้อยู่ในฝ่ายนายพลหรือฝ่ายของสมัลเดอร์ การกระทำที่คุณทำต่อนายพลหรือฝ่ายของสมัลเดอร์ จะเป็นมาตรฐานในการจัดอันดับดันเจี้ยนของคุณในที่สุด!]
[หมายเหตุ: การกระทำต่างๆ รวมไปถึงสิ่งต่างๆ ไม่จำกัดเพียงการทำลาย ยิ่งการกระทำของคุณมีผลมากเท่าใด คะแนนของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น!]
[คุณต้องการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษหรือไม่? ใช่/ไม่]
–
จีหรานสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเห็นการแจ้งเตือนเหตุการณ์พิเศษ เขาตัดสินใจเลือกโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
จากนั้นเขาก็หันไปมองสมิธแล้วพูดว่า “สมิธ กลับไปที่ห้องโถงนั้นแล้วรอฉัน!”
“แล้วนายล่ะ” สมิธพยักหน้าและถาม
“ฉันจะทำลายทุกสิ่ง! ฉันรอสิ่งนี้มานานแล้ว!” จีหรานพูดช้าๆ
เพราะข้อจำกัดที่เคยมีมา เขาจึงลังเลใจ แต่ตอนนี้เมื่อมีโอกาส เขาจะลังเลอีกต่อไปทำไม?
จีหราน ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนใจกว้างและใจดี ดังนั้นเขาจะยอมรับ คำกล่าวที่ว่า “การแก้แค้นคืออาหารที่ดีที่สุดเมื่อถูกเสิร์ฟเย็นๆ” แต่ถ้าเป็นเขา เขาจะเลือกที่จะแก้แค้นตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลาที่ทำอาหารจานนี้ จนถึงช่วงเวลาที่ได้กินอาหารจานนั้น!
ถ้าเป็นอาหารค้างคืนก็จะเป็นการเพิ่มดอกเบี้ย!
ถึงเวลาที่เขาจะต้องรวบรวมความสนใจของเขาแล้ว!